“รู้หรือว่าคนถูกลักทรัพย์อยู่ที่ใด”
“รู้สิ เธอบอกเองว่าเขาออกมาจากโฮเตล จริงอยู่ว่าเขาลักทรัพย์ของผู้เคราะห์ร้ายมา แต่ฉันคิดว่าเขาอาจจะยังไม่สังหารเหยื่อ”
“อะไรทำให้คุณชายคิดว่าเหยื่อยังไม่ตาย”
ส่วนใหญ่แล้วโจรลักทรัพย์มักจะไม่คอยสังหารเหยื่อก็จริง แต่จากที่เธอคิดพิจารณาแล้ว มีความเป็ได้สูงมากที่เหยื่อจะเสียชีวิตแล้ว จากการที่เขากล้ากลับไปที่โฮเตลอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็สถานที่เกิดเหตุ
“โจรปล้นทรัพย์มีอยู่สองประเภทคือหนึ่ง ปล้นเพราะเงิน สองปล้นเพราะความคึกคะนองกระหายอยากทำร้ายคน เขาคนนี้้าเงิน เขาไปที่โรงพนันสราญรมย์เพื่อสะสางหนี้สิน หลังจากนั้นเขายังกลับมาที่โฮเตลที่อยู่ห่างไปสามสิบห้านาทีแทนที่จะหนีทันที แสดงว่ามีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขากลับมา”
“เขาอาจจะเก็บทรัพย์ที่ลักมาไว้ในโฮเทลหรือไม่ก็กลับไปก่อคดีเพิ่มอีกก็ได้ ”
“เธอบอกเองไม่ใช่หรือว่าระหว่างทางยังไม่ลืมที่จะซื้อขนมกลับไป คิดว่าโจรคนหนึ่งจะซื้อขนมผิงระหว่างทางทำไมเล่า”
“จะเป็ไปได้หรือ โจรที่ไหนจะซื้อขนมผิงกลับไปให้เหยื่อ” ศรณ์จำได้ว่าขาออกมาเขาไม่ได้ถือขนมผิงมาด้วย ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่เขาซื้อกินเอง เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาซื้อฝากคนอื่น
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ใช่แค่โจรกับเหยื่อก็ได้”
“เช่นนั้นพวกเขาเป็คนรู้จักกัน?”
“คงเป็อื่นไม่ได้แล้ว”
ศรณ์ถอนหายใจ
“แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน ท่านสุนทรภู่ก็สอนอยู่แล้ว เป็คนเราเองต่างหากที่ไว้ใจคนไปเรื่อย”
เมื่อไปถึงโฮเตล หัวหน้าก็ร้องหาผู้ดูแลแล้วจัดการยัดเงินก้อนหนึ่ง ยกข้ออ้างว่ามาจับหญิงสาวในปกครองที่แอบคบชู้สู่ชายด้วยความโมโห
ถึงอย่างนั้นผู้ดูแลก็ไม่วางใจที่จะให้หัวหน้าขึ้นไปข้างบน เกรงว่าจะรบกวนแขกที่มาพักหรือไม่ก็กลัวจะเกิดเื่ใหญ่โต ยังไงนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีชายสูงศักดิ์มาเยือนที่โฮเทลด้วยเื่นี้ จึงยังเจรจากันอยู่ แต่หัวหน้าสำทับเสียงจริงจังว่าหากไม่ยินยอมให้ขึ้นไป เื่คงต้องถึง ‘หม่อมสุ่น’ ที่มีศักดิ์เป็ท่านอาของคุณชาย เกรงว่าทางโฮเตลเองที่จะเดือดร้อน เพราะอย่างนั้นเอง ผู้ดูแลถึงได้ปล่อยให้ขึ้นมาได้เพราะเกรงจะเป็เื่ แต่ก็ตามมาประกบด้วย ซึ่งก็เป็สิ่งที่ดีในการนำทางและถามไถ่ความเป็ไป
ระหว่างเดินขึ้น เธอแอบเดินชิดคุณชายแล้วกระซิบถาม เพราะจำไม่ได้ว่าคุณชายจะมีสายสัมพันธ์อันใดกับหม่อมสุ่น
“ทำไมศรณ์ไม่เคยรู้เลยว่าคุณชายเป็พระญาติของหม่อนสุ่น”
“ฉันก็พูดไปเรื่อย ไม่คิดว่าเฒ่าแก่จะเชื่อ”
ศรณ์ย่นคิ้ว “นี่เท่ากับิ่เบื้องสูงหรือไม่ ถ้าคนรู้เข้า...”
“ไหนเล่าหลักฐาน หม่อนสุ่นศึกษาอยู่อังกฤษ ใครจะจับโกหกได้”
คำกล่าวนั้นไม่สามารถโต้เถียงได้ ในทางกฎหมาย เมื่อไม่มีหลักฐานก็ไร้ความหมาย ศรณ์จึงเงียบ ได้แต่คิดแล้วก็กลัวว่าวันหนึ่งวันใดหัวอาจหลุดจากบ่าเพราะหัวหน้าเข้าสักวัน หลอกว่าเป็พระญาติหม่อมเ้า นี่ไม่ใช่เื่เอาไว้ล้อเล่นนะ?
“เฒ่าแก่ จำไม่ได้แน่หรือว่าไม่มีลูกค้าที่ว่าไป นางเป็หนึ่งในสมบัติของฉันแต่กล้ามาทำเื่อย่างว่า ยัยผู้หญิงหน้าไม่อาย คอยดูเถิด ถ้าจับได้ฉันจะโบยให้หลาบ”
“โธ่ คุณชายท่านอย่าพึ่งโกรธ คนฐานะเช่นท่านคงมีแม่หญิงให้เลือกสรรมากมาย ไยต้องลำบากลำบนตามหาแม่หญิงแพศยาคนเดียวด้วย อีกอย่างท่านก็ทราบว่าโฮเตลของเรามีแขกมาเข้าพักมากมาย ใครไปใครมาล้วนแต่เหมือนต้นไม้ผลัดใบ ที่นี้ก็แค่รังนกที่เอาไว้ซุกหัวนอน กระผมจำไม่ค่อยได้ดอกนายท่าน”
“แม่หญิงที่พักอยู่คนเดียว อยู่ห้องใดบ้าง”
“ท่านรอสักครู่” เฒ่าแก่หยิบสมุดเข้าพักขึ้นมากาง หรี่ตามองสมุด “ชั้นสองมีสองห้อง ชั้นสามมีหนึ่งห้อง ล้วนแต่เป็แม่นางที่อยากทำเื่อย่างนั้นและรับงานอย่างนั้น ท่านก็น่าจะทราบดี”
“ไปเคาะทีละห้อง นางต้องอยู่หนึ่งในห้องนี้แน่ๆ”
“คุณชาย เช่นนี้จะรบกวน...”
“ดูเหมือนว่าเมื่อครู่ฉันจะเห็นแรงงานทาสถูกทรมานอยู่หลังร้าน แม้นายเงินจะมีสิทธิในตัวทาสทุกอย่าง แต่คงไม่ถึงขั้นสามารถเอาชีวิตกระมัง หรือฉันควรเอาเื่นี้ไปบอกพลตระเวนเมืองดี”
“ไม่ๆ คุณชายใจร่มๆ กระผมแค่เกรงว่าอาจจะรบกวนแขกเข้า ทำให้แขกไม่พอใจ แต่ถ้าท่านจำเป็ต้องหา เช่นนั้นก็หาเถอะ”
เฒ่าแก่พาไล่เคาะไปทีละห้อง ชั้นสองมีหญิงสาวมาเปิด ท่าทางพวกเธอไม่รับแขก เห็นหน้าครู่เดียวก็ปิดประตูใส่ดังโครม จนมาถึงชั้นสามที่มีห้องเดียว
“คุณชาย นี่เป็ห้องสุดท้ายแล้วจริงๆ ถ้ายังหาไม่เจอ คุณชายรับปากว่าจะกลับไปแต่โดยดีได้หรือไม่ อย่าได้แจ้งเื่ทาสของกระผมกับทางการด้วย”
“เคาะ”
เฒ่าแก่เคาะไปร้องเรียกไป แต่ไม่มีเสียงขานรับหรือเสียงตอบกลับมาเลย “แปลกนัก หรือจะนอนหลับอยู่จึงไม่ได้ยิน”
“ไปเอากุญแจมาเปิด”
“เรียนคุณชาย กุญแจที่โฮเตลมีแค่ดอกที่ให้แขกเข้าพัก”
“ไม่มีสำรองรึ”
“แต่ก่อนมี ทว่าก่อนหน้านี้แขกที่มาพักทำหาย กระผมเองก็ไม่ว่างพิมพ์เพิ่ม ก็เลยมีแค่ดอกเดียว” กล่าวอีกนัยคือขี้เหนียว
หัวหน้าหันมาพยักหน้าให้ศรณ์ ประมาณว่าพังประตูเสีย
“เฒ่าแก่ ถอยไปหน่อย” ศรณ์ว่าก่อนจะมายืนอยู่หน้าประตูที่เปิดไม่ออก พร้อมจะลงมือทุกเมื่อ
“นางบ่าวนี่จะทำสิ่งใด จะพังประตูรึ ประตูโฮเตลพังใครจะจ่าย ราคาไม่ใช่น้อยๆ นะท่าน” เฒ่าแก่โวยวายขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเงียบเมื่อคุณชายปานโยนเงินให้ “คุณชาย เช่นนั้นพวกท่านตามสบายเถอะ”
“คุณชาย บ่าวจะพังแล้วนะ” ศรณ์ในบทบาทบ่าวรับใช้กำหมัด ยืดกล้ามเนื้อรอ ก่อนจะนับสองสามแล้วถีบประตูทีเดียว บานประตูก็เปิดออก เสียงปรบมือของเฒ่าแก่ดังขึ้นก่อนจะแ่ลงและชี้มือไปข้างในด้วยท่าทีตื่นตะลึง
“นี่ๆๆ มัน”
“แก้มัดให้นาง”
ปานกล่าว มองสำรวจภายในห้องรวมทั้งตู้เสื้อผ้าที่ถูกเก็บอย่างไม่เรียบร้อย ตะกร้าด้านข้างมีหัวมันหวานจำนวนมาก ที่ข้างหัวเตียงมีขนมผิงเป็สิ่งยืนยัน ปานหยิบขนมชิ้นหนึ่งมาพินิจ คาดว่าขนมผิงจะผสมยานอนหลับด้วย
“คุณชาย นางแค่หมดสติ” บนเตียงมีหญิงสาวนอนไม่ได้สติ ศรณ์คลำจุดชีพจร เห็นตรงข้อมือด้านในมีไฝเม็ดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักเนื่องจากสนใจเื่อาการของเธอมากกว่า ทว่าโชคดีที่ทุกอย่างปกติ ร่างกายเธอไม่มีาแหนัก แค่รอยฟกช้ำที่ข้อมือข้อเท้าจากรอยเชือก “ไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง อีกสักพักคงฟื้น”
“คุณชาย นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมนางถึงถูกมัดเสียน่ากลัวเช่นนี้ ใครทำกัน”
“บ่าวจะไปแจ้งพลตระเวน พวกเขาลาดตระเวนอยู่แถวนี้เอง”
“เธอไม่ต้องไป ให้เฒ่าแก่ไป” คุณชายปานไม่อยากให้ศรณ์ไปแจ้งพลตระเวนเองเพราะจะมีเื่ยุ่งยากตามมา เช่น การให้ปากคำ
“ไม่ๆ ไม่ได้นะ แจ้งพลตระเวนเมืองไม่ได้!” เฒ่าแก่ร้อนรนขึ้นมาทัน “ถ้าพลตระเวนเมืองมาตรวจ โฮเทลฉันคงจบสิ้นแล้ว”
“ไม่แจ้งตอนนี้ หรือเฒ่าแก่อยากจะให้เื่ใหญ่โตมากกว่านี้” ศรณ์กล่าว “คุณผู้หญิงยังไม่ตายไม่าเ็หนัก เื่ไม่เดือดร้อนมาถึงเฒ่าแก่หรอก”
“เฒ่าแก่ หรืออยากให้เื่ถึงหูหม่อนสุ่น”
“ตะ...แต่ว่า...” เฒ่าแก่เบื้อใบ้
“ด้วยอำนาจของหม่อมเ้าแล้ว คงไม่ยากหากจะปิดโฮเทลขนาดกลางสักแห่งสองแห่งในบางกอก แต่ฉันก็เข้าใจเื่ธุรกิจ มันคงไม่ง่ายที่จะรายงานทางการ งั้นเอายังงี้ ฉันไม่บังคับเฒ่าแก่ไปแจ้งทางการก็ได้ แต่ฉันจะแจ้งพระองค์ให้ทราบเื่โฮเทลก็แล้วกัน”
“คุณชายได้โปรด อย่าให้เื่ถึงหูหม่อมเลย ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ รีบไปแจ้งพลตระเวนเมืองเดี๋ยวนี้เลย!” พูดจบเฒ่าแก่ก็ลงไปตระโกนให้ทาสรับใช้รีบไปแจ้งพลตระเวนเมืองทันที
คุณผู้หญิงในห้องไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง เพียงแค่สลบไป ที่เหลือให้เฒ่าแก่จัดการก็พอแล้ว อีกอย่างตอนนี้ยังมีเื่ให้ต้องไปทำต่ออีก ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นเอง พลตระเวนเมืองรวบตัวผู้ต้องหามาที่โฮเตลพอดี
“ที่จริงแล้วคุณชายรู้ได้อย่างไรว่าคนผู้นั้นเป็โจร หรือว่ามีคนแจ้ง” เธออดถามไม่ได้
“ผีพนันมีลักษณะเยี่ยงผีพนัน โจรมีลักษณะอย่างโจร จะว่าไปเขาก็มีน้ำใจไม่น้อยที่แค่วางยาเธอ แล้วหนีไป เกรงว่าถ้าเป็คนอื่นคงจะลงมือโเี้กว่านี้”
จากที่คาดคะเนแล้ว เื่ราวคงเป็เช่นนี้ คือโจรคนนั้นรู้จักมักคุ้นและมีสายสัมพันธ์บางอย่างกับคุณผู้หญิงบนห้องไม่มากก็น้อย อาจจะเคยเป็หนึ่งในลูกค้าของคุณผู้หญิงก็ได้
เนื่องด้วย่นี้ติดหนี้สินอย่างหนัก หมุนเงินไม่ทัน จะเบี้ยวก็กลัวว่าทางโรงพนันสราญรมย์ที่ขึ้นชื่อว่าโเี้กับลูกหนี้จนท่านยมกลายเป็คนสุภาพจะเอาเื่ จึงลงมือก่อเหตุ ทว่าขณะลงมือลักทรัพย์คงถูกจับได้ จึงต้องจัดการขังคุณผู้หญิงไว้ในห้อง ก่อนจะขโมยชุด ‘แขก’ ของคุณผู้หญิงมาใส่เพื่อไปปิดหนี้ที่โรงพนัน ขากลับเลยซื้อขนมผิง ผสมยาให้คุณผู้หญิงกินแล้วหลบหนี เขาคงไม่ได้คิดวางแผนมาก่อน จึงมีช่องโหว่และจุดบอดมากมาย รวมทั้งความขี้ขลาดที่ไม่ได้ลงมือจัดการคุณผู้หญิงด้วย
“เป็ฝีมือคนรู้จักนี่เอง คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ”
“คนถึงได้พูดกันอย่างไรเล่าว่าคนที่ใกล้ชิดมักร้ายที่สุด” ปานหยุดเท้า “ได้ข่าวว่าคุณจรถูกฆาตกรรม คืนนี้คงหารือเื่ปรับตำแหน่งกับหาตัวฆาตกร ศรณ์แก้ว นี้เป็โอกาสดีที่เธอจะได้เลื่อนขั้น อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปได้”
“แต่ศรณ์เป็ตำแหน่งลมพายัพ ปกติคนรับตำแหน่งต่อคือโสสะที่อยู่ตำแหน่งลมอาคเนย์ไม่ใช่หรือ” ในหน่วยจตุรทิศจะมีหัวหน้าหน่วยและลูกน้องหนึ่งคนที่อยู่ในตำแหน่งรอง เมื่อหัวหน้าหน่วยเสียชีวิตหรืออยู่ในฐานะที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ตำแหน่งรองจะขึ้นมาแทนที่ทันที
“การแข่งขันที่เหมาะสมจะพัฒนาความสามารถได้อย่างมีประสิทธิผล ฉันเสนอชื่อเธอเอง ด้วยความรู้ความสามารถในตอนนี้ของเธอ เธอเหมาะสมจะเป็หัวหน้าหน่วยแล้ว จะมาตามฉันต้อยๆ ไปอีกทำไม”
“ขอเหตุผลจริงๆ เถอะคุณชาย ท่านทำแบบนี้น่าขนหัวลุก” ศรณ์ทำหน้าไม่เชื่อ ตลอดสามปีเศษที่รู้จักกันมา หัวหน้าที่เธอรู้จักไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เขาชอบใช้เธอทำเื่ไร้สาระและหนีไปเที่ยวเล่น ปล่อยให้เธอสะสางงานจนหัวฟูคนเดียว ยิ่ง่นี้ยิ่งหนัก ชอบแอบหลบหนีไปนานๆ เพราะคำพูดของวณิพกตาบอดคนเดียว
“เธอมองความหวังดีของฉันเป็อื่นได้อย่างไร”
“ไม่ใช่ว่ากลัวคำพูดของวณิพกตาบอดหรอกหรือถึงให้ศรณ์รีบๆ เลื่อนขั้นพ้นจากตัวเองเสีย” ั้แ่ก่อตั้งหน่วยมา ประวัติศาสตร์จารึกเอาไว้ว่าไม่มีจตุริทิศคนไหนอยู่คู่กันแบบครบทั้งลูกน้องและเ้านายตลอดสี่ปี ไม่ใครก็ใครที่จะต้องตายไปในระหว่างนี้ แล้วตอนนี้อาถรรพ์นั้นเหมือนจะสำแดงฤทธิ์ จตุรทิศประจิมเสียภายในระยะเวลาสี่ปี ให้บังเอิญเหลือเกินว่าจตุรทิศคู่ต่อไปที่จะครบสี่ปีคือเธอและหัวหน้าหน่วยจตุรทิศบูรพา
เมื่อราวๆ หลายเดือนก่อน ไม่ทราบว่าคุณชายปานไปเจอวณิพกตาบอดที่เร่ร่อนอยู่ในเมืองได้อย่างไร แต่หลังจากที่วณิพกตาบอดพูดขึ้นมาว่าปีนี้มีเคราะห์ สายลมทางทิศบูรพากับประจิมวิปริต เท่านั้นเอง คุณชายปานก็ลางานยาว
“รู้แล้วก็รีบๆ ไปสิศรณ์แก้ว ตอนนี้คุณจรไปแล้ว คิดว่าใครจะเป็รายต่อไปกัน”
“ศรณ์ไม่นึกว่าคุณชายปานจะเชื่อเื่งมงายอะไรพวกนี้ด้วย มันพิสูจน์ไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่มีเหตุมีผลเลย”
“คนเรานะศรณ์แก้ว ไม่ได้งมงายหรอก เพียงแต่ถ้ามันเป็เื่ที่เกี่ยวกับตัวเองหรือคนที่เรานับเป็ครอบครัว อะไรก็ดูจะมีเหตุผลขึ้นมาได้” คุณชายปานกล่าวเสียงขรึม “ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดทั้งหมด แต่ฉันรู้สึกไม่สบาย ยิ่งตอนนี้คุณจรเสียแล้ว ฉันยิ่งกังวล กลัวว่าเธอหรือไม่ก็ฉันที่จะต้องตาย”
งานของหน่วยจตุรทิศมีแต่ความเสี่ยง อันตรายรอบด้าน
“อย่าพูดเป็ลางอย่างนั้นสิคุณชาย พวกเราไม่ได้ทำคดีใหญ่ๆ เหมือนคุณจร ปลอดภัยราบรื่นแน่”
“แสดงว่าเธอไม่ได้ยินข่าวเื่ฆาตกรรมชายไพร่ล่ะซี”
“ต้องได้ยินอยู่แล้ว ข่าวโด่งดังเสียขนาดนั้น” ในระยะเวลาสี่เดือนเศษก็มีเหยื่อไปแล้วแปดศพ ที่น่าแปลกใจก็คือ คดีนี้ออกจะแปลกประหลาดเหลือเกิน มีไม่มากนักหรอกที่ผู้ชายจะเป็เหยื่อของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ทั้งศพทุกศพจะดูดีเกินไปไม่เหมือนถูกฆาตกรรม เสียก็แต่ว่าิับนแขนหายไปกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็เป็ิัที่ตราประทับสังกัดกองงานของชายไพร่เ่าั้ไว้ นี่เองที่ทำให้ประชาชนรู้สึกขวัญผวาและแปลกพิลึก
ต้องเป็คนเช่นไรถึงได้ลงมือสังหารต่อผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงกำยำโดยไม่มีรองรอยาแและเฉือนิัไปกลุ่มหนึ่งแทน
“ก่อนคุณจรจะตายสืบคดีนี้มาตลอด พูดอีกอย่างก็คือ คุณจรตายเพราะตามสืบคดีนี้”