“มีของมาส่งแล้วนะ” ธาราเดินเข้าไปบอกแฟนหนุ่มในห้องด้วยใบหน้าชื่นมื่นพร้อมยื่นกล่องพัสดุใหม่เอี่ยมให้เขาทางชายหนุ่มถึงกับวางดินสอในมือลงยื่นมือมารับกล่องไปโดยพลัน ดวงตาของเขาเป็ประกายจ้องมองกล่องในมือไม่วางตา
ไม่รอช้าให้เสียเวลา ไทม์จัดการแกะห่อพัสดุออกอย่างรวดเร็วรอยยิ้มกว้างผุดเผยขึ้นมาบนใบหน้าของเขาเมื่อชายหนุ่มได้ยลโฉมและััสิ่งของล้ำค่าที่สุดในชีวิตของตน แท็บเล็ตและเมาส์ปากกาสำหรับงานวาดรูปอุปกรณ์สำคัญที่นักวาดหลายคนขาดไม่ได้
“ว้าว!”ธาราอุทานออกมาพร้อมกับดวงตาที่เป็ประกายเช่นกัน เธออดยิ้มตามด้วยไม่ได้ สำหรับหญิงสาวแล้วสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมในหัวใจมากที่สุดคงไม่พ้นการได้เห็นคนรักมีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือกแม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายผ่อนซื้อรายเดือนเพิ่มก็ตามแต่เพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา เธอก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่
ทว่าก็มีบางสิ่งที่ธาราอดรู้สึกกังวลด้วยไม่ได้ย้อนกลับไปั้แ่คนทั้งสองย้ายมาอยู่ด้วยกัน พวกเขาตกลงกันว่าจะแบ่งเงินคนละครึ่งมาเป็กองกลางไว้สำหรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนไม่ว่าจะเป็ค่าเช่าอะพาร์ตเมนต์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน และรายจ่ายจิปาถะอื่นๆ แต่เนื่องด้วยความที่เงินเดือนไม่เท่ากันไทม์จึงเป็ฝ่ายที่ต้องคิดหนักเื่เงินมากที่สุด พอหักค่าใช้จ่ายส่วนกลางไปเงินในแต่ละเดือนสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวของชายหนุ่มนั้นจึงเหลือไม่มาก พอมามีภาระค่าผ่อนแท็บเล็ตนี้เพิ่มอีกก็ยิ่งน่าเป็ห่วง
ธาราได้เคยเสนอช่วยจ่ายไปแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า มันเป็หน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ หญิงสาวจำใจยอมรับคำปฏิเสธของเขาแต่เธอก็ยังอยากช่วยแบ่งเบาภาระนี้อยู่ดี ธาราจึงคิดวิธีช่วยแบบทางอ้อม นั่นคือการหาช่องทางรายได้เสริมมาช่วยเขาลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ซึ่งตอนนี้เธอกำลังศึกษาหาแนวทางที่เป็ไปได้อยู่
หลังจากที่ไทม์ได้มีอุปกรณ์วาดเขียนอันทรงพลังสมใจเขายิ่งหมกมุ่นอยู่กับการวาดรูปหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถึงขนาดพกแท็บเล็ตนี้ไปทำงานด้วยเรียกได้ว่า ทุ่มเทสุดตัวจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันและรวมไปถึง...ไม่เห็นคนรักที่คอยอยู่ข้างๆด้วย
“หนุ่มน้อย เค้าเตรียมชาบูรอไว้แล้ว ไปกินกันเถอะ”หญิงสาวเดินเข้ามาจุ๊บหน้าผากคนรักพร้อมกับเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“เห? ทำชาบูเหรอ?” มือที่กำลังวาดรูปอยู่หยุดชะงัก น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความประหลาดใจสีหน้าของเขาดูสับสนไปชั่วขณะ
“ใช่จ้า” ธาราส่งยิ้มน้อยๆ ให้เขา ไม่ผิดคาดที่ชายหนุ่มแสดงปฏิกิริยาออกมาเช่นนี้แต่การเลือกทำชาบูของเธอนั้นมีเหตุผลสำคัญซ่อนเอาไว้อยู่...
แต่ก่อน ่มื้อเย็นพวกเขาจะนั่งรับประทานอาหารด้วยกันตลอดได้พูดคุยเื่สัพเพเหระ บางครั้งก็ได้ช่วยกันทำอาหาร เป็่เวลาสุดแสนพิเศษที่เต็มไปด้วยรสชาติหลากหลายอารมณ์ไม่ว่าจะเป็ยิ้มแย้มหัวเราะด้วยกันหรือแม้กระทั่งอารมณ์โศกเศร้าร้องไห้ พวกเขาก็ใช้่เวลานี้ในการเยียวยาปลอบใจกันและกันนับว่าเป็่เวลาที่อบอุ่นน่าหวงแหน
ทว่ามันกลับค่อยๆ เลือนจางหายไป เมื่อชายหนุ่มหันไปทุ่มเทอย่างหนักกับเป้าหมายในอนาคตเขามุ่งมั่นถึงขนาดไม่ยอมลุกจากโต๊ะเพื่อมาทานอาหารเย็น ทุกวันนี้จึงกลายเป็หน้าที่ของธาราที่จะต้องถือจานอาหารไปเสิร์ฟให้ถึงที่
ธารานั่งกินข้าวเย็นคนเดียวมาได้หลายเดือนแล้วฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารมีเพียงเก้าอี้ที่ว่างเปล่า ไม่มีเ้าของรอยยิ้มและสายตาอบอุ่นนั่งอยู่อย่างที่เคยเป็มามันรู้สึกโหวงเหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก เธออยากให้คนรักช่วยเจียดเวลามารื้อฟื้นบรรยากาศของวันวานนั้นอีกเพียงครั้งเดียวเธอก็พอใจแล้ว และนี่จึงเป็เหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจทำชาบูในวันนี้
ไทม์นิ่งเงียบไป เขามองสลับไปมาระหว่างคนรักและหน้าจอแท็บเล็ตที่วาดยังไม่เสร็จเขาครุ่นคิดอยู่กับตัวเองชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมา
“งั้นที่รักช่วยตักใส่ถ้วยมาให้เราได้ไหม?”คำถามของชายคนรักทำให้เธอเผยรอยยิ้มมุมปากบางๆ เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความฝืนแววตาของหญิงสาวสะท้อนอารมณ์แห่งความเศร้าและผิดหวังออกมาแต่ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็คงไม่รู้หัวใจของเธอสั่นหวิวเหน็บหนาวขึ้นมาแปลกๆ ความตั้งใจของเธอล้มครืนอย่างไม่เป็ท่า
“...ได้” เสียงธาราสั่นเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง ร่างบางนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะอาหาร ดวงตาของเธอพลันร้อนผ่าวขึ้นมาหญิงสาวพยายามแหงนเงยหน้าไม่ให้น้ำตาไหลแต่ก็ห้ามไว้ไม่ทันเสียแล้วทำไมเธอถึงร้องไห้นะ การที่เขาใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับความฝันมันก็ดีมากแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงรู้สึกแย่แบบนี้ เธอกำลังเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า?คำถามมากมายผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้จบจนยุ่งเหยิงและพาให้รู้สึกอึดอัดไปหมด
หญิงสาวปล่อยให้ตนเองจมดิ่งไปกับความเศร้าเพียงครู่เดียวก่อนจะเช็ดน้ำตาสูดหายใจเข้าลึก ฉีกยิ้มให้กับตัวเองในกระจก แล้วตักชาบูใส่ถ้วยยกไปเสิร์ฟให้คนรักการได้เห็นรอยยิ้มตอบรับจากเขาคงจะช่วยบรรเทาความอึดอัดนี้ออกไปบ้างเธอหวังไว้แบบนั้น แต่สุดท้ายก็เป็การหวังแบบลมๆ แล้งๆ ไทม์รับถ้วยจากเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยสายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่หน้าจอตลอดเวลา
ธาราย้ายตัวเองไปนั่งอยู่บนเตียง ส่งแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโหยหาและห่วงใยไปให้คนรักเธอปล่อยให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านได้ไม่นานก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เธอต้องหาวิธีแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้เขาแล้วก็นั่นแหละ เื่ของชายหนุ่มยังคงมาก่อนเสมอเหนือสิ่งอื่นใด
ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า ธาราหยิบโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ขึ้นมาค้นคว้าหาข้อมูลที่น่าสนใจทันที
ณ เวลานี้ คนทั้งสองได้จมจ่อมอยู่กับโลกของตัวเองคนละมุมธาราเงยขึ้นมาจากหน้าจอชำเลืองมองคนรักเป็บางครั้ง เธออดรู้สึกไม่ได้เลยว่าบรรยากาศภายในห้องนอนเล็กๆแห่งนี้มีแต่ความเงียบเหงาไม่ต่างอะไรกับการอยู่อย่างอ้างว้างคนเดียวเท่าใดนักหญิงสาวทำได้เพียงยิ้มหยันให้กับตัวเอง
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองยังคงดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยๆ ความรักที่เธอมอบให้เขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงและไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด การสนับสนุนและคอยให้กำลังใจอยู่ข้างกายคนรักทำให้ธารามีความสุขทว่าในขณะเดียวกัน ในใจลึกๆ นั้นหญิงสาวเองก็อยากให้เขาหันมาใส่ใจและทำอะไรตอบแทนเธอบ้างแต่มันจะดูเห็นแก่ตัวเกินไปไหมนะ? ความรู้สึกอึดอัดภายในอกของธาราเริ่มทวีคูณขึ้นทุกวันจนความคิดภายในหัวสับสนยุ่งเหยิงเต็มไปหมด
“ที่รักช่วยอะไรเค้าสักอย่างหน่อยได้ไหม?” ธาราเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงออดอ้อนหลังจากที่เขารับประทานอาหารเย็นเสร็จ
“มีอะไรเหรอ?” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“วาดรูปให้เค้าสักรูปหน่อยสิ รูปอะไรก็ได้ น่ารักๆ” หญิงสาวก้าวตรงไปกอดคนรักจากทางด้านหลังริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายของเธอจับจ้องไปยังเขา
“เห?” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม สีหน้าของไทม์เต็มไปด้วยคำถามดูเหมือนว่า คำขอของเธอกำลังทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน เมื่อเห็นท่าทีดังนั้นธาราจึงรีบอธิบายต่อ
“พอดีว่าเค้าจะออกแบบปกสมุดวางขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศน่ะถ้าเป็รูปวาดของเธอเราว่า มันจะต้องขายดีมากแน่ๆ” หญิงสาวแจกแจงด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจหลังจากที่เธอลองไปค้นหาข้อมูลดูแล้ว นี่เป็หนึ่งในอาชีพเสริมที่น่าสนใจไม่น้อยเราทำหน้าที่เพียงดีไซน์หน้าปกสมุดขาย ถ้ามีคนคลิกซื้อทางแพลตฟอร์มจะเป็คนทำรูปเล่มขึ้นมาเองพร้อมส่งให้ลูกค้าถึงที่ นั่นเท่ากับว่าเราไม่ต้องเสียเงินลงทุนอะไรเลย นอกจากใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบเท่านั้นแต่เหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ผลงานของไทม์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ หญิงสาวเชื่อมั่นเหลือเกินว่าคงจะสร้างฐานลูกค้าได้ไม่ยาก
“อืม...เอาไว้วันหลังก็แล้วกันนะ ตอนนี้เรายังไม่พร้อม ไม่มีเวลาน่ะ”ทว่าคำตอบจากเขากลับผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ รอยยิ้มของธาราเจื่อนลงถนัดตา กลายเป็เธอเองที่เริ่มทำตัวไม่ถูก
“อะ...อ๋อ! นั่นสินะ...โอเค” หญิงสาวกระอึกกระอักตอบกลับเสียงแ่ แม้ภายในใจของเธอจะไม่โอเคอย่างที่ว่าก็ตามธาราพยายามปั้นยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่กลับดูไม่เป็ธรรมชาติเอาเสียเลย ดวงตาของเธอพลันร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
หญิงสาวรีบหันหลังกลับเดินตรงไปยังเตียง ใบหน้ารู้สึกชาไปหมดแต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็เลือกที่จะเคารพการตัดสินใจของไทม์ เธอน่ะทำถูกต้องแล้วธาราเพราะนี่เป็ผลงานของเขา ถ้าเ้าของผลงานไม่อนุญาตก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ไม่ควรน้อยใจเขานะหญิงสาวพร่ำบอกตนเองในใจซ้ำๆ
ธาราอนุญาตให้ตนเองอ่อนแอได้ไม่นานเธอก็กลับมาสูดหายใจเข้าออกลึกเรียกสติตนเองให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน หญิงสาวหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดก่อนจะลองออกแบบหน้าปกเล่นๆ ในฉบับของตัวเอง แล้วเธอก็ได้ค้นพบว่าการออกแบบอะไรสักอย่างนั้นเป็เื่ท้าทายเป็อย่างมากในฐานะคนธรรมดาที่ไม่มีหัวทางด้านศิลปะอย่างเธอธาราออกแบบไปขมวดคิ้วไป ยิ่งทำยิ่งเครียด ทีตอนชายหนุ่มวาดทำไมถึงดูเหมือนง่ายนะ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ
แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอได้พยายามเค้นความเป็ศิลปะของตัวเองอย่างสุดความสามารถจนออกแบบปกสมุดลงเว็บไปมากกว่า 20 ผลงานแล้ว ทว่าจนแล้วจนรอดผลงานของเธอกลับขายไม่ออกเลยแม้แต่สักชิ้นเดียวกำลังใจของหญิงสาวถูกบั่นทอนลงทุกวันจนแทบไม่เหลือแล้ว ธาราเริ่มยิ้มไม่ออกใบหน้าของเธอในแต่ละวันมีแต่ความเคร่งเครียดดูหม่นหมอง ต้องทำอย่างไรต่อดี? เธอเหนื่อยเหลือเกิน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แงT_T ถึงเวลาสารภาพตอนแรกตั้งใจจะเขียนแนวน่ารักๆ แบบว่า เอ้อ! พักสมองกันเถอะ มาแนวผ่อนคลายบ้างไรบ้าง แต่พอเขียนไปเขียนมาก็ตามที่เห็นนี่แหละค่ะเพลียตัวเอง5555