จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103 ท่าทางโหดร้าย

            ยามที่ฮวารั่วซีเป็นเด็ก นางเป็นบุตรสาวคนโปรดของท่านอ๋อง และมีซางจือหมิงเป็นผู้ติดตามของนาง มีหน้าที่ปกป้องและดูแลนางเท่านั้น

            ต่อมาท่านอ๋องทรงมอบฮวารั่วซีให้เขาดูแล ซางจือหมิงยังมีความคิดแบบนี้เช่นกัน เขากอดนางไว้ในอ้อมแขนปกป้องนางและต้องการมีลูกกับนาง

            สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน นางถูกกำหนดให้มิใช่เป็นเพียงภรรยาของคนทั่วไป นางถูกกำหนดให้เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้

            เมื่อถึงเวลานี้ อีกไม่นานก็จะมีโอกาสที่เป็นไปได้แล้ว

            เพียงแต่ว่าโอกาสเช่นนี้ เป็นโอกาสสุดท้ายที่ต้องก้าวข้าม ซึ่งไม่อาจก้าวไปอีกแม้เพียงครึ่งก้าว

            กระนั้นเขามีความสุขมากแล้ว

            มั่วหนงยืนเฝ้าประตูอย่างเบื่อหน่ายพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ซูอิ่งมอบให้มองดูอย่างใกล้ชิด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด จู่ๆ กลับได้ยินเสียงตะโกนของฮวารั่วซีจากข้างใน “มั่วหนง......”

            นางรีบม้วนผ้าเช็ดหน้าขึ้นแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อ ผลักประตูเปิดออก และรอคำสั่งของฮวารั่วซีด้วยท่าทีนอบน้อม เมื่อได้ยินฮวารั่วซีเอ่ยว่า “ดึกแล้ว หยิบตะเกียงพาหมอหลวงซางกลับสำนักหมอหลวง และนำยากลับมาให้ข้าด้วย”

            มั่วหนงตอบรับอย่างรวดเร็ว ฮวารั่วซีมีนิสัยขี้สงสัย หวาดระแวงและไม่เคยวางใจให้ผู้อื่นปรุงยา ที่ผ่านมามั่วหนงจะเป็นผู้ปรุงยาเองตลอด คิดว่าดึกเพียงนี้ยังต้องไปห้องเสวย ทำให้มั่วหนงรู้สึกลังเลเล็กน้อย ทว่าก็ต้องทำไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ

            ซางจือหมิงจึงทูลลาและติดตามมั่วหนงออกไป

            ทั้งสองข้างทางในวังหลวงไม่มีต้นไม้ แสงจันทร์หนาวเย็นสาดส่องลงบนทางเดินที่คดเคี้ยว พร้อมกับแสงสีเหลืองที่เปล่งประกายออกมาจากโคมไฟ มั่วหนงเดินไปข้างหน้ามองดูเหงื่อที่บนหน้าอกและรอยย่นบนร่างกายของซางจือหมิง ในวังหลวงมีความลับมากเกินไป หากทำเป็นไม่รู้ได้ก็ไม่ต้องรู้ หากทำเป็นไม่เห็นได้ก็ไม่ต้องเห็น

            แม้ว่าซูเฟยจะสูญเสียอำนาจไปบ้าง ทว่ายังคงช่วยเต๋อเฟยจัดการดูแลตำหนักหลัง สถานะของนางไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่คำว่า ‘พระสนม’ ก็มีอำนาจเหนือคนจำนวนไม่น้อย มั่วหนงรู้สึกว่าตนเองสามารถเป็นนางกำนัลข้างกายซูเฟยและยังมีความสำคัญเพียงนี้ ดังนั้นจึงหวังเพียงว่าซูเฟยจะปลอดภัยตลอดไป ไม่เกิดเหตุร้ายใดๆ ความลับดังกล่าวก็จะเป็นความลับตลอดไป

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดก็มาถึงสำนักหมอหลวง ซางจือหมิงมอบใบสั่งยาแก่นาง จากนั้นจึงส่งนางออกไปนอกประตู

            “เมี้ยว.....” ทันใดนั้นพลันมีเงาดำทะมึนผ่านเข้ามา ทำให้มั่วหนงตกใจมากเสียจนมือไม้อ่อนแรงจนยาตกลงพื้น โชคดีที่ยาห่อไว้อย่างแน่นหนาจึงไม่ได้รับความเสียหาย มั่วหนงรู้สึกผิด จึงรีบไปที่ห้องเครื่องหลวงทันที

            ซางจือหมิงเห็นนางรีบออกไปจึงไม่คิดมากอันใด ก่อนจะหันหลังกลับและสังเกตเห็นบางอย่างอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เมื่อก้มลงหยิบขึ้นมาจึงเห็นว่าเป็นผ้าเช็ดหน้า แม้ไม่เข้าใจ เพียงแต่เมื่อดูก็รู้ว่าเป็นผ้าปักลายที่งดงามอย่างยิ่ง

            ซางจือหมิงหันกลับมา ขณะกำลังจะเอ่ยเรียกนาง ไม่คาดคิดว่าร่างของนางได้หายไปแล้ว เขาจึงทำได้เพียงเก็บไว้ในแขนเสื้อของเขาแล้วค่อยหาเวลาคืนให้

            เมื่อกลับมาถึงเรือน เขาตรวจดูยาทีละรายการ ซึ่งเป็นยาระงับประสาท คืนนี้ฮวารั่วซีมีอารมณ์ตื่นเต้นเกินไป หากนางนอนไม่หลับจะทำให้โรคเก่าของนางกำเริบอีกครั้งได้

            ในขณะกำลังเขียนเทียบยา ซางจือหมิงพลันรู้สึกสับสนอยู่ในใจอีกครั้ง

            ยามนี้แม้ความอบอุ่นของอิสตรีที่แนบชิดได้หายไปแล้ว ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นยังคงติดอยู่ในจมูกเขา

            เพื่อนางแล้ว เขาเต็มใจที่จะสละทุกสิ่งแม้แต่ชีวิตตนเอง แม้สิ่งที่ทุ่มเทไปนั้นจะไม่มีวันได้รับสิ่งใดตอบแทนก็ตาม

            ซางจือหมิงปล่อยวางความคิดนี้ ยืนขึ้นแล้วเดินไปข้างๆ ชั้นวาง

            บนชั้นวางมีบันทึกการรักษาของนางสนมในวังหลวง เขาวางประวัติการรักษาของฮวารั่วซีไว้ที่เดิม ขยับมือไปที่ประวัติของนางสนมนางอื่น สุดท้ายก็หยิบประวัติการรักษาออกมาสองเล่ม

            แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างลงมาตกกระทบบนใบหน้าของเขา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหมอหลวงซางซึ่งมักจะมีใบหน้าอ่อนโยนจะมีท่าทางที่โหดเหี้ยมเช่นนี้

            ...…

            ซูอิ่งตากผ้าห่มของเหยียนอู๋อวี้ไว้ที่ลานในเรือน จากนั้นจึงหยิบอ้ายเฉ่า[1]ไปที่ห้องของนางกำนัล

            โรคระบาดที่เหอเป่ยนับวันจะยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อได้ยินว่ามีผู้ลี้ภัยจำนวนมากเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง แม้จะยังไม่ระบาดมาในวังหลวง ทว่าเหยียนอู๋อวี้ก็สั่งให้ซูอิ่งเผาอ้ายเฉ่าเพื่อฆ่าเชื้อโรค

            ในตำหนักเฟิ่งชัยมีคนไม่มากนัก หากแต่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นซูอิ่งเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้และนางต้องหาคนมาช่วยเหลือสักสองสามคน

            หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว กลับได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วเบา ทันใดนั้นซูอิ่งพลันขมวดคิ้ว และเดินไปตามเสียงนั้น เห็นนางกำนัลซ่อนอยู่ที่ซอกเล็กๆ ในสวนหินกำลังร้องไห้

            ซูอิ่งตะโกนด้วยเสียงต่ำ “เหตุใดจึงร้องไห้ อยากโดนโบยใช่หรือไม่?”

            นางกำนัลผู้นั้นตกใจกลัว รีบเช็ดน้ำตาและคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนกทันที จากนั้นจึงเอ่ยว่า “พี่ซูอิ่ง โปรดไว้ชีวิตด้วย พี่ซูอิ่ง โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”

            ซูอิ่งก้าวไปข้างหน้าและเอ่ยเสียงเย็นชาว่า “เจ้าก็รู้กฎในวังหลวงดี ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดห้ามร้องไห้ เพราะจะนำความโชคร้ายมาให้พวกเจ้า รีบเช็ดน้ำตาเดี๋ยวนี้”

            นางกำนัลผู้นั้นพยักหน้าทันที ขณะเช็ดน้ำตานางก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้ ซูอิ่งนั่งยองๆ อย่างไม่เต็มใจแล้วถามว่า “เกิดเรื่องอันใด? ถูกผู้ใดรังแกก็ต้องอดทน ในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีผู้ใดไม่เคยถูกรังแก? แม้แต่นายหญิงของพวกเราก็ต้องอดทนต่อการลงโทษมากมาย ทนทุกข์ทรมานมากกว่าเจ้า เหตุใดเจ้าจึงมานั่งเสียใจเช่นนี้!”

            นางกำนัลหลั่งน้ำตาพลางเอ่ยว่า “ความคับข้องใจในตำหนักหลังนั้นมิใช่เรื่องใหญ่อันใด เพียงแต่บิดามารดาทั้งสองคนที่บ้านข้า เมื่อวานพี่ชายบอกว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว”

            “เสียชีวิตแล้วหรือ?” ซูอิ่งเห็นใจนางเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใดเกิดมาจากก้อนหิน ยิ่งกว่านั้นนางเองก็ยังรอวันออกจากวังหลวงเพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัวในบั้นปลายของชีวิต จึงได้แต่ปลอบใจนางว่า “เช่นนั้นก็ช่วยอันใดไม่ได้ คนเรามีเกิดมีตาย”

            “ไม่......ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก่อนหน้านี้พวกท่านมีสุขภาพแข็งแรงดี เพียงแค่......คือว่า......” นางกำนัลส่ายศีรษะพลางเอ่ยตะกุกตะกัก พร้อมกันนั้นนางได้ยินเสียงของป้าโฉ่วจากด้านหลัง “เจ้า.....เป็นคนเหอเป่ยใช่หรือไม่?”

            ซูอิ่งและนางกำนัลต่างตกใจมาก รีบยืดตัวขึ้นและคุกเข่าคำนับ

            เหยียนอู๋อวี้ยืนอยู่ด้านหลังป้าโฉ่ว

            เมื่อเห็นนางกำนัลกำลังร้องไห้ ป้าโฉ่วจึงเอ่ยอย่างไม่เต็มใจว่า “เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าบิดามารดาเจ้ามีสุขภาพแข็งแกร่ง ทว่าเหตุใดพวกเขาจึงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน?”

            นางกำนัลเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “บ่าวมาจากเหอเป่ยจริงๆ เจ้าค่ะ ที่บ้านเกิดโรคระบาด ทำให้บิดามารดาเสียชีวิตลงเมื่อไม่กี่วันก่อน บ่าวเสียใจมากเจ้าค่ะ จึงมิได้ปฏิบัติตามกฎของวังหลวง นายหญิงโปรดเมตตาด้วย”

            “นายหญิงเปี่ยมด้วยเมตตา ไม่ตำหนิเจ้า” ดวงตาของป้าโฉ่วเต็มไปด้วยความสงสาร

            เหยียนอู๋อวี้เอ่ยเสียงเบา “ผู้ใดบ้างไม่มีบิดามารดา ข้าอยากให้เจ้ากตัญญู จึงไม่ตำหนิเจ้า ซูอิ่งเจ้ามอบเงินให้นางสิบตำลึง นางไม่สามารถออกจากวังหลวง จะได้ใช้เงินนี้เพื่อแสดงความกตัญญู!”

            นางกำนัลเงยหน้ามองเหยียนอู๋อวี้ด้วยความประหลาดใจ และกล่าวขอบคุณนางทันที ซูอิ่งมอบเงินให้นางแล้วจากไปพร้อมกับทุกคน

            เหยียนอู๋อวี้มองมวลดอกไม้ในลานตำหนัก กระนั้นนางกลับอารมณ์ไม่ดี “โรคระบาดรุนแรงมากเพียงนี้”

            สำหรับโรคระบาดที่เหอเป่ย แม้เหยียนอู๋อวี้จะอยู่ในวังหลวง ทว่าเพราะโจวหลู่ชิงเป็นสาเหตุที่ทำให้นางรู้ข้อมูลมากกว่าผู้อื่น

            ได้ยินมาว่ามีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้อพยพก็หนีออกไปซึ่งรวมถึงผู้ป่วย จึงทำให้โรคระบาดแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง

            ไม่กี่วันต่อมา เจ้ากรมการคลังติดโรคระบาดแล้วเช่นกัน และยาก็ไม่อาจเยียวยารักษา

            องค์หญิงใหญ่ไม่ทิ้งโอกาสใหญ่นี้ นางหาเหตุผลโจมตีเจ้ากรมการคลังทันที จากนั้นพลันมีคนยื่นจดหมายเปิดผนึกโดยไม่ระบุชื่อ เพื่อเปิดโปงการทุจริตในการช่วยเหลือผู้ประสบโรคระบาดนี้ ทำให้เหล่าขุนนางต่างโกรธแค้นกันอย่างยิ่ง


    เชิงอรรถ

    [1] อ้ายเฉ่า หมายถึง โกฐจุฬาลัมพา


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663