ห้องนอนเฉินเล่อ…
จ้าวเหว่ยกลับเข้าห้องนอนมานั่งคิดเื่ที่คุยกับอ้ายเหริน ยิ่งประโยคสุดท้ายเธอยิ่งไม่เข้าใจเหตุการณ์บ้านเมืองเป็แบบนี้ใครอยากจะกลับมา พ่อร่างนี้เอาแต่ตัวเองจริงๆ หวังแต่ความสบาย
“แม่ทำอะไรฮะ”
“แม่กำลังจะทำงานน่ะ วันสองวันนี้แม่อยู่บ้านเป็เพื่อนซิงซิงทั้งวันเลยดีไหม”
“ไม่เป็ไรฮะ ถ้าแม่มีงานก็ไปทำงานได้เลยผมไปเล่นกับเสี่ยวเป่าก็ได้”
“แม่ต้องเขียนหนังสือให้คุณลุง ถ้าซิงซิงอยากอยู่กับแม่ก็มาเรียนเขียนหนังสือกับแม่ได้ ดีไหมเราสองคนนั่งเขียนด้วยกัน”
จ้าวเหว่ยเอาตำราที่คุณหานให้มาออกมาวางไว้ที่โต๊ะก่อนที่เธอจะฝนหมึกเพื่อคัดตำราที่เธอรับมาถ้าทำเสร็จเร็วเธอก็ได้รับงานใหม่ได้อีก
จ้าวเหว่ยเขียนตำราที่เธอเอามาไปเรื่อยๆ จนเธอเห็นซิงซิงนั่งฟุบหลับไปแล้วเธอก็พาเขาไปนอนก่อนที่เธอจะมานั่งเขียนต่อ การเขียนของเธอมันไวมากเธอรู้สึกเพลินกับการเขียนพู่กัน ตอนที่มีชีวิตทำไมเธอไม่ให้แม่เธอสอนเขียนนะ เธอก็นึกไม่ออกว่าทำไมอาจจะเพราะเธอี้เีฝนหมึกก็ได้มั้ง มันไม่คล่องมือเหมือนการใช้ปากกาลูกลื่น
ก๊อก…ก๊อก….
“เข้ามาได้เลยค่ะ” จ้าวเหว่ยที่กำลังเพลินกับการเขียนตำราไม่ได้สนใจอย่างอื่นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่มีคนมาหาเธอตอนดึกขนาดนี้
“เหว่ยเอ๋อร์ นี่ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอตอนนี้มันเช้าแล้วนะ” แม่สามีจะไปห้องครัวเห็นไฟในห้องยังไม่ปิดเลยเดินมาดู
จ้าวเหว่ยเงยหน้ามองนาฬิกาตอนนี้จะหกโมงเช้าแล้วเธอเขียนเพลินขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“แล้วทำอะไรอยู่ทำไมถึงไม่นอน”
“ฉันรับงานคัดตำรามาค่ะ เขียนเพลินไปหน่อยไม่ได้ดูเวลาเลย” จ้าวเหว่ยหัวเราะแก้เก้อ
“ทำอะไรก็อย่าหักโหมให้มากเกินไปนัก ไปนอนได้แล้วตื่นมาค่อยเขียนต่อเดี๋ยวแม่จะเอาอาหารเก็บไว้ให้ตื่นมาก็ค่อยไปกินข้าวนะ”
จ้าวเหว่ยรับคำทันทีเธอเก็บของที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่เธอจะไปนอนที่เตียงตามคำสั่งของแม่สามี
ห้องโถง…
“วันนี้ฉันเห็นลูกสะใภ้เราไม่ได้นอนทั้งคืน อ้ายเหรินหางานมาให้จ้าวเหว่ยทำใช่ไหม”
“ใช่ครับคนจ้างเขาคุยกับเธอเอง นี่เธอไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ? ” อ้ายเหรินใ
“เธอบอกว่าทำเพลินไม่ได้ดูเวลา แม่ไปบังคับให้นอนตอนเช้านี่เอง”
" ถ้าเธอตื่นแล้วคุณก็บอกเธอหน่อยว่าอย่าทำอะไรหักโหมจนเกินไป " พ่อสามีบอกภรรยา
“ตอนนี้เธอคงล้มเลิกความคิดเลิกกับลูกชายเราแล้วใช่ไหม ฉันเห็นเธอทำอะไรเพื่อพวกเราตั้งหลายอย่าง ถ้าเธอล้มเลิกความคิดนี้ไปได้ฉันจะดีใจมากเลย” แม่ยังกังวลอยู่
“เธอยังคิดอยู่ครับ เมื่อคืนเธอยังพูดเื่นี้อยู่เลย” อ้ายเหรินฟ้อง
“เธอเป็เด็กดีจริงๆ เท่าที่พ่อดู ถ้าสุดท้ายเธอ้าไปจริงๆ ก็คงเป็เพราะพี่ของเราไม่เหมาะสมกับเธอ” พ่อสามีถอนหายใจ
“เรายังไม่รู้หรอกนะพ่อว่าเธอเป็คนยังไง ธาตุแท้เธออาจจะยังไม่ออกมาก็ได้คงต้องดูไปเรื่อย ๆ ” อ้ายเหรินดึงสติพ่อแม่ พี่ใหญ่พ่อกับแม่เขาข้างภรรยาพี่กันหมดแล้วพี่จะรู้บ้างไหมเนี่ย
จ้าวเหว่ยตื่นขึ้นมาตอนบ่ายโดยที่มีซิงซิงนั่งเล่นอยู่ในห้องเป็เพื่อนเธอ หลังจากล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเธอก็ออกไปกินข้าวแล้วกลับมาเขียนงานต่อ
“ถ้าลูกเบื่อก็ออกไปเล่นกับเสี่ยวเป่าได้นะ”
“ฮะแม่ ผมจะอยู่เป็เพื่อนแม่ก่อนแล้วค่อยไปนะฮะ”
“ถ้าแม่ส่งของรอบนี้เสร็จแล้วแม่พาซิงซิงไปเที่ยวดีไหมครับ แม่จะพาซิงซิงไปซื้อขนมด้วยนะ…”
“จริงเหรอฮะ เราจะมีเงินไปเที่ยวได้เหรอฮะ”
จ้าวเหว่ยเงยหน้ามองเขาแล้ววางพู่กัน เธอเดินไปอุ้มเขาขึ้นมาก่อนจะหอมแก้มเขา ซิงซิงรู้สึกอายมากนี่เป็การโดนหอมแก้มครั้งแรกที่แม่หอมเขา เขาก้มหน้าด้วยความอาย
“ส่งงานแล้วก็มีเงินซิแล้วถ้าไม่มีเงินแม่จะชวนลูกไปได้ยังไงล่ะ”
ซิงซิงขยับตัวจะลงจากการถูกอุ้ม จ้าวเหว่ยปล่อยเขาลงกับพื้น
“งั้นผมไปเล่นกับเสี่ยวเป่าดีกว่าจะได้ไม่ต้องกวนแม่ทำงาน” ซิงซิงวิ่งออกจากห้องไป
จ้าวเหว่ยตลกกับท่าทีของลูกเลี้ยง เขาคงดีใจมากจริงๆ
ซิงซิงวิ่งไปหาปู่กับย่าเพื่ออวดพวกเขาว่าแม่จะพาเขาไปเที่ยว แล้วเขาก็วิ่งไปหาอาของเขาที่ห้อง
ห้องนอนอ้ายเหริน…
“อาฮะ..อาฮะ..” ซิงซิง วิ่งไปหาอ้ายเหริน
“แม่บอกว่าจะพาผมไปเที่ยวครับอา” ซิงซิงรีบอวดทันที
“แม่เขาบอกมาแบบนั้นเหรอ”
“ใช่ฮะ แม่บอกว่าส่งงานแล้วจะพาผมไปเที่ยวไปซื้อขนม”
“ถ้าแม่บอกว่าจะพาไปเขาก็คงพาไปนั่นล่ะ แต่ซิงซิงอย่าไปเร่งแม่นะครับถ้าแม่ว่างแม่คงจะพาไปเองรู้ไหม” อ้ายเหรินกลัวว่ามันจะเป็แค่คำพูดเท่านั้น ถ้าไม่ได้ไปหลานชายคงเสียใจแน่นอน
“ผมรู้แล้วฮะ ผมไปบอกเสี่ยวเป่าก่อนนะ” ซิงซิงออกจากห้องไปทันที
อ้ายเหรินรู้สึกหวั่นใจกับความเปลี่ยนแปลงของครอบครัวตอนนี้ พ่อแม่กับหลานชายของเขาดูเหมือนจะชอบจ้าวเหว่ยมาก แต่ถ้าวันหนึ่งเธอไม่ได้ดีแบบที่พวกเขาคิด
ซีอันขับรถพ่วงมาที่หน้าบ้านตระกูลหยางเพื่อรับน้องสาวตามที่นัดไว้
“สวัสดีครับคุณป้าผมนัดกับน้องไว้ครับ น้องจะให้ผมพาไปโรงงานน้ำมันพืช”
“เธอนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวป้าไปเรียกให้”
แม่สามีเดินไปเรียกจ้าวเหว่ยที่ห้อง เธอเก็บกระดาษที่เธอคัดตำราก่อนที่จะเดินออกมาเพื่อไปหาพี่ชายแต่ก็เจออ้ายเหรินออกมาจากห้องพอดี เขารู้ว่าพวกเธอจะไปรับกากถั่วเหลืองเขาเลยอยากไปด้วย
“เราจะไปทางลัดได้หรือเปล่าพี่ใหญ่”
“หา!? ..ทางลัดงั้นเหรอ” ซีอันงง
“ทางเลียบสวนไง งงอะไรเนี่ย” อ้ายเหรินอดบ่นไม่ได้
“ทำไมต้องไปทางนั้นล่ะ”
“ถ้าไปได้ไปทางนั้นดีกว่า ฉันไม่อยากให้คนเห็นเยอะเดี๋ยวจะมีพวกหัวหมอเห็นว่าขายได้ก็จะไปรับจากโรงงานแย่งลูกค้าฉันนะซิ”
“รอบคอบดี เดี๋ยวพี่พาไปทางนั้นก็ได้”
ซีอันขับรถพาอ้ายเหรินที่ซ้อนท้ายเขาและจ้าวเหว่ยที่นั่งตรงรถพ่วงไปโรงงานผลิตน้ำมันพืชพอไปถึงจ้าวเหว่ยพาเขาไปทางประตูหลังแล้วไปติดต่อยามที่ประตูว่ามาซื้อกากถั่วเหลือง
“รอเธออยู่เลยตอนนี้มีเยอะเลยนะ ครั้งต่อไปมารับทุกอาทิตย์ก็แล้วกันนะ จะได้ไม่ลำบากตอนขนไป” ชายกลางคนครั้งที่แล้วพูดกับเธอ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาเป็นักบัญชีของโรงงาน
“ได้ค่ะ เอาแบบนั้นก็ได้คะ”
นักบัญชีให้คนงานตักกากถั่วเหลืองใส่ถุงกระสอบให้เธอ รอบนี้มีกากถั่วเหลืองสี่ร้อยกิโลอ้ายเหรินกับซีอันช่วยจ้าวเหว่ยและคนงานขนกระสอบขึ้นรถ ส่วนจ้าวเหว่ยก็จ่ายเงินให้กับนักบัญชี
“ขอโทษนะคะ คุณชื่ออะไรเหรอคะวันหลังฉันจะได้บอกคนที่ประตูถูกว่ามาหาคุณ”
“บอกเขาว่ามาหาอาหวงก็แล้วกัน อย่าเรียกคุณเลยแล้วให้ฉันเรียกเธอว่าอะไรดีล่ะ”
“ฉันชื่อจ้าวเหว่ยค่ะอา ขอบคุณอามากนะคะ”
ซีอันพาอีกสองคนกลับบ้านโดยที่จ้าวเหว่ยมานั่งซ้อนเขาส่วนอ้ายเหรินไปนั่งตรงส่วนรถพ่วงแทนเพราะมันเต็มไปด้วยกระสอบนั่งลำบาก พวกเขากลับมาทางเดิมพอผ่านพื้นที่ที่จ้าวเหว่ยเห็นครั้งที่แล้วเธอก็บอกให้พี่ชายหยุดรถเพื่อลงไปดูที่นั่นทันที
“ตรงนี้เป็ที่ดินของหมู่บ้านเราหรือเปล่า”
“น่าจะใช่นะ” ซีอันคิดแล้วตอบ
“แล้วเราจะรู้ได้ไงว่ามีคนเช่าหรือยังหรือว่ามันเป็ที่รกร้าง”
“จ้าวเหว่ยเธอถามแบบไม่คิดเลยนะ หญ้าโตขนาดนี้จะมีคนเช่าได้ยังไง” อ้ายเหรินเหยียดปาก
“ใช่แล้วล่ะหญ้าสูงขนาดนี้คงไม่มีคนเช่าหรอก แกจะถามไปทำไม”
“ชาวบ้านเขาไม่มาตัดหญ้าไปให้วัวกินกันเหรอ”
“เขาไม่เอาหญ้าให้วัวกินมั่วซั่วหรอกนะกลัววัวท้องเสีย เขาก็เอาหญ้าที่เคยให้วัวกินประจำเท่านั้นล่ะ” อ้ายเหรินตอบแทน
“อ่า... แสดงว่าเขาไม่รู้ว่าหญ้าชนิดนี้เป็อาหารวัวที่ดีมาก ๆ เลยใช่ไหม”
สองหนุ่มพยักหน้าให้เธอ
" พี่ซีอันคงทำเื่ต่อไปนี้ไม่ได้เพราะพ่อน่าจะรู้ พี่อ้ายเหรินดีกว่าพี่ไปถามหัวหน้าหมู่บ้านให้ฉันหน่อยซิว่าที่ตรงเนี่ยถ้าเราจะเช่าเขาคิดค่าเช่ายังไง พื้นที่ที่มีหญ้าทั้งหมดนี่เลยนะ
“หลิวจ้าวเหว่ยเธอช่วยอธิบายให้ชัดๆ ซิว่าเธอคิดอะไรอยู่” ซีอันงงไปหมดแล้ว
“คือฉันมีสูตรทำอาหารวัวอยู่ หญ้าที่เราเห็นเนี่ยเป็หญ้าที่ดีต่อวัวมาก แล้วถ้าเราเอาไปหมักเพื่อทำอาหารวัวมันจะช่วยให้วัวโตไวขึ้นเพิ่มน้ำหนักให้วัวได้ดีกว่าทุกวันนี้ที่พวกชาวบ้านเลี้ยงกัน แต่มีบางอย่างที่ฉันยังไม่มีตอนนี้ฉันคิดว่าจะเอาหญ้าหมักไปให้วัวของป้าซูกินก่อนถ้าวัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีฉันว่ามันน่าจะขายได้ดีแน่นอน”
“ก็แค่หญ้าไหม” อ้ายเหรินไม่เข้าใจ
“ใช่มันแค่หญ้าแต่ถ้าเราทำก่อนเราก็หาเงินได้ก่อน ถูกไหมล่ะ”
“พี่ไปถามราคาเช่ามาก่อนเถอะ ถ้ามันเป็ที่รกร้างแต่ค่าเช่าแพงมากเกินไปค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเช่าไหม พี่คิดว่าไอ้กากถั่วเหลืองเนี่ยผ่านไปสักระยะก็ต้องมีคนหามาขายเลียนแบบ ตอนนี้เป็่กอบโกยของพวกเรา” จ้าวเหว่ยยิ้มเ้าเล่ห์
จ้าวเหว่ยชวนพวกเขากลับบ้านก่อนที่อ้ายเหรินจะสงสัยว่าจ้าวเหว่ยขาดอะไร
“หญ้าพวกนั้นเธอจะเอาอะไรมาผสมเหรอ?”
“กากน้ำตาลน่ะ ฉันไม่รู้ว่าแถวนี้มีโรงงานน้ำตาลไหมเราน่าจะขอซื้อกากน้ำตาลได้แล้วก็ไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ด้วย”
“ถ้าอยากรู้เดี๋ยวพี่จะลองหาให้แน่ใจเหรอว่ามันจะได้ผล”
“มั่นใจมากๆ เลยล่ะ ที่บ้านมีความคิดจะซื้อวัวบ้างไหมล่ะพี่อ้ายเหริน”
“เอาเงินที่ไหนมาซื้อเล่า ถามไม่คิดเลยนะ” อ้ายเหรินประชด
“ลูกวัวก็ตัวละสามสิบหยวนได้มั้ง เธอจะซื้อเพื่อหญ้าเธอเนี่ยนะ”
“เปล่า ก็ไม่ใช่ทั้งหมดฉันจะซื้อให้ซิงซิงด้วย เขาอยากเลี้ยงวัว”
ซีอันกับอ้ายเหรินงงกับความคิดของน้องสาวคนนี้มาก ดูเหมือนเธอจะคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้านเลยจริงๆ