ตอนที่ 132 เด็กหนุ่มแสนดี (ภาคจบ)
สามปีหนึ่งเดือนหลังจากที่ลุงอ่ำลาออกไป เวลา 17.23น. ที่เมืองหลวง
ด้วยความที่วันนี้เป็นวันจันทร์ซึ่งพีระพลต้องออกไปทำงานถิงถิงที่อยู่บ้านพียงลำพังก็เลยรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาจึงได้ตัดสินใจขับรถออกไปเดินเที่ยวที่ห้างพร้อมกับซื้อข้าวของเครื่องใช้พร้อมกับทำอะไรบางอย่างที่หวังจะเซอร์ไพรส์สามีหนุ่มแต่ทว่าในระหว่างทางที่กำลังจะกลับบ้าน รถของเธอก็เกิดดับขึ้นมากะทันหัน
“อะ....อ๊ะ! อะ....อะไรเนี่ย” ถิงถิงร้องลั่นด้วยความตกใจก่อนจะค่อยๆขับประคองรถไปจอดที่ข้างทาง
โชคยังดีที่ถนนที่เธอกำลังใช้อยู่นั้นมันมีรถสัญจรผ่านไปมาน้อยจึงไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น ถิงถิงนั่งงงในรถอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะพยายามบิดกุญแจเพื่อจะสตาร์ทรถให้ติดแต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สาวหมวยเปิดประตูลงแล้วตรงไปเปิดฝากระโปรงหน้าของรถขึ้นดูเพื่อที่จะได้ตรวจหาสาเหตุแต่ด้วยความที่เธอนั้นไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์รถมากนักเธอจึงหมดปัญญาที่จะรู้แจ้งได้ว่ารถคันนี้นั้นมันเสียด้วยเหตุใด
“เฮ้อออ.....” ถิงถิงถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันมองวิวทิวทัศน์รอบข้างแล้วเธอก็ได้ค้นพบว่าสถานที่ที่รถของเธอกำลังจอดเสียอยู่นั้นมันคือที่รกร้างว่างเปล่าที่เดียวกับที่รถของเธอจอดเสียครั้งก่อนอย่างแน่นอน แต่โชคดีหน่อยก็ตรงที่เวลาในตอนนี้นั้นยังไม่ได้มืดค่ำมากนัก
ในขณะที่ถิงถิงกำลังก้มมองเครื่องยนต์ของรถพร้อมกับใช้ความคิดว่าตัวเธอนั้นควรจะทำอย่างไรต่อไปดีอยู่นั่นเองก็ได้มีรถมอเตอร์ไซค์คันนึงขับตรงมาจอดหยุดที่ท้ายรถของเธอ
สาวหมวยได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์จึงรับหันไปมองอย่างรวดเร็วแล้วภาพเมื่อกว่าสามปีก่อนก็ผุดพรวดขึ้นมาในหัวของเธอภาพของคืนที่รถของเธอเสียแล้วมีโจรร้ายบุกเข้ามาทำทีเป็นช่วยเหลือก่อนจะควักมีดขึ้นมาข่มขู่หวังจะข่มขืนก่อนที่ลุงอ่ำเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป
และถึงแม้ว่าเวลาในตอนนี้จะไม่ได้มืดค่ำเหมือนเฉกเช่นคืนนั้นแต่ด้วยพื้นที่ในแถบนี้นั้นมันไร้ซึ่งผู้คนอยู่ใกล้ๆความหลังฝังใจก็เลยทำให้เธอรีบวิ่งกลับเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว
ถิงถิงเดินเข้าไปอยู่ในรถยนต์ก่อนจะหยิบจับกระเป๋าถือราคาแพงระยับเข้ามาไว้ข้างตัวก่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วกอบกุมปืนที่ลุงอ่ำทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเพื่อหวังใช้ป้องกันตัวและถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยยิงคนจริงๆมาก่อนแต่เธอค่อนข้างจะมั่นใจเลยว่าประสบการณ์ที่เธอซ้อมยิงปืนที่สนามซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วนในรอบหลายเดือนมานี้มันจะช่วยให้เธอใช้ปืนได้อย่างคล่องแคล่วไม่มากก็น้อย และในชั่ววินาทีที่เธอกำลังคิดเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวชายคนนึงก็เดินมาหยุดอยู่ที่ข้างรถของเธอก่อนก้มตัวลงมา
“รถเสียหรอครับ” เด็กหนุ่มใส่ชุดหมีที่ดูคล้ายชุดของพวกช่างถามขึ้นด้วยสำเนียงที่ดูไม่เหมือนกับคนเมืองหลวง
ถิงถิงหันมองไปที่ชายคนนั้นด้วยแววตาหวาดระแวงสงสัยก่อนจะติดสินใจลดกระจกลงมาให้เหลือเพียงครึ่งแล้วตอบกลับไป “ใช่ค่ะ”
เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มรับก่อนจะพูดต่อ “งั้นให้ผมดูให้นะครับ”
พูดจบเด็กหนุ่มคนนั้นก็เดินไปที่หน้ากระโปรงรถอย่างรวดเร็ว และแค่เพียงไม่นานจากนั้นเค้าก็เดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ก่อนที่จะเดินกลับมาอีกทีพร้อมด้วยกล่องเครื่องมือ
ถิงถิงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครหรือว่ามาดีหรือมาร้าย แต่โชคยังเข้าข้างเธอตรงที่คราวนี้แบตโทรศัพท์มันไม่ได้หมดลงไปเหมือนคราวก่อนสาวหมวยจึงตัดสินใจส่งข้อความไปหาสามีอย่างรวดเร็วโดยคาดหวังว่าพอเค้าอ่านจบคงจะรีบมาหาเธอในทันที
แต่ทว่าพอเธอกดส่งข้อความเสร็จเรียบร้อย เด็กหนุ่มคนนั้นก็เอียงคอมาพูดกับเธอผ่านทางกระโปรงหน้า “คุณครับ คราวนี้ลองสตาร์ทดูครับ”
ถิงถิงชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะวางมือถือลงไปที่เบาะข้างตัวแล้วรีบบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทตามที่เค้าว่าในทันที....และแล้วเครื่องยนต์รถที่เคยดับสนิทก่อนหน้าก็ติดขึ้นมาอีกครั้ง
และในขณะที่ถิงถิงกำลังดีใจเพราะรถสตาร์ทติดแล้วนั่นเอง เด็กหนุ่มคนที่เข้ามาช่วยเหลือเธอก็ปิดฝากระโปรงหน้าลงพร้อมกับเก็บเครื่องมือเข้ากล่องก่อนจะเดินผ่านด้านข้างของรถเธอไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นถิงถิงลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ แล้วรีบเปิดประตูลงมาจากรถก่อนจะพูดขึ้น“เดี๋ยวก่อนคะ เดี๋ยวก่อน”
เด็กหนุ่มคนนั้นรีบหันกลับมามองก่อนจะถาม “มีอะไรครับ”
“เอ่อ...เป็นช่างหรอคะ” ถิงถิงถามเพราะสังเกตเห็นจากชุดที่สวมใส่
“อ๋อ...ใช่ครับ” เด็กหนุ่มคนนั้นพยักหน้าพร้อมพูดตอบ
“งั้นรับเงินไว้หน่อยนะคะ” ถิงถิงพูดกับเค้าก่อนทำท่าจะหันไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ในรถ
“โอ้ย....ผมไม่เอาหรอกครับแค่เรื่องเล็กน้อยเอง” เด็กหนุ่มคนนั้นรีบพูดปฏิเสธ
ถิงถิงถือกระเป๋าเงินไว้ในมือพร้อมกับจ้องมองหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความงุนงงก่อนจะถามขึ้น“ถ้าไม่เอาเงิน...แล้วเข้ามาช่วยทำไมหล่ะคะ”
เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มใสซื่อก่อนตอบกลับมา “ก็พอดีว่าผมเพิ่งจะกลับมาจากไปซ่อมรถให้ลูกค้ามาแล้วเห็นรถคุณจอดเสียแถมเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวด้วย ก็เข้ามาดูให้ก็แค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรมากหรอกครับอู่ผมก็อยู่สุดซอยนี่เอง การช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกันเองมันก็เป็นเรื่องปรกตินี่ครับอย่าคิดมากเลย อ๋อ......แล้วก็ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหนแต่รีบออกไปจากแถวนี้ก่อนจะมืดค่ำจะดีกว่านะครับแถวนี้เนี่ยถ้ามืดกว่านี้มันจะเปลี่ยวมาก..เมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็เพิ่งจะมีผู้หญิงถูกฉุดไปข่มขืนที่พงหญ้าข้างหลังนั่นเองน่ะครับ”
เด็กหนุ่มคนนั้นชี้นิ้วไปที่พงหญ้าข้างหลัง ซึ่งก็เป็นแถวเดียวกันกับที่เมื่อกว่าสามปีก่อนเธอถูกไอ้โจรชั่วคนนั้นฉุดเข้าไปอย่างแน่นอน
“งั้นผมไปก่อนนะครับผมออกมานานมากไปแล้ว เดี๋ยวเถ้าแก่ผมแกจะว่าเอา อ๋อ...แล้วก็รถหมั่นตรวจเช็คมันหน่อยก็ดีนะครับ” พูดจบเด็กหนุ่มคนนั้นก็เดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว
Rrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาจากในรถทำให้ถิงถิงที่กำลังมองตามรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นอยู่ต้องตกใจเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหยิบมือถือขึ้นมารับ “คะ...ที่รัก”
“ที่รักรออยู่ในรถก่อนนะ ผมกำลังจะออกจากบริษัทแล้ว” พีระพลพูดกับเมียสาวด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยหลังจากได้อ่านข้อความที่เธอส่งมา
“อ๋อ.....ไม่ต้องแล้วหล่ะค่ะตอนนี้รถสตาร์ทติดแล้ว” ถิงถิงตอบกลับ
“หา! ติด....ติดได้ไงหล่ะ” พีระพลถามด้วยความตกใจระคนสงสัย
“พอดีว่ามีพลเมืองดีมาช่วยไว้น่ะค่ะ....เพราะงั้นพลไม่ต้องกลับมาแล้วก็ได้ค่ะแล้วเดี๋ยวคืนนี้เราค่อยมาคุยกันอีกทีนะคะ”ถิงถิงรีบพูดตัดบทด้วยกลัวว่าหากตัวเองยังอยู่ในสถานที่แห่งนี้ต่อไปอีกซักพักอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นได้…….
สองชั่วโมงต่อมา
“หืม....เงินก็ไม่เอาด้วยหรอเออ เป็นคนดีน่าดูเลยแฮะ”พีระพลกล่าวชมเด็กหนุ่มปริศนาหลังจากที่ถิงถิงเล่าให้เค้าฟังทั้งหมด
“อืม...นั่นซิคะ” ถิงถิงตอบพร้อมกับพยักหน้ารับ
“บางทีการที่ได้เจอคนดีนี่อาจจะเป็นผลของกรรมดีที่คุณชอบช่วยซื้อของตามสี่แยกก็ได้หรือปล่าว” พีระพลพูดขึ้น
“อืม....มั้ง” ถิงถิงตอบเพียงเท่านั้น
“อ๋อ...ส่วนเรื่องรถไม่ต้องไปขับมันแล้วนะคันนั้นน่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปซื้อคันใหม่ให้คุณเลยดีกว่า” พีระพลพูดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเมียสาวโดยหวังใช้เงินเพื่อเอาใจเธอ
“จะซื้อคันใหม่ทำไมหล่ะคะรถที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ก็ยังมีอีกตั้งหลายคัน” ถิงถิงพูดปรามสามีหนุ่มที่กำลังคิดจะใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย
พีระพลหงอยไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเพื่อแก้เขิน “แล้ววันนี้คุณออกไปไหนมาหล่ะเนี่ย”
ถิงถิงได้ยินก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับหรี่ตาสุดเซ็กซี่ “อยากรู้หรอคะ งั้นรีบขึ้นไปที่ห้องนอนกันซิค่ะ”.........
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ที่ห้องนอนใหญ่
ตอนนี้พีระพลนั่งลุ้นเมียสาวด้วยใจระทึกอยู่บนเตียงนอนที่อยู่ในห้องนอนใหญ่ที่เมื่อก่อนเคยเป็นของพงษ์เทพผู้เป็นพ่อของเค้าแต่หลังจากที่พงษ์เทพตัดสินใจย้ายไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์กับเพียงตาพีระพลกับเมียสาวก็เข้ามาอยู่ในห้องนอนใหญ่นี่แทน
แอ๊ดดดดด
เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกทำให้พีระพลต้องรีบหันไปมองอย่างเร็วไวแล้วเค้าก็ได้คำตอบว่าวันนี้เมียสาวของเค้าไปทำธุระอะไรที่ข้างนอกมาเมื่อเห็นถิงถิงออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสุดวาบหวิวที่โปร่งบางแถมไม่สามารถปกปิดของสงวนส่วนใดของเธอได้เลย
“อูยยยเมียจ๋า ไปซื้อชุดนอนยังงี้มาหรอกหรอ” พีระพลพูดด้วยความตื้นเต้นถึงแม้ว่าเค้าจะเคยเห็นร่างเปลือยเปล่าของสาวสวยที่อยู่ตรงหน้ามานับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม
ถิงถิงเดินมาที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของสามีหนุ่มก่อนเอ่ยถาม “แล้วชอบไหมคะ ผัวขา”
“ชะ...ชอบซิจ๊ะเมียจ๋า” พีระพลพูดตอบ
หลังจากนั้นไม่นานพีระพลก็พุ่งตรงเข้าไปกอดรัดเมียสาวก่อนจะเริงกามกันในทันทีโดยที่เค้าเองก็เผลอคิดไปว่านี่คงจะเป็นเซอร์ไพรส์เดียวที่เมียสาวเตรียมไว้ให้……………