ตอนที่16 จู่ซือเอี๋ยชื่อโจวปาผี
พวกเขามองไปตามมือของหนูน้อยฉินเลี่ยชะงักไปเล็กน้อย เพราะเขาเห็นว่าตรงนั้นมีรูปสลักคล้ายรูปคนวางอยู่รูปแกะสลักนั้นเป็สีเทาขมุกขมัว มีเพียงแค่นิ้วหัวแม่มือเท่านั้นที่เป็สีทองดูแล้วช่างแปลกประหลาดมาก
รูปแกะสลักไม้สามารถขโมยเงินไปได้ด้วยหรือ?
เขาไม่เชื่อหรอก
โจวโจวมองออกถึงความคิดของเขาก็รู้สึกร้อนใจจึงอยากจะอธิบาย แต่เมื่อเธอเหลือบไปเห็นเหลียวเจียงเธอก็ต้องเก็บคำพูดนั้นกลืนกลับไป
อาจารย์บอกว่าไม่ควรให้คนนอกรู้เื่จู่ซือเอี๋ยมากนักเว้นเสียว่าจะเป็คนที่ใกล้ชิดสนิทสนมมากๆ
ยกตัวอย่างเช่นพ่อของเธอเธอสามารถบอกเื่นี้กับเขาได้
สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องโน้มน้าวพาฉินเลี่ยกลับมาที่โรงแรมและเล่าเื่นี้ให้เขาฟัง
“ชะตาชีวิตขาดแคลนเงินทอง? ” ฉินเลี่ยที่ได้ยินต้นสายปลายเหตุของเื่ทั้งหมดเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามย้ำอีกครั้ง
ภายในห้องพักโจวโจวนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้อย่างว่านอนสอนง่ายในอ้อมแขนของหนูน้อยยังกอดรูปสลักไม้จู่ซือเอี๋ยเอาไว้ แล้วพยักหน้าให้เขา
บนร่างของจู่ซือเอี๋ยมีนิ้วหัวแม่มือสีทองและจุดเล็กๆ สีทองที่นิ้วชี้ หากไม่ใช้แว่นขยายส่องคงมองไม่เห็น
ฉินเลี่ยมองจู่ซือเอี๋ยอย่างครุ่นคิดแล้วทำว่า “จู่ซือเอี๋ยของพวกเธอแซ่โจวหรือไง ?”
“หา ?” โจวโจวไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร เธอจึงตอบไปอย่างซื่อตรงว่า “ไม่ใช่สักหน่อยจู่ซือเอี๋ยแซ่กัวต่างหาก”
“อ้อตอนแรกฉันนึกว่าเขาแซ่โจว ชื่อโจวปาผีเสียอีก” ฉินเลี่ยพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
บัตรBlack AMEX ของครอบครัวเขาเดิมทีมีเงินตั้งหลายร้อยล้านหยวนแต่สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่ 2 หยวนเท่านั้นส่วนบัตรใบที่เหลียวเจียงมอบให้เดิมทีมีเงินนับสิบล้านหยวน สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่5 เหมา ขนาดหนูน้อยอยากซื้ออมยิ้มยังต้องรูดสองใบถึงจะมีเงินพอ
รังแกเด็กน้อยแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ
เมื่อคิดถึงเื่นี้เขาเหลือบมองไปที่จู่ซือเอี๋ยด้วยสายตาที่ตำหนิและเหยียดหยาม
ราวกับว่ารูปสลักไม้รับรู้ได้ถึงสายตาของเขาเคราของจู่ซือเอี๋ยขยับเล็กน้อย ทว่าแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นหลังจากนั้นเคราของจู่ซือเอี๋ยก็หยุดขยับไป
ร้อนตัว?
หรือสำนึกผิด?
โจวโจวมองพวกเขาตาปริบๆ ด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่แล้วหนูน้อยก็มองเขายังระมัดระวังแล้วกระซิบว่า “พ่ออาจารย์บอกว่าขอเพียงหนูสั่งสมบารมี ทำคุณความดีและหาเงินได้มากขึ้นก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของหนูให้ดีขึ้นได้ หนูจะไม่ให้พ่อต้องลำบากแน่นอน”
ได้ยินแบบนั้นฉินเลี่ยชำเลืองมองไปที่หนูน้อย หนูน้อยคนนี้ปกติเป็เด็กที่เฉลียวฉลาดทั้งยังใจกล้าเอายันต์พูดความจริงมาแปะบนตัวเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อครู่นี้จะมี่เวลาที่เป็กังวลด้วย
เขาละสายตากลับมาโดยไม่พูดไม่จาอะไรแล้วถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ต่อไปนี้ยังจะกล้า? ”
“ไม่กล้าแล้วไม่กล้าแล้ว” โจวโจวส่ายหัวพัลวัน
สีหน้าของฉินเลี่ยถึงได้ดูผ่อนลง
โจวโจวที่สังเกตสีหน้าของเขามาโดยตลอดสังเกตเห็นได้ในทันทีหูของหนูน้อยตั้งขึ้น เธอะโลงมาจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปกอดขาเขา “พ่อไม่โกรธหนูแล้วใช่ไหม? ”
หนูน้อยเงยหน้าโชว์เหม่งขาวใสมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ประจบเอาใจดวงตากลมโตสีดำขลับสดใส ทำให้คนที่มองใจอ่อน จะโกรธลงได้อย่างไร
แต่เขาไม่มีทางพูดมันออกมาแน่นอนเขาชำเลืองมองเธอและพูดว่า “อยู่ที่ว่าเธอจะทำตัวอย่างไร”
“อื้อ !” โจวโจวกำหมัดแล้วให้คำมั่นว่า “หนูจะทำตัวให้ดี! ”
พูดจบเธอก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เธอรีบเอาอมยิ้มในกระเป๋าออกมายัดใส่มือเขา แล้วพูดว่า “พ่อกิน! ”
ขณะที่เธอพูดเธอแอบมองและอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบ ๆ
ฉินเลี่ยเห็นสายตาของหนูน้อยก็รีบดึงมือกลับไปพร้อมกับอมยิ้ม“อืม”
ตอนนี้มองไม่เห็นแล้วแววตาของโจวโจวหรี่ลง เธอพยายามบังคับให้ตัวเองหันไปมองทางอื่นในใจแอบคิดว่าการให้ของขวัญได้ผลจริงด้วย ที่แท้พ่อของเธอก็ชอบกินลูกอมนี่เองต่อไปนี้เธอจะหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้วซื้อบ้านลูกอมให้พ่อ !
คิดแล้วก็ชื่นใจแถมน้ำลายก็หลั่งมากขึ้นด้วย
หลังจากกลืนน้ำลายลงคอแล้วหนูน้อยมองไปทางเขา โจวโจวจึงพูดต่ออีกว่า “จริงสิพ่อพ่อหาของจำพวกหยกได้หรือยัง ? ”
เธอยังจัดการเื่ของฉินรุ่ยไม่เสร็จเลยหากไม่จัดการเขาให้อยู่หมัด หนูน้อยก็ยังไม่วางใจ
“อืมอีกเดี๋ยวคงมีคนนำมาส่งแล้ว” พูดจบกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น เขาเดินไปเปิดประตู หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถือกล่องหลายใบเดินเข้ามา “ดูซิว่าจะใช้อันไหน”
โจวโจวหันไปมองก็อดร้อง“ว้าว” ไม่ได้ หยกเต็มไปหมดเลยอีกทั้งยังมีพลังิญญาเข้มข้นอีกด้วย !
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรู้สึกสบายไปทั้งตัว แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นได้หนูน้อยก็รีบเอามือปิดจมูกอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้ไม่ได้เด็ดขาด พลังิญญาพวกนี้เอาไว้ให้พ่อใช้ เธอจะสูดไปหมดไม่ได้
หนูน้อยกลั้นหายใจแล้วเลือกหยกชิ้นที่มีพลังิญญามากที่สุดแต่หลังจากครุ่นคิดดูอีกครั้ง เธอก็เลือกชิ้นที่มีพลังิญญาน้อยที่สุดแทน
“ใช้ชิ้นนี้ก็ได้เดี๋ยวหนูจะสร้างค่ายกลรวมพลังิญญาเพิ่มไปให้ แค่นี้ก็ได้แล้ว”
ถ้าใช้ชิ้นที่มีพลังิญญามากที่สุดดึงดูดิญญาร้ายออกมาแบบนั้นคงสิ้นเปลืองแย่
“อืม” ฉินเลี่ยพยักหน้าแล้วหันไปมองหนูน้อยทันใดนั้นเขาก็หยิบจี้หยกชิ้นที่เธอถือขึ้นมาเป็ชิ้นแรกไปใส่ไว้ให้ที่คอของเธอ
เมื่อรู้สึกถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านอยู่ที่ลำคอโจวโจวลูบมันโดยไม่รู้ตัว แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังฉินเลี่ยด้วยความสงสัย “พ่อ? ”
“คิดเสียว่าเป็รางวัลที่เธอช่วยฉันจัดการเื่นี้”
แบบนี้นี่เอง
โจวโจวลูบจี้หยกอีกครั้งแล้วส่ายหน้า“ไม่ได้ มันแพงเกินไป หนูรับไว้ไม่ได้”
พูดจบหนูน้อยก็ทำท่าจะถอดมันออกมา แต่ฉินเลี่ยกลับพูดว่า “ฉันไม่เอาของที่คนอื่นเคยใส่แล้ว”
โจวโจวชะงักทันที“ก็ได้”
หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม“งั้นต่อไปถ้าหนูหาเงินได้อีก หนูจะนำมาซื้อของขวัญให้พ่อ !”
“อืม” ฉินเลี่ยตบปากรับคำแต่ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เพราะเขาไม่ได้คาดหวังให้หนูน้อยมอบอะไรให้เขา
“แล้วหลังจากนี้ล่ะจะทำอย่างไรต่อ”
“แค่รอก็พอแล้ว”
“รองั้นหรือ? ”
โจวโจวพยักหน้า“เชิญเทพเข้าบ้านนั้นแสนง่าย แต่ส่งกลับไปนั้นยากแสนยากปกติิญญาร้ายจะไม่ออกไปด้านนอก เว้นเสียแต่ว่ามันจะไม่ได้รับเครื่องบูชาจากบ้านนั้นแล้วถึงจะยอมออกมา”
ตอนนี้ฉินรุ่ยไม่สามารถขโมยโชคของฉินเลี่ยได้แล้วเมื่อถูกตัดเครื่องสังเวย ิญญาร้ายต้องไม่ยอมแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เครื่องสังเวยมาโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
-
บริษัทในเครือของฉินกรุ๊ป
ผู้จัดการดูรายการในมือแล้วขมวดคิ้ว“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ราคาไวน์แดงที่คุณแจ้งไว้ในนี้คือ18,888 หยวน แต่ครั้งนี้ผมตรวจสอบดูแล้ว มันไม่ใช่ไวน์แดงจากเมนโดซาอีกทั้งแขกยังยื่นคำร้องต่อบริษัทบอกว่าพวกเราโก่งราคา รองผู้จัดการฉินไหนคุณลองอธิบายเื่นี้ให้ผมฟังซิ”
ฉินรุ่ยมองดูรายการสั่งสินค้าในมือของเขาพลันบีบมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาแสร้งทำเป็พูดด้วยสีหน้าที่สงบว่า “ผู้จัดการผมคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับฝ่ายจัดซื้อเดี๋ยวผมจะรีบไปตรวจสอบเพื่อดูว่าใครกันที่กล้าลงมือเล่นลูกไม้กับฉินกรุ๊ปกันแน่หากพี่ชายของผมรู้เข้า เขาต้องไม่ปล่อยคนนั้นไปแน่นอน”
พอได้ยินเขาพูดถึงคุณผู้ชายฉินผู้จัดการก็เกิดความลังเลไปเล็กน้อย
ที่จริงเื่นี้สรุปได้ง่ายมากมันคือการกินเงินใต้โต๊ะนั่นเองเขาถึงได้บอกกันว่าแผนกจัดซื้อเป็แผนกที่กินเงินเยอะที่สุด
แต่ฉินรุ่ยเป็คนที่ท่านประธานฉินแนะนำมาให้อีกทั้งยังเป็ญาติของตระกูลฉินอีกด้วย ต่อให้เขาทำจริง ๆท่านประธานฉินก็คงไม่ทำอะไรเขา
พอคิดได้แบบนี้ผู้จัดการก็ยกมือขึ้น “ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกันงั้นคงต้องรบกวนรองผู้จัดการฉินไปตรวจสอบดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ครับ” ฉินรุ่ยยิ้มรับด้วยท่าทีที่ซื่อตรง
ทว่าหลังออกมาจากบริษัทแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายไปในทันที เขารีบขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วตรงไปห้องชั้นบนเพื่อถามิญญาร้ายที่อยู่ในศาลเ้าขนาดเล็ก “ไหนบอกว่าไม่มีปัญหาไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงถูกค้นพบเข้าล่ะ ? ”
เป็เวลาสามปีแล้วที่เขาโกงเงินใต้โต๊ะโดยไม่มีใครจับได้แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
อีกทั้งตอนแรกเขาเกือบจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วแต่ตอนนี้เื่กลับเงียบไป ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใด ๆ
นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
เื่ต่างๆ เริ่มแดงขึ้นมาทีละเื่ ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรเขาถึงได้มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอาเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความรู้สึกที่ว่านี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อคิดถึงเื่นี้ในใจของเขาก็ยิ่งตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม เขารีบไปจุดธูปบูชาิญญาร้ายทันที
อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาเดินออกไปจากห้อง ธูปก้านนั้นก็หักออกจากกันทันทีม่านภายในห้องขยับเองทั้งที่ไม่มีลมพัด ดวงตาสีแดงเืของิญญาร้ายดูล้ำลึกและน่าหวาดกลัว
โชคข้า้าโชค !
สองวันมานี้โชคดีอันหอมหวานที่มันเคยได้รับการสังเวยถูกตัดพันธะไป ทำให้ิญญาร้ายใจร้อนรน ควันของธูปที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไหลออกไปตามรอยแยกของประตูมาถึงห้องนอนของฉินรุ่ย
แน่นอนว่าความโชคดีของเขาไม่หอมหวานเท่าของฉินเลี่ยที่เป็บุตรผู้ได้รับเลือกจาก์แต่ความโชคดีที่แอบขโมยมายังหลงเหลืออยู่บนร่างกายของเขาบางส่วนถึงแม้จะไม่บริสุทธิ์เท่าที่อยู่บนร่างกายของฉินเลี่ย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ิญญาร้ายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ : ช่างเถิด จัดการกับมันก่อนแล้วกัน
จากนั้นมันก็ค่อย ๆ ลอยไปทางฉินรุ่ย
ในขณะนอนหลับฉินรุ่ยคล้ายกับว่ามีความรู้สึกอะไรบางอย่าง จู่ ๆ คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้นเป็ปมและไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถลืมตาตื่นขึ้นมาได้ความโชคดีบนหน้าผากของเขาพลันสลายหายไปทันทีเพียงชั่วพริบตาเดียวมันก็ถูกปกคลุมด้วยไอชั่วร้ายสีดำแทน
ในขณะเดียวกันนั้นโจวโจวที่อยู่ที่โรงแรมก็ลุกขึ้นนั่งแล้วนับนิ้วคำนวณ พลางหัวเราะอย่างมีเลศนัยออกมา
เ้าคนชั่วโชคร้ายแล้ว