เมื่อใกล้หมดเวลาสามชั่วยามเยี่ยซางและอีกสองคนก็ขึ้นมาถึงแท่นสามพันหมี่ในที่สุด
“ขึ้นไป!”ฉู่หนิงะโบอกเยี่ยซาง
“พวกเ้าก่อน” ในเวลานี้เยี่ยซางแทบไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือ
ฉู่หนิงคว้าก้อนหินบนแท่นสามพันหมี่ตะเกียกตะกายไปมาสองสามครั้งก่อนจะปีนขึ้นไป
ถังเทียนก็เหมือนกับฉู่หนิงทว่าท่าทางของเขาน่าเกลียดกว่าเขาคว้าหินแล้วปีนขึ้นไปบนแท่นสามพันหมี่ด้วยก้นของตนเอง
มือซ้ายของเยี่ยซางจับหินไว้แน่นมือขวาจับแท่น ก่อนจะใช้มือซ้ายพยุงตัวและปีนขึ้นไปบนแท่นอย่างยากลำบาก
เมื่อร่างของเขาตกลงบนแท่นหินจิติญญาของเยี่ยซางก็ผ่อนคลายก่อนจะหมดสติไป
หลังจากเยี่ยซางหมดสติร่างกายของเขาก็ขยับเล็กน้อยก่อนจะร่วงลงจากแท่นหินทั้งถังเทียนและฉู่หนิงที่อยู่ใกล้เยี่ยซางมากที่สุดต่างก็ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้วจึงไม่สามารถคว้าเยี่ยซางเอาไว้ได้
ด้วยอาการหมดสติเยี่ยซางเป็เหมือนนกปีกหักที่ไถลลงมาจากแท่นหินสามพันหมี่
ฉากนี้ทำให้ทุกคนใแต่โชคดีที่ศิษย์ผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถขี่เสวียนเตียวมารับตัวเยี่ยซางได้ทัน
จากนั้นก็มีศิษย์ผู้คุมกฎคนอื่นๆมารับผู้ผ่านการทดสอบลงไป
ฉู่หลิงเซียวเดินมาหาเยี่ยซางก่อนจะย่อตัวลงข้างๆ และให้ยาแก่เขา จากนั้นก็ตบหลังเยี่ยซางสองครั้ง
เยี่ยซางลืมตาขึ้นและพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเอง
“อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาเ้าพักก่อนเถิด” ฉู่หลิงเซียวพยักหน้าให้เยี่ยซาง
จากนั้นฉู่หลิงเซียวก็ประกาศผลการทดสอบมีคนผ่านทั้งหมดยี่สิบหกคนนั่นคือยี่สิบสามคนที่นั่งอยู่บนแท่นหินสามพันหมี่ก่อนหน้านี้แล้ว รวมกับเยี่ยซางถังเทียนและฉู่หนิง
“ศิษย์พี่ฉู่ไม่ได้กล่าวไว้หรือว่ารับศิษย์น้อยลงได้แต่ต้องมีรากฐานที่ดีขึ้นถ้าปีนขึ้นไปไม่ถึงสามพันหมี่จะเข้าร่วมหุบเขาโอสถไม่ได้ใช่หรือไม่? เขาทำไม่สำเร็จไม่ใช่หรืออย่างไร!”หลูจิ้งชี้ไปที่เยี่ยซางแล้วพูดกับฉู่หลิงเซียวเขากับฉู่หลิงเซียวมักพูดไม่ค่อยถูกคอกันเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ใช่ความลับในหุบเขาโอสถหากมีโอกาสที่จะโต้แย้งกับฉู่หลิงเซียว หลูจิ้งจะไม่ปล่อยไปครั้งนี้เยี่ยซางจึงตกเป็เหยื่อ
“ศิษย์พี่หลูท่านพูดได้อย่างไรว่าเยี่ยซางไม่ได้ปีนขึ้นไป? ข้างบนน่าจะยังมีรอยมือเปื้อนเืของเขาอยู่”ถังเชียนเชียนกล่าวหลังจากเหลือบมองเยี่ยซางซึ่งศิษย์ของหุบเขาโอสถกำลังพันแผลให้อยู่
“เอาละยี่สิบหกคนนี้คือคนที่ผ่านการทดสอบในปีนี้ หลิงเซียวยอดเขาไท่เสวียนไม่ได้รับศิษย์ใหม่มานานกว่าสิบปีแล้วครั้งนี้ยอดเขาไท่เสวียน้ายี่สิบหกคนนี้”หลิ่วหยางอวี่ที่ยังนั่งอยู่ลุกขึ้นยืน
“ศิษย์พี่สามนี่ไม่ดีแน่! อย่างไรก็ไม่ตกลงนี่ไม่ใช่ให้พวกเราสิบเอ็ดยอดเขามาโดยเปล่าประโยชน์หรือ?” หลังจากได้ยินคำพูดของหลิ่วหยางอวี่แล้วหยานเป่ยจี๋ก็ค้านขึ้น เหล่าศิษย์ที่ผ่านการทดสอบครั้งนี้ทำได้ดีเกินคาดหยานเป่ยจี๋ไม่้าปล่อยมือไป ในอดีตนั้นการทดสอบครั้งที่สามคือวิ่งสิบห้ารอบและการทดสอบที่สี่คือสองพันห้าร้อยหมี่ แต่การทดสอบในปีนี้ยากขึ้นมากหลิ่วหยางอวี่ทำร้ายศิษย์พี่ศิษย์น้องเสียแล้ว
“ถูกต้อง อาจารย์อาอย่างไรท่านก็ต้องให้พวกเราบ้าง” ฉู่หลิงเซียวกล่าว
“เช่นนั้นก็ย่อมได้ พวกเ้าเอาไปยอดเขาละหนึ่งคนแต่พวกเ้าไม่สามารถเลือกสามคนนี้”หลิ่วหยางอวี่ใช้พลังปราณจากแขนเสื้อของตนเองนำเยี่ยซางถังเทียนและฉู่หนิงมาไว้ข้างหลังเขา
การกระทำของหลิ่วหยางอวี่ทำให้ตัวแทนของยอดเขาอื่นๆถึงกับพูดไม่ออก แม้ว่ารากฐานการบ่มเพาะของเยี่ยซางจะไม่สูงที่สุดแต่ความแข็งแกร่งและความพยายามของเขาเหนือกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
“ศิษย์พี่สามข้า้าห้าคน” หยานเป่ยจี๋ไม่ยอมแพ้ เขา้าศิษย์มากกว่าหนึ่งคน
“สามคน ถ้าไม่เอาข้าเอาทั้งหมด” หลิ่วหยางอวี่เหลือบมองหยานเป่ยจี๋จากนั้นเขาก็โบกแขนเสื้อและดึงศิษย์อีกสิบคนที่ผ่านการทดสอบมาข้างหลังเขา
เมื่อเห็นการกระทำของหลิ่วหยางอวี่แล้วหยานเป่ยจี๋ก็โกรธจนเคราสั่นจากนั้นเขาจึงเลือกสามคนก่อนจะโบกแขนเสื้อของตนเองนำฉินเจินและศิษย์ใหม่สามคนจากไป
หลิ่วหยางอวี่เองก็ออกจากผาตานติ่งพร้อมกับอีกสิบสามคนที่เลือกไว้เช่นกัน
“ศิษย์พี่ฉู่อาจารย์ลุงสามเอาแต่ใจเกินไป เขาถึงกับเอาคนไปครึ่งหนึ่งเลยเชียวนะ”ถังเชียนเชียนกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“ศิษย์ที่ผ่านการทดสอบในปีนี้ดีเกินคาดยอดเขาไท่เสวียนคงแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว เฮ้อ!” ฉู่หลิงเซียวก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกันเขาไม่ได้รับหลานชายของตัวเองด้วยซ้ำ ตนเองก็พูดไม่ออกเหมือนกันใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมายอดเขาไท่เสวียนไม่ได้รับศิษย์ใหม่เลยจึงเป็เื่จริงที่ควรรับศิษย์น้อยแต่ต้องมีรากฐานที่ดีแต่การที่หลิ่วหยางอวี่พึงพอใจฉู่หนิงก็แสดงให้เห็นถึงพร์ของฉู่หนิงได้ดีทีเดียว
พิธีคัดเลือกศิษย์สิ้นสุดลงชื่อของเยี่ยซางถูกกำหนดให้เป็ที่จดจำ
รอยมือเปื้อนเืบนผาตานติ่งจะบอกผู้คนว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้
หลังผ่านสายลมและแสงแดดรอยมือเปื้อนเืที่ทิ้งไว้จะเป็พยานการเติบโตของเด็กชายคนหนึ่งในภายหลังแน่นอน
เยี่ยซางและคนอื่นๆ อีกหลายคนถูกพาไปที่ห้องโถงใหญ่ของยอดเขาไท่เสวียน
“ท่านอาจารย์ท่านกลับมาแล้ว นี่ผู้ผ่านการทดสอบหรือ? ทำไมสามคนนี้ถึงดูย่ำแย่นักเล่า?” ชายวัยกลางคนในห้องโถงเห็นหลิ่วหยางอวี่ปรากฏตัวก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วมองไปยังเยี่ยซางกับอีกสิบสองคนที่เหลือ
“กงเสวียน คนเหล่านี้เป็ศิษย์รุ่นที่สามของยอดเขาไท่เสวียนเ้าสอนสามคนนี้ด้วยตัวเอง ส่วนอีกสิบคนที่เหลือให้ศิษย์น้องทั้งสิบของเ้าดูแล สำหรับโม่เฉินไม่ต้องมอบให้เขาเราจะพูดถึงพิธีคัดเลือกศิษย์ในภายหลัง” หลังจากที่หลิ่วหยางอวี่นั่งลงเขาก็โบกมือให้กงเสวียน
“พวกเ้าเข้ามาเป็ศิษย์ของหุบเขาโอสถโดยไม่ได้เรียงลำดับคะแนนบอกอายุของเ้ามาตามลำดับ” กงเสวียนยิ้ม เขาหันมาพูดกับเยี่ยซางและคนอื่นๆ
หลังจากบอกอายุแล้วทั้งสิบสามคนก็ถูกแยกออกจากกัน คนที่โตที่สุดเป็ผู้หญิงชื่อหนานกงไต้อายุสิบแปดปีเด็กที่สุดคือเยี่ยซาง
จากนั้นกงเสวียนก็เรียงลำดับโดยให้หนานกงไต้เป็พี่สาวคนโตเรียกว่าหนานกงอี้ถังเทียนอยู่ในอันดับที่เจ็ด กงเสวียนเรียกเขาว่าถังชีฉู่หนิงเป็อันดับที่เก้าเรียกฉู่จิ่ว เยี่ยซางเป็คนสุดท้ายกงเสวียนจึงเรียกว่าสิบสามน้อย (เสี่ยวสือซาน)
“ภายในหนึ่งปีถ้าฐานการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นไม่ถึงสามขั้นให้ไปรายงานตัวที่บ้านของศิษย์ช่วยงานทั่วไป กงเสวียนบอกศิษย์น้องของเ้าด้วยว่าถ้าพวกเขาไม่มีคุณภาพทุกคนก็ไม่ต้องมีศิษย์จะดีกว่า” หลังจากพูดจบหลิ่วหยางอวี่ก็จากไป
“พวกเ้าสามคนรออยู่ที่นี่ส่วนที่เหลือก็มากับข้า” หลังจากได้ยินคำพูดของหลิ่วหยางอวี่แล้วกงเสวียนก็พาทั้งสิบคนจากไป ทิ้งเยี่ยซาง ถังเทียนและฉู่หนิงไว้ที่เดิม
“แค่นี้หรือ? นี่มันไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว!”ถังเทียนพูดขณะลูบไหล่ของเขา
ฉู่หนิงกางมือออกแต่ไม่พูดอะไรที่จริงแล้ว หลิ่วหยางอวี่ไม่ได้สนใจพวกเขามากนัก เพียงโยนคนไม่กี่คนไปให้ลูกศิษย์ของตนแล้วก็ไม่ได้สนใจอีก
ผ่านไปครึ่งชั่วยามกงเสวียนก็กลับมา
“นี่คือสำเนาลายมือของวิชาหม้อโอสถลึกลับซึ่งเป็วิธีฝึกขั้นพื้นฐานพวกเ้าสามคนจะได้รับสำเนาคนละฉบับและนี่คือทรัพยากรการบ่มเพาะของพวกเ้าในเดือนนี้ ไปที่บ้านของอาจารย์ลุงกันเถิด”กงเสวียนส่งยาหนึ่งขวด พร้อมสำเนาการฝึกให้ทั้งสามคนละเล่มแล้วพวกเขาก็ออกจากห้องโถง
ที่พักของกงเสวียนเป็ยอดเขาเล็กๆเต็มไปด้วยต้นไผ่อยู่ด้านข้างยอดเขาไท่เสวียน
“ข้าอาศัยอยู่ในบ้านไม้ไผ่นี่มีบ้านไม้ไผ่ร้างอยู่ทางทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกของยอดเขาต้นไผ่แห่งนี้พวกเ้าสามารถทำความสะอาดและอาศัยอยู่ที่นั่นได้อาจารย์ได้กำหนดฐานการบ่มเพาะสามขั้นในหนึ่งปี ข้าไม่ขอมากเกินไปสำหรับเ้าสามเดือน...อืม สามเดือนต้องเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้นถ้าพลังปราณของเ้าไม่เลื่อนขั้นภายในสามเดือน ข้าจะโยนเ้าเข้าไปในป่าหมื่นอสูรเสีย”กงเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม
การแสดงออกของฉู่หนิงและถังเทียนเปลี่ยนไปทันทีกงเสวียนไม่ได้ดีไปกว่าหลิ่วหยางอวี่เลยแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าป่าหมื่นอสูรอยู่ที่ไหน แต่ตราบใดที่พวกเขาไม่ใช่คนโง่ก็ควรจะรู้ว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่ดีอย่างแน่นอน