และเย็นวันนั้นรัชพงษ์ก็ขับรถเข้ามาจอดลงที่หน้าบ้านไม้สองชั้นขนาดย่อมหลังหนึ่งซึ่งอยู่ค่อนไปทางชานเมืองตามที่อยู่ที่น้องชายได้บอกมาจนได้ เป็บ้านสภาพกลางเก่ากลางใหม่อยู่บนเนื้อที่กว้างพอสมควร แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ต่างๆทั้งไม้ผลไม้ดอกและไม้ประดับและมีรั้วรอบขอบชิด ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเข้าไปยืนเมียงมองอยู่หน้าประตูรั้วที่ทำจากไม้แบบเรียบๆนั้น และก่อนที่เขาจะทันกดกริ่งเรียกคนในบ้านเขาก็ได้เห็นหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังซุ้มไม้ของต้นเล็บมือนางและเมื่อเห็นเขาท่านก็เดินเข้ามาใกล้ ทำให้ชายหนุ่มนึกไปถึงที่น้องชายเคยบอกว่าที่บ้านนี้มีคุณยายอยู่ด้วย
“อ้าว มาหาใครหรือพ่อหนุ่ม”
หญิงชราคนนั้นถามเขา
“สวัสดีครับคุณยาย คือผมมาหา เอ่อ มาหาคุณกานติมานะครับ”
รัชพงษ์บอกออกไป ซึ่งน่าแปลกที่เขาจำชื่อของผู้หญิงคนนั้นได้ดี ทั้งที่เคยได้ยินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
“อ๋อ หายัยกานต์เหรอ”
หญิงชรากล่าวขณะเดินเข้ามาใกล้อีก
“ครับ ไม่ทราบว่าเธออยู่บ้านหรือเปล่า”
“อยู่จ๊ะ พึ่งกลับมาจากทำงาน ตอนนี้ทำกับข้าวอยู่ในครัวว่าแต่พ่อหนุ่มเป็ใครกัน ยายไม่เคยรู้จักมาก่อน”
หญิงชราถามเมื่อเข้ามายืนเกาะรั้วคุยกับเขาแล้ว
“อ๋อ ผมชื่อรัชพงษ์ครับ รับราชการเป็ทหารและประจำการอยู่ต่างจังหวัด นานๆจึงจะเข้ากรุงเทพมาสักครั้ง”
ชายหนุ่มแนะนำตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มประจบ เป็รอยยิ้มเก๋และมีเสน่ห์แบบที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นง่ายๆ
“สรุปว่าเป็เพื่อนของยัยกานต์ จะมาหายัยกานต์ว่างั้นเถอะ”
หญิงชราถามย้ำหาคำยืนยันจากเขา
“ใช่ครับ”
ชายหนุ่มรีบรับสมอ้างเพื่อจะได้เข้าไปพบหญิงสาวคนนั้นตามที่ตั้งใจ หญิงชราจึงได้เปิดประตูรั้วให้เขาเข้าไปข้างใน
“ผมขออนุญาตพบคุณกานติมาได้ไหมครับ”
“เข้าไปสิ ยายอนุญาต”
“แล้วคุณยายไม่เข้าไปด้วยกันหรือครับ”
“ยายจะเก็บดอกไม้เอาไปไหว้พระก่อน พ่อหนุ่มเข้าไปเถอะพอผ่านประตูหน้าบ้านเข้าไป ก็ให้เลี้ยวไปทางซ้ายมือแล้วเดินตรงไปทางทิศตะวันตกของตัวบ้าน แล้วก็จะเจอครัวยัยกานต์เขาอยู่ในครัวนั้นแหละ”
เมื่อหญิงชราบอกอย่างนั้นรัชพงษ์ก็ได้เลี่ยงไปตามที่แกบอกทันทีทั้งที่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะไปเจอเข้ากับอะไรบ้างแต่ก็ต้องปลอบใจตัวเองว่าถ้าอยากได้ลูกเสือ มันก็ต้องกล้าเข้าถ้ำเสือด้วยแม้ว่าแม่เสือนั้นจะดุแสนดุก็ตาม
ภายในถ้ำเสือ เอ๊ยบ้านหลังนั้นแม้จะไม่มีเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหราแต่ก็ดูสะอาดสะอ้านและจัดแต่งไว้อย่างน่าอยู่เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆแบบเรียบๆนั้นล้วนดูเต็มไปด้วยที่มา
ชายหนุ่มเดินตามพื้นปูกระเบื้องที่ได้รับการขัดถูจนเป็เงาวับนั้นไปจนถึงครัวซึ่งอยู่ติดกับมุมรับประทานอาหารและเปิดประตูโล่งเอาไว้ เขาได้กลิ่นอาหารลอยมาเข้าจมูกก่อนอื่นจากนั้นก็มองเห็นด้านหลังของร่างโปร่งระหงที่มีสัญลักษณ์เป็ผมยาวตรงมัดรวบเอาไว้นั้นกำลังง่วนอยู่หน้าเตาเสียงตะหลิวกระทบกับกระทะดังโฉ่งเฉ่ง เขายืนมองภาพการทำอาหารอย่างคล่องแคล้วของหญิงสาวแล้วก็อดรู้สึกประทับใจไม่ได้หาไม่ง่ายเลยหญิงสาวสมัยนี้ที่จะทำอาหารได้คล่องๆ
“คุณยายคะ ขอจานให้หนูใบหนึ่งค่ะ”
เธอคงได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาแล้วคิดว่าเป็คุณยายจึงได้บอกขึ้นพร้อมกับใช้มือหนึ่งยกกระทะขึ้นมาจากเตาพร้อมกับใช้มืออีกข้างหนึ่งถือตะหลิวคนอาหารร้อนๆในกระทะนั้นอยู่ตลอดเวลา
รัชพงษ์หยิบจานใบหนึ่งยื่นไปให้เธอจากด้านหลัง ซึ่งเธอก็รีบเทผัดผักร้อนๆนั้นใส่จานทันที
“ขอบคุณค่ะ”
กานติมากล่าวด้วยความเคยชินขณะหันไปวางกระทะลงแล้วปิดเตาแก๊ส ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามือที่ส่งจานให้เมื่อครู่นี้นั้นไม่น่าจะใช่มือของคุณยายกรองทอง