ฝึกฝน
หลังจากนั้นไม่นานอู่หมิงก็ทำอาหารเสร็จพร้อมกับที่เสี่ยวฮุ่ยปรุงยาเสร็จพอดี"ยาที่ข้าปรุงตอนนี้ยังเป็นยาระดับต่ำเพราะสมุนไพรที่เจ้ามีอยู่เป็นสมุนไพรคุณภาพต่ำ และต้องใช้เวลาในการรักษาหลายปี ด้วยอาการบาดเจ็บที่รุนแรงของมารดาเจ้า อย่างน้อยก็ต้องสัก 3-4 ปี แต่ถ้าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นจนอยู่ปราณก่อเกิดละก็แล้วเข้าไปหาสมุนไพรระดับกลางมาข้าก็สามารถปรุงยาระดับกลางขึ้นมาได้แล้วอาการบาดเจ็บของมารดาเจ้าก็จะหายไวขึ้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะมีความสามารถและความรู้มากมายขนาดนี้" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"เหอะ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าคือราชันอสูรผู้เก่งกาจบนโลกนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้หรือทำไม่ได้" เสี่ยวฮุ่ยเริ่มคุยโว"ถ้าอย่างงั้นเจ้าก็เข้าไปในหุบเขาสัตว์อสูรข้างๆแล้วเก็บสมุนไพรมาให้ข้าหน่อยสิถ้าเจ้าแข็งแกร่งจริง" อู่หมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"เจ้าบ้าทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกพร้อมกับลูกตากรอกไปมา"หืม หรือว่าเรื่องที่เจ้ากล่าวออกมาจะเป็นเรื่องเหลวใหล" อู่หมิงกล่าวเยาะเย้ย"บัดซบเจ้าหนูเจ้ากล้าดูถูกข้า จะบอกให้ในช่วงข้ารุ่งโรจน์ข้าสามารถสังหารพวกเซียนกะโหลกกะลาเหล่านั้นได้อย่างสบายต่อให้เป็นเหล่าเทพข้าก็สามารถทุบตีพวกมันได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ"เฮ้อที่แท้ก็เป็นแบบนี้สินะไม่แปลกใจเลยที่เจ้าโดนผู้อาวุโสขังไว้ในถ้ำเป็นเวลานาน" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าผิดหวังและยกอาหารไปให้มารดาตน"เจ้า บัดซับ จี๊ด จี๊ด จี๊ด" เสี่ยวฮุ่ยร้องออกมาอย่างไม่พอใจและใช้กงเล็บข่วนไปยังต้นไม้อย่างบ้าคลั่งหลังจากที่อู่เหม่ยทานอาหารเสร็จอู่หมิงก็นำยาที่เสี่ยวฮุ่ยปรุงให้กับอู่เหม่ยทาน ผลปรากฎว่ายาที่เสี่ยวฮุ่ยปรุงได้ผลดีกว่าที่คิดสีหน้าของอู่เหม่ยที่ขาวซีดเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้อู่หมิงมีความคิดว่าตนเองจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้แล้วเข้าไปในหุบเขาสัตว์อสูรเพื่อหาสมุนไพรอีกครั้งหลังจากที่อู่เหม่ยหลับลงไปแล้วอู่หมิงก็ออกมาจากบ้านไผ่และเริ่มสำรวจแหวนโบราณที่ชายชราให้มาทันที ข้างในนั้นไม่ได้มีของมากนักซึ่งมีกระบี่เงาสังหารที่อู่หมิงนำไปเก็บไว้และตำราทักษะอยู่อีกรวมถึงวัตถุดิบหลอมสร้างอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่อู่หมิงไม่เคยเห็นแต่ด้วยมีเสี่ยวฮุ่ยอยู่ทำให้อู่หมิงได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง"แร่ชนิดนี้คือแร่เหล็กดำที่หาได้ยากมากดูท่าเจ้าแก่นั่นคิดจะใช่แร่เหล่านี้สร้างกระบี่เงาเรียนแบบกระบี่เงาสังหารละสิ เหอะ แต่เจ้าแก่นั่นดูถูกกระบี่ที่ตกทอดมาแต่ยุคโบราณมากไปแล้วกระบี่เงาสังหารเป็นถึงกระบี่ที่ร่วงลงมาจากแดนเทพแล้วมีหรือที่เซียนกระบี่จะสามารถหลอมกระบี่เงาสังหารได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวดูถูก"ผู้อาวุโสเคยบอกข้าว่าไม่ควรเปิดเผยทักษะและกระบี่เงาสังหาร เพราะงั้นข้าคิดว่าควรจะหากระบี่ระดับต่ำสักเล่มดีหรือไม่" อู่หมิงกล่าว"เหอๆ เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องห่วงราชันเช่นข้าไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้เจ้าส่งแร่พวกนั้นมาแล้วข้าจะหลอมสร้างกระบี่ให้กับเจ้าแต่มีเงื่อนไขเจ้าจะต้องให้ข้าได้เรียนรู้ทักษะกระบี่เงาตกลงหรือไม่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้" อู่หมิงกล่าว"อะไรกันทำไมเจ้าถึงได้ขี้เหนียวขนาดนี้ข้าช่วยเจ้ามาตั้งเยอะแต่เจ้าไม่คิดจะแบ่งบันทักษะให้ข้าดูหน่อยงั้นหรือ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความไม่พอใจ"เปล่าไม่ใช่ข้าไม่อยากบอกเจ้าแต่ว่าไม่สามารถต่างหากเพราะต่อให้บอกเจ้าไปเจ้าก็ไม่สามารถฝึกฝนได้เพราะเงื่อนไขของการฝึกฝนทักษะกระบี่เงานั้นจำเป็นจะต้องมีเส้นลมปราณหยินศักดิ์สิทธิ์หรือเส้นลมปราณหยินหยางศักดิ์สิทธิ์" อู่หมิงกล่าว"เจ้าว่าอย่างไรนะบัดซบ ทำไมเงื่อนไขมันถึงยากเย็นแบบนี้ ถ้าอย่างงั้นแสดงว่าเงื่อนไขการใช้กระบี่เงาสังหารจะต้องเหมือนกับทักษะกระบี่เงาใช่หรือไม่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ใช่แล้ว" อู่หมิงกล่าวยืนยัน"บัดซบนี่เจ้าพวกสร้างทักษะนี้ขึ้นมามันคิดว่าเส้นลมปราณหยินศักดิ์สิทธิ์และหยินหยางศักดิ์สิทธิ์มันหาได้ง่ายๆหรือยังไง ขนาดในทวีปสูญกลางก็ยังไม่ปรากฎขึ้นสักคนเลย " เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ก็ข้านี่ไง" อู่หมิงกล่าว"บัดซบเจ้าคิดจะเยาะเย้ยข้างั้นหรือ จี๊ด จี๊ด จี๊ด" เสี่ยวฮุ่ยจากไปพร้อมกับนำแร่ต่างๆไปด้วยพร้อมกับร้อง จี๊ด ออกมาด้วยความไม่พอใจหลังจากเสี่ยวฮุ่ยออกไปอู่หมิงก็เริ่มสำรวจทักษะกระบี่เงาที่อยู่ในจิตใจของตัวเอง ภายในนั้นมีเนื้อหามากมายเช่นทักษะเคลื่อนที่ ทักษะกระบี่ และศาสตร์แห่งเงา ซึ่งอู่หมิงเริ่มที่จะเรียนรู้ศาสตร์แห่งเงาก่อนเพราะศาสตร์แห่งเงาคือพื้นฐานของทักษะทั้งสอง ภายในหุบเขาอู่หมิงนั่งทำความเข้าใจศาสตร์แห่งเงาพร้อมกับจ้องมองเงาของตนเองและต้นไม้รอบๆอย่างใจจดใจจ่อซึ่งอู่หมิงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนเองเริ่มที่จะจมลงเข้าสู่การบ่มเพาะและเรียนรู้ศาสตร์แห่งเงาไปพร้อมๆกัน ซึ่งหลังจากที่เส้นลมปราณหยินหยางของอู่หมิงตื่นขึ้นพลังบ่มเพาะของอู่หมิงก็เพิ่มขึ้นและอยู่ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 5 แล้วและตอนนี้พลังปราณของอู่หมิงก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสี่ยวฮุ่ยที่ยืนดูอยู่ใกลๆอดที่จะตกตะลึงไม่ได้"เจ้าเด็กนี่ถึงจะน่ารังเกียจแต่กลับมีพรสวรรค์ที่สูงอย่างมากเกรงว่าถ้าเจ้าหนูนี่เกิดในตระกูลใหญ่ในทวีปสูญกลางละก็ทางตระกูลคงจะทุ่มทรัพยากรจำนวนมากให้เจ้าเด็กนี่ฝึกฝนแน่ แต่น่าเสียดายที่เจ้าเด็กนี่ดันมาเกิดกลางป่ากลางเขาที่ไม่มีทรัพยากรบ่มเพาะ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความเสียดายก่อนจะออกไปล่าสัตว์ป่าแล้วนำมาทำอาหารแทนอู่หมิงที่จมอยู่กับการบ่มเพาะหลังจากที่เสี่ยวฮุ่ยจากไป ร่างของอู่หมิงที่นั่งอยู่ก็เริ่มมืดมนลงกระทั่งเริ่มจมลงไปในเงาของต้นไม้แต่ว่าเพียงไม่นานร่างของอู่หมิงก็กลับขึ้นมาเหมือนเดิมซึ่งถ้าเสี่ยวฮุ่ยได้เห็นละก็จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอนเพราะอู่หมิงใช้เวลาไม่นานในการฝึกฝนศาสตร์แห่งเงาแต่กลับเข้าใกล้การเป็นเงาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้-------------------------------------------------------------------------------------------