บทที่ 23 เื่นี้ไม่จบ
“อ้าว นั่นหมอหานของเราไม่ใช่เหรอ? เกิดอะไรขึ้น? แค่ดื่มกาแฟก็สำลักขนาดนี้เชียว”
“แต่เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นหมอไป๋ปิงอารมณ์เสียใส่นายนี่นา พูดตามตรงนะ นายไม่ได้พยายามเต็มที่ในการช่วยชีวิตคนไข้ใช่ไหมล่ะ? สบายใจได้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เื่นี้รั่วไหลออกไปแน่นอน”
ขณะที่หานชิงอวี่ยังคงไออย่างรุนแรง มีเสียงที่น่ารำคาญดังมาจากอีกด้านหนึ่ง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป แน่นอนว่าจะเป็ใครไปได้นอกจากเฉินฟา ไอ้หน้าเหม็นที่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้เหมือนเดิม
อาจเป็เพราะนิสัยของตัวเขาเองแต่ก่อน หานชิงอวี่เลยไม่้าที่จะทะเลาะกับคนที่มีความรู้ต่ำกว่า
แต่ตอนนี้ เขากำลังโกรธอย่างมาก เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยุของเฉินฟาตรงหน้าจึงเอ่ยปากพูดแค่หนึ่งประโยค
“ไสหัวไป”
นึกไม่ถึงเลยว่าเฉินฟาจะได้ยินประโยคนี้ ดูเหมือนเขาจะยิ่งเยาะเย้ยหนักขึ้น
“อุ๊ย ๆ หมอหานโกรธเหรอครับ? ไม่เป็ไร คงเป็เพราะว่าพวกสาว ๆ ในโรงพยาบาลของเราทำให้นายคิดว่าตัวเองเป็ที่รักของคนทั้งโลกแบบนี้”
“แต่จริง ๆ แล้ว คนยอดเยี่ยมหัวกะทิในสังคมอย่างหมอไป๋ปิง คงจะชอบคนที่มั่นคงเหมือนอย่างฉันมากกว่า…” ยังพูดประโยคที่อยู่ในใจต่อไม่ทันจบ เฉินฟาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “โอ๋ ๆ นายอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยนะ ทำใจร่ม ๆ ไว้ก่อนดีกว่า ยังไงก็ฉันขอตัวล่ะ”
พูดออกไปได้แค่ครึ่งทาง เมื่อเห็นสายตาของหานชิงอวี่ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้น ก็รู้สึกหนาวสั่นทันที
ถ้าสายตาสามารถฆ่าคนได้ ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้เฉินฟาคงถูกสายตาสับเป็ชิ้น ๆ แล้วแน่นอน
ด้วยความตื่นตระหนก เขาจึงรีบสับเท้าเดินไปที่แผนกฉุกเฉิน
ไม่เป็ไร ยังไงเขาได้เห็นทุกสิ่งที่อยากเห็นแล้ว แม้ว่าตอนนี้หานชิงอวี่อยากจะไล่เขาไป แต่ตนนั้นสามารถเดินไปที่แผนกและเล่าเื่เล็กที่หายากนี้ให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงซุบซิบกันในแผนกได้
สิ่งที่เขา้าคือการทำให้หานชิงอวี่เป็ตัวตลกขายขี้หน้า!
คิดถึงตรงนี้ เฉินฟาก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากและสับเท้าเดินเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือจู่ ๆ ก็มีขาข้างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา…
โครม!
จากนั้นตามมาด้วยเสียงอู้อี้จากร่างกายที่ััพื้นหินอ่อนของโรงพยาบาลแล้วก็เสียงครวญครางอันเ็ปดังมาจากพื้นดิน เมื่อกี้เฉินฟายังชี้นิ้วให้คำแนะนำอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับล้มลงกับพื้น ทั้งตัวทั้งขาเจ็บไปหมด
เขากลายเป็เหมือนไอ้สารเลวที่ออกจากกะลาแคบ ๆ มาเผชิญโลกกว้าง
“โอ้ย…”
เฉินฟาลูบก้นตัวเองไปมา เมื่อกี้มันได้ลงไปจูบพื้นอย่างใกล้ชิด ตอนนี้จึงเจ็บมาก
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดอย่างเกรี้ยวกราดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ
“หานชิงอวี่ แก…”
ในเวลานี้ หานชิงอวี่แสร้งทำเป็ว่าเพิ่งจะรู้สึกตัว และมองดูเฉินฟาที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ
“คุณหมอเฉิน นี่คุณทำอะไรอยู่เหรอครับ?”
“พื้นมันเย็น รีบลุกขึ้นเร็วเข้า”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของศัตรูคู่แค้น ภายในใจเฉินฟาก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา เขาเห็นชัดเลยว่า เมื่อกี้จู่ ๆ หานชิงอวี่ก็ยืดขาของตัวเองออกมาทำให้เขาสะดุดล้ม
แล้วตอนนี้ยังทำท่าทางดูเหมือนดอกบัวขาว*[1]อีก แล้วเขาจะไม่โกรธได้ยังไง!
ขณะที่เฉินฟาผุดลุกขึ้นยืนก็พูดขึ้นอย่างดุร้าย
“หานชิงอวี่ เื่นี้ไม่จบแน่ ฉันจะไปตรวจกล้องวงจรปิด นายเตรียมไสหัวออกไปจากโรงพยาบาลได้เลย!”
อย่างไรก็ตาม รอจนกระทั่งเฉินฟาเงยหน้าขึ้นและมองไปรอบ ๆ เพื่อหากล้องวงจรปิด ตอนนั้นเองถึงรู้ว่าที่นี่เป็จุดบอดของกล้องวงจรปิดพอดี
และสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปของเฉินฟา ก็ถูกหานชิงอวี่จับได้พอดี
“หมอเสี่ยวเฉิน เราทำอะไรต้องแสดงหลักฐาน นายบอกว่าฉันตั้งใจทำให้นายสะดุด แล้วไหนหลักฐานล่ะ?”
“แก…ฉัน…”
ตอนนี้เฉินฟาไม่มีที่จะระบายความโกรธ และไม่ต้องพูดถึงว่าจะให้อธิบายอย่างมีเหตุผลได้เลย
หลังจากมองไปรอบ ๆ อยู่นาน จากนั้นเขาก็เดินกะโผลกกะเผลกไปยังแผนกฉุกเฉิน
…
ในห้องฉุกเฉิน
เมื่อเฉินฟากลับมาถึงแผนกก็หย่อนตัวนั่งลงข้างเฉินกั๋วกวง ก่อนจะบ่นกับลุงของตัวเอง
“คุณลุง ครั้งนี้หานชิงอวี่ทำเกินไปจริง ๆ นะครับ ผมยังไม่ได้แหย่หรือยุ่งกับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับเหยียดขาออกมาทำให้ผมสะดุดล้ม!”
แต่น่าเสียดาย เมื่อก่อนเฉินฟาเคยโกหกหลายครั้งเกินไป ส่งผลให้เฉินกั๋วกวงผู้ที่เป็ลุงแท้ ๆ ของเขาไม่เชื่อใจหลานตัวเองอีกแล้ว มีแต่ความแสลงใจลึก ๆ กับคำพูดของหลานชาย
จากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยพบเจอ ก่อนที่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดจะได้รับการยืนยัน แม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียวก็ไม่สามารถเชื่อถือได้
เฉินกั๋วกวงจ้องมองไปที่เฉินฟาตรงหน้า ขณะที่มือไม่เคยหยุดเขียน
“ถ้าแกไม่ได้แหย่หรือไปยุ่งกับเขา แล้วเขาจะทำให้แกสะดุดล้มเพื่ออะไร?”
เฉินฟาเหลือบมองไป๋ปิงที่นั่งอยู่ไกลออกไป แล้วลดเสียงลงพูดว่า
“ผมเดาว่า เป็เพราะการช่วยชีวิตที่เขาและผู้อำนวยการไป๋จัดการเพิ่งเสร็จเมื่อกี้ไม่ค่อยราบรื่น ถ้าลุงไม่เชื่อก็ลองไปถามผู้อำนวยการไป๋สิ ผมเชื่อว่าตอนนี้เธอคงประเมินการผ่าตัดของหานชิงอวี่ไม่น่าจะสูงเท่าไหร่!”
ในเวลานี้ เฉินฟาเชื่ออย่างลึกซึ้งในสิ่งที่ตัวเองพูด อันที่จริง เขาเพิ่งเห็นผู้อำนวยการไป๋ดูเหมือนจะทะเลาะกับหานชิงอวี่ ตอนที่พวกเขาทั้งสองเพิ่งเดินออกมาจากห้องตรวจฉุกเฉิน นอกจากขั้นตอนการช่วยเหลือแล้วยังจะเป็เื่อะไรได้อีก
เป็ไปได้ไหมว่าพวกเขาแต่งงานกันแล้ว?
เมื่อได้ยินหลานชายพูดแบบนั้น เฉินกั๋วกวงก็ถอนหายใจ และแสร้งทำเป็ไม่สนใจก่อนจะเอ่ยกับไป๋ปิงที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
“ผู้อำนวยการไป๋ครับ ผมได้ยินมาว่าเมื่อกี้คุณกับหานชิงอวี่เพิ่งไปช่วยเหลือผู้ป่วย คุณคิดว่าเสี่ยวหานคนนี้เป็ยังไงบ้างครับ?”
ในเวลานี้ไป๋ปิงยังยุ่งอยู่กับเื่ต่าง ๆ ที่อยู่ในมือ จึงพูดออกไปโดยไม่คิดและไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“เขามีทักษะด้านเทคนิคยอดเยี่ยม ความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินก็แข็งแกร่ง และมีคุณสมบัติของวิสัยทัศน์ก็แข็งแกร่ง โดยรวมแล้ว ตามที่ทุกคนสรุป เขาเป็คนใหม่ที่โดดเด่นมากทีเดียว”
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเฉินฟาตรงหน้า เฉินกั๋วกวงก็ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ พร้อมทั้งโบกมือให้สองสามครั้งราวกับไล่แมลงวันออกไป ดูเหมือนว่าเขาอยากไล่เฉินฟาออกไปจากโลกของตนให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุ้าความสงบ
“เฉินฟา ่นี้ฉันยุ่งมากจริง ๆ ฉันไม่มีเวลาเล่นกับแกหรอกนะ การผ่าตัดที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ก็น่าปวดหัวมาก หารือกับผู้เชี่ยวชาญหลายคนมานานแล้วก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์อะไร”
“ดังนั้นระหว่างนี้ อย่าสร้างปัญหาในโรงพยาบาลอีก ทำได้ไหม?”
เฉินกั๋วกวงมองไปที่เฉินฟาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่า หลานชายคนนี้จมปลักกับสิ่งเหล่านี้ทั้งวันได้ยังไง
เฉินฟาที่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างงงงันทำได้เพียงพยักหน้า
ไม่ใช่สิ เมื่อกี้เห็น ๆ อยู่ว่าพวกเขาคุยกันอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ หรือว่าเขามองผิดไป?
ขณะที่เฉินฟายืนตะลึง ประตูออฟฟิศก็ถูกเปิดออก พร้อมกับแพทย์คนหนึ่งที่โผล่หัวเข้ามาพูดเสียงดัง
“ไปกันเถอะครับ คุณหมอเฉิน เป็การผ่าตัดแบบเดียวกับที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ เราต้องประชุมกันใหม่”
หลังจากที่เฉินกั๋วกวงพยักหน้ารับ เขาก็พาไป๋ปิงไปด้วย
“ผู้อำนวยการไป๋ ทำไมไม่มาด้วยกันล่ะ? คิดว่าเป็การทำความรู้จักกับทุกคนก็ได้”
หลังจากที่ไป๋ปิงตอบตกลง เธอก็เดินตามเฉินกั๋วกวงออกจากออฟฟิศแผนกฉุกเฉินทันที
ขณะนั้น เฉินฟามองไปที่เอกสารบนโต๊ะของผู้เป็ลุง ก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
[1] ดอกบัวขาวเป็คำสแลงจีน ส่วนใหญ่ใช้ด่าผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ภายในคิดไม่ซื่อ มีพฤติกรรมที่ไม่ดี