นานาโทรมาแจ้งเื่เฟอร์นิเจอร์ของลูกค้าที่โรงงานทำเสร็จแล้วจะให้ไปส่งได้วันไหนทั้งคู่ใช้เวลาคุยกันไม่นานเพราะกรีต้องถามลูกค้าก่อนว่าสะดวกวันไหนหลังคุยเสร็จกรีก็ไปที่ลานจอดรถ พอประตูลิฟต์เปิด เขาก็เห็นแบมยืนรออยู่พอกรีเห็นเธอก็ถอนหายใจทันที
“มีอะไรอีกงั้นเหรอ?”
“กรีชอบเด็กนั่นงั้นเหรอ?”
แบมมาดักรอเพราะอยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนถึงจะเลิกรากันไปนานแล้ว แต่ทุกครั้งที่แบมเลิกกับแฟนใหม่เธอก็จะมาวนเวียนรอบๆตัวกรีเสมอแม้จะรู้ว่าไม่มีทางที่กลับไปคบกันเหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน
“จะสนใจเื่นั้นไปทำไมเื่ของเรามันจบไปนานแล้ว”
กรีเดินไปที่รถและขับออกไปทันทีแบมยังคงยืนมองเขาอยู่ที่หน้าลิฟต์ มองจนรถคันนั้นลับตาไป เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดกับตัวเองว่า
“กรีไม่ได้สำคัญกับแบมขนาดนั้นหรอกนะ”
กรีคุยกับลูกค้าเื่รับเฟอร์นิเจอร์แล้วได้ความว่าให้ไปส่งวันพรุ่งนี้เขาจึงนัดแนะกับนานาว่าให้ไปด้วยกันแต่นานาแปลกใจเพราะแค่ไปส่งเฟอร์นิเจอร์ทำไมเธอต้องไปด้วยแต่กรีเห็นว่าถ้าเกิดมีปัญหาเช่นสีไม่ตรงหรือสินค้ามีตำหนิอาจทำให้ลูกค้าไม่รับของให้นานาไปด้วยน่าจะคุยกันง่ายกว่า ทั้งคู่จึงนัดแนะและตกลงจะไปด้วยกัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปรับที่บ้านแล้วกันนะ 9โมงเช้า”
“นานาไม่ได้อยู่ที่บ้านค่ะนานาพักอยู่ที่ร้านกาแฟ”
กรีใเล็กน้อยเพราะร้านกาแฟเป็ตึก 4ชั้นริมถนน มันดูไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่ต้องอยู่คนเดียว สุดท้ายเขาก็มารับเธอที่ร้านในตอนเช้า
เมื่อไปถึงก็รอรถส่งของอยู่พักใหญ่แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหากรีให้คนส่งของวางเฟอร์นิเจอร์ตามตำแหน่งที่ลูกค้า้ากว่าจะเรียบร้อยใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงทั้งคู่รู้สึกเหนื่อยและหิวมากหลังเสร็จงานจึงไปหาข้าวกิน่ที่ขับรถไปฝนก็ดันตกลงมา กรีบ่นพึมพรำตลอดที่ขับรถจนไปถึงร้านอาหารเขาหยิบร่มที่ด้านหลังออกมาและบอกให้นานานั่งรอก่อนเดี๋ยวเขาจะเดินไปรับ
ลมพัดแรงมากขนาดกางร่มแล้วก็เหมือนจะเอาไม่อยู่ทั้งคู่รีบเดินเพื่อเข้าไปในร้านให้เร็วที่สุด แล้วร่มเ้าปัญหาก็ดันหุบขึ้น้า
“พี่กรี....”
กรีพยายามจะแก้ไขเลยหุบร่มลงมานานาะโเรียกชื่อเขาเสียงดัง ก่อนที่เขาจะสังเกตบางอย่าง เขาเงยหน้ามองไปบนฟ้าอยู่ๆฝนก็หยุดตกเสียอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นเขาก้มลงมามองนานาที่ทำหน้าเหมือนมีพิรุธเขาหุบร่มลงและสะบัดเพื่อให้มันกลับมาอยู่ในสภาพปกติ และกางร่มออกใหม่พอเขายื่นร่มไปบังที่ตัวนานา ฝนก็ตกลงมาอีกครั้ง กรีมองหน้าเธอด้วยความใ
“นานา...นิเธอ...”
มันเป็เื่เหลือเชื่อที่เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อถ้าไม่เจอกับตัวเองแบบนี้ เขาก็คงไม่คิดว่ามันจะเป็เื่จริงแน่ๆกรีได้แต่ยืนมองหน้านานาท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ลมที่แรงพัดละอองฝนจนทำให้กรีเปียกแต่นานากลับตัวแห้งสนิทมีแค่รองเท้าเท่านั้นที่เปียก
หลังจากกินข้าวเสร็จกลับมาขึ้นรถกรีไม่ถามอะไรนานาสักคำ เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรถึงจะเห็นชัดและเต็มตาขนาดนี้แล้วก็ตาม นานาเห็นกรีเงียบตลอดหลังจากนั้นเธอก็เริ่มไม่สบายใจ
“เขาจะคิดว่าฉันเป็ตัวประหลาดรึเปล่านะ”
เมื่อไปถึงร้านกาแฟ กรีก็ยังคงไม่พูดหรือถามอะไรนานาลงจากรถและเดินเข้าไปด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสบายใจ ฟ้าเห็นแล้วรู้สึกสงสัยพวกเขาไปไหนกันมาทำไมกลับมานานาจึงได้ดูไม่สดชื่นแบบนี้
“มีอะไรรึเปล่าพี่นานา ทำไมหน้าจ๋อยแบบนั้น”
นานาถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าอย่างไรแต่เธอก็อึดอัดและอยากระบาย จึงพูดอ้อมๆเพื่อถามความเห็นของฟ้า
“ถ้า...เราเผลอแสดงความเป็ตัวเองไปจนทำให้คนอื่นรู้สึกกลัวเรา ฟ้าว่าเราควรจะทำยังไงเลิกยุ่งกับเขาไปเลยจะดีกว่ามั้ย”
ฟ้าคิดในใจว่า “นั่นปะไร ทะเลาะกันมาแน่ๆ”เธอจึงเดินเข้าไปหานานาที่นั่งพักอยู่ที่เก้าอี้และเอามือจับไปที่ไหล่เพื่อปลอบใจ
“บางครั้งต้องให้เวลาเขาบ้างค่ะไม่ใช่ว่าเจอกันปุ๊บจะเข้าใจเราปั๊บ อย่าเพิ่งด่วนตัดใจตัดโอกาสที่ดีของตัวเองไป”
“นั่นสินะ”นานาคิดว่าฟ้าดูเป็ผู้ใหญ่กว่าเธอมากทั้งที่เด็กกว่าตั้ง 4 ปีที่ผ่านมาเธอมีประสบการณ์ไม่ดีกับเื่แบบนี้อยู่มาก ทำให้เธอไม่อยากสุงสิงกับใครอาจเป็เพราะเธอไม่ได้ให้เวลาพวกเขามากพอก็เป็ได้ เธอถึงไม่มีเพื่อนเลยสักคนทุกวันและทุกเวลาเธอมีแค่ชิน และเป็ชินคนเดียวที่เข้าใจเธอเสมอมาบางทีตอนนี้อาจเป็โอกาสที่ดี ที่เธอจะมีคนอื่นบ้าง
“เอ๊ะ!”
จู่ๆนานาก็รู้สึกแปลกขึ้นมาความคิดเมื่อกี้มันอะไรกัน เธออยากมีคนอื่นนอกจากชินอย่างนั้นเหรอไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวเธอมากก่อนเลย “อะไรกันนะความรู้สึกนี้”เธอสงสัยกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็อยู่
กรีที่เก็บความสงสัยไว้เต็มหัวนั่งนิ่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ทำท่าเหมือนคิดอะไร เอามือขึ้นมาเท้าคางและก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา ส่ายหัวเหมือนหงุดหงิดกับบางอย่างคนอื่นๆที่สังเกตจึงได้มองด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อนชินก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เขากำลังมีปัญหาอะไร? ชินเริ่มคิดไปถึงเื่หัวใจแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร แบม หรือ นานา พอคิดแบบนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันทีจึงได้เดินเข้าไปหากรีในห้อง
“งานมีปัญหาเหรอครับ หรือว่าลูกค้าไม่รับของ”
ชินแกล้งพูดไปเื่งานเพื่อหลอกถามความจริงแต่กรีหันมามองหน้าชินและทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้
“ชิน..แกเคยเล่าว่าวันนั้นที่ฝนตกแกเลยรู้ว่านานาชอบแกจริงๆ...ตอนนั้น...นานากางร่มอยู่รึเปล่า”
ชินอึ้งกับคำถามเขารู้เื่นานากับฝนแล้วอย่างนั้นเหรอ? ชินไม่กล้าฟันธง เขาจึงเฉไฉทำเป็ไม่รู้
“ถามอะไรแปลกๆ ฝนตกก็ต้องกางร่มสิพี่ใครจะบ้ายืนตากฝน”
“งั้นทำไมแกถึงพูดแบบนั้นล่ะวันฝนตกนานาสารภาพรักแกงั้นเหรอ? แกถึงรู้ว่าเธอชอบแก”
แน่นอนว่านานาไม่เคยพูดคำสารภาพกับเขาเลยสักคำแต่มันมีเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจว่าเธอคิดแบบนั้น และเขาก็ไม่สามารถบอกกับใครได้เพราะมันเป็สัญญาที่เคยให้ไว้กับนานา
“ขนาดพี่ยังรู้เลยว่านานาชอบผมผมก็คงไม่โง่ขนาดดูไม่ออกหรอกครับ...ตกลงพี่จะบอกผมได้รึยังว่ามีปัญหาอะไรถึงได้กระวนกระวายเดินไปมาแบบนี้”
กรีมองหน้าชินอยู่พักหนึ่งเขาคิดว่าชินรู้เื่ทุกอย่างแต่ไม่ยอมบอกเขาจึงลุกขึ้นเดินมาหาชินและพูดจากวนๆใส่
“ฉัน...ไม่บอก...แกหรอก...จะไปไหนก็ไปไป๊”