“ผม...มีเื่จะสารภาพกับคุณ” เสียงทุ้มดูแ่เบาราวกับเสียงลมหวิวดวงตาของเขาฉายแววแห่งความหม่นหมองไม่ยอมสบตาเธอ
“...ฉันฟังอยู่”พริมบอกเขาเสียงแ่ไม่แพ้กัน เมื่อได้เห็นท่าทีเช่นนั้นจากชายหนุ่ม เธอก็ไม่้ารับรู้สิ่งภายนอกอื่นใดอีกต่อไปนอกจากเื่ราวของคนตรงหน้า
“ผมเป็โรคจิตเวช...เป็มาหลายปีแล้ว” น้ำเสียงและแววตาของเขาสะท้อนความรู้สึกแตกสลายที่เอ่อล้นออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ
“...” ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากหญิงสาวในเวลานี้
“ผมจำ่นั้นไม่ค่อยได้หรอก แต่แม่เล่าให้ฟังว่าเห็นผมนอนหมดสติจมกองเืในห้องน้ำ ที่ข้อมือมีรอยแผลลึก...”ดวงตาของเขากลับมาแดงก่ำอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มดูสั่นเครือยิ่งกว่าเดิมพริมยังคงมองเขานิ่ง ความรู้สึกสงบพลันเกิดขึ้นมาในใจหญิงสาวอย่างแปลกประหลาด
“ผมรักษาโรคนี้อยู่นานหลายปี จิตแพทย์บอกว่าตอนนี้ผมดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่สำหรับผมแล้ว คำว่า ดีขึ้นนี่หมายความว่าอย่างไรกันแน่ ทำไมผมยัง...เป็แบบนี้ทุกวันอยู่เลย” คำถามมากมายที่ค้างคาอยู่ในใจหญิงสาวได้ถูกอธิบายแจ่มชัดทุกประการแล้ว
“ผู้หญิงที่ผมเคยคุยด้วยหลายคนหลังจากพวกเธอได้รู้ว่า ผมกินยารักษาอะไรอยู่ ก็ไม่มีใครกลับมาหาผมอีกเลยพูดกับใครก็ไม่มีคนฟัง เพราะผมคือคนบ้า ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรในสายตาพวกเขา” ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นหันมาจ้องสบตากับเธอความแตกสลายและความสิ้นหวังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
“แล้วคุณล่ะพริม...รังเกียจผมไหม?” คำถามนี้ทำให้หญิงสาวนิ่งเงียบไปเนิ่นนานพริมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอันแสนเ็ปคู่นั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ดีใจมากเลยนะที่นายตัดสินใจพูดเื่นี้ออกมามันทำให้ฉัน...อยากอยู่เคียงข้างนายตลอดไป”
“พริม...” น้ำเสียงอันสั่นเครือและน้ำตาที่กำลังคลอเบ้าของเขาพาให้หัวใจดวงแกร่งของหญิงสาวถูกบีบจนเจ็บจุก ทำไมโลกถึงได้โหดร้ายกับเขาขนาดนี้นะ
“ฉันไม่มีทางรับรู้ถึงความเ็ปของนายได้ทั้งหมดแต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้รู้ว่า วันไหนที่นายรู้สึกมืดมนฉันพร้อมที่จะเป็แสงสว่างเล็กๆ อยู่กับนายเสมอ” เธอส่งยิ้มแสนอบอุ่นให้เขา นี่อาจจะเป็คำพูดชวนเลี่ยนแต่เธออยากให้เขาได้รับรู้สิ่งที่มาจากหัวใจเธอจริงๆ
เป็เื่ที่ต้องยอมรับว่า สภาพสังคมปัจจุบันนี้คนที่ป่วยเป็โรคทางจิตเวชได้สร้างความน่ารังเกียจและความหวาดกลัวให้แก่คนทั่วไปส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็ธรรม พวกเขาถูกทำร้ายทารุณไม่ว่าจะทางด้านร่างกายและจิตใจหรือแม้กระทั่งถูกทอดทิ้งให้เอาชีวิตรอดอย่างโดดเดี่ยวจนไม่ได้รับการรักษาก็มี
สำหรับมุมมองของคนเป็หมอแล้วพวกเขาเป็กลุ่มคนที่น่าสงสารและควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม จากประสบการณ์ของพริมเธอได้เห็นคนไข้จิตเวชหลายคนที่มีอาการดีขึ้นมากจนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติแต่พวกเขากลับถูกตราหน้าจากคนในสังคมจนไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตนชื่นชอบ นี่จึงเป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาต้องคอยปกปิดเอาไว้
“...ขอบคุณที่เข้าใจผมนะ พริม” ดวงตาสีเทาคู่นั้นเป็ประกายเป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นเขายิ้มด้วยความสุขเช่นนี้
เหมือนโลกทั้งใบได้ถูกหยุดเวลาไว้ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาหาเธอช้าๆพริมนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไปด้วยหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำถี่รัว ในเวลาเพียงชั่วพริบตาริมฝีปากกระจับของเขาก็ได้มอบจุมพิตแสนหวานให้เธออย่างละเมียดละไมแม้จะตื่นตะลึงในตอนแรกแต่ความอบอุ่นของคนตรงหน้าทำให้พริมหลับตาพริ้มดำดิ่งไปในโลกอันน่าลุ่มหลงของเขาบรรยากาศรอบกายคนทั้งสองเต็มไปด้วยความหอมหวานและอ่อนโยนตลบอบอวลไปทั่วห้อง
มาถึงเสียทีวันที่เธอรอคอยความเคลือบแคลงสงสัยที่มีต่อเขาได้มลายหายไปหมดสิ้นถูกแทนที่ด้วยความรักที่กำลังผลิบาน ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนสองคนที่รูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างกันสุดขั้วเหมือนสีขาวกับดำจะได้มาลงเอยกันด้วยเส้นทางแห่งรักเช่นนี้ โลกมักจะมีเื่ราวให้เราแปลกใจเสมอ
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมากิจวัตรประจำวันของคนทั้งสองได้เปลี่ยนไปจากเดิม ่กลางวันพริมจะทำอาหารถ่ายวิดีโอที่ห้องตัวเอง ส่วนเฟรดออกไปทำงานที่ร้านของตน ตกเย็นหลังชายหนุ่มเลิกงานก็มาอยู่ด้วยกันที่ห้องของหญิงสาว เขามานอนกับเธอทุกคืน ทั้งสองคอยมอบความหวานและความวาบหวามให้กันและกันทุกวันวันนี้ก็เป็วันปกติอีกวันหนึ่งของพวกเขาเช่นกัน...
“ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวฉันยังอยู่ตรงนี้...” พริมพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นดวงหน้าของหญิงสาวเรียบนิ่งดูสงบเยือกเย็นเธอกำลังสวมกอดเ้าของร่างสูงที่กำลังสั่นเทา ชายหนุ่มซุกซบใบหน้าอยู่ในอ้อมกอดเธอแน่นจนพริมััได้ถึงน้ำตาที่เปียกชื้นเสื้อของเธอมือบางคอยลูบไล้ปลอบประโลมแผ่นหลังกว้างอย่างแ่เบา
เวลาผ่านไปสักพัก เสียงสะอื้นไห้ของเฟรดหยุดลงร่างสูงยืดตัวออกมาจากอ้อมกอดอุ่นของเธอ ดวงตาแดงก่ำของเฟรดจ้องสบตาเธอนิ่ง
“ช่วยฉันด้วย...” น้ำเสียงของเฟรดเบาระรวยดวงตาสีเทาสะท้อนแสงแห่งความโศกเศร้า
“พอจะรู้สาเหตุไหม?”พริมสบตาคนตรงหน้าไม่วางตา สีหน้าและแววตาของเธอดูจริงจังยิ่งกว่าเดิม
“ไม่รู้ อยู่ๆ มันก็เป็ขึ้นมาเอง”เฟรดส่ายหน้าเบาๆ เขายกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า สายตาคู่นั้นดูเลื่อนลอยมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
“แล้วเป็มานานหรือยัง?” คำถามจากหญิงสาวทำให้เฟรดชะงักงันไปเขายกยิ้มเศร้าสร้อยก่อนจะตอบเธอ
“ั้แ่วันนั้น...วันที่เราฟื้นจากความตาย”คราวนี้กลายเป็พริมเองที่ต้องเป็ฝ่ายตะลึงงัน
“หมายถึง...เคยหัวใจหยุดเต้นเหรอ?” พริมทวนคำพูดเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจในฐานะผู้ที่เคยผ่านเส้นแบ่งแห่งความเป็ความตายของผู้อื่นมาหลายครั้ง ตามประสบการณ์ของเธอมันยากมากที่จะแย่งชิงชีวิตของคนกลับมาจากสิ่งที่เรียกว่า ความตาย หากคนนั้นหัวใจหยุดเต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง
เฟรดพยักหน้าให้เธอเบาๆ เป็คำตอบ ก่อนจะเริ่มอธิบาย
“แม่เจอฉันหมดสติอยู่ในห้องที่คอมีเชือกผูกไว้อยู่ พวกเขาช่วยดึงชีวิตฉันกลับมาได้ แต่หมอบอกว่า สมองฉันขาดเืและออกซิเจนนานเกินไปจนมีบางส่วนถูกทำลายทำให้มีอาการชักและส่งผลต่ออารมณ์ ตอนนี้หมอให้หยุดยากันชักแล้ว เหลือเื่เดียวที่ไม่สามารถหยุดยาได้และอาจจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต...แต่ฉันอยากกลับมาเหมือนคนปกติบ้าง” เสียงของเฟรดแ่เบาลงดวงตาที่ดูไร้ชีวิตชีวาคู่นั้นเสมองไปทางอื่น
“งั้นเราลองมองอีกมุมหนึ่งดูไหม? มองว่าอาการพวกนี้เป็แค่ส่วนประกอบเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ให้ความสำคัญกับมันน้อยลงจะได้มีเวลาไปทำในสิ่งที่เราชอบมากขึ้น” พริมกุมมือเขาเอาไว้แววตาที่ส่งไปให้ชายหนุ่มคนรักเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง
“มันไม่ง่ายน่ะสิ” หญิงสาวััได้ถึงความท้อแท้สิ้นหวังที่ยังคงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
“ถ้าเราคิดว่ายาก มันก็จะเป็ไปตามที่เราคิดนั่นแหละไม่ลองก็ไม่รู้นะ ไม่เวิร์คก็ค่อยหาวิธีกันใหม่ ดีกว่าจมปลักไม่ทำอะไรเลยจริงไหม?”เขายอมแพ้ แต่เธอไม่หรอกนะพริมยึดถือแินี้เป็แรงขับเคลื่อนและกำลังใจให้ตัวเองเสมอมาแล้วก็ได้ผลดีมาตลอด เธอรู้ดีว่า แต่ละคนมีเหตุผลและข้อจำกัดแตกต่างกัน แต่ว่า ถ้าเรามัวแต่คิดมากจนกลัวและเสียกำลังใจเองไปก่อนไม่ได้ลงมือทำเสียที มันก็คงไร้ประโยชน์อยู่ดี อย่ากลัวที่จะผิดพลาดจงกลัวที่จะเสียโอกาสมากกว่า
“พริม...”น้ำเสียงของชายหนุ่มกลับมาสั่นเครืออีกครั้ง หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่นก่อนจะดึงร่างกำยำนั้นเข้ามาสวมกอด
“เพื่อช่วยนาย ฉันจะทำให้ดีที่สุด”คำมั่นสัญญานี้คือสิ่งมีค่าที่สุดที่เธอสามารถมอบให้เขาได้
“ผมจะพยายามที่รัก อย่าทิ้งผมไปไหนนะ”เขากระชับอ้อมแขนกอดตอบเธอแน่น หญิงสาวััได้ถึงน้ำตาที่เปียกชื้นบนเสื้ออีกครั้ง
“ฉันสัญญา”ชีวิตของผู้ชายคนนี้ผ่านอะไรหนักหนามามากมายเหลือเกิน เธอนึกไม่ออกเลยว่าเขาจะต้องอดทนขนาดไหน กว่าจะเอาชนะความอ่อนแอของจิตใจจนกลับมาได้ขนาดนี้ เฟรดเป็คนเข้มแข็งที่สุดที่เธอเคยเจอมา
คนมีปมปัญหาสองคนได้มาเจอกันแบบนี้คงไม่ใช่เื่บังเอิญแม้ว่าโลกภายนอกจะโหดร้ายกับพวกเขาเพียงใด จะต้องล้มลงไปอีกสักกี่ครั้งอย่างน้อยเธอก็ได้มีเขาให้จับมือในวันที่อ่อนแอ ระหว่างทางอาจจะไม่ได้สวยงาม แต่เธอเชื่อว่าพวกเขาจะผ่านความยากลำบากนี้ไปได้แน่นอน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรามาลองจินตนาการเล่นๆ กัน ถ้าอยู่ดีๆ คนที่เราแอบชอบมาบอกเราว่า เขาป่วยเป็โรคจิตเวชทุกคนจะทำอย่างไรต่อคะ?
ปล. การตัดสินใจของตัวละครในนิยายไม่ได้บ่งบอกว่าเป็การกระทำที่ถูกหรือผิด เพราะสถานการณ์ของแต่ละบุคคลล้วนมีปัจจัยและเหตุผลแตกต่างกันฉะนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ