เมื่อทุกคนขึ้นมาบนเรือนก็พบกับศาลาขนาดย่อมตั้งตระหง่านอยู่กลางตัวเรือนถ้าเป็สมัยโบราณ ศาลาขนาดเล็กที่ตั้งตระหง่านกลางเรือนนี้จะมีไว้สำหรับนั่งกินข้าวนั่งทำงานต่างๆ สารพัด และยังใช้เป็ที่สำหรับนั่งเล่นของเ้าของเรือนอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็ศาลาเอนกประสงค์เลยก็ว่าได้
“คุณๆ เลือกห้องได้เลยนะคะทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องครัวอยู่ด้านล่าง คุณผู้ชายให้คนเตรียมอาหารสดแช่ตู้เย็นไว้แล้วค่ะทุกเช้าส้มเช้งและเด็กในบ้านสองสามคนจะขึ้นมาทำความสะอาดที่เรือนนี้ถ้ามีอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะคะ” ส้มเช้งรายงาน
“ขอบคุณมากนะคะ ป้าส้มเช้ง” เมขลาหันมาขอบคุณอย่างมีมารยาทส้มเช้งถูกชะตากับนายหญิงคนนี้เธอดูอ่อนโยนและเป็คนมีน้ำใจ แต่แสดงอาการแข็งกร้าวเป็ปฏิปักษ์เฉพาะกับคนที่เธอไม่ถูกชะตาด้วยโดยเฉพาะกับคุณรัศมีและคุณเรืองริน เพราะน้ำใสใจจริงนายหญิงคนนี้เป็คนดี ซึ่งสาวใช้นามว่าส้มเช้งมั่นใจเหลือเกินอันที่จริงส้มเช้งก็อยู่รับใช้คุณเมขลากับคุณมินตราทันก่อนที่คุณประไพจะออกจากบ้านใหญ่ไปจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสองพี่น้อง ทุกคนกวาดตามองไปทางห้องแต่ละห้องบนเรือนที่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างพอเหมาะพอดีส้มเช้งเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วส้มเช้งขอตัวไปตึกใหญ่ก่อนนะคะ”
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ส้มเช้งไปเถอะจ้ะ”มินตรารีบบอกให้ส้มเช้งกลับตึกใหญ่เพราะกลัวจะรบกวนเวลาการทำงานของส้มเช้งอีกอย่างพวกเธออยู่ได้โดยไม่ต้องมีเด็กรับใช้ด้วยซ้ำเพราะที่ผ่านมาเธอสองพี่น้องก็ดูแลกันเองมาโดยตลอดเมื่อส้มเช้งกลับไปแล้ว ดาด้าและนุดีเดินดูตรงโน้นตรงนี้อย่างสนุกสนานต่างตื่นเต้นไปกับความงดงามอลังการของเรือนหลังนี้ ขณะที่ทุกคนกำลังมองหาห้องพักของตัวเองฉับพลันประตูห้องริมสุดของเรือนก็เปิดออกโดยที่ไม่มีคนยืนอยู่ตรงนั้นแม้แต่คนเดียวสี่สาวหันขวับมองไปที่ประตูบานนั้นเป็ตาเดียว ดาด้าะโเกาะแขนเมขลาทันที
“ประตูมันคงหลวมน่ะค่ะ ว่าไหม?” มินตรารีบพูดขึ้นเพราะรู้ดีว่าไม่เพียงแต่พี่ดาด้าที่กลัวผีแต่นุดีเพื่อนของเธอก็กลัวผีมากไม่แพ้กัน
“นั่นสิ ไปดูกันเถอะ” เมขลาสนับสนุนความคิดของน้องสาวพร้อมกับเดินเข้าไปดูประตูห้องเ้าปัญหา หากในใจก็เต้นโครมครามไม่แพ้ใครๆหญิงสาวคิดในใจคนเดียว ขอให้เป็อย่างที่มินตราพูดจริงๆ เถอะว่าประตูมันแค่หลวมจึงเปิดออกมาเองเท่านั้น เมื่อทุกคนไปถึงที่หน้าห้องเมขลาก็ลังเลที่จะเดินเข้าไป เธอหยุดอยู่เพียงแค่หน้าประตู จนกระทั่งลมเบาๆโชยเข้ามาปะทะหน้า และหูก็แว่วได้ยินเสียงใครบางคนที่ตอนนี้ชักจะคุ้นหูเสียแล้วลอยมากับลมเบาๆ เช่นกัน
“ห้องของฉันกับหล่อนเข้าไปสิแม่เกตุแก้ว” เมขลายืนอึ้ง ถึงแม้เสียงจะเหมือนแว่วๆแต่เธอก็ได้ยินชัดเจน หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องช้าๆ ทันทีที่เข้ามายืนในห้องซึ่งมีเตียงขนาดใหญ่มีเสาทั้งสี่เสาไว้สำหรับกางมุ้งเหมือนเตียงในสมัยโบราณทั่วๆ ไป ตั้งอยู่กลางห้องเมขลาััได้ถึงอารมณ์ต่างๆ ที่ประดังประเดเข้ามา ทั้งอ่อนหวาน รักใคร่เงียบเหงา แสนเศร้า หรือแม้กระทั่งเกลียดชัง!
เมขลามองไปรอบๆ ห้องขนาดใหญ่ แบ่งเป็สองส่วนส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำขนาดเล็กอยู่ในมุมแต่งตัว ทางด้านหลังเป็ชานยื่นออกไปนอกตัวเรือนกว้างขวางพอประมาณใช้สำหรับนั่งเล่นแต่ที่ทำให้บรรยากาศแห่งความโบร่ำโบราณหายไปบ้างนั่นก็คือ โทรทัศน์กับแอร์ซึ่งดูขัดตาเมขลายิ่งนัก เมขลานึกในใจว่า ตอนนั้นไม่มีของพวกนี้นี่นาสงสัยพ่อคงจะเอามาต่อเติมไว้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งกับความคิดของตัวเอง ตอนนั้น...คือตอนไหน? เพราะเธอเพิ่งเคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เป็ครั้งแรก
เมขลาเดินสำรวจในห้องจนเดินเลยเข้าไปในส่วนห้องทำงานเพราะมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามากลางห้อง ฉับพลันก็รู้สึกตัวชาวูบเธอหันขวับไปทางด้านหลังทันทีเพราะรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมคู่หนึ่ง แววตาที่ส่งมาช่างดูหวานซึ้งโหยหาอย่างที่สุด เมขลาถึงกับส่ายศีรษะไปมา เพราะสิ่งที่เธอเห็นเป็เพียงภาพถ่ายขาวดำเก่าๆในกรอบขนาดปานกลางที่ตั้งอยู่บนตู้โชว์เก่าแก่ของห้องเท่านั้นเองเมขลามองภาพถ่ายนั้นเนิ่นนานก่อนหลุดปากออกมาทั้งที่ยังไม่ได้อ่านชื่อที่เขียนกำกับไว้ด้านล่างของกรอบด้วยซ้ำ
“หลวงภัสดาปรีชานุภาพ” สิ้นเสียงของเมขลาทุกคนต่างมองมาทางหญิงสาวทันที
“พี่รู้จักท่านได้ยังไงคะ?” มินตราถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะนี่เป็ภาพที่เก่าแก่มากและแน่นอนพวกเธอไม่มีบรรพบุรุษหน้าตาแบบนี้แต่ผู้เป็พี่สาวกลับเอ่ยชื่อคนในภาพได้อย่างถูกต้อง
“หรือว่าท่านคืออดีตเ้าของเรือนหลังนี้”นุดีเดาสุ่ม ส่วนดาด้ามองภาพข้างหน้าท่าทางแหยงๆนึกตำหนิในใจว่าทำไมเ้าของบ้านถึงเอารูปคนตายมาโชว์ไว้แบบนี้
“อาจจะเป็ต้นตระกูลของรัชชาภักดิ์ก็ได้นะ”นุดีเริ่มเดาอีกครั้ง
“ไม่ใช่!” เมขลาค้านทันที ทำเอาทุกคนหันมามองที่เธอเป็สายตาเดียวแต่ละคนเหมือน้าคำตอบเต็มที่ เมขลามองสบตาทุกคน เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าเธอรู้จักผู้ชายในรูปจากความฝันและความทรงจำอันเลือนรางเพราะบางทีความรู้สึกของเธอก็เหมือนผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนจะรู้แต่ก็ไม่ทั้งหมด
“เอ่อ...” เมขลาพยายามหาคำอธิบายให้เร็วที่สุดแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ต้องตอบแบบเลี่ยงๆ
“ก็มีชื่อบอกไว้อยู่ด้านล่างของรูปนี้ไง”พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปทางส่วนของห้องนอน ก่อนจะถามทุกคนด้วยคำตอบที่รู้ดีที่สุดว่าจะโดนปฏิเสธ
“ใครจะนอนกับฉันที่นี่บ้าง?”
“หา! นอนห้องนี้” ดาด้ากับนุดีประสานเสียงพร้อมเพรียงก่อนดาด้าจะพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่ล่ะ ห้องตั้งเยอะแยะ ไปพวกเรา ไปเลือกห้องอื่นกันเถอะ”ทั้งดาด้าและนุดีไม่ยอมนอนที่ห้องนี้แน่ๆ
“พี่เมย์จะให้มินนอนเป็เพื่อนไหมคะ”มินตราถามขึ้น เพราะรู้สึกเป็ห่วงพี่สาวชอบกลแต่ดาด้ากลับค้านขึ้นด้วยความลืมตัว
“ยัยมินพี่สาวเธอเค้าไม่เป็อะไรหรอกย่ะคงจะชินแล้วล่ะกับการเห็นวิญ...”
“ดาด้า..!” เมขลารีบดุเพื่อนเสียงดังเพราะดาด้าเผลอลืมตัวจะพูดเื่ที่เธอเห็นิญญาให้มินตราได้ยินดาด้าที่เพิ่งนึกได้ถึงกับหน้าเจื่อนไปทันที รีบหาคำแก้ตัว
“พี่หมายความว่าเมย์เค้าเก่งไม่งั้นจะเป็พยาบาลได้ยังไง ใช่ไหม?” ดาด้าพูดพลางหันมามองเมขลาส่งสายตาเป็เชิงขอโทษที่พลั้งปากออกไป
ย่างเข้าสู่่พลบค่ำบรรยากาศรอบบริเวณเรือนไทยก็ต่างออกไปราวกับอยู่คนละโลกจากที่สงบร่มรื่นเปลี่ยนเป็เงียบวังเวงในความรู้สึกของดาด้ากับนุดีทันทีทั้งสองคนยืนยันที่จะนอนห้องเดียวกันซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับห้องของเมขลาที่มีชานเชื่อมต่อถึงกันทุกห้องส่วนมินตรานอนห้องข้างๆ กับเมขลาพี่สาวของเธอเมื่อเสร็จสิ้นอาหารมื้อเย็นที่ช่วยกันทำแบบง่ายๆทุกคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักผ่อนด้วยเพราะอ่อนล้าจากการเดินทางและพรุ่งนี้ทั้งเมขลาและมินตราต้องเข้ารับฟังการเปิดพินัยกรรมของคุณปู่แต่เช้าอีกด้วย
ขณะที่ทุกคนนอนหลับพักผ่อนแต่เมขลากลับยังไม่ง่วง เธอยืนนิ่งพิงกรอบประตูในที่เชื่อสู่ห้องทำงานซึ่งเป็ห้องเ้าปัญหาอันเป็ปริศนาที่ต้องไขให้กระจ่างให้จงได้เมขลาจึงเลือกที่จะพักห้องนี้ั้แ่เป็รูปคุณหลวงภัสดาครั้งแรกในหัวสมองของเธอไม่มีเื่พินัยกรรมแม้แต่น้อย สิ่งที่เธอคิดวนเวียนในตอนนี้คือภาพถ่ายของคุณหลวงภัสดามาอยู่ที่เรือนนี้ได้อย่างไร
“เฮ้อ... “ หญิงสาวถอนหายใจเสียงดังขับไล่ความฟุ้งซ่านแล้วสายตาก็มองไปทางเก้าอี้โยกเก่าๆ ตัวหนึ่งที่ถูกจัดวางไว้มุมห้องเมขลาออกจะปลงตกเพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็รู้สึกคุ้นตาไปเสียหมดเธอไม่มั่นใจว่าถ้านั่งเก้าอี้โยกข้างหน้าแล้วมันจะพังหรือเปล่าเพราะดูเก่ามากแต่ก็เดินไปที่เก้าอี้ตัวนั้นเพราะอยากลองดูว่าถ้าเธอนั่งแล้วมันจะเป็อย่างที่คิดหรือไม่เมื่อลงนั่งและลองโยกดูก็ปรากฏว่ายังใช้ได้ แต่ทิศทางที่นั่งมันทำให้เธอหันหน้ามาเผชิญกับภาพถ่ายเก่าๆของคุณหลวงภัสดาพอดี เธอมองภาพถ่ายนั้นเงียบๆ จนกระทั่งเผลอหลับไป
นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่เมขลากลับรู้สึกว่าเธอกำลังฝันต่อเนื่องอีกแล้ว! ในภาพฝันเธอเห็นเรือนไทยโบราณหลังใหญ่และก็ต้องประหลาดใจเพราะนี่มันคือเรือนไทยหลังเดียวกับที่เธอพักอยู่นี่นา!!
ขบวนรถม้าซึ่งเป็ขบวนเดียวกับที่เมขลาฝันเห็นเมื่อครั้งเธอเป็ลมสลบอยู่บริเวณวัดศาลาลอยที่โคราชนั้นบัดนี้ก็มาถึงที่เรือนแห่งนี้แล้วเช่นกัน และผู้ที่ลงมาจากขบวนรถม้าเป็คนแรกก็คือคุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพนั่นเอง ในบริเวณหน้าเรือนดูกว้างขวางกว่าปัจจุบันและดูร่มรื่นกว่าปัจจุบันเป็อย่างมาก
“เอาล่ะถึงเรือนฉันแล้ว” ในฝันเมขลายืนนิ่งรู้สึกสับสนเรือนของคุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพแต่ที่เธอรับรู้มาโดยตลอด นั่นคือต้นตระกูลของเธอคือคุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ถ้าเป็เรือนของคุณหลวงภัสดาจริงๆแล้วเพราะเหตุใดเรือนหลังนี้จึงตกเป็ของคุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์หญิงสาวยืนครุ่นคิดในขณะที่ภาพฝันก็ยังดำเนินต่อไป
“เก็บของให้เรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปพักได้”คุณหลวงออกคำสั่ง ทุกคนต่างพากันเดินแยกย้ายออกไป เกตุแก้วเองก็กำลังเดินตามบ่าวไพร่ทุกคนไปเช่นกันแต่คุณหลวงภัสดาซึ่งมองอยู่ก่อนแล้วรีบพูดขึ้นทันที
“ยกเว้นหล่อนเกตุแก้ว ขึ้นไปบนเรือนกับฉัน” คุณหลวงสั่งเสียงเรียบเกตุแก้วอยากจะปฏิเสธแต่หล่อนก็ปลงตกเพราะฐานะอย่างหล่อนจะทำอะไรได้หญิงสาวจึงได้แต่ทอดถอนใจแล้วเดินตามคุณหลวงภัสดาขึ้นเรือนไป...