Chapter 6
ทำไม่ลงเพราะมึงเป็เพื่อน
“แค่นี้ทำเจ็บ เดี๋ยวมึงได้เจ็บมากกว่านี้แน่”
ฉันได้ยินสิ่งที่ครามพูดออกมา แต่กลับไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามัน้าจะสื่ออะไร
“เจ็บอะไร? มึงคิดจะทำอะไร?”
“มึงอยากมากนักอ่อ? ถึงขั้นต้องไปอ่อยไอ้ไททั้งที่รู้ว่ากูเกลียดขี้หน้ามันขนาดไหน”
ครามนั่งยองยองลงแล้วเชยคางฉันขึ้น ฉันในตอนนี้ล้มลงมานั่งพับเพียบอยู่กับพื้นห้องคอนโดของมัน นานมากแล้วที่ฉันไม่เห็นครามโกรธแบบนี้
“กูจะเอากับใครมันก็เื่ของกู มึงเองก็ไม่ได้สนใจในตัวกูอยู่แล้วนี่”
“แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นต้องเป็ไอ้ไท!”
เจ็บจังเลยนะ...ดูเหมือนว่าครามจะไม่ได้สนใจสักนิดว่าฉันจะไปเอากับใคร สิ่งที่มันสนใจในตอนนี้คงจะแค่ผู้ชายคนนั้นคือไทเกอร์ คนที่มันเกลียดและไม่้าให้ฉันไปยุ่งด้วย
“ก็เผอิญเจอพอดี กูก็สุ่มๆมาอะ ใครผ่านมากูก็เอาคนนั้นแหละ”
“ญดา!”
ครามโกรธจนเืขึ้นหน้า มือที่มันกระชากข้อมือฉันไว้บีบแรงมากกว่าเดิมจนขึ้นเป็รอยริ้วแดง สีหน้าฉันตอนนี้เหยเกไปด้วยความเจ็บ
“มันเจ็บนะคราม!”
“มึงนี่มันง่ายกว่าที่กูคิดซะอีกนะ พอกูไม่เอาก็จะไปเอากับไอ้ไท”
ได้ยินประโยคนั้นจากครามฉันก็ถึงกับหน้าชา สะบัดมือออกจากข้อมือของมันในทันทีแล้วยกมือขึ้นตบเข้าที่แก้มขาวนวลของมัน
เพียะ!
บอกตามตรงว่ารับไม่ได้กับคำพูดของคราม มันทุเรศเกินไป แก้มของครามจากที่ช้ำด้วยรอยหมัดของไทเกอร์อยู่แล้วพอเจอฉันตบซ้ำแบบนี้มันก็ยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีก
“เลิกพูดจาดูถูกกูสักที ต่อไปนี้เราไม่ต้องมาเจอกัน มึงจะไปเอาใครก็เอาไป ส่วนกูจะเอาใครจะคบใครมันก็เื่ของกู”
ฉันพูดออกไปโดยที่ดวงตายังแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ออกมา ซึ่งตอนนี้น้ำตามันซึมอยู่ในดวงตา ฉันกับครามเป็เพื่อนกันมานานเหลือเกิน แต่ในวันนี้มันดูถูกฉันซะจนแทบไม่เหลือความเป็คน ใจฉันเสียั้แ่ที่อ่อยมันแล้วมันไม่เอาแล้ว รู้สึกยิ่งคุยกันก็ยิ่งลดคุณค่าในตัวเอง เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องมายุ่งกันเลยซะยังจะดีกว่า
“มึงคิดว่าเื่มันจะจบง่ายแค่นั้นอ่อ?”
ครามดูเหมือนจะไม่ยอม มันกดฉันลงกับพื้นแล้วจับปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำกระตุกจนชุดคลุมแยกออก เผยให้เห็นบราเซียและแพนตี้ตัวน้อยสีดำที่ปรากฏต่อหน้าสายตาไทเกอร์ไปเมื่อสักครู่นี้
“คราม! หยุดนะ”
ฉันพยายามดิ้นไม่ให้มันได้ััเรือนกายของฉัน แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะมันกดแขนของฉันเอาไว้ให้แนบชิดพื้น ใบหน้าหล่อก้มลงมาแล้วไล้จมูกโด่งไปทั่วซอกคอขาวเนียน
“อื้อ ปล่อยเลยนะคราม”
เสียงของฉันมันแ่ลงกว่าเดิมเมื่อโดนแบบนั้น จมูกโด่งไล้ลงมาเรื่อยจนถึงเนินอกขาวเนียน ปากหนาพรมจูบไปทั่วเนินอก
ครามเลื่อนมือลงมาข้างนึงส่วนมืออีกข้างมันก็รวบแขนของฉันเอาไว้ทั้งสองข้างภายในมือเดียว มือข้างที่ว่างเลื่อนลงมาแล้วดันบราเซียสีดำให้ขึ้นไปอยู่เหนือเนินอกเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนกับยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อที่ตั้งชูชันโชว์รอรับัั
ครามเลื่อนใบหน้าลงมาแล้วงับเข้าที่ยอดปทุมถันนั้น
“อ๊าส์!”
ฉันถึงกับครางไม่เป็เสียงเมื่อครามงับเข้าตรงนั้นแล้วดูดเลียอย่างพึงพอใจ อุ้งปากหนางับยอดปทุมถันแล้วใช้ลิ้นดุนหยอกเย้าเล่นอย่างหื่นกระหายราวกับลูกหมาที่กำลังดูดนมแม่ ส่วนมืออีกข้างก็เลื่อนลงไปล้วงเข้าไปภายใต้แพนตี้ตัวน้อยสีดำแล้วใช้นิ้วกลางเขี่ยเล่นตรงยอดเม็ดติ่งเสียว
“อื้ออ คราม! อ๊าส์!”
มันซุกไซร้หนักขึ้นกว่าเดิม มันเริ่มรุกหนักมากขึ้น ปากหนาหยอกเย้ายอดปทุมถันสลับกันไปมาทั้งสองข้าง ลิ้นร้อนเลียวนไปมารอบยอดปทุมถันที่แข็งเป็เม็ดไต ส่วนมือด้านล่างก็ยังคงใช้นิ้วกลางดุนดันเขี่ยเม็ดเล่นจนน้ำสีใสไหลเจิ่งนองแพนตี้ตัวน้อยสีดำ
ฉันแดดิ้นไปมาด้วยความเสียว สยิว ไม่คิดเลยว่าความรู้สึกของการเล้าโลมมันจะเป็แบบนี้เพราะว่าครามเป็ผู้ชายคนแรกของฉัน ฉันไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน แล้วมันก็เป็ความรู้สึกที่ดีมากซะด้วยสิ
“อื้ม”
เสียงห้าวคางแหบพร่าในลำคออย่างรู้สึกพึงพอใจ ที่ตอนแรกฉันคิดว่าครามไม่ได้มีอารมณ์กับฉัน คิดว่าฉันไม่สามารถที่จะเย้ายวนมันได้ เห็นทีตอนนี้คงต้องคิดใหม่เพราะครามดูจะติดใจสองเต้านั้นเอามาก
“อ๊า คราม”
ฉันครางเรียกชื่อมันเสียงกระเส่า แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วในตอนนี้เพราะว่าครามใช้นิ้วหยอกเย้าเล่นรูดขึ้นลงปากช่องร่องสวาทจนน้ำสีใสไหลซึมออกมา
เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเริ่มได้ที่ฉันเองก็ครวญครางดิ้นกระเส่าไปมาแล้วครามก็หยุดการกระทำนั้นลงและลุกขึ้นจากตัวฉัน มันยืนขึ้นเต็มความสูงร้อยแปดสิบห้าเิเและจ้องมองฉันที่นอนอยู่ที่พื้น
ฉันในตอนนี้งงมากว่าครามกำลังจะทำอะไรกันแน่ ทำไมมันไม่ทำต่อ มันหยุดทำไม?
ฉันยันตัวลุกขึ้นจากพื้นแล้วหยิบชุดคลุมที่หลุดรุ่ยขึ้นมาสวมใส่เอาไว้ดังเดิมพร้อมกับดันบราเซียให้ลงไปประกบเต้า
“มึง... หยุดทำไม?”
ถามออกไปแบบนั้นทั้งที่รู้ว่ามันน่าอายมาก มันเหมือนว่าฉันเป็ฝ่ายที่้ามันอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ครามไม่ได้นึกสนใจอะไรเลยสักนิด
“โทษที แต่กูคงทำกับมึงไม่ได้”
มันพูดออกมาแบบนั้นทั้งที่ฉันจ้องมองกางเกงของมันที่ตอนนี้ก็ปูดโปนไปด้วยความทรมาน ไม่เชื่อหรอกนะว่ามันจะไม่มีอารมณ์เลยกับสิ่งที่ทำไปเมื่อกี้
“ทำไม? ร่างกายกูมันไม่สามารถทำให้มึงมีอารมณ์ได้เลยเหรอ?”
ฉันถามออกไปอย่างน้อยใจ รู้สึกเสียใจมากที่ครามมันหยุดการกระทำนี้ลง มันเหมือนฉันไม่มีค่า ไม่มีราคา และไม่สามารถมัดใจชายได้ โดยเฉพาะชายอันเป็ที่รัก
“กูทำไม่ลง... เห็นหน้ามึงมาั้แ่อนุบาล”
ครามพูดออกมาตามตรง
“กูก็เป็ผู้หญิง มีทุกอย่างอย่างที่มึงเคยเอากับคนอื่น ทีกับผู้หญิงคนอื่นมึงยังเอาได้เลย”
“ไม่เหมือนกัน มึงเป็เพื่อนกู”
“เพื่อนแล้วไง? สมัยนี้เพื่อนเอากันกูเห็นเยอะแยะ”
ฉันรู้สึกอายมากนะตอนนี้ อายที่เป็ฝ่าย้า จะต้องเป็คนคอยเรียกร้อง
“กูไม่อยากให้ความหวังมึง”
“...”
“กูรู้ว่ามึงชอบกู ถ้ากูเอามึงวันนี้ความรู้สึกของเรามันคงจะไม่เหมือนเดิม”
“...”
“โทษทีว่ะญดา กูเห็นมึงเป็แค่เพื่อนจริงๆ”
กูเห็นมึงเป็แค่เพื่อนจริงๆ ประโยคนี้มันบาดลึกเข้าไปในจิตใจอันแสนจะบอบบางของฉัน ดวงตากลมโตอยากจะร้องไห้ออกมาซะดื้อๆแต่มันก็ร้องไม่ออก
“โอเค...”
“...”
“ขอบคุณที่มึงบอกมาตรงๆ กูจะพยายามทำตัวให้ปกติ ไม่ทำให้มึงต้องอัดอัดใจอีก...”
ฉันพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นแล้วตอบออกไปอย่างยากลำบากก่อนที่จะกระชับเสื้อคลุมให้มิดชิดแล้วเดินจากออกมาจากห้องคราม
มันไม่รั้งฉันเอาไว้ แต่ปล่อยให้ฉันได้เดินออกมาแบบนั้น ทั้งคำพูดและการกระทำของใครมันชัดเจนทุกอย่างว่าไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย
ฉันมันคงเพื่อนเลวสินะ... เพื่อนเลวที่คิดไม่ซื่ออยู่ฝ่ายเดียว
หลายวันต่อมา
ฉันไม่ไปเจอกับครามอีกเลย แล้วก็ไม่ได้เจอพวกเปเปอร์กับพีด้วย ตอนนี้ฉันนั่งเรียนอยู่ที่ห้องเรียนกับเฟื่องฟ้า
“เป็อะไรไปญดา ่นี้แกดูซึมๆ”
เฟื่องฟ้าแสนเฉิ่มขยับแว่นหนาเตอะแล้วมองฉันที่นั่งควงปากกาไอแพดเล่น
“เปล่า แค่เครียดเื่เรียนน่ะ”
ฉันบ่นไปแบบนั้นพร้อมกับลอบถอนหายใจ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน คนมาจีบก็ตั้งเยอะแยะทำไมไม่เลือกใครไปซักคน ทำไมจะต้องไปยึดติดอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รักเราด้วยก็ไม่รู้
“เป็ธรรมดานะที่จะเครียด เสาร์อาทิตย์นี้ลองกลับบ้านดูไหมล่ะเผื่อจะผ่อนคลายลง เห็นแกไม่ได้กลับบ้านนานแล้วนี่”
เฟื่องฟ้าแนะนำ ที่จริงเฟื่องฟ้าเองก็เป็เด็กต่างจังหวัดและกลับบ้านอยู่บ่อยๆ ต่างจากฉันที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไหร่แต่จะใช้วิธีการคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่แทน
จังหวัดที่ฉันอยู่มันก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพอะไรนักหรอก แต่ที่ไม่ค่อยได้กลับเพราะว่า ่หลังๆมานี้ฉันทำตัวติดกับครามจนเกินไป พอมันไม่กลับฉันก็เลยไม่อยากกลับ และตัวมันเองก็หลงแสงสีอยู่ที่กรุงเทพไม่ค่อยจะได้กลับบ้าน ฟันผู้หญิงไม่เลือกหน้า เก็บเกือบจะครบทั้งมอแล้วมั้ง
“ก็น่ากลับอยู่นะ แล้วแกจะกลับมั้ยเฟื่องฟ้า?”
“คิดว่าจะกลับแหละ เห็นอาทิตย์นี้แม่ว่าพี่ชายจะกลับมาที่บ้านก็เลยนัดรวมญาติกัน”
“งั้นเหรอ ดีจังเลยนะดูอบอุ่น ฉันนี่สิเป็ลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้องเลย”
ถ้ามีพี่น้องได้ปรึกษาเื่แบบนี้บ้างก็คงจะดี
หลังจากเรียนเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับห้อง ฉันกลับมาคอนโดตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋าเป้เตรียมกลับบ้าน
“ฮัลโหล แม่คะ หนูว่าจะกลับบ้านลุงขับรถที่บ้านว่างมั้ยคะหรือว่าจะให้หนูกลับเอง?”
‘ญดา! คิดยังไงกลับบ้านน่ะลูก หืม? แม่ชวนตั้งหลายอาทิตย์เห็นไม่ยอมกลับ อยู่ๆมาอยากกลับเฉยเลย’
แม่คงสงสัย ฉันว่าคงจะเป็ห่วงมากกว่าว่าฉันเจอเหตุการณ์อะไระเืใจหรือเปล่าถึงคิดจะกลับบ้าน เพราะปกติ่นี้อยู่แต่คอนโด
“เปล่าหรอกค่ะแม่ แค่คิดถึงบ้านเฉยๆ”
ตอบไปแบบนั้นทั้งที่ความทุกข์อยู่เต็มในใจ
‘ครามไม่ได้กลับเหรออาทิตย์นี้ กลับพร้อมครามสิลูก‘
“ไม่รู้สิคะแม่ ่นี้ยุ่งๆไม่ได้ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเรียนหนัก”
‘อ้าว งั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวพ่อกับแม่ขับรถเข้าไปรับที่กรุงเทพดีกว่า‘
“ไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะแม่ ถ้าลุงคนขับรถไม่ว่างเดี๋ยวหนูนั่งรถตู้กลับเองก็ได้”
‘ว่างน่ะมันว่าง แต่เดี๋ยวแม่กับพ่อเข้าไปรับเองดีกว่า คิดถึงญดาจะแย่ เราจะได้แวะหาร้านอาหารกินแถวนั้นก่อนกลับด้วย’
“งั้นก็ได้ค่ะแม่ หนูรอคอนโดนะคะ”
‘จ้ะ เดี๋ยวแม่กับพ่อไปรับนะ’
[ คราม Part ]
หลายวันแล้วที่ผมไม่ได้เจอกับญดาเลย มันไม่โผล่หน้ามาให้ผมเห็นแล้วผมเองก็ไม่คิดไปตอแยด้วยเพราะกลัวว่ามันจะคิดไปเกินเพื่อน
ถ้าเป็คนอื่นคงไม่กังวลขนาดนี้ แต่เพราะญดามันเป็เพื่อนสนิทที่สุดผมเลยไม่อยากเสียเพื่อนไป
ถึงจะไม่ได้คิดกับมันเกินเพื่อนแต่ก็ว้าวุ่นใจมากที่อยู่ๆก็หายไปแบบนี้
จากที่ตอนแรกจะทำตัวเฉยให้สถานการณ์มันเป็ของมันไปเอง ตอนนี้ชักสงสัยว่าญดามันหายไปไหนถึงเงียบได้ขนาดนี้
ตัดสินใจเอาคีย์การ์ดสำรองห้องมันมาเปิดดู
ติ๊ดด
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้ มีเพียงตู้เสื้อผ้าที่ยังคงถูกเปิดทิ้งไว้และเสื้อผ้าดูจะน้อยลงเหมือนกับว่ามันเดินทางไปไหน
ญดาไม่อยู่ห้อง…
ติ๊งง
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น และสายโทรเข้าที่โทรมาก็คือ แม่ของผมเอง
“ครับแม่”
‘ว่าไงจ๊ะคุณลูกชาย หลงแสงสีจนไม่กลับบ้านเลยรึไงฮะ?’
“ก็นิดหน่อยอะแม่”
‘แล้วนี่ยังไง? แกทะเลาะกับหนูญดารึไง?’
คำพูดของแม่ทำเอาผมแปลกใจ ญดามันไปฟ้องแม่รึไงทำไมท่านถึงรู้
“เปล่านี่แม่ ไปเอามาจากไหน?”
‘ไม่ได้เอามาจากไหนหรอก เย็นนี้แม่ว่าจะไปกินข้าวบ้านพ่อแม่หนูญดา แต่เห็นเขาว่าจะเข้ากรุงเทพไปรับลูกสาวกลับบ้าน แม่ก็เลยถามว่าทำไมไม่กลับพร้อมคราม เห็นหนูญดาเค้าบอกว่า่นี้ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะเรียนหนัก จริงเหรอ?’
วันนี้ญดากลับบ้านสินะ...ถึงว่ามาหาที่ห้องไม่เจอ
“ไม่ได้ทะเลาะกันหรอกแม่ ่นี้เรียนหนักอ่ะ“
‘แล้วสรุปจะกลับบ้านไหมอาทิตย์นี้?’
“กลับ เดี๋ยวผมขับรถกลับเลย”
พูดจบผมก็วางสายลงแล้วปิดประตูห้องญดาแล้วกลับไปที่ห้องตัวเองพร้อมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้เล็กน้อยแล้วควงกุญแจรถขึ้นมาเตรียมขับรถกลับบ้านต่างจังหวัด
ทำไมต้องหลบหน้ากันด้วยวะ... ไม่เข้าใจเลย