เล่มที่ 1 บทที่ 2ติดตัวมาแต่กำเนิด
บ้านเล็กในเวลานี้ประหนึ่งแดนเซียนก็ไม่ปานหมอกไอรายล้อม ทั้งยังมีกลิ่นหอมลอยเตะจมูกเพราะตรงกลางบ้านได้มีถังไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนกองไฟ มองเห็นพืชพรรณกระดูกสัตว์กองหนึ่งจากในนั้นรางๆ
นี่ไม่ใช่การอาบน้ำทั่วไปแต่เป็การอาบยาสมุนไพร
บนขอบถังไม้ขนาดใหญ่นั้นมีชายชราผมขาวหลังค่อมกำลังยืนหรี่ตาถือท่อนไม้คอยคนน้ำที่มีไอร้อนลอยคุกรุ่น
เจียงอวิ๋นมองดูเงาร่างของชายชราในใจบังเกิดความอบอุ่นขึ้นมา คนผู้นี้ก็คือปู่ของเขา เจียงว่านหลี่เป็เพราะปู่เลยเขาถึงยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้
“ปู่!” เจียงอวิ๋นส่งเสียงะโเรียกเจียงว่านหลี่จากนั้นก็ถอดหนังสัตว์บนตัวออก เดินไปทางถังไม้
เมื่อไร้ซึ่งหนังสัตว์ปกปิดก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บนร่างกายอันกำยำล่ำสันของเจียงอวิ๋นมีรอยแผลเป็นับหลายร้อยสายกระจายอยู่เต็มตัว ดูน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย
โดยเฉพาะรอยแผลเป็ที่อยู่บนกลางหลังหากมองจากไกลๆ จะพบว่ารอยแผลเ่าั้เหมือนจะเรียงกันเป็ตัวอักษรตัวหนึ่งนั่นคือตัวอวิ๋น (云) !
ในส่วนลึกของูเาเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย ภัยอันตรายรายล้อมรอบด้าน การอยู่ในนั้นเป็ประจำย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับสัตว์ร้ายเ่าั้ได้ จึงไม่แปลกที่บนตัวเจียงอวิ๋นจะมีรอยแผลเป็มากมายเพียงนี้แต่มีเพียงรอยบนแผ่นหลังไม่กี่รอยนี้เท่านั้นที่เป็ปานติดตัวแต่กำเนิดเป็เพราะปานนี้เองที่ทำให้เจียงว่านหลี่ตั้งนามให้เขาว่าเจียงอวิ๋น
เื่อาบน้ำเองก็ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับเจียงอวิ๋นเพราะนับแต่ที่เขาเริ่มรู้ความ เขาก็มักจะต้องอาบน้ำยาสมุนไพรเช่นนี้เป็พักๆอยู่แล้ว
แม้การอาบน้ำยาสมุนไพรจะฟังดูเป็เื่ที่สบายอย่างมากแต่ความเป็จริงกลับตรงกันข้าม
ยังไม่ต้องพูดถึงเื่การกระตุ้นร่างกายอย่างรุนแรงของฤทธิ์ยาชนิดต่างๆที่อยู่ในพืชพรรณกระดูกสัตว์ทั้งหลายที่ใช้อาบเลยเพียงการเข้าไปแช่อยู่ในน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่านนั่นก็ไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปทำได้แล้ว
เจียงอวิ๋นจำได้แม่นยำว่าครั้งแรกที่ตนอาบน้ำยาสมุนไพรเขาใจนส่งเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายออกมา คิดว่าปู่จะจับเขาต้มกินเสียอีก
ยังดีที่เขาทนผ่านมาได้เพราะเขารู้ว่านี่เป็ความตั้งใจของปู่จุดประสงค์ก็เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เขา
แม้เขาจะไม่อาจบำเพ็ญทว่าการอาบน้ำยาสมุนไพรใน่หลายปีที่ผ่านมาก็ทำให้ร่างกายของเขามิเพียงแต่ไม่อ่อนแอกลับยังแข็งแกร่งเหนือคนรุ่นราวคราวเดียวกันจำนวนไม่น้อยไปหลายเท่า
เจียงอวิ๋นหลับตาลงแช่ลงไปในน้ำทั้งตัว กระทั่งส่วนศีรษะก็ดำลงไปในน้ำด้วยัักับความร้อนของน้ำและฤทธิ์ยาชนิดต่างๆ ที่กระตุ้นร่างกายของตนอย่างต่อเนื่อง
จนเมื่อผ่านไปหลายชั่วยามแล้วข้างหูของเจียงอวิ๋นถึงได้มีเพียงเสียงของปู่ดังขึ้นอย่างชัดเจน “หนูน้อยอวิ๋นเ้าอยากบำเพ็ญไหม?”
เกิดเสียง “ซูม” ดังขึ้นเจียงอวิ๋นแทบจะดีดตัวออกจากผิวน้ำมองทางปู่ด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตะลึงตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
แม้เจียงอวิ๋นจะไม่เคยออกจากูเาหนึ่งแสนไพศาลมาก่อนทว่าเขารู้ ด้านนอกูเานั้นยังมีฟ้าดินที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าและในโลกอันกว้างใหญ่นี้ มีทั้งเผ่ามนุษย์ เผ่าอสูร เผ่าผีสางหมื่นเผ่าพันธุ์คงอยู่ร่วม แต่ไม่ว่าจะเป็เผ่าพันธุ์ใดทั้งหมดล้วนให้ความสำคัญต่อการบำเพ็ญ
ประโยชน์ของการบำเพ็ญสามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งได้ หรือถึงขนาดเปลี่ยนฟ้าเรียกฝนหนึ่งก้าวขึ้นสู่ฟ้า และอาจถึงขั้นเป็ะ ไม่แก่ไม่เฒ่า อายุขัยเดียวกับฟ้าดิน
เขาปรารถนาการบำเพ็ญอยู่แล้ว!
ทว่าเขาเคยถามปู่แล้ว ไม่เพียงแค่ครั้งเดียวแต่สุดท้ายปู่กลับบอกเพียงว่าร่างกายของเขาแตกต่างออกไป จึงไม่อาจบำเพ็ญได้แต่ไฉนวันนี้ ปู่ถึงได้เอ่ยถามเื่นี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้เล่า?
หรือว่าปู่จะค้นพบวิธีที่ทำให้เขาสามารถบำเพ็ญได้แล้ว?
เมื่อเห็นเจียงอวิ๋นสีหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นตะลึงเจียงว่านหลี่จึงหรี่ตาเล็กลงจนกลายเป็ขีด
“อยาก!”
เจียงอวิ๋นส่งเสียงออกมาได้ไม่ทันไรเจียงว่านหลี่ก็ถามกลับทันที “เช่นนั้นเ้าบำเพ็ญไปเพื่ออะไร?”
เจียงอวิ๋นเงียบลง
เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าไฉนตนจึงยึดติดกับการบำเพ็ญเพียงนี้เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น? เพื่ออายุยืนไม่แก่ไม่ตาย? เหมือนจะไม่ใช่เหตุผลเหล่านี้เลย
นับแต่ที่เขาเริ่มจำความได้ในยามที่เขายังไม่รู้ว่าการบำเพ็ญคือสิ่งใดในใจเขาก็เหมือนจะมีความคิดอยากบำเพ็ญอยู่ก่อนแล้ว
มีมาแต่กำเนิดั้แ่เกิดก็มีแล้ว!
เห็นได้ชัดว่าเจียงว่านหลี่รู้ความคิดของเจียงอวิ๋นจึงไม่จำเป็ต้องให้เขาตอบคำถาม แย้มยิ้มอย่างใจดีแล้วกล่าวว่า “เอาละ หนูน้อยอวิ๋นหากเ้าปรารถนาที่จะบำเพ็ญจริงๆ ละก็ เช่นนั้น...”
“ตูม!”
ทันใดนั้นพลันมีเสียงดังสนั่นดังมาจากไกลๆ ขัดคำพูดของเจียงว่านหลี่ไปทันที
“คนของหมู่บ้านเฟิงมาอีกแล้ว!”
เจียงว่านหลี่เหมือนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอกสีหน้าพลันเ็าลง ในดวงตาที่หรี่ลงคู่นั้นพลันมีประกายแสงสองสายปะทุออกมาหลังทิ้งคำพูดนี้ไว้ก็หันร่างเดินออกจากบ้านไปทันที
เทียบกับเจียงว่านหลี่สีหน้าของเจียงอวิ๋นก็เปลี่ยนไปบูดบึ้งยิ่งกว่า เขาไม่ได้โกรธที่คำพูดของปู่ถูกขัดแต่เป็เพราะเขารู้ว่า เป้าหมายของหมู่บ้านเฟิงที่ว่า คือตัวเขานั่นเอง
ูเาหนึ่งแสนไพศาลมีพื้นที่กว้างขวางสุดขีด นอกจากหมู่บ้านเจียงแล้วในที่นี้ยังมีหมู่บ้านน้อยใหญ่อีกมากมายอาศัยอยู่ด้วยเช่นกันแม้ระหว่างหมู่บ้านจะไม่ถือว่าเป็มิตรต่อกัน แต่อย่างน้อยก็ต่างคนต่างอยู่อาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็บางครั้งคราวเท่านั้น
หมู่บ้านเฟิงเป็หมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านเจียงที่สุดมีความแข็งแกร่งโดยรวมเหนือกว่าหมู่บ้านเจียงเล็กน้อย
เพราะทั้งสองฝั่งมีอาณาเขตติดกันจึงเกิดความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่องแต่ก็ล้วนเป็เพียงความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ทว่า นับั้แ่เมื่อสิบหกปีก่อนหลังจากที่เจียงอวิ๋นมายังหมู่บ้านเจียงแล้วความขัดแย้งระหว่างสองหมู่บ้านกลับค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ในสมัยที่เจียงอวิ๋นยังเยาว์วัยหมู่บ้านเฟิงมักจะหาข้ออ้างมาก่อกวนหมู่บ้านเจียงอยู่บ่อยครั้งเป้าหมายที่แท้จริงก็คือการจับตัวเจียงอวิ๋น
ส่วนสาเหตุที่อีกฝ่ายคิดจะจับตัวเขาเจียงอวิ๋นไม่รู้เลยแม้แต่น้อย แต่รู้สึกว่าในสายตาของคนในหมู่บ้านเฟิงแล้วตัวเขาเหมือนจะเป็สมบัติล้ำค่าหายากอะไรบางอย่างก็ไม่ปานเพราะทุกครั้งที่พบเจอกับคนของหมู่บ้านเฟิงเจียงอวิ๋นก็จะรับรู้ได้ถึงความโลภความกระหายที่เผยออกมาจากสายตาอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
ต่อมาเจียงว่านหลี่ได้ใช้วิธีการอะไรบางอย่างทำให้หลังจากเจียงอวิ๋นอายุสิบปีเป็ต้นมา คนของหมู่บ้านเฟิงก็ไม่ได้มาเยือนอีกเลยแต่คาดไม่ถึงเลยว่า วันนี้พวกนั้นจะมากันอีกแล้ว
เจียงอวิ๋นพลันะโออกจากถังไม้สวมหนังสัตว์ให้เรียบร้อย จากนั้นก็พุ่งออกไป
บัดนี้เหล่าสตรีและเด็กของหมู่บ้านเจียงได้ถูกปิดไว้ในบ้านหมดแล้วมีเพียงบุรุษวัยผู้ใหญ่สามสิบกว่าคนมารวมตัวที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านใช้สายตาดุร้ายจับตามองดูกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างโตที่อยู่ตรงข้าม พวกคนของหมู่บ้านเฟิง
ทั้งบุรุษและสตรีที่อาศัยอยู่ในูเานี้ล้วนกำยำล่ำสันสุดขีดซึ่งคนของหมู่บ้านเฟิงนั้น นอกจากจะกำยำแล้วบนร่างกายยังมีความโเี้อำมหิตและความคาวเือยู่หลายส่วนด้วย
เจียงอวิ๋นมองทะลุผ่านกลุ่มคนไปมองเห็นประตูใหญ่ที่ถูกทำลายจนแตกหักอยู่บนพื้นด้วยเช่นกัน
เขาจึงรู้สึกตึงเครียดทันทีหนึ่งหมู่บ้านเทียบเท่ากับหนึ่งครอบครัว การทำลายประตูบ้านครอบครัวผู้อื่นเช่นนี้ถือเป็การประกาศาอย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านเฟิงครั้งนี้ไม่คิดจะจบเื่ง่ายๆแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงอวิ๋นออกแรงกำหมัดแน่นอย่างลับๆ เดินแทรกเข้าไปในกลุ่มคน
“เฟิงหลิง!” เจียงว่านหลี่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มคนหมู่บ้านเจียงยังคงหรี่ตาจับจ้องไปที่ชายร่างโตที่สูงเกินสองจ้าง กล่าวเสียงเ็า“ไม่พบเจอหกปี เ้าบังอาจกล้ามากเกินไปแล้ว หรือคำสั่งของหลิ่วเทียนเหยินเ้าก็กล้าขัดหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เจียงอวิ๋นที่อยู่ในกลุ่มคนก็พลันเข้าใจเื่ราวเพราะเขาเคยได้ยินว่า ภายในูเาหนึ่งแสนไพศาลแห่งนี้หมู่บ้านที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือหมู่บ้านหลิ่วซึ่งหัวหน้าหมู่บ้านอย่างหลิ่วเทียนเหยินก็เป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของูเานี้ด้วย
เห็นได้ชัดว่า เจียงว่านหลี่ได้หยิบยืมชื่อเสียงของหลิ่วเทียนเหยินมาสะกดหมู่บ้านเฟิงไว้นานถึงหกปีทำให้พวกเขาไม่กล้ามาก่อเื่ที่หมู่บ้านเจียงอีก
เฟิงหลิงแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนหัวเราะอย่างชั่วร้ายพร้อมกล่าว “ตาแก่เจียงก่อนหน้านี้ข้าเกรงกลัวหลิ่วเทียนเหยินอยู่บ้างก็จริง ทว่าบัดนี้นามของมันใช้กับข้าไม่ได้ผลแล้ว วันนี้เ้ามีเพียงสองทาง ส่งตัวเจียงอวิ๋นมาเสียหรือไม่ ข้าจักทำให้พวกเ้าหมู่บ้านเจียงต้องนองเื!”