ตอนที่8
ช่วยยืนยัน
หลังจากวันนั้นทิมที่สงสัยว่าแป้งจะใช่คนเดียวกันกับแป้งที่เขารู้จักมั้ย ก็ได้ชวนเพื่อนๆสมัยนั้นมาที่ออฟฟิศ เขา้ามั่นใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวว่าเหมือนในขณะที่ทุกคนนั่งคุยกันอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกแป้งที่ไปกินข้าวเที่ยงด้านนอกก็เดินเข้ามาพอดี เธอเห็นผู้ชายอีก 3 คนนั่งคุยกับทิมอยู่เธอจึงยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีก่อนจะเดินเข้าไปด้านในเพื่อทำงานต่อ
ทิม : เดี๋ยวแป้ง พี่จะแนะนำให้รู้จักนะเป็เพื่อนพี่เองสมัยเรียนมัธยม (เน้นคำนี้มาก) นิไม้ นาคร และแว่นนะ
แป้ง : (ยิ้มอย่างไร้เดียงสา) สวัสดีค่ะ
ทิม : พวกเขาก็เป็เพื่อนที่มาร่วมรายการบ่อยๆอีกหน่อยคงได้เจอกันถี่กว่านี้แหละนะ
แป้ง : เข้าใจแล้วค่ะ (ส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนเดินกลับเข้าห้องไป)
หลังจากที่ทุกคนมองเห็นว่าเธอเดินเข้าห้องไปแล้ว ก็เริ่มคุยกัน
ทิม : พวกมึงว่าใช่มั้ย?
ไม้ : เหมือนมากว่ะ แต่มีบางอย่างแตกต่างออกไป
แว่น : ใช่..แตกต่างไปมาก
ทิม : ดูท่าทางไม่เหมือนเดิมเลยใช่ม่ะ แถมจำพวกเราไม่ได้อีก
ไม้ : กูไม่คิดเลยนะเว้ยว่า....
ทิม : (ลุ้นกับคำพูดของไม้) ว่าอะไร?
ไม้ : ว่าโตแล้วจะสวยขนาดนี้ ทั้งรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ครบหมดไม่ค่อยเหมือนตอนเด็กเท่าไหร่
แว่น : ใช่..ตอนนั้นกะโปโลมาก ตอนนี้ผมยาว ดูเป็ผู้หญิงหวานๆ มาก
นาคร : เห็นแล้วปิ๊งเลยอ่ะ
ทิม : เดี๋ยวดิพวกมึง กูให้มาดูว่าใช้แป้งจริงๆ รึเปล่าไม่ใช่ให้มาหม้อน้องเขา
ไม้ : อ่าว..นิยังหวงอยู่เหรอ มีน้องนิด้าแล้วนิ คนนี้ก็ให้เพื่อนสิ
ทิม : ใช่ที่ไหน เขาจิ้นกันไปเองทั้งนั้น ไม่ได้เป็แฟนกันสักหน่อย
นาคร : กูเบื่อพวกดารามากเลยไอ้ความสัมพันธ์แบบเกินเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนเนี้ยต้องขนาดไหนวะถึงจะพูดว่าเป็แฟนกันได้
ทิม : นิด้าไม่เคยบอกว่าคบกับกูนะไม่เคยพูดด้วยว่าชอบกูหรือพิเศษกว่าคนอื่น
ไม้ : แล้วมึงอ่ะ เขาก็พิเศษกับมึงไม่ใช่เหรอไม่งั้นจะคอยตามรับส่งเขาบ่อยๆ แบบนี้ทำไมหรือว่าเพราะได้ของใหม่แล้วเลยลืมของเก่า
ทิม : พวกมึงนิพูดอะไรไปกันใหญ่กูแค่ให้มาช่วยยืนยันว่าใช่แป้งรึเปล่า มึงโยงอะไรไปเรื่อยนิ
นาคร : มึงไม่ถามเขาตรงๆ ล่ะ บางทีอาจแกล้งทำเป็ไม่รู้จักก็ได้นะ
แว่น : หรือมึงหล่อขึ้นมากจนเขาจำไม่ได้วะ
ทิม : แล้วมึงคิดว่าน้องเขาดูจำพวกมึงได้รึเปล่าล่ะ
แว่น : กูก็อ้วนขึ้นเยอะนะ ไม่เพรียวเหมือนสมัยนั้นนาครก็เริ่มหัวล้านแล้วอาจดูเปลี่ยนไป แต่ไอ้ไม้นิมันก็ยังดูคงที่อยู่นะแถมตอนนั้นเหมือนแป้งจะชอบไอ้ไม้ด้วยสิ แต่ท่าทางเหมือนจำกันไม่ได้เลยจริงๆมันก็แปลกอยู่นะ
ไม้ : กูว่าถ้าไม่แกล้ง ก็อาจเกิดอะไรขึ้นกับน้องเขาก็ได้นะเช่น....แบบ...ความจำเสื่อมเงี้ย
สิ่งที่ไม้พูดมันค่อนข้างตรงกับที่ทิมคิดเกิดอะไรขึ้นกับแป้งในตอนนั้นแน่ๆ เธอถึงจำเขาไม่ได้เลยแบบนี้ความจำเสื่อมอย่างนั้นเหรอ
ทิม : ถ้าเป็แบบนั้น แล้วกูต้องทำยังไงล่ะว่ะ
ไม้ : ก็ไม่ต้องทำอะไรนิ มึงอยากให้เขาจำมึงได้งั้นเหรอ เพื่ออะไร? อยากคบกันงั้นเหรอ? 12 ปีแล้วต่อไม่ติดแล้วแหละมึง ตอนนี้น้องเขาอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ได้นะมึง
คุยกันสักพักเพื่อนก็กลับไป ทิมยังคงติดใจกับคำพูดที่ว่า“อยากให้เขาจำมึงได้งั้นเหรอ เพื่ออะไร?” เขาคิดว่าก็จริงอย่างที่ไม้ว่าแต่เขาก็ยังอยากรู้ว่าทำไมแป้งจึงจำเขาไม่ได้อยู่ดี จนเย็นวันนั้นน้ามารับแป้งเหมือนเคย ทั้งที่ไม่ได้เลิกดึก แต่เธอก็ยังคงมารับมาส่งแป้งอยู่บ่อยๆราวกับไม่กล้าปล่อยให้ไปไหนมาไหนคนเดียว น้าแพรเดินเข้ามารอด้านใน่ที่แป้งยังทำงานไม่เสร็จ พอดีกับที่วันนั้นทิมอยู่ที่ออฟฟิศทั้งวันพอเธอเห็นทิม จึงขอคุย ทิมจึงพาน้าแพรไปที่ห้องทำงาน
ทิม : น้าแพรใช่ไหมครับ?
แพร : ใช่ค่ะ เป็น้าของแป้งค่ะ
ทิม : มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?
แพร : คุณทิมเคยรู้จักแป้งมาก่อนใช่ไหมคะ
ทิม : เอ๊ะ!..... ถึงจะถามแบบนั้นผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับว่าแป้งใช่คนที่ผมรู้จักรึเปล่า เพราะดูแล้วเหมือนเธอจะไม่รู้จักผม
แพร : น้าจะเล่าให้ฟังนะคะ แป้งได้รับอุบัติเหตุอย่างหนักเมื่อ 12 ปีก่อน ่ที่เธอเรียน ม.3 เธอสูญเสียพ่อแม่รวมถึงความทรงจำด้วย ทำให้เธอไม่สามารถกลับไปเรียนหนังสือได้หมอแนะนำว่าอยากให้เธอพยายามนึกเื่เก่าเพราะจะยิ่งทำให้สมองของเธอทำงานหนักมากขึ้นดังนั้นน้าจึงต้องพาเธอไปอยู่ญี่ปุ่นด้วยเพื่อไม่ให้เธอนึกถึงความหลังที่เคยมีตอนอยู่ที่นี่ (เดินเข้ามาใกล้ๆ ทิม)คุณทิมคะ ถือว่าน้าขอร้องนะคะ ถ้าเคยรู้จักกัน อย่าพยายามหรือเผลอทำอะไรที่ทำให้เธอต้องนึกถึงอดีต เพราะถ้าอาการกำเริบ เธอก็จะกลับไปจำอะไรไม่ได้อีกครั้ง
ทิมที่ฟังเื่ราวและก็ใ แป้งคงเจออะไรมามากมายสินะเขาเห็นเธอใช้ชีวิตได้ปกติ หัวเราะ ยิ้ม และก็ทำงานอย่างไม่มีปัญหาไม่คิดว่าเธอจะเปราะบางขนาดนี้ เขาจึงได้แต่ตอบรับสิ่งที่แพรขอร้อง
“เข้าใจแล้วครับผมจะไม่พูดถึงเื่อดีตที่เคยรู้จักเธอ”
หลังจากได้ฟังเื่ราวทุกอย่างทิมก็เริ่มมั่นใจว่าเป็แป้งคนเดียวกันกับที่เขาเคยรู้จักคงเกิดเื่ขึ้นมากมายในตอนนั้นทำให้เธอลืมทุกอย่างแม้ว่าความรู้สึกในตอนนั้นมันไม่ได้ลึกซึ้งขนาดที่ว่าต้องจดจำแต่มันก็ยากที่จะลืมสำหรับเขา ความรักในวัยเด็กที่ผ่านมาถึง 12 ปี ต่างคนก็คงต่างไปเติบโตและใช้ชีวิตของตัวเองจากนี้ทิมคิดว่าเขากับแป้งก็คงจะเป็เพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันความรักในสมัยอดีตนั้น คงจะปล่อยให้มันหายไปพร้อมกับความทรงจำของแป้งและเก็บความรู้สึกดีๆ ใน่เวลานั้นไว้เพียงฝ่ายเดียว
แป้งก็มาทำงานตามปกติทุกวันโดยตอนเช้าน้าแพรจะมาส่งและตอนเย็นมารับ น้าแพรซื้อขนมและของฝากมาให้เป็ประจำบางวันก็ทำกับข้าวมานั่งกินด้วยกันตอนเช้าบางที่เย็นก็ซื้อหมูกระทะมานั่งกินกันจนสุดท้ายน้าแพรก็สนิทกับพี่เกศและโจที่อยู่ออฟฟิศบ่อยๆ ไปโดยปริยาย ส่วนพี่เก๋เป็ผู้จัดการส่วนตัวจึงต้องตามทิมไปทำงานข้างนอกบ่อยๆไม่ค่อยได้อยู่ที่ออฟฟิศเท่าไหร่จึงไม่ได้คุยกันมากนักเช่นเดียวกับทิมวันนี้น้าแพรซื้อแหนมเนืองมากินกันตอนเย็น ทุกคนต่างมานั่งกินกันที่ห้องครัว
หลังกินเสร็จเด็กๆอย่างโจกับแป้งก็เอาจานไปล้าง เกศกับน้าแพรก็ออกไปนั่งคุยกันที่ด้านนอกเกศที่สงสัยกับความหวงหลานของแพรจึงได้เอ่ยถาม
เกศ : ดูเป็ห่วงน่าดูเลยนะคะ หลานคนเดียวเหรอคะ?
น้าแพร : ใช่ค่ะ พ่อแม่แกเสียจากอุบัติเหตุ แกก็าเ็หนักเจอเื่ร้ายๆ มาเยอะ เลยทำให้แกไม่ค่อยปกติน่ะค่ะ
เกศ : เอ๊ะ! เหรอคะ? แต่แป้งดูปกติมากเลยนะคะ
น้าแพร : ก็จะมีปัญหาเื่ความจำนิดหน่อยค่ะถ้าพยายามนึกถึงเื่ที่ลืมไปแล้วจะปวดหัวค่ะ ยังไงก็ฝากคุณเกศช่วยดูแลหน่อยนะคะถ้าเกิดปัญหาในการทำงานยังไง แจ้งมาที่น้าแพรได้เลยถ้าแกทำไม่ไหวจะให้ออกก็ไม่มีปัญหาค่ะ ตอนแรกไม่คิดว่าจะให้แกทำงานแต่ถ้าจะให้อยู่บ้านไม่มีเพื่อนเลยก็สงสารอาจจะดูแปลกหน่อยนะคะที่ต้องคอยมาดูแลคนที่อายุเกือบจะ 30 แล้วแบบนี้ มันอดห่วงไม่ได้น่ะค่ะ
ในจังหวะนั้นทิมก็เดินเข้ามาพอดี เห็นเกศกับน้าแพรกำลังนั่งคุยกันอยู่ก็ทักทายและก็เดินเข้าครัวไปเพื่อหาน้ำดื่มและเขาก็เห็นโจกับแป้งที่กำลังช่วยกันล้างจานอยู่เหมือนพวกเขากำลังคุยกันอย่างถูกคอ พูดไปหัวเราะไป จนเห็นทิมเดินเข้ามา
โจ : พี่ทิมวันนี้เข้าด้วยเหรอครับ เย็นป่านนี้แล้ว
ทิม : อืม....
ทิมตอบโจแต่กลับหันไปมองหน้าแป้งก่อนจะไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำดื่มและเดินขึ้นชั้นบนไป โจมองตามแบบงงๆว่าเขาเป็อะไรทำไมทำท่าเหมือนไม่ค่อยพอใจ
โจ : อะไรของพี่เขาเนี้ย หรือจะโดนลูกค้ามา
ทิมที่รู้สึกไม่ค่อยชอบที่แป้งกับโจดูสนิทสนมกันมากเกินไปแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงหรือหวงแป้งได้ และพอมีความรู้สึกหึงแป้งเขาก็นึกถึงนิด้าขึ้นมาทันที
“อย่าเป็คนแบบนี้สิวะไอ้ทิม เจอเก่าลืมใหม่เจอใหม่ลืมเก่า”
เขาพยายามเตือนสติตัวเองให้หยุดคิดถึงเื่เมื่อ12 ปีก่อน และตั้งใจมีความรัก กับคนปัจจุบันถึงแม้จะยังไม่สามารถเรียกเธอคนนั้นว่าคนรักได้ก็ตาม