เมื่อเห็นความลังเลบนใบหน้าของหัวหน้า อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย นางเริ่มพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วจริง ๆ
ถึงแม้อันเยว่จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ในหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้เมื่อรวมกันแล้วก็มีประมาณหลายสิบคน ลำพังเซียวสิงเยี่ยนคนเดียว เขาจะช่วยพวกนางออกไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
“ในเมื่อฆ่าไม่ได้ เช่นนั้นก็กระทืบซะ กระทืบแรง ๆ เลย!”
เมื่อหัวหน้าพูดจบก็คว้าที่จับข้าง ๆ แล้วไอไม่หยุด นางไอจนหน้าแดงก่ำ และตัวสั่นไม่หยุด
ยามนี้เห็นนางที่ฝืนลุกขึ้น โดยที่ยังไม่ได้รับการถอนพิษ ซึ่งไม่รู้ว่าพิษนั้นมีผลอย่างไรบ้าง แต่ก็ดูเหมือนทำให้เจ็บปวดพอสมควร
“ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ได้ถอนพิษใช่ไหม?”
ทันทีที่ร่างอันเยว่ถูกดึงขึ้นมา นางก็ตะโกนประโยคดังกล่าวออกไป
หัวหน้ายกมือขึ้น หยุดการกระทำของพวกลูกน้อง อันเยว่จึงสลัดตัวออกจากสองคนนั้นแล้วเอ่ยทีละประโยค “เจ้ามีเงินแล้วจะมีประโยชน์อะไร สามีคนที่สองของข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้พิษ นี่คือยาพิษที่เขาทำขึ้น หากเจ้าทำอะไรข้าจริง ๆ สามีคนที่สองของข้าจะไม่ถอนพิษให้เจ้าแน่นอน ถึงข้าตายก็ไม่เสียเปรียบกับการที่มีหัวหน้าถูกฝังไปพร้อมกับข้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะรู้สึกเสียเปรียบหรือไม่น่ะสิ?”
“กล้ามาก เวลาแบบนี้ยังจะต่อรองเงื่อนไขกับข้า ข้าสามารถหาหมอชื่อดังมารักษาได้ ในเมื่อยาพิษนี้ไม่สามารถเอาชีวิตข้าในคราวเดียว ก็แสดงว่าความรุนแรงของมันไม่มากนัก”
สมเหตุสมผล ทว่าความรุนแรงของพิษไม่มากก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทนไหวอยู่ดี
อันเยว่หัวเราะอย่างเย็นชาสองที “หมอชื่อดังหรือ? เจ้ามีเงินหรือไม่นั้นไม่ต้องพูดถึง เอาแค่ว่าพวกเจ้าเป็นโจร แล้วหมอคนไหนเขาจะตามพวกเจ้ามารักษา? พูดอีกอย่างก็คือใครจะรักษาให้เจ้า?”
“เจ้า…”
นางเริ่มไอหนักอีกครั้ง ดูแล้วคงโกรธจนทนไม่ไหว กู่หยางที่อยู่ด้านข้างขณะนี้ต้องจับชายเสื้ออันเยว่เอาไว้
คนผู้นี้แตกต่างจากคนเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง และสามารถสัมผัสได้ถึงไอสังหารในดวงตาของพวกนาง
หากอันเยว่ทำให้หัวหน้าคนนี้โกรธจริง ๆ เกรงว่าชีวิตของนางคงไม่รอดแน่ ๆ!
“ลากนางออกไปกระทืบ ส่วนผู้ชายคนนั้นให้อยู่ที่นี่ ข้าจะเอามาเป็นสามีคนแรกของหมู่บ้านบนภูเขา”
เมื่อหัวหน้าพูดจบก็ไออีกรอบ นางไอจนเหมือนบางอย่างในอกของนางแทบหลุดออกมาด้วย
คนสองคนลากแขนอันเยว่ออกไปข้างนอก กู่หยางสะบัดมือคนข้าง ๆ แล้วพุ่งตัวเข้าไปเพื่อจะผลักคนออก แต่กลับถูกจับจากด้านหลัง
“ปล่อยมือสกปรกของพวกเจ้า! ไอ้เลวเอ๊ย คนของข้านอกจากข้า ใครก็อย่าได้คิดจะมีส่วนแบ่ง!”
อันเยว่ถูกควบคุมตัวอยู่ และไม่เหลือความน่าเกรงขามใด ๆ แต่นางยังคงไม่ลดละ ตะโกนใส่สองคนที่จับตัวกู่หยาง
กู่หยางดิ้นรนมาทางอันเยว่ ทั้งยังตะโกนไม่หยุด “พวกเจ้าห้ามแตะต้องภรรยาข้า!”
เมื่อเห็นกู่หยางออกมาต่อสู้อย่างกล้าหาญ อันเยว่ก็รู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อย ในยามปกติชายคนนี้ดูเงียบขรึม แต่ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ก็ยังคงมีจิตใจเข้มแข็งอยู่บ้าง
“กู่หยาง เจ้าดูแลตัวเองให้ดี ข้าตายไม่เป็นไร แต่เจ้าต้องรอสิงเยี่ยนมาช่วย”
อันเยว่หมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว นางกระซิบประโยคนี้ที่ข้างหูกู่หยาง
ก่อนที่จะถูกลากตัวออกไป อันเยว่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้กู่หยาง
นางคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว ในอาณาจักรของราชวงศ์ต้าโจวแห่งนี้ สตรีทั้งหลายต่างก็รู้สึกไม่ชอบใจสตรีด้วยกัน ที่อันเยว่ถูกจับมาที่นี่จึงเสียเปรียบ แต่หากกู่หยางต้องตาพวกนางอยู่บ้าง ไม่แน่ว่าพวกนางอาจไว้ชีวิตเขา
ในครานั้นกว่าเขาจะรอดชีวิตมาได้ก็ไม่ง่าย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
แต่ในเมื่อสวรรค์ไว้ชีวิตเขา เช่นนั้นก็ควรให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป
อันเยว่ครุ่นคิดอย่างจนปัญญา นางไม่ได้ต้องการเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องใคร แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว นางจึงถือโอกาสพูดให้ฟังดูดีสักหน่อย
อย่างน้อยหลังจากที่นางจากไปแล้ว เมื่อกู่หยางนึกถึง เขาจะได้ไม่รู้สึกรังเกียจนางอีก
อันเยว่ถูกลากออกมาข้างนอกแล้วโยนลงกับพื้น นางกุมศีรษะตัวเองและซ่อนขาข้างที่หัก นางแค่ต้องการปกป้องตัวเองเท่าที่จะทำได้
พวกเขายังไม่ได้เงินค่าไถ่ ย่อมไม่เอาชีวิตของนางอย่างแน่นอน
ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นการดีที่จะปกป้องตัวเองเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้ตัวเองกระดูกหักอีก
อันเยว่ขดตัว หมัดซัดลงมาราวกับห่าฝนและกระแทกร่างของนาง กำปั้นนี้ดูเหมือนไม่ใช่เบา ๆ ราวกับต้องการเอาชีวิตนางอย่างไรอย่างนั้น
ขณะนี้เอง มีคนสองสามคนรีบเข้ามาจากข้างนอกด้วยความตื่นตระหนกและตรงไปยังห้องของหัวหน้า
“หัวหน้า แย่แล้ว ข้างนอกมีคนแปลกหน้าสามคนกำลังจะบุกเข้ามา!”
“หลิวหลานล่ะ?”
“รองหัวหน้ากำลังสกัดพวกเขาอยู่ที่ประตูใหญ่ แต่ดูเหมือนจะต้านได้อีกไม่นาน”
เมื่อได้ยินว่ามีคนมา ก็เกิดเสียงหึ่ง ๆ ขึ้นในหัวของอันเยว่ สามคน หรือว่าจะเป็นเซียวสิงเยี่ยน?
ยามนี้ นางก็หวังได้แต่เซียวสิงเยี่ยนเท่านั้นแหละ ชายอ่อนแอดังเช่นหยูยวนไม่มีทางจัดการคนเหล่านี้ได้
ทว่าตัวนางในยามนี้กลับไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน
“สั่งคนของเราให้สู้เต็มที่!”
หัวหน้าพูดอย่างอ่อนแรง หากไม่ใช่เพราะถูกพิษ ป่านนี้นางคงพาคนออกไปฆ่าอีกฝ่ายตั้งแต่แรกแล้ว
ทว่าหากเป็นการต่อสู้เล็ก ๆ ขอแค่มีหลิวหลานอยู่ก็ไม่เป็นปัญหา นางจึงไม่เก็บมาใส่ใจและพูดกับคนที่อยู่ข้างนอก “ใครสั่งให้พวกเจ้าหยุด!”
เมื่อได้รับคำสั่ง คนเหล่านั้นก็เริ่มรัวหมัดใส่อันเยว่อีกครั้ง ครานี้เบากว่าคราวก่อนมาก แต่เมื่อกระทบร่างที่อ่อนแอของอันเยว่ก็ยังถือได้ว่าเกินจะทน
ด้านนอกหมู่บ้าน คนสามคนดวงตาแดงก่ำ เซียวสิงเยี่ยนหนีบศีรษะคนสองคนพร้อมเดินไปข้างหน้า แขนของเขาออกแรงเพียงเล็กน้อย ทั้งสองคนก็หน้าหันและล้มลงทันที
“น้องรอง เจ้าอยู่ข้างหลัง อย่ารีบร้อนบุกเข้าไป”
เซียวสิงเยี่ยนไม่ลืมกำชับหยูยวน จากนั้นมองไปยังคนข้างหน้า
เขาอยู่ในชุดสีขาว บุคลิกองอาจห้าวหาญ เมื่อเขาตวัดดาบในมือทำให้คนมองไม่เห็นเงาของดาบ จากนั้นศัตรูก็พลันล้มลง
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
หลิวหลานขี่ม้าออกมาทางประตูโดยถือหอกอยู่ในมือ ใบหน้าของนางเดือดดาล ยามนี้นางจ้องทั้งสามคนตรงหน้า กลับเห็นว่าบนพื้นเต็มไปด้วยลูกน้องของตัวเอง สามคนนี้สามารถล้มคนยี่สิบกว่าคนได้อย่างง่ายดายเชียวรึ?”
“พวกเจ้าแตะต้องคนที่ไม่ควรแตะ!”
เสียงคำรามต่ำของเซียวสิงเยี่ยนเต็มไปด้วยความโกรธที่ทะยานขึ้นฟ้า คนเหล่านี้ล้วนสมควรตายทั้งสิ้น แตะต้องคนของเขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
“เจ้า…เจ้าหมายถึงใคร?”
เงาสีขาวแฉลบไปข้างหน้า ดาบในมือวางลงบนลำคอของนางเรียบร้อยแล้ว และน้ำเสียงของเขาก็ราวกับมาจากนรก
“ภรรยาข้า”
เพียงสามคำ รูม่านตาของหลิวหลานค่อย ๆ ขยาย นางล้มลงทันที เลือดสีแดงเปรอะไปทั่วชุดของนาง