ตึ่ง ดึง ดึ้ง
LEVEL UP!! คุณได้เลื่อนเป็เลเวล 2
เสียงเอฟเฟคที่แปลกประหลาดดังขึ้นในหัว แต่เมโลดี้ที่นทีได้ยินนั้นกลับฟังแล้วรู้สึกจดจำได้ง่าย มันคือเสียงที่ดังขึ้นดั่งการประกาศว่านทีได้เริ่มก้าวแรกสู่การเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่แล้ว
"ศรน้ำแข็ง!" นทีร่ายศรน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
เขาไม่มีเวลาที่จะมาเปิดโฮโลแกรมในตอนนี้ เพียงอึดใจน้ำแข็งทรงปีรามิดก็ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ขณะร่ายทักษะอยู่นั้นเขาก็เดินถอยหลังไปด้วย หากยืนอยู่กับที่ละก็ไม่นานเขาคงต้องตกอยู่ใต้คมเขี้ยวของซอมบี้เป็แน่ หนึ่งวินาทีผ่านไป ศรน้ำแข็งก็พุ่งตรงไปที่ซอมบี้ตัวที่สองปักเข้าไปบริเวณกระดูกไหปลาร้า
ฉึก!
‘ขนาดตั้งใจเล็งแล้วยังไม่โดนตรงเป้า การเล็งให้โดนหัวนี่ไม่ใช่ง่ายเลยแฮะ’ นทีคิด
เขาเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ ซอมบี้ที่โดนศรน้ำแข็งปักก็ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าลง ส่งผลให้ซอมบี้อีกตัวแซงหน้ามันมาได้ นทีวิ่งอ้อมไปยังหลังชั้นหนังสือแล้วย่อตัวก่อนที่จะะโถีบชั้นหนังสือเพื่อให้มันล้มทับลงไปที่ซอมบี้ แต่ชั้นหนังสือกลับไม่ล้มลงเพราะพละกำลังของเขาน้อยเกินไป กลายเป็เขาเองที่เสียหลักล้มลงจากแรงถีบ
‘เวรล่ะ! ทำไมไม่ง่ายเหมือนในหนังเลยล่ะ’ นทีนึกถึงภาพยนตร์ที่ตัวเอกออกลีลาพลิ้วไหว แล้วใช้สิ่งรอบตัวต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
‘เออ..ก็นั่นมันหนังนี่นา จะมาเทียบอะไรได้กับของจริงที่เราเผชิญอยู่’ นทีขำกับความคิดตัวเองอยู่แวบหนึ่ง
เขาเอาสถาณการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นจริงไปเทียบกับภาพยนตร์ที่ออกแบบทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วมันก็ดูจะไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไรนัก เขารีบลุกขึ้นในขณะที่ร่ายศรน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่ง จากตอนแรกที่ระยะห่างของซอมบี้และเขามีพอประมาณ แต่ด้วยความผิดพลาดของเขาส่งผลให้ซอมบี้เข้ามาในระยะที่เกือบจะจู่โจมเขาได้
ฉึก!
นทีปล่อยศรน้ำแข็งที่ร่ายค้างไว้ออกไป เพียงอึดใจมันก็พุ่งเข้าไปยังเข่าของซอมบี้ ความเยือกเย็นและรุนแรงของศรน้ำแข็งทำให้มันเคลื่อนที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นวาดคทาเวทของเข้าไปข้างหลังแล้วแทงส่วนหัวของคทาเวทเข้าไปยังปากของซอมบี้อย่างสุดแรงเกิด เขาได้ร่ายทักษะเตรียมรอไว้แล้ว เมื่อคทาพุ่งใส่ปากซอมบี้นั้น ทำให้มันชะงักเล็กน้อย ในเวลานั้นเองศรน้ำแข็งก็ถูกปล่อยออกมา
แผละ!!
ชิ้นเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วร้าน เห็นได้ชัดว่าศรน้ำแข็งที่ะเิคาหัวของซอมบี้นั้นทรงประสิทธิภาพขนาดไหน ซอมบี้ตัวสุดท้ายที่มีศรน้ำแข็งปักอยู่ที่ไหปลาร้าก็เดินเข้ามาใกล้อย่างไม่ลดละ
"เหลือแค่แกกับฉัน มาทำให้มันจบกันเถอะ!" นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีความมั่นใจ
การจัดการซอมบี้ไปแล้วสามตัวนั้นทำให้เขาเริ่มรู้ว่าศักยภาพของเขาในตอนนี้ สามารถต่อกรกับศัตรูตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย
ปึง!
แล้วก็เป็ไปตามที่นทีคาด เขาร่ายศรน้ำแข็งใส่ซอมบี้ครั้งสุดท้ายเพื่อจบชีวิตมันลง ด้วยความเชื่องช้าที่ซอมบี้มีอยู่เป็ทุนเดิมบวกกับศรน้ำแข็งที่ปักอยู่ทำให้มันเคลื่อนตัวช้าลงไปอีก เขาสามารถจัดการซอมบี้ตัวสุดท้ายลงได้อย่างไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง
หลังจบการต่อสู้นทีก็ไม่รีรอที่จะเปิดจอโฮโลแกรมขึ้นมา เสียงเมโลดี้แปลกประหลาดที่ก้องไปมาในหัวก่อนหน้านี้ ทำให้เขาจำการเลเวลอัพของเขาได้
นที รบูลย์กิจวินิตร อายุ 18 ปี
LV2 EXP 200/400 อาชีพ ไม่มี
HP 90/90 MP 6/30
ความแข็งแกร่ง: 7
ความว่องไว : 12
ความฉลาด : 50 [16+34]
พลังิญญา : 6
แรงกาย : 9
แต้มค่าสถานะที่ใช้งานได้คงเหลือ : 5 แต้ม
ทักษะใช้งาน 1/5
- ศรน้ำแข็ง LV1 [Beginner] 2/10
ทักษะติดตัว 0/5
Master Skill : Reading Master
อุปกรณ์สวมใส่
- คทาเวทมนตร์ ระดับ F ความคงทน 70/100
ช่องเก็บไอเท็ม 4/20
- ขนมปัง 5/99 ชิ้น
- น้ำยาฟื้นฟู MP เล็ก 5/99 ขวด
- บะหมีกึ่งสำเร็จรูป 1/99 แพ็ค
- น้ำเปล่า 2/99 ขวด
นทีกวาดสายตามองหาจุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อย่างแรกคือเลเวลของเขาที่กลายเป็เลเวลสองแล้ว และ EXP หรือค่าประสบการณ์ที่ใช้เลเวลอัพที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมซึ่งนทีก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล แต่สิ่งทีทำให้นทีขมวดคิ้วก็คือค่า MP ของเขาที่เหลือเพียง 6 เท่านั้น เท่ากับว่าเขาจะร่ายศรน้ำแข็งได้อีกเพียงครั้งเดียวโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
‘คราวหน้าก่อนะโเข้าหาการต่อสู้ ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เกือบไปแล้ว’ นทีถอนหายใจเฮือก
ความประมาทของเขาทำให้นทีคิดได้ หากไม่ใช่เพราะความโชคดีจากการโจมตีโดนจุดอ่อน เขาก็คงตกอยู่ในที่นั่งลำบากกว่านี้ แต่เมื่อกวาดสายต่อมาถึงช่องค่าสถานะจากหน้าตาที่บึงตึงก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม
‘เลเวลอัพครั้งเดียวเพิ่มค่าสถานะทุกค่าอย่างละหนึ่งและมันยังให้แต้มในการเลือกอัพเองอีกถึงห้าแต้ม นี่มันสุดยอด!’ นทีคิดพลางมองดูค่าสถานะของเขาทีเพิ่มขึ้น
หากเขาดูแค่เพียงค่าความฉลาด การเพิ่มมาแค่หนึ่งแต้มนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างเลย ต้องขอบคุณทักษะ Reading Master สุดโกงของเขา แต่สำหรับค่าสถานะอีกสี่ค่านั้นการเพิ่มค่าเ่าั้เพียงหนึ่งแต้มก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล
นทีเข้าใกล้การมีพละกำลังแบบคนปกติมากขึ้นและทฤษฎีพลังิญญาและพลังชีวิตของเขาก็ได้รับข้อพิสูจน์ไปด้วย เมื่อมองไปยัง HP 90 และ MP 30 ที่มาจากแรงกาย 9 และ พลังิญญา 6 ตามลำดับ นทีเลือกที่จะเก็บแต้มฟรีไว้อัพทีหลัง
เมื่อมองไปยังทักษะศรน้ำแข็งก็เห็นตัวเลข 2/10 ขึ้น เขาคาดเดาว่าเกิดจากการที่เขาใช้งานทักษะนั้นเอง อย่างสุดท้ายคือคทาเวทที่เหลือค่าความคงทนเพียง 70 จาก 100 เขาคิดว่าความคงทนมันลดลงรวดเร็วเกินไป
‘เราใช้คทาเวทฟาดพี่จอร์จไม่ยั้ง แทนที่จะเก็บไว้ใช้กับทักษะ บ้าเอ้ย!’ นทีสบถในใจ
หลังจากสะสางธุระตรงหน้าเสร็จเรียบร้อย ซอมบี้สามตัวที่เขาจัดการไปนั้นค่อย ๆ สลายกลายเป็อณูแสง ปรากฏกล่องสีขาวเพียงกล่องเดียวที่ลอยอยู่
‘ดรอปกล่องเดียวจากซอมบี้สามตัวเหรอ โชคร้ายชะมัด’ นทีบ่นอุบหลังเห็นกล่องไอเทมเพียงกล่องเดียว
หากผู้เล่นคนอื่น ๆ รับรู้ถึงสิ่งที่นทีกำลังคิด พวกเขาคงกระอักเืออกมา พวกเขาเ่าั้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับนที มีบางคนถึงกับกำจัดซอมบี้ไปเป็สิบตัวแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่ากล่องจะโผล่มาแม้แต่กล่องเดียว
นทีเดินไปยังกล่องสีขาวแล้วแตะเบา ๆ กล่องสลายเป็อณูแสงแล้วลอยเข้าไปยังตัวเขา
คุณได้รับ พิซซ่าฮาวายเอี้ยน 1 ถาด
‘พิซซ่า? ไอเท็มดรอปออกมาเป็พิซซ่า? ไม่ใช่ทักษะต่อสู้หรืออุปกรณ์สวมใส่แต่เป็พิซซ่าเนี่ยนะ?!’ นทีเปิดเช็คช่องเก็บของและพบพิซซ่า 1 ถาดอยู่ในนั้น เขาไม่แม้แต่จะสนใจอ่านรายละเอียดของมันเพราะรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ได้รับ หลังจากนั้นเขาเดินตรงไปยังห้องพนักงานและเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เจ๊ ๆ ไม่มีซอมบี้อีกแล้ว..เปิดประตูหน่อย" นทีเอ่ยขึ้น
" ..." เกิดความเงียบขึ้นอึดใจหนึ่งแล้วก็มีเสียงตอบกลับมา
"ฉัน...ฉันไม่เชื่อ! นายเป็ใคร?! นายต้องเป็หนึ่งในคนที่จะทำร้ายฉันแน่ ๆ ยังไงฉันก็ไม่เปิดหรอก!"
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
"เจ๊ใจเย็นก่อน ฟังเสียงผมดี ๆ สิ จำผมไม่ได้เหรอ? ถ้าผม้าทำร้ายเจ๊จริง ๆ ผมพังประตูเข้าไปแล้วล่ะ"นทีพยายามใช้เหตุและผลอธิบาย
"นาย...." เธอเอ่ยเสียงเบา
"ใช่แล้วผมเอง" นทีตอบกลับเมื่อคิดว่าเธอจำเขาได้ก็แอบดีใจเล็กน้อย
"นาย...เป็ใครน่ะ ? ฉันจะไปจำเสียงนายได้ยังไงกัน?" คำตอบของเธอทำให้นทีแทบหงายหลัง
นทีนึกว่าเธอจะจดจำเขาได้ แต่พอเขามาคิดดูแล้วที่ผ่านมาเขาและเธอแทบจะไม่เคยสนทนากัน แล้วก็มีแค่เขาเพียงฝ่ายเดียวที่จดจำเสียงของเธอได้
"ผมชื่อ..นที ผมชอบมาหาหนังสือน่าอ่านแล้วค่อย'ตัดสินใจซื้อ'น่ะ เมื่อตอนเย็นเจ๊ก็เพิ่งไล่ผมไปไง จำได้มั้ย?" นทีตัดสินใจแนะนำตัวแล้วเล่าถึงเหตุการณ์สี่คูณร้อยเมื่อตอนเย็น เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจหนึ่ง
"ฉันจำได้แล้ว! นายมันไอ้โจรกระจอกคนนั้นนี่เอง! แล้วหมายความว่าไงที่บอกว่าอ่านแล้วค่อยตัดสินใจซื้อน่ะ! ตลอดสามปีที่ผ่านมา..นายไม่เคยซื้อหนังสือฉันสักเล่มไม่แม้แต่เล่มเดียว!" เธอะโออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
ภาพเด็กหนุ่มที่แอบอ่านหนังสือในร้านของเธอฟรี ๆ เป็เวลากว่าสามปีผุดขึ้นมาในหัว แล้วความโกรธที่เก็บไว้ก็พุ่งพล่านจนเธอลืมไปว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เธอรีบเปิดประตูออกเพื่อยืนยันว่านทีใช่คนที่เธอคิดจริง ๆ
เมื่อหญิงสาวเปิดประตูออกมาแล้ว เธอก็พบกับเด็กหนุ่มผอมแห้งที่ค่อนข้างเตี้ยเมื่อเทียบกับคนทั่วไป แต่สิ่งที่แรกที่สะดุดตาของเธอคือ ั์ตาสีฟ้าของเขา มันตัดกับเส้นผมสีดำให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลึกลับในเวลาเดียวกัน ถ้ามองข้ามความเตี้ยและผอมเหมือนตะเกียบแล้วล่ะก็เขาก็ถือว่าดูดีกว่าคนปกติทั่วไปในสายตาเธอแต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น
"นายนี่เอง! ใช่จริง ๆ ด้วย ไอโจรกระจอก!" เธอะโใส่หน้านทีด้วยความโกรธ
"เพ้ย! เจ๊ โจรกระจงโจรกระจอกอะไรจะหน้าตาดีขนาดนี้ นี่ผมมาช่วยเจ๊นะ มากล่าวหากันได้ยังไง?" นทีตอบกลับ
นทีรู้สึกถึงความไม่เป็ธรรมที่เขาควรจะได้รับ เขารับบทเป็ฮีโร่มาช่วยสาวงามจากความชั่วร้าย ตอนจบอย่างน้อยมันก็ควรจะคำขอบคุณสิ แต่นี่อะไรเขากลับโดนกล่าวหาว่าเป็โจรกระจอก เขาแค่แอบอ่านหนังสือไม่ได้ขโมยอะไรสักหน่อย
"ก็นายแอบมาอ่านหนังสือในร้านฉันทุกวัน คิดว่าฉันไม่เห็นเหรอ!" เธอไล่บี้เขา
"น่า ๆ เจ๊เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วกันไป นี่ผมก็มาตอบแทนบุญคุณเจ๊แล้วไง" นทีตอบด้วยรอยยิ้มแป้น
"ตอบแทนบุญคุณอะไรของนาย นายทำอะไรให้ฉันกัน ฮะ!" เธอถามกลับ
"เจ๊ลืมไปรึเปล่าว่าก่อนที่เจ๊จะมายืนคุยกับผม เจ๊กำลังหนีอะไรอยู่?" นทีถามคำถามสำคัญเพื่อเรียกสติของเธอ
"หนีอะไร ฉัน..ใช่แล้ว! อยู่ ๆ คนพวกนั้นก็พุ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้ายฉัน ฉันเลยหนีไปหลบในออฟฟิศ ฉันไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงแสดงออกท่าทีแบบนั้น แต่มันน่ากลัวมาก" เธอจำได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น
"อ๋อ...ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่พวกเขากลายเป็ซอมบี้แล้วผมก็จัดการไปเรียบร้อยแล้วน่ะ ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกนะ ถือว่าหายกันกับการให้อ่านพรีวิวหนังสือหลาย ๆ เล่มใน่เวลาทีผ่านมา โอเค๊"
นทีโยนความจริงใส่เข้าไปหาเธอแล้วตามด้วยการพยายามหลีกหนีความผิดอย่างแเี
"ซอมบี้? นายพูดเื่อะไรน่ะ ฉันโตแล้วนะคิดว่าจะหลอกฉันได้เหรอ?" เธอถามกลับ สีหน้าของเธออ่านออกได้ว่า
'ฮึ มันยังเร็วไปสิบปีที่เด็กอย่างนายจะมาหลอกฉัน'
ตู้ม !
เสียงพื้นกระเบื้องแตกกระจาย ตรงบริเวณนั้นปรากฏน้ำแข็งเสียบค้างอยู่ นทีไม่อยากจะเสียเวลาอธิบายเพราะมีสิ่งจำเป็กว่านี้ให้เขาต้องจัดการอีก เขาจึงเลือกทางออกที่ง่ายที่สุด
"กรี๊ด! นั่นอะไรน่ะ นายเสกน้ำแข็งออกมาได้ยังไงกัน นายเป็นักมายากลเหรอ!" เธอถามเสียงหลง
นทีรีบเอามืออุดปากเธอก่อนที่เสียงของเธอจะเรียกซอมบี้มาฆ่าพวกเขาทั้งคู่ เขาส่งสายตาบอกให้เธอใจเย็นลงแล้วสรุปเื่ราวคร่าว ๆ ทั้งหมดให้เธอฟัง ปฏิกิริยาของเธอแสดงออกผ่านทางสีหน้าจากความสงสัยและไม่เชื่อค่อย ๆ กลายเป็ยอมรับเมื่อนึกถึงผู้คนที่พยายามจะทำร้ายเธอ และสภาพร้านของเธอที่ดูเละเทะจากการต่อสู้ของนทีและซอมบี้ และท้ายที่สุดคือการที่นทีเสกน้ำแข็งออกมาจากความว่างเปล่า
นทีคิดว่าเขาได้ทำสิ่งที่ติดค้างเธอไว้แล้วโดยการช่วยเหลือเธอจากซอมบี้ เขายังจำเป้าหมายแรกในการออกมาได้นั่นคือ เขาต้องเอาชีวิตรอดแล้วต้องไปยังร้านสะดวกซื้อให้เร็วที่สุด หากเขายังมัวแต่เสียเวลาอยู่ที่นี่อาจจะไม่มีอะไรเหลือให้เขาแล้วก็ได้ เขาหันหลังกลับแล้วก้าวเดินเหมือนจะออกจากร้าน
"เดี๋ยวสิ! นายจะไปไหนน่ะ? อย่าเพิ่งไปสิ!" เธอห้ามปรามเขาในทันที
นทียิ้มมุมปากเมื่อสถานการณ์เป็ไปตามที่เขาคิดไว้แล้วหันกลับมาตอบคำถาม
"เจ๊..ผมไม่ได้ติดค้างอะไรเจ๊แล้ว ผมมีเื่ต้องไปทำอีก หากอยากคุยกับผมก็เริ่มจากการแนะนำตัวเองก่อนเป็ไง?" นทีพูดเสียงเรียบ
จริง ๆ แล้วนทีรอเวลานี้อยู่ จุดประสงค์ที่แท้จริงในการมายังร้านหนังสือแห่งนี้คือเขา้าหนังสือเพิ่มเพื่อที่จะนำไปอ่านเพื่อยกระดับทักษะ Reading Master ของเขา และเพื่อที่จะได้สิ่งนั้นเขาต้องทำให้เจ๊ร้านหนังสือไว้ใจ เพราะเขารู้ว่าเธอมีหนังสือปริมาณมากถูกจัดเก็บใว้ในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล ซึ่งถ้านทีได้รับมันมาเขาจะกลายเป็ดั่งเสือที่ติดปีก
"ฉัน..ฉันชื่อ ลอเรน่า" เธอเริ่มแนะนำตัวเอง
นทีต้องเงยหน้ามองเธอทำให้เขารู้ว่าเธอสูงกว่าเขาเล็กน้อย เธอมีผมสีบลอนด์ที่ยาวสลวยไปถึงกลางหลัง และมีดวงตาสีฟ้าเฉกเช่นเดียวกันเขา ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ใส่แว่นอยู่นั้นให้ความรู้สึกน่ารักแต่ก็สุขุมเป็ผู้ใหญ่ ปกติแล้วนทีจะจดจำเธอในภาพสาวออฟฟิศ แต่ในตอนนี้ชุดที่เธอสวมใส่อยู่นั้นคือชุดรัดรูปสีดำ
นทีมองสำรวจรูปร่างของหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ ที่บานสะพรั่งดั่งดอกไม้ และเขาก็ไม่อาจละสายตาได้จากสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเธอ ไม่ว่าผมของลอเรน่าจะยาวสลวยแค่ไหน ไม่ว่าหน้าตาของเธอจะจิ้มลิ้มน่ารักไม่สมวัย เขาก็ไม่ได้โฟกัสไปสิ่งเ่าั้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะสายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยแตงโมสองลูกมหึมาของเธอต่างหาก