บทที่ 4 เขาจะแต่งงานแล้ว
จู่ๆ กู้จือซีก็หน้ามืดเป็ลมไป ซวี่ไท้หยางรับได้พอดี
ซวี่ไท้หยางจะส่งกู้จือซีไปยังโรงพยาบาล แต่กู้จือซีปฏิเสธ
หลังจากที่หย่าร้างกันเธอออกมาตัวเปล่า ถึงแม้ว่าปีที่ผ่านมาหลงถิงเซินจะให้เงินเธอไม่น้อยแต่เธอก็จ่ายให้น้องสาวหมดแล้ว ตอนนี้เงินในบัญชีธนาคารของเธอเหลืออยู่ไม่เยอะ กู้จือหย่าก็ป่วยขึ้นอีกจะต้องประหยัดๆ หน่อย
เธอหน้ามืดไปกะทันหันนั้นก็เป็แค่ค่อนข้างเหนื่อยเท่านั้น
เมื่อซวี่ไท้หยางเห็นว่าเธอแน่วแน่ ก็ทำได้แค่พูดว่า“ถ้าอย่างนั้น ผมขับรถไปส่งพี่กลับบ้านดีไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก จือหย่ารอนายอยู่...”
“จือหย่าจะต้องเข้าใจครับ พี่เป็พี่สาวเพียงคนเดียวของเธอ เธอคงไม่ยอมให้ผมได้แค่มองไม่เข้ามาช่วยเหลือหรอกครับ”
กู้จือซีเงียบไปสักครู่ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจริงๆเธอแทบจะพิงอยู่บนร่างของซวี่ไท้หยาง ถูกโอบประคองเดินออกไปจากโรงพยาบาล
ฐานะทางบ้านของซวี่ไท้หยางธรรมดา การงานก็เป็แค่ช่างซ่อมแอร์ธรรมดาเท่านั้นเงินเดือนระดับกลางๆ ฉะนั้นรถที่ขับก็ไม่ค่อยดี เป็รถเก๋งมือสองเก่าๆ
เขาเปิดประตูรถแล้วประคองกู้จือซีเข้าไปนั่งข้างในเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเซียวของกู้จือซี ก็อังหน้าผากของเธอแล้วพูดขึ้นด้วยความกังวลใจว่า“พี่ไม่ได้มีไข้ใช่ไหม?”
“พี่ไม่เป็อะไรจริงๆ...” กู้จือซีหุบยิ้ม“นายไม่ต้องกระวนกระวายขนาดนั้น”
ซวี่ไท้หยางขึ้นมาบนรถ ก่อนที่จะขับรถออกไปไม่รู้ว่าเขาหยิบอมยิ้มจากไหนมาจึงบังคับให้กู้จือซีกิน บอกว่าสามารถเสริมน้ำตาลในเืยับยั้งความอ่อนแรงได้
กู้จือซีไม่ดื้อกับเขาจึงรับอมยิ้มมากิน
“จือหย่าชอบกินอมยิ้มแบบนี้” ซวี่ไท้หยางนึกถึงเื่ที่สนุกระหว่างตัวเองและแฟนตัวน้อยของเขาเลยพูดแชร์ให้กู้จือซีฟัง
เมื่อได้ยินเื่ที่น่าอายของน้องสาวตัวเองกู้จือซีก็หัวเราะออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ น่าจะเป็เพราะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว สีหน้าของเธอเลยเปลี่ยนเป็มีเืฝาดขึ้นมาบ้าง
ซวี่ไท้หยางชายตามองใบหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีกลับมาของกู้จือซีในที่สุดก็โล่งอก เขาสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากโรงพยาบาล
ตรงข้ามของโรงพยาบาล ภายในรถเก๋งคันหรู่สีดำมีหลงถิงเซินนั่งอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ
ซูรั่วเสวี่ยได้รับาเ็จากการถ่ายละครเลยพามาดูแลจัดการที่นี่ เขามาเพื่อเยี่ยม คิดไม่ถึงเลยว่าขณะที่อยู่ข้างหน้าโรงพยาบาลจะเจอกู้จือซีและผู้ชายคนอื่นโอบกอดกันอยู่
มองเห็นพวกเขาที่มีท่าทางพูดคุยสนิทสนมกันชัดเจนว่ารู้จักกันมานานแล้ว
ผู้ชายคนนี้ยังให้อมยิ้มที่แค่มองแวบเดียวก็เป็ของราคาต่ำนั่นให้กู้จือซีกู้จือซีกลับรับไปกินด้วยรอยยิ้มที่เต็มใบหน้า จากนั้นทั้งสองคนนั้นก็ไม่รู้ว่าพูดคุยอะไรกันอยู่กู้จือซียิ้มจนใบหน้าเบิกบานขึ้นมา
ฉากๆ นี้ ปรากฏต่อหน้าของหลงถิงเซินอย่างชัดเจนหาที่เปรียบไม่ได้
เขากุมนิ้วมือแน่นอย่างเงียบๆ ไฟโกรธเดือดขึ้นอย่างไร้การควบคุมอยู่ในหน้าอกของเขาไม่หยุด
หลงถิงเซินหลับตาลง บังคับให้ตัวเองกักเก็บความโกรธที่น่าแปลกประหลาดที่อยู่ในใจพวกนั้น
ก็เป็แค่ผู้หญิงราคาต่ำคนหนึ่งเท่านั้น
หลังจากผ่านมาครู่หนึ่ง หลงถิงเซินก็ฟื้นกลับความเ็าและความหนักแน่นเปิดประตูลงรถ
ขณะที่ซูรั่วเสวี่ยกำลังโหนสลิงอยู่นั้น เลยถูกกิ่งไม้ขูดขาเข้าถูกส่งมาโรงพยาบาลเพื่อเย็บแผล แต่ก็ต้องขอบใจอุบัติเหตุครั้งนี้ที่ให้วันหยุดสามวันกับเธอ
พอหลงถิงเซินถึงห้องผู้ป่วย ซูรั่วเสวี่ยก็ลากเขามาคุยกันเื่ขั้นตอนการแต่งงานชุดแต่งงาน แหวน...
เธอพูดอย่างตื่นเต้นมีความสุข แต่หลงถิงเซินกลับแค่ก้มหน้าเหม่อลอย
“เป็อะไรหรือคะ?” ซูรั่วเสวี่ยถามขึ้นอย่างอ่อนโยน“ถิงเซิน่นี้คุณยุ่งมากหรือคะ?ฉันว่าคุณคล้ายกับ...เหนื่อยมาก”
หลงถิงเซินนึกฉากเมื่อครู่ที่หน้าโรงพยาบาลขึ้นอีกครั้งไม่ง่ายเลยที่จะดับไฟโกรธลงไป แต่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งด้วยแรงที่เยอะกว่าเดิมอย่างคุมไม่ได้
เขาบีบนิ้วมือพร้อมพูดเสียงเบาว่า “ครับ ่นี้ผมยุ่งมาก”
เขาลุกขึ้น น้ำเสียงเ็า
“ที่บริษัทยังมีธุระ ผมจะต้องกลับไปจัดการก่อนวันหลังจะมาเยี่ยมคุณใหม่” เมื่อพูดจบก็ไม่รอการตอบกลับของซูรั่วเสวี่ยเลยสาวท้าวใหญ่ๆ ออกไปจากห้องผู้ป่วยทันที
เขายัง้าไปหาผู้หญิงคนนั้น
อย่างน้อยต้องถามให้ชัดเจนว่า อะไรที่ไปจับเธอและผู้ชายเสเพลคนนั้นได้
หรือว่า ใน่เวลาที่พวกเขาแต่งงานกัน....
ภายในห้องผู้ป่วย ซูรั่วเสวี่ยมองเงาหลังของหลงถิงเซินเดินออกไปสีหน้าค่อยๆ มืดลง