ตอนที่ 3 นี่มันห้องเทพ!
พูดไปแล้วก็แปลกพอเข้าห้องเสียงจอแจที่ดังมาตลอดทาง ก็เงียบเป็เป่าสาก
กลับรีบแย่งที่นั่งกันเสียอย่างนั้นพวกใส่แว่นหนาเตอะ เด็กเรียนกลับแย่งกันนั่งหน้าห้อง จับจองเสมือนทำเลทองที่มีค่า เสียงเก้าอี้ลากไปมาชุลมุนวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง
ส่วนตัวเขาเองนั้นเลือกที่นั่งเป็ด้านหลังสุดติดกลับประตูทางออก นี่เป็นิสัยติดตัวมาั้แ่อยู่ชั้นประถมแล้ว
ส่วนด้านหลังห้องกลับไม่วุ่นวายเท่าไหร่นักแต่ว่าบรรยากาศภายในห้องค่อนข้างจะคับคั่ง ซึ่งมันห่างไกลจากตอนประถม ที่มีเพื่อนร่วมห้อง20-30 คน เพราะในห้องนี้คนเพิ่มมาเกือบเท่าตัว!
เพียงสักพักหนึ่งคุณครูที่เดินออกไปทำธุระก็ได้เดินกลับเข้ามา
เป็ครูสาวอายุราว ๆสามสิบกว่าปี ใบหน้าผ่องใส ทาลิปสติกสีส้มอ่อน ๆ รวมเข้ากับเครื่องประดับน้อยชิ้นใส่เสื้อสีมงคลประจำวัน ทำให้เธอดูดีมีระดับไปอีกแบบ
สายตาของเธอไต่ระดับกวาดมองนักเรียนไปทั่วห้องซึ่งตอนนี้นั่งเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะแนะนำตัวเอง“สวัสดีค่ะนักเรียน ครูชื่อวันเพ็ญนะคะ และเป็ครูที่ปรึกษาของพวกเธอด้วยดังนั้นสิ่งแรกที่เราจะทำกันในวันนี้ไม่ใช่การเรียน หากแต่เป็การแนะนำตัว และก็เตรียมตัวเลือกหัวหน้าห้องในอีกสองวันถัดไปโดยการลงคะแนนเสียง”
ครูวันเพ็ญพูดต่อไปว่า“ดังนั้นวันนี้ครูจะไม่ขานชื่อตามลำดับ แต่จะใช้ความสมัครใจแทนเริ่มจากการแนะนำตัวเองให้เพื่อน ๆ รู้จัก เช่นว่า จบมาจากโรงเรียนอะไร ชื่อจริงชื่อเล่นนามสกุล ชอบกินอะไร กิจกรรมยามว่าง ฯลฯ”
“ส่วนใครที่อยากจะเป็หัวหน้าห้องก็อย่าลืมนำเสนอตัวเองดี ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักล่ะ” ครูวันเพ็ญพูดชวนให้บรรยากาศผ่อนคลายดูเป็กันเอง เพื่อจะได้คลายความตื่นเต้นของนักเรียนใหม่
“เริ่มจากใครดีเอ่ย?”ครูวันเพ็ญถามความสมัครใจไม่นานเด็กที่นั่งอยู่หน้าห้องก็ทยอยยกมือกันขึ้น ครูจึงสุ่มเลือกเริ่มจากบริเวณริมหน้าต่างเป็คนแรก
เด็กสาวรูปร่างบอบบางคนหนึ่งลุกขึ้นยืนพร้อมหันไปมองเพื่อนๆ “สวัสดีค่ะคุณครู”
ก่อนที่จะหันไปทางเพื่อนๆ ในห้องพร้อมแนะนำตัวเอง “เราชื่อกมลา ถิ่นไกล กมลาที่แปลว่าเทพีแห่งความรุ่งเรือง จบมาจากโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมค่ะ ชื่อเล่นเรืองปกติชอบเล่นกีฬาวอลเลย์บอล”
ครูวันเพ็ญปรบมือชอบใจ“เชิญคนต่อไปจ้ะ”
เด็กชายอ้วนตุ้ยนุ้ยคนถัดไปก็ลุกขึ้นแนะนำตัวเอง “ผมชื่อวรุณ งามเด่น ...วรุณแปลว่าเทวดาแห่งสายฝนจบมาจากโรงเรียนวัดเทียนถวาย ชื่อเล่นน้ำครับ”
ครูผายมือเชื้อเชิญคนต่อไป“ผมชื่อสุริยา ดวงเด่น…สุริยาที่แปลว่า...พระอา…” ก่อนจะเปลี่ยนคำในจังหวะสุดท้าย“แปลว่าเทพพระอาทิตย์ ชื่อเล่นยา จบมาจากโรงเรียนบัวแก้วเกสรครับ”
พอคนแรก ๆเริ่มแนะนำตัวยังไง คนต่อมาก็พากันพูดเลียนแบบ เป็อย่างนี้ไปเรื่อยไปถึงได้มีคำว่าเปิดก่อนได้เปรียบ
ส่วนครูวันเพ็ญนั้นสอนวิชาภาษาไทยตัวครูที่ยิ่งได้ฟังชื่ออันไพเราะเสนาะหู ของแต่ละคนก็ยิ่งถูกอกถูกใจเป็อย่างมาก
“ผมชื่อวาสุเทพครับเป็อีกชื่อหนึ่งของพระนารายณ์ ชื่อเล่นชื่อวา” เด็กหนุ่มผิวดำคล้ำพูดขึ้นมาดูเหมือนเขาจะลืมแนะนำนามสกุลไป ดันเน้นไปที่ความหมายของชื่อจริงกับชื่อเล่น
“ผมเทวัญแปลว่าหมู่เทพครับ ชื่อเล่นวันครับ”
จนพักหลัง ๆเริ่มลืมเื่ชื่อโรงเรียน พากันหันมา ‘อธิบายสรรพคุณ’ ความหมายของชื่อตัวเองกันเสียแล้ว
ในขณะเดียวกันนั้นเองเด็กหนุ่มที่นั่งชิดอยู่ประตูหลัง ก็แทบอยากจะวิ่งหนีออกจากห้องปรากฏว่าผ่านไปครึ่งห้องกว่าแล้ว นึกว่าพวกเด็กเทพจะหยุดหรือจบลงเพียงแค่นี้ แต่ทว่าไอ้คนหลังๆ นี่มัน…
“ผมชื่อสมบัติความหมายก็ตามตัว แต่ครอบครัวตั้งให้เพราะชอบ ลุงสมบัติ เมทนี ครับ และก็อยากให้ผมหล่อเหมือนลุงสมบัติตอนหนุ่ม ๆ”เขากอดอกพูดอย่างภูมิใจ
“ส่วนชื่อเล่นบัดครับ”ก่อนเด็กหนุ่มจะนั่งลง
“คนต่อไป เชิญจ้ะ”ครูสาวกล่าว
เพื่อน ๆในห้องก็กลั้นยิ้ม บางคนก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย
เด็กหนุ่มที่นั่งชิดประตูหลังหันขวับมามองตาแทบถลนออกจากเบ้า เขาแอบบ่นในใจ “มึงเอาแบบนี้เลยหรือ!?”
เสียงปรบมือของครูวันเพ็ญดังขึ้นอีกครั้งไม่ธรรมดาจริง ๆ เธอดูกระตือรือร้นมากแววตาดูคาดหวังกับชื่อคนต่อไป…
พอเห็นบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายดูเป็กันเองมากยิ่งขึ้น คนถัดไปก็ใจชื้นลุกขึ้นพร้อมความมั่นใจยิ่งกว่าเดิมตอนนี้ทุกคนต่างเริ่มมีรอยยิ้มที่มุมปากกันบ้างแล้ว…
“ผมสมชาย สีทองชื่อเล่นชายครับ” เด็กหนุ่มลังเลครู่หนึ่งก่อนบอกว่า “พ่อผมชอบ พี่เต๋าสมชาย เลยตั้งชื่อนี้ให้ และชอบดูหนังเื่ ‘โลกทั้งใบให้นายคนเดียว’ มาก ๆ”
“หา!” เสียงอุทานเบา ๆ ดังขึ้นจากเด็กหนุ่มเ้าเก่า
“มึงยกชื่อหนังมาเลยเหรอวะไอ้เวร!อีกพักคงไม่มี…ไม้ เม่น นุ้ย ป้อน มาเหรอ?” เขากัดฟันกรอด อดบ่นพึมพำในใจไม่ได้
ครูวันเพ็ญนึกถึงประโยคเด็ดของหนังที่ดังจนกลายเป็ตำนานแห่งยุคสมัย‘เราไม่ได้รักใครง่าย ๆ อย่างที่นายคิดนะ!’
เธอพูดกลั้วหัวเราะ “แหม่…เล่นเอาเสียครูนึกถึงตอนที่ยังเด็ก ๆ เลยนะ” พอเธอพูดเสร็จก็ส่งรอยยิ้มเป็กำลังใจให้สมชาย
“ไอ้นี่มันเล่นใหญ่จังวะ”เสียงบ่นเบา ๆ จากด้านหลังของเขาดังขึ้น…
เด็กหนุ่มเองก็แอบพยักหน้าเห็นด้วย“มีมาทั้งเทพบุตรเทพธิดา แถมยังมีพระเอกนางเอกอีก…โอ้โฮ คราวนี้มึงยังบอกชื่อหนังเสียด้วยนะ!”เขาบ่นพึมพำในใจ
“เราชื่อเมธาวียืนยาว แปลว่านักปราชญ์ มีชื่อเล่นว่าเมย์ เราเป็คนแถวนี้มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ” เธอพูดเกริ่น ๆ เสมือนพร้อมเป็หัวหน้าห้อง ทั้งยังแฝงนัยยะว่าตนเป็เ้าถิ่นที่ดี มีอะไรให้ช่วยก็บอก
จวบจนเกือบจะวนมาถึงเขาแล้วเวลาเหมือนจะเดินช้าลง…อีกแล้ว
ดูท่าตอนนี้เหมือนว่า‘ตัวของนาฬิกา’ มันจะไม่ค่อยเป็ใจให้เขาเสียเท่าไหร่นัก ตอนนี้ตัวเขาก็อยากจะขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำเสียจริงในตอนนี้เหงื่อผุดขึ้นเป็ดอกเห็ดเต็มหน้าค่าตา ทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อน
เมื่อคนด้านข้างแนะนำตัวเสร็จทุกคนก็หันไปมองเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง ที่ยังไม่ยอมลุกยืนขึ้นแนะนำตัว
คนรอบข้างที่นั่งใกล้ๆ เห็นเขาเหงื่อไหลไคลย้อยออกมา คล้ายว่าเขาจมอยู่ในอาการเหม่อลอยความจริงั้แ่พี่เต๋า จนกระทั่งเมย์ ตัวเขาเองไม่ได้ฟังชื่อคนที่แนะนำตัวอีกเลย…
กลายเป็ว่ายิ่งนานยิ่งเด่นสะดุดตาครูวันเพ็ญส่งสัญญาณให้เพื่อนด้านข้างสะกิดเขาเสียหน่อย
เด็กหนุ่มที่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ผงะลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันจนทำให้เป้ากางเกงของเขากระแทกเข้ากับโต๊ะ ทำเอาตัวเขาบิดตัวไปมาด้วยความเ็ปส่วนทางเพื่อน ๆ ที่อยู่ในห้อง ก็ยิ่งส่งเสียงหัวเราะกันยกใหญ่
“นี่กูกลายเป็ตัวฮาประจำห้องไปเสียอย่างนั้น!?”เขาจุก จนแทบพูดไม่ออก
หลังจากที่ทนฝืนความเ็ปได้นิดหน่อยเขาจึงกัดฟันกรอดรวบรวมความกล้าที่มีมาั้แ่เกิด…อีกครั้ง
เพียงแต่ว่าดูเหมือนมันจะถูกใช้ไปในตอนเช้าเสียเยอะแล้วนั่นจึงทำให้เขาต้องพูดแบบตะกุกตะกัก
“เอ่อ....สวัสดีครับทุกคน ผมเด็กชาย...เสือ...น...นะ..น้อยครับ นามสกุล ร่มไม้เย็นชื่อเล่นก็...สะ....เสือน้อยเหมือนกันครับ” เสียงเขาแ่ลงอย่างชัดเจนเมื่อถึงประโยคหลัง ๆ
เพื่อนในห้องก็หัวเราะดังลั่นบางคนก็หัวเราะคิกคักแบบเบา ๆ แต่ที่แน่ ๆ เด็กหนุ่มได้ยินเสียงแว่วออกมาเป็ระยะเพราะหลาย ๆ คนต่างก็คิดว่าไอ้หมอนี่มันตลกจังแฮะ
ครูวันเพ็ญก็เช่นกันเธอกลั้นหัวเราะก่อนจะสวมบทบาทครูพูดขึ้นว่า “ชื่อก็น่ารักดีออกแถมยังน่าเอ็นดูด้วยไม่เห็นต้องอายเลย” เธอส่งยิ้มให้กำลังใจ
ก่อนจะพูดต่อว่า“เชิญนั่งได้แล้วจ้ะ!”
เสือน้อยเมื่อได้ยินก็โล่งใจคล้ายคนกลั้นฉี่มานานได้ไปปลดทุกข์ จึงรีบนั่งลงส่วนมือขวาไม่ลืมปาดเหงื่อบนหน้าผากจนน้ำเหงื่อไหลออกมาเต็มมือเต็มข้อศอก
เขาบ่นอุบในใจ“ไอ้บ้าเอ๊ย! ชื่อแต่ละคน ถ้าไม่ใช่เทพเ้า ก็เป็พระเอก หรือความหมายดี ๆทั้งนั้น มีแค่เราเด่นสะดุดตาอยู่คนเดียวเลย!”
พอนึกถึงพ่อที่เคยเปรยๆ ว่าชื่อเขาจำง่ายไม่เหมือนใคร แม่ก็บอกในทำนองเดียวกันว่าน่ารักจะตายพร้อมหยิกแก้มเขาเมื่อครั้นวัยละอ่อน เมื่อคิดถึงตรงนี้ดูเหมือนจะเป็ยาทำใจ ซึ่งทำให้เขาหายจากอาการหดหู่และยืดอกขึ้นพร้อมยิ้มเจื่อนสู้สายตาของทุกคน…
เสือน้อยมองเห็นบางคนยิ้มตาใสใส่เขาตัวเขาก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่งกลับคืน เสียงหัวเราะเริ่มจางหายส่วนทางครูวันเพ็ญจึงพูดต่อไปว่า “เชิญคนต่อไปเลยจ้ะ”
เสือน้อย ใช้ผ้าเช็ดหน้าเริ่มซับเหงื่อบนหน้าผากซ้ำอีกครั้ง!
คนชื่อเมย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าหัวเราะคิกคักเสร็จก็แซวขึ้นว่า“นี่เสือน้อย ใครเป็คนตั้งชื่อให้เธอเหรอ?” เมย์หันมาแอบกระซิบถาม
ครั้นเสือน้อยเมื่อได้ยินคำถามนี้เขาก็ตอบไปตามตรง“พ่อเป็คนตั้งให้น่ะ”
นึกย้อนกลับไปยันตอนเกิดที่พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าทำไมพ่อ…ถึงต้องตั้งชื่อนี้ให้กับเขา!
……
ย้อนกลับไปเมื่อ 13ปีก่อน ในปีพุทธศักราช 2535
ริมฝั่งแม่น้ำเ้าพระยาบ้านทรงไทยสวยงามยกใต้ถุนสูง ออกแบบตามฉบับบ้านใกล้ริมแม่น้ำ
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งดูอายุราวๆ เกือบจะสามสิบกว่าปี รูปร่างสูงโปร่ง มองเผิน ๆ คล้ายพี่ป้อม ของวงอัสนี-วสันต์กำลังนั่งวาดภาพอยู่
ในมือถือพู่กันคอยแต่งแต้มสีสัน ส่วนรอบด้านเต็มไปด้วยถาดสีน้ำต่าง ๆ ที่ผสมไว้...
ใช่แล้วเขาเป็จิตรกรฝีมือดีคนหนึ่งแถมยังมีชื่อเสียงในวงการไม่น้อยเลย
ด้วยอายุเพียงเท่านี้เคยผ่านการรับงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ตามโบสถ์ต่าง ๆ มาเยอะแยะเรียกได้ว่ามีงานมาไม่ขาดสาย ‘ขัดกับคำว่าศิลปินไส้แห้ง’ ที่ชาวบ้านมักเอามานินทาไปไกลโข…
สายตาของชายหนุ่มคอยเหลือบไปมองด้านข้างอยู่เป็ระยะๆ ในบ้านมีแม่บ้านสูงวัยอยู่คนหนึ่งเธอกำลังช่วยนวดเท้าให้กับหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอด เพราะใน่นี้อารมณ์ของหล่อนขี้หงุดหงิดนักแหละ
ด้วยเพราะท้องโตใกล้คลอดอยู่เต็มทีเธอจึงใช้สิทธิ์ลาคลอดของบริษัทมาได้เดือนกว่า ๆ แล้ว