บทที่27
วันที่สองในป่าอสูร
ยามเช้าของวัน
กลุ่มของิเยว่หลานออกเดินทางั้แ่ยามเช้ากลุ่มของิเยว่หลานย่อมเดินเข้าไปลึกด้านในป่าอสูร
หยุนโม่บิดร่างกายของตนเองไปมาก่อนจะกวาดมองพื้นที่รอบๆ ในตอนนี้ไม่มีพวกของิเยว่หลานแล้ว
จนถึงตอนนี้หยุนโม่เองก็ไม่เข้าใจอยู่เื่นึงเกี่ยวกับเื่เมื่อคืนิเยว่หลานสตรีผู้นั้นพูดเกี่ยวกับเื่ของพยัคฆ์เกราะทมิฬ
หยุนโม่มั่นใจว่านางพูดให้เขาได้ยิน
ยิ่งตอนที่นางพูดถึงสายเืของเ้าพยัคฆ์เกราะทมิฬนั้นนางยิ่งพูดให้มันดูเป็ของล้ำค่าหายาก
มันเลยทำให้หยุนโม่คิดว่านางพยายามทำให้เขาสนใจเ้าพยัคฆ์เกราะทมิฬ
แต่ต้องบอกว่านางนั้นทำให้เขานั้นสนใจจริงๆ
เพราะว่าเ้าพยัคฆ์เกราะทมิฬตัวนั้นไม่ว่ามองอย่างไรมันเองก็เป็สิ่งมีชีวิตที่ทั้งร่างกายเป็ของล้ำค่า
ถ้าเกิดว่านำมันมาแปรเปลี่ยนกลายเป็อาวุธต้องได้เป็อาวุธระดับสูงอย่างไม่ต้องสงสัย
“นี่โนวาคิดอย่างไงกับเ้าพยัคฆ์เกราะทมิฬ”หยุนโม่เอ่ยขึ้น
เขา้าให้โนวาวิเคราะห์เหตุผลนั้นง่ายมากเป็เพราะว่าคนที่สร้างอาวุธให้เขาเป็ปัญญาประดิษฐ์ตนนี้ไม่ใช่ตัวของเขา
มันย่อมสามารถตัดสินได้ดีที่สุดว่าเ้าพยัคฆ์เกราะทมิฬถึงว่าเป็สัตว์อสูรที่เหมาะสมกับการล่าหรือไม่
ก้อนขนโปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้า
“ถ้าเกิดวิเคราะห์จากคำพูดก่อนหน้านี้ร่างพยัคฆ์เกราะทมิฬย่อมเป็สัตว์อสูรที่สามารถนำมาสร้างชุดเกราะรบที่ทรงพลังได้ขอรับ”
หยุนโม่ดวงตาเปล่งประกาย
ชุดเกราะรบนั่นคือสิ่งที่เขา้ามากที่สุดในตอนนี้
เป็เพราะว่าขีดจำกัดในการต่อสู้ในฐานะร่างกายของมนุษย์ตอนนี้ ถ้าเกิดว่ารับมือกับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายายังสามารถรับมือได้
แต่ถ้าเกิดว่าจะให้ข้ามขั้นไปรับมือกับผู้ฝึกฝนขอบเขตหลอมพลังมันกลับเป็ไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะแบบนั้นถ้าเกิดว่าอยากจะสู้กับผู้ฝึกตนที่มีระดับสูงกว่าเขาเองก็จำเป็จะต้องมีชุดเกราะรบในการต่อสู้กับพวกมัน
“อืม…แต่ว่ากลุ่มคนพวกนั้นกำลังตามหาพยัคฆ์เกราะทมิฬ”
“ข้าคงจะไม่สามารถเข้าไปแย่งได้หรอกกระมังแต่ว่าิเยว่หลานผู้นั้นกับบอกเื่นี้ราวกับว่ากำลังชักชวนให้ข้าไปล่าพยัคฆ์เกราะทมิฬหรือว่านางอยากจะทดสอบความสามารถของข้า” หยุนโม่พึมพำกับตนเอง
“เอาเถอะตอนนี้ชั่งมันก่อนออกล่าต่อก่อนก็แล้วกัน”
หยุนโม่เตรียมตัวเพียงเล็กน้อยก็ออกเดินทางล่าสัตว์อสูรต่อ
การล่าสัตว์อสูรเป็ไปได้อย่างราบรื่นอาวุธที่อยู่ในมือหยุนโม่ มีพลังอำนาจคุกคามพวกสัตว์อสูรระดับสองได้อย่างง่ายๆ
เพราะแบบนั้นมันเองก็ไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะสามารถล่าสัตว์อสูรจะบริเวณเขตป่าอสูรแถบนี้
เวลาผ่านไป
หยุนโม่สามารถสังหารสัตว์อสูรได้อีกหลายสิบตัวส่วนใหญ่แล้วเป็พวกสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น
แต่เพียงแค่ร่างกายของพวกมันในตอนนี้ที่ได้มาถึงแม้ว่าจะเป็สัตว์อสูตรระดับสองแต่ก็สามารถนำไปสร้างอาวุธที่อยู่ในระดับหลอมกายาได้อย่างง่ายดายแล้ว
ในตอนนี้ทำให้สามารถพูดได้เลยว่าหยุนโม่ได้กำไรเป็จนล้นมือเลยทีเดียว
ถึงยามเที่ยงวันแสงอาทิตย์สาดส่องแผดเผาอยู่กลางศีรษะ
หยุนโม่ถึงเวลาที่ต้องหยุดพัก ร่างกายนี้เป็ร่างกายของมนุษย์ไม่ใช่ร่างกายของผู้ฝึกตนแล้วก็ไม่ใช่ร่างกายของมนุษย์ที่ทำการพัฒนายีนแล้ว
เพราะแบบนั้นหลังจากที่ออกเดินแล้วก็ล่าพวกสัตว์อสูรมาเป็เวลาครึ่งวันความเหนื่อยล้าเองก็ปรากฏให้เห็น
เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องนั่งพักเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยแล้วก็ถือโอกาสนี้ในการกินอาหารเที่ยงไปด้วย
หยุนโม่นำเอาเนื้อแห้งส่วนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วก็ทำการกินมันอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่
สายลมพัดพริ้วกระทบใบหน้าของชายหนุ่มหยุนโม่แม้จะมีท่าทีผ่อนคลายแต่ว่าปืนภายในมือข้างขวาเองก็ยังคงกำแน่นอยู่ตลอดเวลา
ั้แ่เข้ามาภายในป่าอสูรหยุนโม่แทบไม่ได้ปล่อยอาวุธภายในมือออกไปเลยเป็เพราะว่าภายในป่าแห่งนี้อันตรายเกินไป
“โนวา…ฉายภาพแผนที่หน่อย”หยุนโม่สั่งการออกมา
ภาพแผนที่โปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้าหยุนโม่จ้องมองดูแล้วก็พยักหน้า
“ตอนนี้ถือว่าอยู่ในอาณาเขตกลางๆของป่าแล้ว”
“อืมไม่ควรเข้าไปลึกกว่านี้เพราะมันอันตรายเกินไป”
หยุนโม่ยังรู้จักตระหนักในพลังของตนเองตอนนี้เขายังไม่มีอาวุธที่ทรงพลังมากกว่านี้
ถ้าเกิดว่าไปเผลอบังเอิญพบเจอกับพวกสัตว์อสูตรระดับสามที่ไม่ธรรมดาเข้ามีหวังว่าตัวของเขานั้นตายแน่
หยุนโม่หยิบเนื้อแห้งเข้าปากแล้วก็คิดไปพลางๆด้วยว่าจะเอาอย่างไรต่อ
แต่อยู่ๆก็มีเสียงการต่อสู้ปรากฏขึ้นอยู่ไม่ไกล
หยุนโม่ขมวดคิ้วเสียงต่อสู้นั้นเดิมทีตัวของเขาไม่ได้ยินในครั้งแรก
เป็เพราะว่าในตอนแรกการต่อสู้นี้น่าจะอยู่ห่างไกลออกไปแต่ว่าหลังจากเวลาผ่านไปเสียงนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
นั่นเพราะว่าการต่อสู้นั้นกำลังเข้าใกล้มาเรื่อยๆหยุนโม่รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งเนื้อแห้งในมือของเขาเองก็ไม่ได้เก็บแต่ว่าทิ้งมันไว้ที่พื้น
หยุนโม่ไม่จำเป็จะต้องพินิจวิเคราะห์ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวในทันทีราวกับว่าสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆมาแล้ว
เขาเคลื่อนไหวไปที่ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลลำต้นของต้นไม้ต้นนี้กว้างใหญ่เป็อย่างยิ่งลำเพียงแค่ตัวของลำต้นมันเองก็ใหญ่เทียบเท่ากับต้นไม้หลายสิบต้นมัดรวมกัน
หยุนโม่พุ่งเข้าไปแอบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นแต่ว่าเขาเองก็ใช้โพรงต้นไม้ที่ถูกเจาะเป็รูกว้างในการจ้องมองผ่านต้นไม้ไปมองสถานการณ์ที่กำลังเข้าใกล้มา
ตูม!!!เสียงะเิดังสนั่นร่างของคนผู้หนึ่งกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นก่อนที่ร่างกายของคนผู้นั้นจะกระเด็นมากระแทกต้นไม้ต้นใหญ่ต้นนึงจนหักโค่น
หยุนโม่ยังไม่เคลื่อนไหวหรี่ตาจ้องมองแล้วเขาเองก็พบเห็นคนผู้นั้นที่ ถูกซัดจนกระเด็นมาลุกขึ้นอย่างช้าๆ
อีกฝ่ายเป็ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งภายในมือถือดาบเหล็ก ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้ซีดเผือดไม่เพียงแค่นั้นทั่วทั้งร่างกายอย่างเต็มไปด้วยาแ
หยุนโม่จดจำได้ทันทีชายวัยกลางคนผู้นี้เป็หนึ่งในชายวัยกลางคนในกลุ่มของิเยว่หลานแถมอีกฝ่ายยังเป็ยอดฝีมือขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นปลายด้วย
แต่ว่าตอนนี้อีกฝ่ายาเ็สาหัสแถมาแที่ได้รับเองก็ไม่ธรรมดา
ตูม!! ตูม!!! ตูม!!เสียงดังสนั่นหวั่นไหวร่างอีกหลายร่างก็โดนการโจมตีจนกระเด็นพุ่งตรงมาตกใกล้ๆร่างของชายวัยกลางคน
พวกเขารีบลุกขึ้นตั้งหลักสภาพของพวกเขาทุลักทุเลเป็อย่างยิ่ง หยุนโม่จ้องมองร่างหลายร่างที่กระเด็นมาพวกนั้นล้วนแล้วเป็สมาชิกของกลุ่มของิเยว่หลานทั้งสิ้น
แม้กระทั่งบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางคล้ายบัณฑิตอีกฝ่ายเองก็โดนโจมตีจนกระเด็นมาสภาพในตอนนี้ก็ย่ำแย่ไม่ต่างกัน
เสียงฝีเท้าดังสนั่นหวั่นไหวร่างมหึมาพุ่งกระแทกต้นไม้ใหญ่หลายต้นจนหักโคนร่างอรชรอ้อนแอ้นของิเยว่หลานกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหอกเหล็กสีดำในมือของนางกำลังรับมือกับกรงเล็บขนาดใหญ่ที่กำลังจู่โจมเข้ามา
แต่ที่น่าตกตะลึงก็คือกรงเล็บขนาดใหญ่นั้นทันทีที่มันตวัดฟาดมันเองก็ทำให้ร่างของิเยว่หลานถึงกับกระเด็นไปหลายจั้ง
นางเป็ยอดฝีมือขอบเขตหลอมกายาแต่กลับโดนโจมตีจนกระเด็นด้วยการโจมตีเดียว
นี่ทำให้หยุนโม่ที่กำลังลอบมองอยู่รู้สึกตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง