'ร้านเครื่องปั้นดินเผา'
“ นายน้อย ้าให้ข้าสร้างอะไรขอรับ”
“ ข้า้าให้ท่านสร้างโถส้วม..”
“ หาๆๆ.. โถส้วมมมม..”
เสียงพูดแบบตื่นตลึงดังออกมาจากปากผู้ฟังทั้ง3 พร้อมทำสีหน้ามึนงงเพราะไม่รู้จักสิ่งของที่ว่า
“ ถูกต้องแล้ว.. ข้า้าให้ท่านสร้างโถส้วม”
“ เอ่อ .. โถส้วมมันคืออะไรขอรับ”
“ มันคือที่เอาไว้ปลดทุกข์.. ท่านเอากระดาษกับพู่กันมาให้ข้า ข้าจะวาดแบบและบอกวิธีการทำให้ท่านอย่างละเอียด..”
ซิ่วอิงพูดจบเถ้าแก่ฟงก็นำกระดาษกับพู่กันส่งให้ด้วยสีหน้ามึนงง ซิ่วอิงจึงเริ่มวาดภาพโถส้วม จากความทรงจำของตัวเองในโลกเก่า ถึงเธอจะเป็ซีอีโอแต่ขณะที่ต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งประธานบริษัท เธอก็ศึกษาธุรกิจก่อสร้างมาบ้างเหมือนกัน
เธอ้าให้พวกเขาสร้างคือ แบบนั่งยอง ซึ่งในโลกที่จากมานั้นแทบจะเลิกใช้กันแล้ว อีกแบบนึงคือแบบนั่งซักโครกที่ยกสูงขึ้นมาให้นั่งแบบสบายๆ แต่ไม่ได้วาดแบบที่กดน้ำเพราะในโลกนี้คงทำไม่ได้ ต่อจากนั้นเธอก็วาดรูปท่อปูนเป็วงกลมกว้างประมาณ 2 เมตร สูง 1 เมตร หนา 3 นิ้ว สำหรับทำบ่อเกรอะ อีกทั้งยังวาดโครงเหล็กสำหรับเสริมความแข็งแกร่งของท่อปูนอีกด้วย
เหตุผลที่ซิ่วอิงให้สร้างของแบบนี้เป็อย่างแรก เพราะห้องสุขาในโลกนี้นั้นมันไม่น่าดูเเอาเสียเลย ระหว่างที่ซิ่วอิงกำลังวาดรูปอยู่นั้น ทั้งตงห่าว เถ้าแก่ลู่และเถ้าแก่ฟง ต่างก็มองดูด้วยความแปลกใจ เพราะพวกเขาไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
เมื่อวาดภาพเสร็จ ซิ่วอิงก็อธิบายวิธีการสร้างให้เถ้าแก่ฟงอย่างละเอียด อีกทั้งยังบอกถึงวิธีใช้และประโยชน์ของมัน โดยที่เถ้าแก่ฟงนั้นฟังไปอ้าปากไป ด้วยความตื่นเต้นปนเปกับแปลกใจเป็อย่างยิ่ง นายน้อยคนนี้ไปเอาความรู้แบบนี้มาจากไหน ถ้าเขาสามารถสร้างของแบบนี้ออกมาขาย ร้านของเขาต้องร่ำรวยอย่างแน่นอน
“ เถ้าแก่ฟง เข้าใจหรือไม่..”
“ ข้าน้อยเข้าใจขอรับ”
“ ท่านคิดว่าร้านของท่านสร้างได้หรือไม่..”
“ ข้าคิดว่าทำได้อย่างแน่นอนขอรับ..”
“ เช่นนั้นก็ดี.. วันนี้ท่านทดลองสร้างโถส้วมแบบนั่งสูงและแบบนั่งต่ำอย่างละอันก่อน ท่อปูนเสริมเหล็กก็เช่นเดียวกัน เมื่อเริ่มชำนาญขึ้นก็ให้สร้างออกมาเยอะๆได้เลย.. มีเท่าไหร่ข้าซื้อหมด”
“ เอ่อ.. แล้วจะคิดราคาเท่าใดดีขอรับ ข้าไม่เคยสร้างของแบบนี้มาก่อน”
“ เื่ราคานั้นข้าเองก็บอกไม่ได้เช่นกัน.. เช่นนั้นเอาแบบนี้ข้าจะให้เงินท่านไว้ล่วงหน้า 5,000 เหรียญทอง ท่านก็สร้างออกมาอย่างละชิ้นก่อน คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงกำไรของท่าน อีกทั้งเวลาในการสร้างแต่ละชิ้น แล้วมาแจ้งให้ข้าทราบ”
“ ได้ขอรับ ข้าจะทำให้ดีที่สุด..”
“ เอาละ.. นี่คือเงิน 5,000 เหรียญทอง ท่านเก็บเอาไว้แล้วลงมือสร้างได้เลย ข้าต้องไปที่อื่นอีก..”
กล่าวจบซิ่วอิงก็นำเงินออกมามอบให้เถ้าแก่ฟง แล้วเอ่ยขอตัวออกไปจากร้าน ส่วนเถ้าแก่ฟงก็ยืนโค้งคารวะตัวงออยู่ด้านหลัง การค้านี้ต้องสร้างกำไรให้ร้านของเขาอย่างงามแน่นอน
ซิ่วอิงเมื่ออกมาจากร้าน ก็นำทุกคนมุ่งหน้าไปยังที่เขามรกตนอกเมืองในทันที
‘เขามรกตนอกเมืองัฟ้า’
ในเวลาไม่นาน ทุกคนมาถึงยังเขามรกตที่ดินนอกเมืองที่ซื้อไว้ เธอพาทุกคนขึ้นไปบนเนินเขาเป็อันดับแรก ยามสายๆเช่นนี้อากาศบนเนินเขาเริ่มร้อนขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ด้วยปราณในอากาศที่หนาแน่น กลับทำให้ทุกคนรู้สึกสบายตัวยิ่งนัก
ซิ่วอิงจึงกล่าวกับตงห่าวและพวก
“ เป็ยังไงบ้างท่านลุงตง ท่านอาทุกท่าน ที่แห่งนี้ดีหรือไม่..”
“ ฮ่ะๆ.. ดีมากเชียวนายน้อย ปราณในอากาศก็หนาแน่นยิ่งนัก ถ้าสามารถบ่มเพาะที่นี่ข้าว่าต้องเพิ่มระดับได้เร็วกว่าที่อื่นแน่นนอน”
ตงห่าวพูดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะอันเป็เอกลักษณ์
“ นายน้อย.. พวกเราก็คิดเช่นเดียวกับพี่ตงขอรับ..”
ฟู่ิกล่าวออกมา อีก 3 คนก็พยักหน้าอย่างเห็นตรงกัน ซิ่วอิงยิ้มแล้วกล่าวกับช่างลู่
“ ท่านลู่.. ข้าจะสร้างเรือนบนเนินแห่งนี้ 1 หลัง และสร้างที่พักคนงานด้านล่างที่ติดกับขอบแดนทั้งหมด แบ่งเป็ 2 ด้าน ด้านละ 150 ห้อง ท่านสร้างเป็แถวจำนวน 3 แถว แถวละ 50 ห้อง จะได้ 300 ห้องพอดี เดี๋ยวข้าจะวาดภาพให้ท่าน..”
“ ได้ขอรับนายน้อย..”
ช่างลู่รับคำพลางใช่พู่กันจดใส่กระดาษไปเรื่อย
“ อันดับแรก.. ท่านต้องสร้างบ้านพักคนงานขึ้นมาก่อนสัก 1 แถว 50 ห้อง เมื่อเสร็จแล้วก็ให้คนงานมาพัก ต่อจากนั้นสร้างเรือนบนเขาให้ข้า ส่วนคนงานที่รับสมัครมาใหม่ก็ให้สร้างเรือนแถวต่อไปเรื่อยๆจนเสร็จ.. ท่านเข้าใจหรือไม่..”
“ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ..”
“ อืมดีมาก.. ส่วนวัสดุต่างๆท่านก็ไปหาซื้อมาได้เลย ข้าจะจ่ายให้ท่านเงินต่างหาก ส่วนไม้ที่จะใช้ทำบางส่วนข้าจะเป็ผู้จัดหามาให้.. นี่คือเงิน 50,000 เหรียญทอง ข้าให้ท่านเอาไว้ใช้จ่ายล่วงหน้า..”
กล่าวจบซิ่วอิงก็ส่งแหวนมิติซึ่งภายในมีเงิน 50,000 เหรียญทองไปให้ ช่างลู่รับแหวนมิติจากซิ่วอิงด้วยรอยยิ้มกว้าง แล้วนำเงินด้านในใส่แหวนตนเองอย่างเร็ว ก่อนจะส่งแหวนคืนให้ซิ่วอิงแล้วกล่าวว่า
“ ขอบคุณขอรับนายน้อย.. ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปจัดการตามที่ท่านสั่งเลยน่ะขอรับ..”
“ อืม ไปเถอะ.. จำเอาไว้สร้างเสร็จเร็วยิ่งดี คนงานมาสมัครมากเท่าไหร่ข้ารับหมด.. อีกอย่างนึงบอกคนงานว่าถ้าพวกเขาทำงานดี ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์.. เมื่อสร้างทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าจะจ้างต่อเลย เพราะข้ามีโครงการทำอย่างอื่นอีกมากมาย..”
“ ขอรับนายน้อย.. ข้าจะไม่ให้ท่านผิดหวัง..”
ช่างลู่กล่าวจบก็ประสานมือโค้งคารวะให้ซิ่วอิงหัวแทบติดพื้นดิน ก่อนจะคารวะให้ตงห่าวและคนอื่น แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว ซิ่วอิงกล่าวกับทุกคน
“ ท่านลุงตง ท่านอาทุกท่าน.. พวกเราเข้าไปตัดไม้ในป่าด้านหลังกันดีกว่า ยังไงวันนี้พวกเราก็ไม่มีอะไรทำอีกแล้ว..”
“ ได้เลยนายน้อยไปกันเถอะ..”
เมื่อตงห่าวและทุกคนเห็นพ้อง ซิ่วอิงใช้วิชาตัวเบาทะยานเข้าป่าบริเวณหลังเขาในทันที ตงห่าวกับคนอื่นๆก็พุ่งทะยานตามไปอย่างเร็ว
ผ่านไปครึ่งก้านธูป(15 นาที) ซิ่วอิงหยุดลงแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง กลับไม่มีผู้ใดตามมาทันเธอสักคน จึงนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ถ่ายทอดวิชาตัวเบานี้ให้กับพวกเขา
ผ่านไปอีก 10 ลมหาย ในที่สุดตงห่าวกับพวกก็มาถึง เมื่อพบว่าซิ่วอิงยืนคอยอยู่ก็ยิ้มแหยๆด้านความอับอาย ซิ่วอิงจึงกล่าวว่า
“ เป็ข้าที่ผิดเอง.. เอาละข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาตัวเบาให้กับพวกท่าน..”
กล่าวจบซิ่วอิงเดินเข้าไปหาตงห่าวเป็คนแรก แล้วใช้นิ้วจี้ไปตรงกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว ก่อนจะเพ่งจิตส่งมอบวิชาตัวเบาทะยานเวหาไปให้ จากนั้นใช้วิธีเดียวกันกับทุกคนที่เหลือ เมื่อครบทุกคนซิ่วอิงก็กล่าวว่า
“ นี่คือเคล็ดวิชาตัวเบาของข้า เรียกว่าทะยานเวหา.. พวกท่านนั่งลงทำความเข้าใจ ติดขัดตรงไหนก็ถามข้าได้..”
“ ขอบคุณนายน้อย..”
ตงห่าวกับพวกกล่าวออกมาพร้อมๆกัน ก่อนจะนั่งลงแล้วทำความเข้าใจเคล็ดวิชาที่ซิ่วอิงมอบให้ ฝ่ายซิ่วอิงเองก็นั่งลงดูดซับพลังปราณไปเรื่อยๆ แต่ก็ส่งจิติญญาคอยตรวจสอบรอบๆบริเวณเพื่อป้องกันเหตุ
ผ่านไปไม่นานตงห่าวก็ลืมตาขึ้น พร้อมด้วยเผยรอยยิ้มแห่งความยินดี ก่อนจะส่ายสายตามองไปรอบๆก็พบกับสายตาของซิ่วอิง เด็กสาวผู้ที่เขานับถือเป็นายน้อยอย่างสุดหัวใจ ซิ่วอิงพยักหน้าให้กับตงห่าว แต่ต่างคนกลับไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ผ่านไปอีกครู่นึงอีก 4 คนก็ลืมตาขึ้นเกือบจะพร้อมกันๆ ทุกคนเผยรอยยิ้มด้วยความดีใจ
เมื่อซิ่วอิงเห็นอาการของทุกคน ก็รู้ได้ในทันทีว่าทุกคนเข้าใจในเคล็ดวิชานี้แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจซิ่วอิงก็เอ่ยว่า
“ ข้าคิดว่าทุกท่านคงจะพอเข้าใจเคล็ดวิชานี้ แต่ข้าจะแสดงให้พวกท่านดูเป็ตัวอย่าง จากนั้นใช้วิชาทะยานเวหาตามข้ามา..”
กล่าวจบซิ่วอิงก็เร่งโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชา ส่งตัวเองไปด้านหน้าอย่างเร็ว ตงห่าวกับพวกก็เร่งพลังลมปราณทะยานตามไปในทันที ครานี้พวกเขาทะยานตามไปติดๆ ไม่โดนนายน้อยทิ้งห่างเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่านายน้อยของพวกเขาใช้พลังเพียง 1 ใน 10 ส่วนเท่านั้น
ครึ่งชั่วยามต่อมาทุกคนก็เดินทางถึงป่าใหญ่ ภายในป่ามีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นอย่างแน่นขนัด ซิ่วอิงและทุกคนจึงเริ่มใช้อาวุธคู่กายตัดต้นไม้ในทันที
ซิ่วอิงบอกให้ทุกคนตัดต้นไม้ทุกขนาด ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก เก็บไว้ในแหวนมิติจนเต็ม ไหนๆก็เข้าป่ามาแล้ว ซิ่วอิงก็ให้ฟู่ิหาสัตว์ป่าไปทำอาหาร ซึ่งในป่าส่วนนี้ไม่ใช่ป่าใหญ่เท่าใดนัก จึงมีแต่สัตว์อสูรขั้นต่ำเพียงเท่านั้น ฟู่ิได้ฆ่าหมูป่ามา 4 ตัว กระต่ายป่าอีก 5 ตัว ซึ่งคงเพียงพอสำหรับทำอาหารเย็นนี้
เมื่อได้ทุกอย่างที่้าแล้ว ซิ่วอิงและคนอื่นๆก็ออกจากป่า นำไม้ไปกองรวมไว้กลางที่ดิน เพื่อให้พวกช่างก่อสร้างนำไปใช้อย่างสะดวก เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยซิ่วอิงก็นำทุกคนกลับเข้าเมือง
‘ใจกลางเมืองัฟ้า’
ยามบ่ายแก่ๆ ซิ่วอิงกับและทุกคนก็มาถึงในเมือง เธอดูเวลา(เงยหน้าดูดวงอาทิตย์) เลยเที่ยงวันมามากแล้ว หากกลับไปกินที่จวน คงจะเป็เื่ยุ่งยากในการทำอาหาร จึงพาตงห่าวกับพวกแว่ะที่โรงเตี๊ยม ซึ่งเป็โรงเตี๊ยมติดกับจวนที่ตนเองซื้อไว้ทำร้านขายโอสถ
เมื่อเข้าไปถึงเสี่ยวเอ้อที่คอยรับแขกก็กล่าวต้อนรับ
“ ยินดีต้อนรับขอรับ.. นายท่านจะรับประทานอาหารหรือเข้าพักขอรับ”
“ พวกข้า้าทานอาหารอย่างเดียว มีโต๊ะว่างหรือไม่”
ตงห่าวเป็คนเอ่ยวาจาออกมา
“ ชั้นสองยังพอมีโต๊ะว่าง.. เชิญขอรับ” เสี่ยวเอ้อกล่าวจบก็เดินนำขึ้นไปยังชั้นสอง
ภายในโรงเตี๊ยม ถึงจะเป็่บ่ายแต่ก็ยังแน่นขนัดไปด้วยแขกที่มาดื่มชา ถึงอย่างนั้นชั้นสองก็ยังพอมีโต๊ะว่าง ร่างเพรียวในชุดจอมยุทธสีแดงเข้ม บวกกับหน้ากากสีดำที่ปิดหน้าตาอันงดงามเอาไว้ อีกทั้งยังอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ถึงห้าคน สามารถดึงดูดสายตาของบรรดาผู้คน และหนุ่มๆที่นั่งจิบชาตามโต๊ะได้ชะงัดนัก
เช่นเดียวกับโต๊ะหนึ่งที่มีชายหนุ่ม 3 คน แต่ละคนหน้าตาหล่อเหลาสำอางแต่งกายหรูหรา ถือพัด ห้อยกระบี่รูปลักษณ์สวยงาม ดูจากภายนอกบอกได้เลยว่า พวกเขาต้องเป็บุตรหลานตระกูลใหญ่ของเมืองอย่างแน่นอน ทั้งสามกำลังส่งสายตามองซิ่วอิงกับชายฉกรรจ์ 5 คน ซึ่งกำลังเดินไปนั่งยังโต๊ะที่เสี่ยวเอ้อนำไป
หนึ่งในสามคุณชายจึงเอ่ยขึ้น
" นางเป็ผู้ใดกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน"
" ข้าก็ไม่เคยเห็นนางมาก่อน"
หยางจินเป่าคุณชายรองตระกูลหยาง เป็ผู้กล่าวตอบสหายหนุ่ม
" ดูแล้วนางน่าจะมาจากเมืองอื่น.. ด้วยรูปลักษณ์ของนางถึงแม้นจะสวมหน้ากากปิดไว้ แต่ข้ารับรู้ได้ว่าหน้าตาของนางต้องงดงามอย่างยิ่ง ถ้าเป็คนในตระกูลใหญ่ของเมืองนี้.. ข้าต้องรู้จักแน่นอน"
คุณชายหลินฟางกล่าวขึ้น หลินฟางบุตรชายคนโตของตระกูลหลิน 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองัฟ้า
คุณชายทั้งสามเป็ผู้มีชื่อเสียงและกว้างขวาง ด้วยตระกูลของตนเองและหน้าตาอันหล่อเหลา จึงเป็ที่หมายปองของบรรดาคุณหนูแทบทุกคนในเมืองแห่งนี้
" แต่ข้าจำคนที่มากับนางได้.. ชายที่ดูอายุมากที่สุดคือตงห่าว หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างอินทรีเหิน"
เป็หลินฟางที่เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งนึง
" หรือว่า.. นางว่าจ้างให้คนพวกนี้คุ้มกัน"
" หากว่าท่าน้าทราบ ก็เข้าไปสอบถามเลยสิ" หยางจินเป่าเอ่ยท้าทายขึ้นมา
" พวกเขากำลังทานอาหาร หากเข้าไปตอนนี้ก็เสียมารยาท รอให้ทานเสร็จก่อน ข้าจะแกล้งเข้าไปคุยกับตงห่าวด้วยตนเอง"
หลินฟางกล่าวก่อนจะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ
ไม่นานซิ่วอิงกับพวกก็ทานอาหารจนอิ่มหนำ ทุกคนกำลังนั่งจิบชาพร้อมกับพูดคุยวางแผนงานกันอย่างสบายใจ เมื่อดื่มกินเสร็จเรียบร้อย ตงห่าวก็เรียกเสี่ยวเอ้อมาคิดเงิน
" ทั้งหมด 3 เหรียญทองขอรับนายท่าน" เสี่ยวเอ้อพูดจบ ตงห่าวก็ถามว่า
" เสี่ยวเอ้อ.. ข้าขอถามเ้า ทำไมในเมืองผู้คนถึงได้พลุกพล่านนัก"
" นายท่านคงมาจากเมืองอื่นเลยไม่ทราบ.. ตอนนึ้ในเมืองมีผู้คนมากมาย เพราะอีกเดือนกว่าๆ สำนักัฟ้าจะเปิดรับศิษย์ขอรับ.."
ซิ่วอิงที่รู้เื่สำนักัฟ้ามาบัางแล้ว ก็ถามเื่ที่ตนยังไม่รู้
" เ้ารู้หรือไม่.. สำนักัฟ้ามีกฏเกณฑ์การรับศิษย์อย่างไรบ้าง.."
" ตอบคุณหนู.. ปีนี้สำนักัฟ้ารับศิษย์อายุ 12-16 ปี ระดับพลังยุทธที่ปราณปรมาจารย์ขอรับ"
" อืม เข้าใจแล้ว.. นี่เงินค่าอาหาร ส่วนที่เหลือให้เ้า"
กล่าวจบซิ่วอิงส่งเงินจำนวน 5 เหรียญทองรวมค่าอาหารให้กับเสี่ยวเอ้อ เมื่อเห็นเงินทำเอาเสี่ยวเอ้อถึงกับโค้งคำนับหัวแทบถึงพื้น ด้วยความที่มันทำงานเดือนนึง ได้เงินไม่ถึงครึ่งนึงที่ซิ่วอิงกำนัลให้ด้วยซ้ำ จะไม่ให้มันคำนับด้วยความดีใจได้อย่างไร
เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินจากไป ขณะที่ทุกคนลุกขึ้นกำลังจะเดินออกจากโต๊ะ กลับปรากฏร่างชายหนุ่มเดินเข้ามา แล้วประสานมือคารวะให้ตงห่าวพร้อมกับเอ่ยขึ้น
" ท่านตง.. ไม่ได้พบกันนานจำข้าได้หรือไม่"
" คารวะคุณชายหลิน.. ด้วยตัวตนของท่านข้าย่อมจำได้อย่างแน่นอน"
ตงห่าวคารวะตอบพร้อมกับเอ่ยออกมา
" เอิ่ม.. ท่านตง เอ่อ.. ข้าขอเสียมารยาทสอบถามท่าน เอ่อ.."
หลินฟางกล่าวติดๆขัดด้วยเขามีแต่สตรีเข้าหา ไม่เคยต้องเข้าทำความรู้จักกับสตรีมาก่อน ตงห่าวมองคุณชายหลินแล้วหันมองตามสายตาของเขา เห็นใบหน้าอันงดงามของนายน้อยตนเองที่มีหน้ากากเล็กๆปิดไว้ แล้วเขาก็รู้ถึงจุดประสงค์ของคุณชายหนุ่มผู้นี้ที่เข้ามาทักทาย
ตงห่าวมองสบตาซิ่วอิง คล้ายจะขอความเห็นว่าเขาจะแน่ะนำตัวเธอได้หรือไม่ ซิ่วอิงพยักหน้าให้ตงห่าวเล็กน้อย เพราะเธอเองก็รู้ความ้าของคุณชายผู้นี้ ตงห่าวจึงเอ่ยขึ้น
" คุณชายหลิน.. ข้าขอแน่ะนำให้รู้จัก นี่คือจ้าวซิ่วอิงเป็นายน้อยของพวกข้าเอง.. นายน้อยนี่คือคุณชายหลินฟาง คุณชายใหญ่ตระกูลหลิน 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองัฟ้าขอรับ"
" คารวะคุณชายหลิน.. ข้าจ้าวซิ่วอิงยินดีที่ได้รู้จัก"
ซิ่วอิงประสานมือคารวะให้แก่หลินฟาง โดยที่หลินฟางนั้นยกมือคารวะตอบเช่นกัน
" ข้าหลินฟาง.. ยินดีที่ได้รู้จักนายน้อยจ้าวเช่นกัน"
หลินฟางคุณชายใหญ่ตระกูลหลินวัย 17 ปี เอ่ยวาจาออกมาแต่ภายในใจนั้นกลับคิดว่า นางเป็คุณหนูชัดๆเหตุใดคนพวกนี้ถึงได้เรียกนางว่านายน้อยไปได้ แต่ด้วยมารยาทหากถามออกไปคงไม่ดีนัก
" คุณชายหลิน.. พวกข้ายังมีเื่ต้องทำขอตัวก่อน"
ซิ่วอิงกล่าวเสียงเรียบนิ่ง
" เอ่อ.. ท่านตงพวกท่านพักอยู่ที่ใด วันหน้าหากมีโอกาศข้าจะได้ไปเยี่ยมเยียน.. นายน้อยจ้าวขออภัยที่ถาม หากบอกไม่ได้ก็ไม่เป็ไร"
ตงห่าวมองซิ่วอิงเมื่อเห็นนางพยักหน้า จึงกล่าวตอบว่า
" ได้สิคุณชาย.. ตอนนี้พวกเราพักอยู่ที่จวนสกุลจ้าว ซึ่งเป็จวนเดิมของท่านซูไห่ผู้ดูแลหอประมูลัฟ้า.. นายน้อยของข้าซื้อต่อมาจากท่านซูเมื่อไม่นานมานี้เอง"
" ขอบคุณท่านตง ข้าทราบแล้ว.. นายน้อยจ้าวหากวันใดข้าว่างจะไปทำความรู้จักกันให้มากกว่านึ้ ท่านมีความเห็นเช่นไร”
" ได้แน่นอนคุณชาย.. ขอตัวก่อน"
กล่าวจบซิ่วอิงประสานมือคารวะให้หลินฟาง แล้วเดินนำทุกคนออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที ด้านหลินฟางกลับไปที่โต๊ะตนเอง แล้วบอกกล่าวเื่ราวให้สหายทั้งสองฟัง โดยตัวเขานั้นมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะคบหากับนายน้อยจ้าวผู้นี้ให้ได้
ด้านหน้าโรงเตี๊ยม ตงห่าวที่เดินตามซิ่วอิงไปติดๆ เอ่ยถามออกมาว่า
" นายน้อย.. บอกที่อยู่ให้เขารู้อย่างนี้จะดีเหรอ"
" ก็ไม่เห็นเป็ไรนี่ท่านลุงตง.. ถึงไม่บอกเขาก็สืบรู้จนได้นั่นแหล่ะ อีกอย่างนึงข้าดูแล้วเขาไม่มีเจตนาร้าย อีกทั้งพวกเราตั้งใจทำการค้าอยู่แล้ว การที่มีคนรู้จักในตระกูลใหญ่มันย่อมเป็เื่ดีมิใช่เหรอ.."
ซิ่วอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
" อืม.. ที่นายน้อยกล่าวมาก็ถูก มีมิตรหนึ่งคนเท่ากับลดศัตรูไปหนึ่งคนเช่นกัน"
ตงห่าวกล่าวส่วนอีกสี่คนก็พยักหน้าหงึกๆทำนองเห็นด้วย
" พวกเรารีบกลับจวนกันเถอะ.. ป่านนี้ท่านพ่อคงจะซื้อทาสมาแล้ว ข้าจะไปดูสักหน่อยว่าถูกใจหรือไม่"
กล่าวจบซิ่วอิงก็เดินตรงไปยังทิศทางของจวน ตงห่าวกับพวกก็ตามไปทันที
…………………………………….