ตอนที่ 7 วายป่วง
ดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำตาคลอหน่วยของวาดฝันเบิกกว้างขึ้นราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสาทว่าในแววตากลับฉายชัดถึงความมึนเมาไม่ได้สติ วาดฝันดันร่างของตัวเองขึ้นยืนแม้จะซวนเซไปบ้างก็ตามก่อนจะวิ่งปรี่โซซัดโซเซตรงไปหาภูทัชด้วยความเร็ว
“คุณภูทัช! คุณแฟนขา...” เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ไม่ชัดถ้อยชัดคำหากแต่คำว่า ‘คุณแฟนขา’ กลับดังก้องกังวานไปทั่วลานจอดรถ วาดฝันในร่างที่ไร้เรี่ยวแรงโซซัดโซเซตรงเข้าไปหาภูทัชอีกครั้งอย่างรวดเร็วไม่สนใจสายตาใครต่อใครที่เริ่มจับจ้องมายังพวกเธอด้วยความสนใจระคนประหลาดใจ
ภูทัชที่กำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเพื่อเตรียมตัวจะคุยธุระสำคัญถึงกับชะงักฝีเท้าลงในทันทีดวงตาคมเข้มละจากคู่สนทนาปลายสาย เขาหันมามองตามเสียงเรียกอย่างใคร่รู้เมื่อเห็นว่าเป็ร่างบางของวาดฝันที่วิ่งปรี่ตรงเข้ามาหาเขาภูทัชก็เลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงนระคนสนใจ
ไม่ทันที่ภูทัชจะได้เอ่ยถามสิ่งใดร่างนุ่มนิ่มของวาดฝันก็พุ่งเข้าซบลงบนแผงอกกว้างของเขาเสียแล้วก่อนที่สองแขนเรียวเล็กจะยกขึ้นโอบรัดรอบร่างสูงใหญ่อย่างแแ่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ซบลงบนอกแกร่งอย่างออดอ้อน
“คุณภูทัช! ฉันชอบคุณ...” วาดฝันพร่ำเพ้อออกมาอย่างคนไร้สติ
การกระทำและคำสารภาพรักของวาดฝันทำเอาภูทัชถึงกับยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็หินเขาอึ้งไปกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวของสาวน้อยตรงหน้ากวางน้อยแสนบอบบางไร้เดียงสาที่เขาเพิ่งจะรู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เหตุใดเวลานี้ถึงได้กลายร่างเป็หญิงสาวขี้เมาที่ไร้สติสัมปชัญญะไปได้ถึงเพียงนี้ทั้งท่าทางเหนียมอายและขี้อายก่อนหน้านี้เล่า หายวับไปกับตาราวกับเปลี่ยนเป็คนละคนทีเดียว
“ยายฝัน! แกทำบ้าอะไรของแกเนี่ย”เสียงตวาดดังลั่นของเหมือนแพรดังขึ้น ทำลายภวังค์ความคิดของภูทัชลงในทันทีเขาละสายตาจากร่างบางในอ้อมกอด หันไปมองตามเสียงเรียกอย่างหงุดหงิดใจ
“ยายฝัน!แกปล่อยคุณภูทัชเดี๋ยวนี้เลยนะ” เหมือนแพรรีบสาวเท้าเข้าไปหาวาดฝันอย่างรวดเร็วพยายามดึงร่างของเพื่อนสาวออกจากร่างสูงของภูทัช
แต่ทว่าวาดฝันในตอนนี้กำลังเมามายไม่ได้สติ เธอไม่ยอมปล่อยภูทัชง่ายๆ วาดฝันยังคงกระชับอ้อมแขนกอดรัดร่างของเขาไว้อย่างแน่นหนึบราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปต่อหน้าต่อตาของเธออีกครั้ง
“ไม่ปล่อย! ฉันจะไม่ปล่อยคุณแฟนของฉันไปไหนอีกแล้ว...”วาดฝันโวยวายเสียงดัง แม้เหมือนแพรจะพยายามดึงยื้อเพื่อนสาวออกมาก็ตาม
ภูทัชเพียงยืนมองหญิงสาวสองคนที่คนหนึ่งกอดรัดตัวของเขาเอาไว้แน่นส่วนอีกคนก็พยายามฉุดดึงร่างบางออกจากตัวของเขาให้จงได้
ภูทัชหัวเราะหึๆ ออกมากับภาพเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งประหลาดใจ ทั้งขบขัน และบางที...สายตาที่มองร่างบางในอ้อมอกตรงหน้าอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่ก็เป็ได้
ใน่สายของวันใหม่แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสาดส่องเข้ามาในห้องนอนวาดฝันค่อยๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบาก หัวของเธอราวกับถูกค้อนทุบอย่างแรงจนทำให้ปวดหนึบไปทั่ว
“โอ๊ย…” วาดฝันครางออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความทรมานความทรงจำสุดท้ายของเธอคือภาพแสงสีเสียงในผับ “TheBabylon” และรสชาติหวานอมเปรี้ยวซ่าของค็อกเทลแก้วที่เท่าใดก็ไม่อาจนับหลังจากนั้น…ทุกอย่างก็ดับวูบไป
วาดฝันพยายามลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ ร่างกายของเธออ่อนแรงราวกับไปวิ่งมาราธอนมาอย่างไงอย่างงั้นเธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เคมีในร่างกายกำลังตีกันอลหม่าน เพื่อบรรเทาอาการปวดหัว วาดฝันตัดสินใจลุกจากเตียงเดินโซซัดโซเซไปยังนอกห้องนอน หวังจะหาอะไรดื่มให้ชื่นคอสักหน่อย
เมื่อพ้นประตูห้องนอนออกมาภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพของเหมือนแพรที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มอยู่โต๊ะกลางห้อง
“ตื่นแล้วเหรอ แม่คุณแม่ทูนหัว”เสียงประชดประชันของเหมือนแพรดังขึ้นทันทีที่เห็นวาดฝันเดินออกมาจากห้องนอนน้ำเสียงของเพื่อนสาวแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนขบขัน
วาดฝันพยุงร่างอันอ่อนแรงทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตมองเพื่อนสาวอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ
“แพร…ปวดหัวจัง” วาดฝันบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางยกมือขึ้นนวดไปที่ขมับอย่าง้าให้ความปวดบรรเทาลง
“สมน้ำหน้า...ก็เมื่อคืนเล่นดื่มเข้าไปซะขนาดนั้นนี่นากว่าฉันจะลากแกกลับห้องได้ เล่นเอาแทบแย่ทีเดียว” เหมือนแพรบ่นอุบอิบแต่ก็ไม่ลืมที่จะเลื่อนชามข้าวต้มมาตรงหน้าเพื่อนรัก “กินข้าวต้มรองท้องสักหน่อยจะได้ดีขึ้น”
วาดฝันรับชามข้าวต้มพร้อมมองเพื่อนสาวอย่างขอบคุณเธอตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก รสชาติอ่อนๆ ของข้าวต้มร้อนๆช่วยให้ร่างกายของเธอรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง
“เมื่อคืน…เกิดอะไรขึ้น...ฉันจำอะไรไม่ได้เลย” วาดฝันเอ่ยออกมา ขณะยกช้อนเข้าปาก
เหมือนแพรเงยหน้าขึ้นมองหน้าวาดฝันด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ยายฝันเอ๊ย! เมื่อคืนแกเมาได้แบบวายป่วงมาก เมาแบบ…”เหมือนแพรเว้น่คำพูดไปเล็กน้อยราวกับกำลังรวบรวมคำพูดที่จะอธิบายความวายป่วงของเพื่อนสาวเมื่อคืน
“เมาแบบไหน…” วาดฝันถามเสียงแ่ เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีกับท่าทีตรงหน้า
“เมาแบบ…ประกาศก้องให้โลกรู้ว่าชอบผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเมื่อคืนไงเล่า”เหมือนแพรพูดออกมาเสียงดังฟังชัด ดวงตาจ้องมองวาดฝันอย่างไม่กะพริบ
“แค่กๆๆ” วาดฝันถึงกับสำลักข้าวต้มคำโตที่เพิ่งตักเข้าปากออกมาทันที ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง “เมื่อกี้…แกพูดว่าอะไรนะ”
“ฉันบอกว่าเมื่อคืนแกเมาแล้วไปะโลั่นบอกรักคุณภูทัชหน้าหล่ออะไรนั่นจนคนอื่นเขารู้กันทั่วเมืองแล้ว”เหมือนแพรพูดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เน้นย้ำทุกคำพูด ราวกับ้าที่จะตอกย้ำความจริงอันน่าอับอายให้กับเพื่อนสาวได้รับรู้
วาดฝันเบิกตากว้าง จ้องมองเหมือนแพรอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันที ความทรงจำอันน้อยนิดเริ่มไหลย้อนกลับมาในหัวสมองภาพร่างสูงใหญ่ของภูทัชที่ถูกเธอโอบรัดไม่ยอมปล่อยกับคำสารภาพรักที่ดังกระหึ่มลั่นลานจอดรถ…”โอ๊ย...ฉันอยากเขกหัวตัวเองให้ตายไปเลย”