"คนบ้า!" มือบางจับเข้าที่ใบหน้าตนด้วยความเขินอาย ไม่นึกว่าบุรุษตรงหน้าจะแกล้งเธออีกแล้ว
เฟิงฉินหยิบถ้วยอาหารมาไว้ในมือ ก่อนเขาจะค่อยๆป้อนเธอทีละคำ เขาไม่เคยแม้แต่จะทำอะไรเช่นนี้มาก่อนมันคือความแปลกใหม่มิใช่น้อยที่เขาดูแลนางเป็อย่างดี
แต่เมื่อถึงเวลาเช็ดตัวเฟิงฉินกลับเรียกให้มู่กวามาเช็ดตัวให้ ร่างสูงเดินออกมาด้านนอกด้วยเสื้อรับรองสายตาคมมองไปโดยรอบเหล่าทหารที่อยู่ใต้อาณัติเขาต่างทำหน้าที่กันขยันขันแข็ง
ก่อนจะก้าวออกไปจากตำหนักเพื่อไปทำสิ่งที่ต้องสะสางให้เสร็จ
"คิดถึงท่านพี่มากเลยเ้าคะท่านตา" ซิงอีน้อยกล่าว ชายชราเพียงบอกหลานของตนว่านางจะต้องปลอดภัย เหตุผลที่ชายชราให้เค่อฉิงเดินทางออกจากป่าเพราะนางคือสตรีที่ต้องเดินตามทางของนาง ฐานันดรที่แท้จริงของนางนั้นต้องทำให้ทุกแคว้นต้องสั่นะเื
แต่ด้วยองค์หญิงสี่นางหายตัวไปถึงสามปีแต่ด้วยเหตุการณ์ที่นางหายตัวไปยังเป็ปริศนาจึงมิรู้ว่าสตรีผู้ถูกเนรเทศมีชีวิตอยู่หรือตาย
จนเมื่อข่าวคราวของการชิงบัลลังก์ในแคว้นชิงหลงเกิดขึ้นาภายในได้ประทุหลังจากจักพรรดิองค์ปัจจุบันสิ้นพระชน แต่ชายชราปี๋จื่อมิคิดเลยว่าคนที่ขึ้นครองราชบัลลังก์กลับเป็องค์ชายสามซีซวน แน่นอนว่าการขึ้นครองบัลลังก์ในครั้งจะพลิกชะตาขององค์หญิงผู้ถูกเนรเทศ
ทางด้านฉินหลงหลังจากถึงเมืองหลวงจึงรีบตรงไปด้านในวังทันที เสียงถกเถียงกันของเหล่าขุนนางด้านในห้องโถงดังขึ้นเพียงเข้ามาด้านในด้วยความเร่งรีบของรองแม่ทัพฉิงหลง
"ถวายบังคมพ่ะน่ะคะฝ่าา"
"เ้ามีเหตุอันใดทำไมถึงรีบร้อนเช่นนี้?"
ฉินหลงจึงกล่าวทูลฮ่องเต้จิ่งฉา หลังจากกล่าวจบเสียงพูดคุยของเหล่าเสนาบดีก็ดังขึ้น
"มันจะเป็ไปได้ยังในเมื่อแควันหยางิมิมีตัวขององค์หญิงสี่แม้แต่น้อย" เสนาบดีขวาหลี่ฟู่กล่าว
"หากมันเป็เช่นที่ท่านว่ามาแคว้นชิงหลงก็คงมิส่งคนมาตามหาองค์หญิงสี่" ฉินหลงมองพวกเสนาเฒ่าที่วันๆเอาแต่อยู่กันในกระดองมิรู้เลยว่าหายนะกำลังจะมาถึงแคว้น
กงซู่เฒ่าที่กำลังคิดแผนบางอย่างใบหน้าแก่ชรานิ่งมองการสนทนาของเหล่าเสนาคนอื่น ๆ
"ถ้าหากมันเป็เช่นที่รองแม่ทัพกล่าวมาแคว้นต่อไปที่ต้องรับเคราะห์คือแคว้นของข้างั้นหรือ" ฮ่องเต้จิ่งฉากล่าว
"แต่ถ้าหากหาองค์หญิงสี่เจอแล้วอย่างไรจะส่งนางให้แคว้นชิงหลงเลยหรือสู่ดีให้องค์หญิงสีอภิเษกกับฮ่องเต้มิดีกว่าหรือ?" เสนาบดีกงซู่กล่าวออกมาเหล่าเสนารอบๆต่างเห็นชอบด้วยเช่นกัน
"นี่ท่านจะบ้าหรือคิดจะให้องค์หญิงสี่เป็ผู้เชื่อมกลางความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นแล้วนางจะอยู่ในถานะใดเล่าหากต่ำกว่าสนมเอกข้าเกรงว่ามันจะเกิดผลเสียมากกว่าไมตรี" ฉินหลงมองไปยังเสนาบดีกงซู่ ทางด้านฮ่องเต้จิ่งฉาเห็นชอบกับรองแม่ทัพนั้นทำให้กงซู่เฒ่ามิชอบใจนัก
หลังจากนั้นไม่นานข่าวการตามหาสตรีนางนึงก็ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งแคว้นรวมถึงแคว้นข้างเคียง
จนเวลาผ่านไปสามวันเค่อฉิงที่รักษาตัวจนใกล้จะหายดีแล้ว แต่เธอต้องนอนกับบุรุษข้างๆตลอดหลายวันเขามักจะมาตอนกลางดึกโดยที่เธอมิรู้ตัวด้วยซ้ำ
เสียงหายใจรดต้นคอใจของเธอเต้นไม่เป็จังหวะถึงอย่างไรนางก็มิชินกับบุรุษที่โอบกอดนางเสียที เฟิงฉินที่รู้ว่าสตรีในอ้อมกอดตื่นแล้วเขาก็แกล้งหยอกเย้านางเช่นเดิม ไม่นานมานี้เขารู้ว่าตนเองชอบรังแกสตรีในอ้อมแขนเสียเหลือเกินมันแทบจะเป็กิจกรรมยามว่างเลยก็ว่าได้
หลังจากแม่ทัพผู้ชอบขโมยกอดนางออกไปมู่กวาก็ทำหน้าที่ของนางต่อด้วยใบหน้าอันนิ่งเรียบ
"คุณหนูรักท่านแม่ทัพหรือเ้าคะ"
เค่อฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นเธอสายหน้าทันทีก่อนจะอธิบายว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเป็เพียงเชลยกับเ้านายเท่านั่น
แต่มู่กวานางก็มิได้เชื่อเพราะแม่ทัพผู้นี้มาหลับนอนกับคุณหนูของนางเสียหลายคืน
เค่อฉิงที่มิได้มีอะไรแก้ตัวเธอเพียงบอกปัดไปเท่านั้น มู่กวาที่เห็นเช่นนั้นนางก็อมยิ้มออกมากับความน่ารักของคุณหนูของนาง ถึงแม้จะมิได้รับใช้มาั้แ่เกิดแต่นางรู้ได้เลยว่าคุณหนูของนางเป็สตรีที่ปากอย่างใจอย่างดื้อรั้นเกินใครรวมไปถึงนิสัยที่ชอบช่วยเหลือผู้คนที่นางััได้จากสายตาอันอ่อนโยนมันมิใช่การเสแสร้งแต่มันคือการแสดงออกที่แท้จริง
ทางด้านซีอันและแม่ทัพิที่มาถึงแคว้นหยางิพวกเขาเข้ามาด้านในเมืองได้แล้วโดยให้ทหารและองค์รักษ์รอดูสถานะการอยู่ด้านนอกเมือง แม่ทัพิมองไปโดยรอบจนแฝงตัวมาในคราบขอทานรวมถึงองครักษ์ซีอัน ทั้งสองรอบเข้าเมืองแต่การที่จะเข้าไปด้านในวังหลวงด้านในมิใช้เื่ง่ายทหารของแคว้นจินหลงที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยมีทหารในทุกๆรัศมีสิบห้าเมตรคอยรักษาการมิห่าง ด้วยเหตุบางอย่างมีผู้พบศพทหารที่ถูกฆ่าตาย เวรยามจึงได้เพิ่มเป็สองเท่า..
จบตอน..