(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 57 จู่ ๆ ก็จูบเธอไปทีหนึ่ง

    บทที่ 57 จู่ ๆ ก็จูบเธอไปทีหนึ่ง


    วันต่อมากลุ่มล่าสัตว์ประชุมกันที่บ้านเหล่าจ้าวว่าจะขึ้นเขาไปกำจัดสัตว์


    กำจัดสัตว์ที่ว่าก็คือ ‘ล่าสัตว์ปกป้องต้นกล้า’ เป้าหมายหลักเป็นพวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอ


    นอกจากต้องล่าสัตว์และไล่ต้อนแล้ว ยังต้องกำจัดแมลงเบื้องต้นตามแถบที่นาในเขตรับผิดชอบอีกด้วย จะได้ไม่โดนกัดโดนต่อยเวลาลงนา


    ทุกคนโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง


    หลี่เถียนเคาะโต๊ะ “ยังไง ๆ ก็ไม่อยากซื้อยากับเหล่าเหยียนอีกแล้ว ทั้งแพงทั้งไม่ดี! กะเอารวยทุกปี!”


    ‘เหล่าเหยียน’ ที่ว่าก็คือหมอยาแก่ของหมู่บ้านหลิงสุ่ย


    ตั้งแต่ไม่มีเหล่าจ้าวหมอยาแก่อีกคนกับครอบครัว เหล่าเหยียนก็ถือว่าผูกขาดยาฆ่าแมลงละแวกนี้หมดแล้ว


    ตอนนี้ทุกคนต่างก็ไปหาหมอที่อนามัย เขาเลยหวังหารายได้จากการขายยาฆ่าแมลงกับยารักษาสัตว์ทุกปี


    ทั้งขายแพงแถมคุณภาพไม่ดีด้วย...


    หวังเถี่ยเซิงกล่าว “เหมือนจะผสมแป้งด้วยนะ”


    หวังตุนเอ๋อร์โพล่งขึ้นว่า “แล้วจะทำยังไง ที่อื่นก็ไม่มีขาย...”


    ทุกคนพูดพลางหันไปมองฉินต้าซานที่นั่งเท้าคางอยู่


    ตั้งแต่เริ่มประชุมเขาไม่ปริปากเลยสักนิด


    สีหน้าก็ไม่ค่อยสู้ดี


    หลี่เถียนกระซิบกระซาบกับหวังเถี่ยเซิง “เพราะเราพูดว่าจะไปกินข้าวบ้านเขา เขาเลยไม่พอใจหรือเปล่า”


    เดิมเมื่อก่อนพวกเขาจะไปประชุมกันที่บ้านตระกูลฉินแล้วถือโอกาสกินฟรีด้วย


    วันนี้ฉินต้าซานกลับลากพวกเขามาที่บ้านเหล่าจ้าว


    ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร...


    แต่พวกเขาก็พอจะรู้อยู่แก่ใจบ้าง เพราะเดือนนี้พวกเขากินฟรีไปสองมื้อแล้ว พี่สะใภ้จะกลับมาทำอาหารหลังเลิกงานทุกครั้ง เขาคงกลัวว่าเธอจะเหนื่อย


    ตอนแรกยังจินตนาการอยู่เลยว่า ยังไงซะพวกเขาก็จะเรียงแถวกันล้างจาน จะไปกินฟรียังไงก็ได้


    วันนี้ไม่ยอมให้ไป พวกเขายังโวยวายอยู่เลย


    แม้เสียงพวกนั้นจะเบา แต่ก็ทำให้ฉินต้าซานขยับตัว เขากระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ย “พวกแกคุยอะไรกัน”


    หลี่เถียนสะดุ้งโหยง รีบพูดเป็นพัลวัน “บอกว่ายาของเหล่าเหยียนทั้งแพงแถมไม่ดีอีก”


    ฉินต้าซานโบกมือ “ไปซื้อกับเหล่าจ้าว”


    หวังเถี่ยเซิงอึ้งงัน “บ้านเหล่าจ้าวไม่มีใครสืบสกุล เหลือแค่ลูกสาวคนเดียวจะไหวเหรอ”


    บ้านเหล่าจ้าวก็คือบ้านจ้าวชิงชิง ตอนนี้พ่อกับพี่ชายเธอตายไปหมดแล้ว


    “ถ้าทำได้ก็ซื้อ” ฉินต้าซานกล่าว “ก็แค่ยาฆ่าแมลง ไม่ใช่ของมีค่าอะไรซะหน่อย”


    “ไม่ดีมั้ง กลัวคนอื่นในหมู่บ้านจะนินทาเอาน่ะสิ...” หวังเถี่ยเซิงบ่นเบา ๆ


    เพราะลูกสาวคนเล็กของตระกูลจ้าวไม่เคยเป็นหมอ แถมยังไม่เคยทำมาก่อน 


    ฉินต้าซานกล่าว “ผู้หญิงก็แบกฟ้าได้เหมือนกัน อย่าได้ดูถูกเชียว ถ้าเธอมีความสามารถ ใครจะพูดอะไรก็ไม่ต้องกลัว”


    หลี่เถียนเอ่ย “ก็ได้ ให้พี่สะใภ้จัดการแล้วกัน”


    ฉินต้าซานหันขวับไปมองเขา


    ครู่ใหญ่กว่าจะรับคำว่า ‘อืม’


    ทุกคน “?”


    …...


    ฉินต้าซานบอกว่าจะซื้อยาจากจ้าวชิงชิง พอตรวจสอบแล้วเขาจะเอายากำจัดแมลงของจ้าวชิงชิงขึ้นเขาไปด้วยเลย


    เพราะงานกำจัดแมลงในทุ่งนายังเว้นสักสองสามวันแล้วค่อยทำก็ได้ กลุ่มล่าสัตว์พกยาขึ้นเขาด้วยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสยบข้อกังขา


    ไป๋อวี้ชื่นชมวิธีนี้ของเขามาก


    ตอนส่งเขาออกจากบ้าน ไป๋อวี้เตรียมเนื้อแห้งไว้ให้เขามากโข ซ้ำยังทำแป้งทอดต้นหอมเพิ่มอีกหลายชิ้น


    “นายดูแข็งแกร่งมากนะ” ไป๋อวี้เขย่งเท้าจัดกระเป๋าหนังตรงอกเสื้อเขาเล็กน้อยพลางเอ่ย


    ฉินต้าซานก้มหน้ามองเธอพร้อมกับย่นคิ้ว


    ไป๋อวี้ “...”


    เธอคิดในใจว่าเขาจะทำอะไรเนี่ย!


    ทำไมสองสามวันมานี้เอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด!


    หรือเพราะเธอทะเลาะกับฉินเสี่ยวซู่ทุกวัน!


    เธอยังเอาแต่คิดฟุ้งซ่านอยู่ ปรากฏว่าขณะที่ไม่ทันตั้งตัว จู่ ๆ เขาก็ยื่นมือมาแล้วย่อตัวลง โอบเอวเธอเข้ามาแนบชิด


    ชั่ววินาทีที่รู้สึกว่าสองเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น ไป๋อวี้ก็ตะลึงงัน


    ฉินต้าซานก้มหัว สายตาที่มองเธอเจือความงุนงง


    ไป๋อวี้ตกใจตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้น ‘ตึกตัก ๆ ๆ’...


    แต่เธอไม่ได้ขัดขืน พลางคิดอะไรบางอย่างในใจ การขัดขืนพละกำลังมหาศาลไม่ใช่วิธีที่ชาญฉลาด...


    จากนั้นฉินต้าซานก็ก้มหน้าจูบเธอหนึ่งที


    ไป๋อวี้ “!!!”


    วิธีที่ฉลาดคือหนีออกจากบ้านทันที


    เธอยกมือขึ้นเตรียมจะใช้กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิมกับเขา! แต่เสียงแตรกับเสียงหมาเห่าที่แว่วมาไม่ไกลทำให้เธอสะดุ้งโหยง เลยไม่ได้กวาดกรงเล็บออกไป


    ฉินต้าซานปล่อยเธอลงแล้วหันมองแวบหนึ่ง


    สีหน้าของเขาค่อย ๆ ผ่อนคลายลง


    ใช่แล้ว เขาเริ่มหงุดหงิดตั้งแต่ไป๋อวี้วางตู้ขวางบนเตียงเตาแล้ว


    สองวันนี้เขาจะนอนกับลูกชาย ส่วนเธอนอนกับลูกสาว บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคิดอะไร นอนร่วมเตียงกันมาเกือบเดือนแล้วเขายังไม่คิดอะไรเลย 


    แต่พอเธอวางตู้กั้นตรงกลาง ในใจเขากลับเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว


    ถ้าไป๋อวี้รู้ความคิดแบบนี้ของเขาเข้า คงจะตบหน้าตนแรง ๆ สองทีแน่


    ผู้ชายเนี่ยเป็นประเภทที่ยิ่งไม่ให้จะยิ่งอยากได้! และตอนนี้ความอึดอัดเมื่อสองวันก่อนของฉินต้าซานมลายหายไปแล้ว เขาคิดว่าเธอไม่ขัดขืนถือเป็นคำตอบแล้ว


    พอกระบะมาเขาก็ยันท้ายรถแล้วกระโดดขึ้นไป ก่อนจะเหลียวกลับมามอง


    ไป๋อวี้วิ่งหายไปแล้ว


    ขี้อายจริง ๆ


    เขาคิดในใจ


    จากนั้นพอหันกลับมาก็เห็นพวกหลี่เถียนยื่นหน้าบาน ๆ มาใกล้


    ฉินต้าซาน “...”


    หลี่เถียน “นี่ พี่ต้าซาน ครั้งนี้พี่สะใภ้เตรียมของอร่อยอะไรให้น่ะ”


    หวังเถี่ยเซิง “ขอพวกเราดูหน่อยสิ...”


    ฉินต้าซานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไปให้พ้น”


    ……


    ไป๋อวี้วิ่งหนีตายแบบไม่คิด เธอโมโหจะตายแล้ว!


    หมอนั่นทำอะไรเนี่ย!


    ทำไมจู่ ๆ ถึงแต๊ะอั๋งเธอ!


    ……


    ไป๋อวี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ


    ผลลัพธ์ก็คืออาหารของฉินเสี่ยวซู่เลยมีแค่ปัวปัวผักป่าไม่กี่อัน


    ฉินเสี่ยวซู่ “...”


    ฉินเสี่ยวกั่วกัดทีละคำ กินพลางร้องอื้มไปด้วย อร่อยสุด ๆ ไปเล้ยยย


    ฉินเสี่ยวซู่ก้มมองปัวปัวในมือตัวเอง พอกัดแป้งข้าวโพดข้างนอกออกก็เจอแต่สีเขียว จากนั้นเงยหน้ามองเตาไฟข้างหลังไป๋อวี้ กองไฟในเตามอดไปนานแล้ว ขี้เถ้าก็เย็นแล้ว


    ฉินเสี่ยวซู่หมดหวังแล้ว ก่อนจะบันดาลโทสะขึ้นมา “เธอเป็นอะไร! ใครทำเธออีกแล้ว! เธอบอกฉันมา ฉันจะไปเชือดมันซะ!”


    ไม่เห็นต้องไปรังแกเขาเลย!


    ไป๋อวี้พูดอย่างเย็นเยือก “นายนั่นแหละ”


    ฉินเสี่ยวซู่ “...”


    แย่แล้ว คิดซะว่าเขาไม่เคยพูดละกัน


    กินข้าวเสร็จเขาก็เอ่ยกับไป๋อวี้อย่างเกรี้ยวกราด “นี่ ฉันจะไปล้างจาน!”


    ไป๋อวี้อุ้มฉินเสี่ยวกั่วขึ้น “ได้เลย”


    จากนั้นก็ผละออกไป


    ถึงตอนนี้เธอจะทำงานเอกสาร แต่เพราะคนในหมู่บ้านทำงานนี้ไม่เป็น ช่วงนี้เธอจึงค่อนข้างยุ่งเล็กน้อย 


    ฉินเสี่ยวซู่ถือถ้วยตะโกนว่า “พ่อฉันขึ้นเขาไปแล้ว! อีกหลายวันกว่าจะกลับ! เธอจะเอาแต่โกรธเขาไม่ได้! ดูสิ ฉันล้างจานแล้วเนี่ย!”


    ถึงจะไม่รู้ว่าพ่อเขาไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ แต่หลายวันมานี้เธอระบายอารมณ์ด้วยการ ‘รังแก’ เขาตลอดเวลา


    ไป๋อวี้ “อืม”


    จากนั้นก็หายตัวไป


    ……


    ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงเช้า


    คนลงนาก็ไปกันแล้ว คนที่วุ่นกับงานในบ้านยังไม่ออกมา


    ไป๋อวี้จะไปปรึกษาเรื่องสั่งยาจากจ้าวชิงชิงกับหวังเหลียน เลยพาเสี่ยวกั่วเดินไปบนถนนอันโล่งกว้างตามลำพัง ในตอนนั้นเองก็เห็นจ้าวชิงชิงพยุงคนคนหนึ่งเดินมาแต่ไกล ท่าทางจะเป็นผู้หญิง เนื้อตัวมอมแมม เหมือนจะเป็นคนเร่ร่อน


    “พี่สะใภ้!” จ้าวชิงชิงเห็นไป๋อวี้ก็รีบตะโกนเรียกเธอทันที


    จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับคนเร่ร่อนคนนั้น “พี่สะใภ้คนนี้เป็นภรรยาของหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ที่นี่ ฉันจะให้เขาพาเธอไปบ้านปู่จ้าวนะ”


    หญิงเร่ร่อนคนนั้นเห็นเธอพูดแบบนี้ก็แอบชำเลืองไป๋อวี้แวบหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70 ที่คุณอ่าน