
ผมเริ่มนึกได้ว่า พี่ฟ้าน่าจะสวมสปอร์ตบรา
หากจะถอด ก็ต้องถอดผ่านจากทางหัวใช่มั้ย
อย่างนั้น ควรทำอย่างไรดีเล่า
ผมถอนหายใจ รู้สึกเซ็งอย่างแรง
แต่ชั่วเวลานั้นเอง ผมนึกอะไรได้
ผมเอียงหน้ากลับไปมองพี่ปัน ที่หนุนแก้มนิ่งบนไหล่ บราเธอเป็ตะขอหน้าหรือเปล่านะ ผมเริ่มเคลื่อนมือสำรวจ ใช่แล้ว ผมรู้สึกถึงขอเกี่ยวตรงระหว่างสองเต้า
แต่กระนั้นก็ไม่ง่ายจะปลด ผมไม่เชี่ยวชาญการปลดเปลื้องบราจากตะขอหน้า ขาดไร้ประสบการณ์ นึกภาพตะขอเกี่ยวไม่ออก รูปลักษณะแบบไหน ควรปลดด้วยวิธีอะไร บางทีหากมีโอกาสผมควรต้องถามChatGPT เกี่ยวกับโครงสร้างทางวิศวกรรม การออกแบบ เพื่อหาทางปลดเปลื้องบราตะขอหน้าได้ด้วยมือเดียว เคยมีนักออกแบบบราเซียคิดถึงเื่นี้มั้ยนะ การถอดบราด้วยมือเพียงข้างเดียว
อาจมี หรือไม่ ผมไม่รู้ ผมควรเลิกสนใจ และกลับมาเผชิญกับปัญหาตรงหน้า ผมจะทำอย่างไร
เห็นทีต้องด้นสด ค้นหาหนทางระหว่างเผชิญประสบการณ์จริง
ผมใช้มือสำรวจตะขอเกี่ยวตรงหว่างบรา ค้นหากลไก ว่ามันสวมเข้าทางไหน และสามารถปลดออกได้ตรงไหน เมื่อพอเข้าใจ จึงค่อยๆ หาทางปลดออกมา
น่าแปลก ทุกอย่างเป็ไปด้วยดี ไม่ยากอย่างที่กังวล
เมื่อบราของพี่ปันถูกขจัดออกจากการปกคลุมหน้าอกทรงโต ผมได้กุมเต้านมเธออย่างเต็มที่ ัันุ่มของทั้งสองเต้าราวกับมีเสน่ห์ซึมผ่านฝ่ามือเข้ามาสู่กลางใจผมได้
ขนาดทรงของรุ่นพี่สองคน แม้แตกต่าง แต่ััก็น่าเย้ายวน จนไม่อยากละมือออกไม่ว่าจะจากเต้านมของใคร
ผมรู้สึกได้ว่าพี่ปันขยับศีรษะน้อยนิด ได้ยินเสียงลมหายใจเธอชัดขึ้น ก้มลงไปจูบหน้าผากเธอครั้งหนึ่ง พลางััปลายยอดของเต้าอวบทรงงาม จากนั้นเปลี่ยนมาจุมพิตหน้าผากของสาวอีกคน เธอนิ่งเมื่อแรก แต่เมื่อริมฝีปากประทับลงตรงขมับ เหมือนเธอจะค่อยๆ เบียดร่างผมให้แนบจากที่แนบชิดมากอยู่แล้ว มือหนึ่งขยับมากุมเสื้อตรงหน้าอกของผม
ทั้งห้องยังสงัด แต่อบอวลไปด้วยเสน่หาจากสองร่างงามของสาวรุ่นพี่
ถึงตอนนี้ แน่ใจว่าสองคนไม่ได้หลับ รับรู้การกระทำทั้งหมดของผม เธอยินยอมพร้อมใจกระมัง แต่ที่ผมไม่แน่ใจ คือเธอรู้หรือเปล่าว่า ผมทำเช่นนี้กับเพื่อนของเธอด้วย อาจไม่รู้ บางทีที่เธอยังนิ่ง ราวเก็บกลั้นอารมณ์ความรู้สึก ไม่ตอบสนองอย่างเปิดเผย ไม่ใช่เพราะเขินอายตัวผม แต่เป็ความอายเพื่อนอีกคน แม้ทั้งสองเป็เพื่อน สนิทสนมมากขนาดเคยร่วมอาบน้ำ แต่อาจยังไม่ก้าวข้ามไปถึงขั้นร่วมเตียงด้วยกันพร้อมชายหนุ่มอย่างตอนนี้
ผมควรทำอย่างไรต่อไป ขยับลุกขึ้น แล้วปลดเปลื้องเสื้อผ้าทีละคนจนหมดสิ้น เธออาจยอม แต่ลึกๆ ผมรู้สึกว่ามันขาดไร้ศิลปะไปหน่อย
ผมถอนมือจากการเกาะกุมเต้านมของทั้งสองออกมา คว้ามือที่วางนิ่งข้างตัวผม มือของทั้งสองคนช่างนิ่ม ผมชอบที่ได้จับมือพวกเธอ แต่เวลานี้ไม่อยากทำเพียงเท่านั้น ผมอยากให้มือทั้งคู่ััส่วนอื่น ส่วนที่แสดงตัวพรั่งพร้อมอยู่แล้วั้แ่ผมปลดเปลื้องตะขอบราเซียสำเร็จ
ผมจับมือของพี่ฟ้าและพี่ปัน มาวางลงบนหน้าท้อง จากนั้นเริ่มปลดตะขอและซิปกางเกงของตัวเอง ความเป็ชายยังผงาดอวดร่างอยู่ภายใต้ผ้าบางของกางเกงชั้นใน
จากนั้นผมหยิบมือของรุ่นพี่ทั้งสองมาวางบนท่อนแกร่ง นำพาให้ขยับลูบไล้น้อยนิด จากนั้นปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามความ้าของพวกเธอ ดึงมือของตัวผมเองกลับมาลูบไล้สะโพกกลมทั้งซ้ายขวา
มือของสองคนยังนิ่งอยู่บนลำอาวุธที่ห่อตัวอยู่ในกางเกงชั้นใน แต่ไม่กี่อึดใจต่อมา ผมรู้สึกได้ถึงััลูบไล้ของมือที่เคลื่อนไหว น่าจะเป็มือของพี่ฟ้าตรงใกล้ส่วนปลายอาวุธ แม้แ่เบา แต่ก็รับรู้ได้ ขณะที่มือของพี่ปันตอบสนองต่อมาทีหลัง แต่ก็ค่อยๆ เริ่มเกาะกุมบีบเค้นอย่างนุ่มนวลที่โคนและเรื่อยต่อลงมายังลูกกลมทั้งสองใกล้ๆ กัน แรงบีบแ่เบา แต่รับััพึงใจได้
ผมอยากรู้ว่าพวกเธอจะทำอย่างไรต่อ จะเป็ผู้ปลดเปลื้อง ให้อิสระกับาาแห่งโลกของผมด้วยตัวเองหรือไม่ ผมปล่อยพวกเธอ หันมาสนใจกับมือตัวเอง ที่เริ่มเคลื่อนมาปลดตะขอ กระโปรงสเกิร์ตของพี่ฟ้า และกางเกงขายาวผ้านุ่มของพี่ปัน
ผมเพียงปลดตะขอและซิป ให้ชายขอบสิ้นแรงรัดรั้งเท่านั้น เพื่อจะได้ใช้มือสอดเข้าโดยสะดวกดายไปตามก้นงอนของทั้งคู่ ผ้ากางเกงชั้นในของทั้งสองคนค่อนข้างนุ่มและเย็น เช่นเดียวกับเนื้อนวลบั้นท้าย ดูเหมือนก้นของพี่ปันงอนและมีเนื้อมากกว่าของพี่ฟ้าอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าของใครก็สบายมือยามจับต้องลูบไล้ไม่แพ้กัน
ผมเคลื่อนมือลงล่าง เลื้อยเลาะไปถึงหว่างขา ที่ยังหนีบแนบชิดตามอาการนอนตะแคง แต่นั่นยังไม่ได้เป็อุปสรรค ที่ผมจะสอดนิ้วเข้าไปไล้ลูบ คลึงัักับ่หว่างขา เหนือผืนผ้ากางเกงตัวจิ๋ว
ผมััได้ถึงอาการเกร็ง และบิดตัว่ล่างแทบพร้อมกัน ไม่ถึงกับรุนแรง แต่ััได้ ผมแน่ใจว่าตอนนี้ทั้งคู่ตื่นเต็มตา
แต่พวกเธอจะรู้มั้ยว่าเพื่อนเธออีกฝั่งตัวผม ก็ตื่นอยู่ และกำลังััอารมณ์วาบหวามอยู่เช่นเดียวกัน
บางทีอาจรู้ มือที่ลูบไล้จุดอ่อนไหวของผมอยู่ น่าจะต้องัักันอยู่บ้าง และรู้ว่านั่นไม่ใช่มือของผม แต่เป็มือของเพื่อนของเธอเอง
ผมคิดถูกไหมนะ
แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ผมรอคอย อย่างน้อยก็ตอนนี้ มือของใครสักคน น่าจะเป็พี่ฟ้า ค่อยๆ ดึงขอบกางเกงตัวน้อย เชื่องช้าไม่เร่งรีบ เพื่อให้อิสระแก่น้องชายผมออกมามองโลกกว้าง ผมอยากดึงมือตัวเองออกไปช่วยปลดปล่อย แต่ก็ไม่้าหยุดลูบไล้ช่องแคบที่ซุกซ่อนอยู่หว่างขาของพวกเธอ
จึงได้แต่ภาวนาต่อพระเป็เ้าให้พี่ฟ้า ช่วยปลดปล่อยน้องชายสู่อิสระอย่างสมบูรณ์
ดูเหมือนเธอดึงขอบกางเกงลงเพียงครึ่ง ก็เริ่มต้นเกาะกุมท่อนใหญ่ และลูบไล้ขึ้นลงเบาๆ ผมว่ามือของพี่ฟ้าน่าจะชนเข้ากับมือของพี่ปันอยู่หลายครา จึงทำให้พี่ปันเลื่อนมือขึ้นมา ช่วยดึงขอบกางเกงของผมลงต่ำอีก ก่อนเข้ากุมโคนท่อนใหญ่และลูกกลมที่หว่างขาผม
ไม่รู้ว่าแต่ละคนล่วงรู้แน่หรือยัง ว่าอีกมือที่กำลังร่วมสันทนาการ ณ ท่อนเอ็นของรุ่นน้องอย่างผมตอนนี้ เป็มือของเพื่อนเธอเอง
หากพวกเธอลืมตามอง ก็น่าจะเห็น ในห้องไม่ได้มืดสลัวจนเกินไป
ผมเลื่อนมือจากที่ลูบไล้หว่างขาอยู่ภายนอกผืนผ้าบาง ขึ้นมาขอบกางเกง เคลื่อนไหลเข้าสู่ภายใน นิ้วทั้งห้าของผม ไล้ไปตามผิวบั้นท้ายอุ่นของทั้งคู่ มุ่งลงสู่สถานอันลึกลับ ซึ่งเวลานี้เริ่มฉ่ำชื้น ผมรู้สึกว่าสองขาของทั้งคู่ที่เบียดชิดอยู่เมื่อแรก เริ่มคลายออก ราวอำนวยความสะดวก ไม่กางกว้างนัก แต่เพียงขยับให้นิ้วมือผม มุ่งหน้าไปถึงปากทางโดยง่าย
อึดใจต่อมา นิ้วมือของผมก็เคลื่อนผ่านปากถ้ำลึกลับแสนหฤหรรษ์เข้าไป ไม่ลึกนัก แต่ก็เพียงพอที่เมื่อเขย่า ก็สามารถทำให้ร่างของทั้งคู่เกร็ง ใบหน้ามุดมาซุกซอกคอผมแน่น เช่นเดียวกับทั้งลำตัว ที่เหมือนจะขยับเบียดผมจนชิดแทบไม่มีช่องว่าง
ถึงตอนนี้ ผมต้องตัดสินใจแล้วว่าควรทำอย่างไรต่อ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปเช่นนี้ หรือลุกขึ้นประกาศตน ก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งการเป็รุ่นน้องมหาวิทยาลัย สู่อีกฐานะหนึ่งเพิ่มเติม พวกเธอจะยินดีไหม หากอยู่กันลำพังเพียงสอง คงไม่ใช่เื่ยาก แต่เพลานี้ เราอยู่ด้วยกันสามคน พี่ฟ้าและพี่ปันจะยินดีทำเช่นนี้พร้อมกันหรือไม่ ยามที่สายตาพวกเธอจ้องมองกันและกัน จะคิดอย่างไร
ผมไม่มีทางรู้
หากคนใดคนหนึ่งเขินอาย หรือปราศจากความยินยอมพร้อมสานสถานการณ์ต่อ อีกคนย่อมทำตาม ห้วงเสน่หาที่ดำเนินมาอาจพังทลาย ไม่อาจกลับคืน
แต่หากปล่อยไว้เพียงเป็ไปเช่นนี้โดยไม่ทำอะไรต่อ อารมณ์ใคร่ที่กำลังพุ่งพล่าน ก็คงค่อยๆ คล้อยต่ำลง แล้วเลือนหายไปเช่นกัน
ผมจำต้องหล่อเลี้ยงห้วงอารมณ์นี้ไว้กับร่างกายเราทั้งสาม
ถึงตอนนี้ ผมคิด (เอาเอง) ว่า จำต้องเชื่อมโยง แสดงให้อีกฝ่ายรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นและความปรารถนาต่อเนื่อง ผมถอนมือจากถ้ำมืดมิดกลับมา ระหว่างนั้นจุมพิตลงบนหน้าผากของพี่ฟ้า ตามด้วยพี่ปัน ทั้งคู่ยังนิ่งงัน ปล่อยให้ผมทำโดยยังไม่มีการตอบกลับ
ผมใช้นิ้วชี้ไล้ไปบนแก้มของรุ่นพี่ทั้งสอง ก่อนเริ่มเชยคางพี่ฟ้าขึ้นมา เธอยินยอมไม่ขัดขืน ผมเห็นเปลือกตาเธอปิดอยู่เมื่อแรก แต่เมื่อเชยคางขึ้น แทบมาอยู่ตรงหน้า ปลายจมูกห่างกันเพียงความกว้างเส้นผม เปลือกตาเธอก็เปิดออก ผมเห็นแววตาใสมีแววตื่นเต้น
ดวงตาเราประสานกัน ผมไล้ปลายจมูกของตนไปบนของเธอ ก่อนค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากจูบลงบนริมฝีปากนุ่มบาง เธอขยับปากรับ เคลื่อนค้นหาััที่ลงตัวชั่วครู่ และปล่อยค้างไว้เช่นนั้นหลายอึดใจ
ผมถอนจุมพิตจากปากพี่ฟ้า หันกลับมาทำเช่นเดียวกับพี่ปัน เธอไม่ขัดขืน ยินยอมโดยดีราวเด็กว่าง่าย ในตอนนั้นผมคิดว่าสายตาของพี่ฟ้า จับจ้องการจุมพิตระหว่างผมกับพี่ปัน
แววตาพี่ปันก็สดใสเช่นกัน มุมปากมีรอยยิ้มเล็กๆ ผมคิดว่าเป็อย่างนั้นนะ
ถึงเวลานี้ ผมจำต้องเลือกว่า จะเดินหน้าไปให้สุดทาง หรือ ปล่อยร่างให้พวกเธอกอดก่ายอยู่เพียงเท่านี้
“อย่านอนถอนใจ อาลัยตายเปล่า ถึงแก่เฒ่า เป็เช่นดั่ง เพลิงร้อนเร่าเผาพุ่งพรั่ง เร่งแซง แข่งตะวัน...”
ใครสักคนพูดไว้ที่ไหนสักแห่ง เขาฝากบอกผมเมื่ออยู่สถานการณ์นี้หรือ
คงไม่
แต่ก็ถูกอย่างว่า อย่าได้เพียงนอนถอนใจตายเปล่า ต้องเป็ดั่งเพลิงร้อนเร่า เผาพุ่งพรั่ง เร่งแซงแข่งตะวัน
To be continued