บทที่ 26 เ้าช่างเก่งกาจนัก
หลังจากวันนั้น เื่ราวของดินแดนลับหุบเขาประจิมก็ถูกเล่าลือกันอย่างกว้างขวาง
สำนักชิงเสวียน สำนักที่แต่ก่อนไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็เริ่มปรากฏสู่สายตาของสำนักต่าง ๆ ในยุทธภพ
ไม่เพียงเพราะมีศิษย์ขอบเขติญญาแรกกำเนิดที่สามารถทะลวงกำแพงชะตากรรมได้ และศิษย์ขอบเขตจินตานที่สามารถจับวิหคเมฆาเพลิงด้วยมือเปล่า แต่ยังมีศิษย์ใหม่ที่ทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐานเป็คนแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังแซงหน้าเยี่ยหรงเยว่ที่เคยเป็อันดับหนึ่งมาก่อน
ในขณะเดียวกัน ชื่อของเยี่ยหลิงหลงก็ถูกจดจำโดยผู้คนมากมาย
จดจำทักษะการควบคุมกระบี่ของนาง จดจำกระบี่ของนางที่สะบั้นกระบี่ิญญาสองเล่มของสำนักเจ็ดดารา จดจำที่นางอายุเพียงสิบเอ็ดปี เข้าสำนักได้สี่เดือนก็ทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน
ขณะที่ข้างนอกมีข่าวลือมากมาย เยี่ยหลิงหลงก็ตามศิษย์พี่ทั้งสองกลับมาที่สำนัก
คืนนั้น เยี่ยหลิงหลงทำตามสัญญา ภายใต้สายตาจับจ้องของเสวียนอิ่ง นางใช้นิ้วลูบข้อมือซ้ายเบา ๆ ปลุกอสรพิษดำตัวน้อยที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น
ภายใต้การลูบไล้อย่างต่อเนื่อง อสรพิษดำตัวน้อยก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน
ในขณะที่มันลืมตาขึ้น เยี่ยหลิงหลงรู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มันงดงามอย่างน่าตะลึงงัน ราวกับล่วงพ้นทุกสิ่งในโลกนี้ไปแล้ว
นางกรีดนิ้วจนเืไหล แล้วยื่นไปที่ปากของมัน
เห็นมันเงยหน้ามองนางปราดหนึ่ง จากนั้นก็แลบลิ้นเล็ก ๆ ออกมาเลียแผลที่นิ้วของนางอย่างนุ่มนวล ความรู้สึกนุ่มและอ่อนโยนนั้นทำให้รู้สึกคันยิบ ๆ ั้แ่ปลายนิ้วจรดหัวใจ
"เ้ารีบดูดเร็วเข้า เสวียนอิ่งบอกว่าถ้าเ้าดื่มเืของข้า ร่างกายเ้าจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น"
สิ้นคำ อสรพิษดำตัวน้อยก็หันไปมองเสวียนอิ่งแวบหนึ่ง เสวียนอิ่งที่เดิมทีมีท่าทางดุดันก็ล้มลงบนโต๊ะทันที นอนนิ่งไม่ขยับราวกับตายไปแล้ว
"เ้าอย่ามองมัน มันไม่ได้บังคับข้า ข้าเต็มใจเอง เ้ารีบดูดเถอะ ข้ากรีดนิ้วจนเืไหลแล้ว ถ้าเ้าไม่ดูดก็จะเสียเปล่านะ"
อสรพิษดำตัวน้อยหันหน้ามามองนาง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปากกัดนิ้วมือของเยี่ยหลิงหลง
ความเ็ปแล่นมาจากปลายนิ้ว นางรู้สึกว่าเืของตนถูกดูดออกไป ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ ร่างกายรู้สึกอ่อนแรงวิงเวียนและอ่อนเพลียอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนกับว่ามันไม่ได้ดูดเพียงแค่เืของนาง แต่รวมถึงพลังลึกลับในร่างกายของนางด้วย
ในตอนที่นางคิดว่าตัวเองกำลังจะสลบไป อสรพิษดำตัวน้อยก็หยุดดูดเื และใช้ลิ้นเล็ก ๆ เลียแผลให้แ่เบา ความรู้สึกไม่สบายนั้นก็ค่อย ๆ บรรเทาลง
เยี่ยหลิงหลงเหมือนจะรู้ว่าทำไมตอนที่นางบอกว่าจะให้เื เสวียนอิ่งถึงได้พยายามอย่างหนักหน่วงราวกับเอาชีวิตเข้าแลก ที่แท้การให้เืนั้นกินพลังงานมากขนาดนี้ ไม่เหมือนกับตอนที่นางโดนมีดนิ้วบาดเืไหลเลย
ทำไมถึงเป็แบบนั้นนะ?
เหมือนกับรับรู้ได้ถึงความเหม่อลอยของนาง อสรพิษดำตัวน้อยจึงหยุดและเงยหน้ามองนาง
เยี่ยหลิงหลงดึงความคิดกลับมา คำถามแบบนี้นางไม่มีทางถามอสรพิษดำตัวน้อยได้หรอก ได้แต่หาโอกาสถามเสวียนอิ่งอีกที
"วันนี้ข้าทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จแล้ว ข้าเป็ศิษย์ใหม่คนแรกที่ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานได้ ทุกคนต่างชมข้าว่าเก่งกันใหญ่เลยละ!"
อสรพิษดำตัวน้อยพยักหน้า เหมือนจะบอกว่าเ้าก็เก่งอยู่แล้วนี่นา เ้าเป็คนที่เก่งที่สุดเสมอ
เยี่ยหลิงหลงเห็นท่าทางราวกับเื่นี้เป็เื่ปกติของมันก็ชะงักไป ก่อนจะยิ้มบาง และลูบหัวมัน
"อืม ต่อไปข้าจะยิ่งเก่งกว่านี้อีก"
อสรพิษดำตัวน้อยพยักหน้าอีกครั้ง เหมือนจะบอกว่าอืม ข้าจะคอยดูอยู่เสมอ
หลังจากนั้นไม่นานอสรพิษดำตัวน้อยก็หลับตาลง ดูเหมือนจะง่วงนอนแล้ว เยี่ยหลิงหลงรีบพามันกลับไปที่ข้อมือของตนให้มันขดตัวหลับที่ข้อมือตามเดิม
เงาร่างของอสรพิษดำตัวน้อยค่อย ๆ เลือนหายไป เสวียนอิ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาเหมือนผีเข้า
"นายท่าน นายท่านหลับอีกแล้วหรือ?"
"เฮอะ เ้าแกล้งตายเก่งเหลือเกิน คงทำบ่อยล่ะสิ?"
"นี่ข้าเรียกว่ารู้จักปรับตัวตามสถานการณ์ต่างหาก"
เยี่ยหลิงหลงถูกเสวียนอิ่งหยอกกลับจนหัวเราะออกมา ถ้าพูดถึงการโกหกหน้าตาย มันคงไม่แพ้ใครจริง ๆ
"อธิบายมาสิ ทำไมเมื่อครู่ตอนที่ข้าป้อนเืให้ ข้าถึงรู้สึกเวียนหัวด้วย"
"ยังต้องอธิบายอีกหรือ? ร่างกายอ่อนแอ พูดง่าย ๆ ก็คือร่างกายของเ้าแย่เกินไป ใช้การไม่ได้น่ะสิ"
เยี่ยหลิงหลงแปลกใจไม่ได้โต้แย้งเสวียนอิ่ง วิชาของนางในตอนนี้ต่ำต้อยจริง ๆ พลังก็อ่อนแอยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงการให้เืกับอสรพิษดำตัวน้อยในระยะยาว แค่รับมือเยี่ยหรงเยว่ได้หรือไม่ก็ยังเป็ปัญหาอยู่เลย
หลังจากกลับไปครั้งนี้ เยี่ยหรงเยว่ต้องบากบั่นฝึกฝนวิชาอย่างหนัก และในต้นฉบับ นางก็เริ่มทิ้งห่างั้แ่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว พอถึงขอบเขตนี้ พลังของนางก็จะเพิ่มขึ้นรอบด้าน ส่วนสำนักเจ็ดดาราก็เริ่มทุ่มเททรัพยากรให้นางมากยิ่งขึ้น
"แล้วจะทำอย่างไรดี?"
เสวียนอิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้มาทะเลาะกับข้า แต่กลับถามข้าว่าจะทำอย่างไร? ดูท่าทางนางคงอยากแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ สินะ
"โชคดีที่เ้าอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว เ้าสามารถฝึกวิชาที่สอดคล้องกับรากิญญาของเ้าได้ พอดีรากิญญาไม้ของเ้าก็ตื่นแล้ว ไปฝึกวิชาหวนกำเนิดเถอะ พอเ้าฝึกสำเร็จ เ้านายของข้าก็น่าจะตื่นได้แล้ว!"
"วิชาหวนกำเนิดหรือ?"
"ที่หอตำราของสำนักชิงเสวียนมี เ้าไปที่หอตำราสักหน่อยในวันพรุ่งนี้"
วันรุ่งขึ้น เยี่ยหลิงหลงรีบวิ่งไปหาศิษย์พี่ใหญ่ แล้วเดินทางไปยังหอตำราของสำนักชิงเสวียนเป็ครั้งแรกภายใต้การนำทางของเขา
ต้องยอมรับว่า เช่นเดียวกับประตูใหญ่อันโอ่อ่าของสำนักชิงเสวียน หอตำราของสำนักก็กว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมยอดเขาทั้งลูก
ตึกหอตำรามีความสูงถึงเก้าชั้น แต่ละชั้นเต็มไปด้วยชั้นหนังสือ บนชั้นหนังสือมีตำราเป็จำนวนมาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่หนังสือนับไม่ถ้วน
นางจำได้ว่าในต้นฉบับมีการพรรณนาถึงหอตำราของสำนักเจ็ดดารา ซึ่งมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกเก็บตำราของผู้ที่มีระดับวิชายุทธ์ต่ำกว่าขอบเขตจินตาน ชั้นที่สองเก็บตำราของผู้ที่มีระดับวิชายุทธ์ั้แ่ขอบเขติญญาแรกกำเนิดขึ้นไป ส่วนชั้นที่สามเก็บคัมภีร์ลับเฉพาะของสำนักเจ็ดดารา ต้องได้รับอนุญาตจากเ้าสำนักจึงจะเข้าไปได้
ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าไปในชั้นที่สามได้ ถือเป็ศิษย์ชั้นยอดที่ได้รับการยอมรับจากสำนักเจ็ดดาราแล้ว
แม้แต่เยี่ยหรงเยว่เอง ก็ได้รับสิทธิ์ให้เข้าหอตำราชั้นสามของสำนักเจ็ดดาราหลังจากทะลวงขอบเขตจินตาน
แต่หอตำราของสำนักชิงเสวียน ศิษย์พี่ใหญ่พานางเข้ามาได้เลย โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่าทั้งสำนักชิงเสวียนเหมือนสำนักใหญ่ที่รุ่งเรืองที่สุดในอดีตซึ่งตกต่ำลงมา เพราะนอกจากจะไม่มีผู้คนและปราณิญญาแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานทั้งหมดของที่นี่ยังเหนือกว่าสำนักเจ็ดดาราซึ่งเป็สำนักอันดับหนึ่งอีกด้วย
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก หนังสือที่นี่มีจำนวนมากและหายากมาก เ้า้าแบบไหน ให้ข้าช่วยเลือกดีหรือไม่"
เผยลั่วไป๋พูดไปพลางดึงหนังสือสี่เล่มออกจากชั้นวาง ยื่นให้เยี่ยหลิงหลง
"สี่เล่มนี้เป็คัมภีร์วิชาธาตุไม้ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และคัมภีร์พื้นฐานตามลำดับ เหมาะสำหรับเ้าใช้เริ่มต้น เ้าลองดูสิ"
เยี่ยหลิงหลงรับหนังสือทั้งสี่เล่มมา เปิดอ่านคร่าว ๆ มันเป็คัมภีร์พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นจริง ๆ คำอธิบายค่อนข้างละเอียด เหมาะสำหรับเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยอย่างพวกนางมาก
"สี่เล่มนี้เ้าเอากลับไปอ่านก่อน ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามข้า ข้าจะสอนให้อีกรอบ"
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ"
เยี่ยหลิงหลงรับหนังสือทั้งสี่เล่มไว้ จากนั้นก็เดินลึกเข้าไปในหอตำรา
"ชั้นหนึ่งเก็บตำราพื้นฐานทั้งหมด ชั้นสองเก็บตำราขั้นต้น เมื่อเ้าเรียนรู้หนังสือทั้งสี่เล่มนี้แล้ว ข้าจะพาเ้าขึ้นไปหาหนังสือบนชั้นสอง"
"แล้วชั้นสามล่ะ?"
"ขอบเขตจินตานสามารถขึ้นชั้นสามได้ ขอบเขติญญาแรกกำเนิดสามารถขึ้นชั้นสี่ได้ ขอบเขตแปรเทวะสามารถขึ้นชั้นห้าได้"
"แล้วชั้นที่สูงกว่าชั้นห้าล่ะ?"
"ขึ้นไปไม่ได้"