เกิดเหตุวุ่นวายโกลาหลในเมืองหลวง อยู่ดีๆหมอดูในเมืองหลวงต่างถูกิญญาอาฆาตทำร้าย หมอดูบางคนจับไข้หัวโก๋นบางคนขาหักเนื่องจากวิ่งหนีผีโดยการปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้วตกลงมาบางคนถูกบีบคอเกือบตาย และบางคนถึงขั้นเลิกทำอาชีพหมอดูไปเลย
ท่านรองแม่ทัพรู้สึกเป็ห่วงเหวยเหนียงมาก นางก็เลยรีบมาหาท่านหมอดูที่กระท่อมั้แ่เช้า
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ ผิงหลาง” เหวยเหนียงแปลกใจ
“ท่านได้ข่าวที่หมอดูถูกผีหลอกหรือไม่” ผิงหลางเกริ่นเื่
“อื้อ ก็ได้ข่าวมาบ้าง” เหวยเหนียงพยักหน้า
“แล้วท่านไม่กลัวอย่างนั้นหรือ” ผิงหลางสงสัย
“กลัวสิ! แต่ผีจริงๆจะไม่ทำร้ายใครหรอก เพราะไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือดวงิญญาต่างอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเช่นกันดังนั้นภูตผีเองก็จะไม่พยายามเบียดเบียนใครเพราะกลัวตกนรก” เหวยเหนียงกล่าว
“ท่านกำลังคิดว่าเป็ฝีมืุ์อย่างนั้นหรือ” ผิงหลางตีความ
“ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เจอกับตัว” เหวยเหนียงบอกไม่ได้
“ข้าจะคุ้มครองท่านเอง” ผิงหลางกล่าวคำมั่น
“ขอบคุณมากผิงหลาง” เหวยเหนียงรู้สึกซึ้งใจ
“เหวยเหนียง! เ้าอยู่มั้ย” ท่านป้าหลีเซียะเรียก
“ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ” เหวยเหนียงขานรับ
“ไปเยี่ยมผู้าุโหวังหู่ด้วยกันมั้ย ท่านถูกผีหลอกจับไข้ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของท่าน” ท่านป้าหลีเซียะกล่าว
“ไปเ้าค่ะ” เหวยเหนียงอยากไปเยี่ยม
“งั้นข้าไปด้วยนะ” ผิงหลางอยากรู้เหตุการณ์ก็เลยตามหมอดูไป
เหวยเหนียงพยักหน้าดังนั้นทั้งสองสาวจึงเดินตามท่านป้าหลีเซียะไปที่บ้านท่านหมอดูหวังหู่ด้วยกัน
“ข้ากลัวแล้ว! อย่าหลอกข้าเลย ข้ายอมเลิกเป็หมอดูก็ได้”หมอดูหวังหู่เพ้อ
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ ผู้าุโ” เหวยเหนียงกล่าวเมื่อมองเห็นผู้าุโตื่น
“เหวยเหนียงงั้นหรือ ระวังผีหลอกนะ ผีตนนั้นบอกให้ข้าเลิกดูดวงไม่งั้นเขาจะตามหลอกหลอนข้าไปทุกที่” หวังหู่กล่าว
“ิญญาตนนั้นเป็ใครงั้นหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“เขาคือ ผีท่านแม่ทัพแห่งแคว้นเหลียวเมื่อสามปีก่อนเขาได้รับมอบหมายให้คุมเครื่องบรรณาการเพื่อมอบให้กับแคว้นฉินแต่ระหว่างเดินทางเขาได้ทำลูกแก้วัหายไป ถ้าเขาหาลูกแก้วไม่เจอเมื่อกลับไปที่แคว้นเหลียว ครอบครัวของเขาทั้งหมดก็ต้องถูกปะาชีวิตเก้าชั่วโคตรดังนั้นเขาก็เลยพยายามออกตามหา แต่หายังไงก็หาไม่เจอ เขาก็เลยไปพึ่งพาหมอดูแต่เขาโชคร้ายที่ไปขอความช่วยเหลือกับหมอดูตัวปลอมชายคนนั้นหลอกให้ท่านแม่ทัพจ่ายอัฐมากมายเพื่อทำพิธีกรรมเรียกของหายให้กลับคืนมาแต่พอทำไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร มิจฉาชีพคนนั้นยังอ้างอีกว่าเทพเ้าลงโทษเขาจึงหลอกให้เขาไปเดินรอบอารามวัดพร้อมกับคุกเข่ากราบทุกๆ สามก้าวและท่านแม่ทัพก็ทำตามจริงๆ ผลก็คือ ท่านกลายเป็ตัวตลกในสายตาชาวบ้านแคว้นฉินไปเลย”หวังหู่เล่า
“แล้วเกิดอะไรอีกหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงอยากรู้อีก
“ท่านแม่ทัพชาวเหลียวจนปัญญา พอเขาถวายเครื่องบรรณาการที่ไร้ลูกแก้วัเรียบร้อยเขาก็เลยผูกคอฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด” หวังหู่เล่าต่อ
“เหตุใดถึงคิดสั้นเช่นนั้นนะ” ป้าหลีเซียะรำพึง
“มันคงเป็อารมณ์ชั่ววูบน่ะ” หวังหู่กล่าว
“แล้วเขารู้แล้วหรือว่า หมอดูคนนั้นเป็มิจฉาชีพน่ะเ้าคะ” ผิงหลางสงสัย
“สามวันต่อมา ชายชั่วคนนั้นก็ตาย เขาถูกผีท่านแม่ทัพหักคอ” หวังหู่รู้สึกหวาดกลัว
“ไม่น่าเลยจริงๆ” ป้าหลีเซียะกล่าว
“มันไม่จบแค่นั้นน่ะสิ หมอดูคนอื่นๆ รวมถึงข้าก็เลยโดนดวงิญญาท่านแม่ทัพหลอกหลอนไปด้วย”หวังหู่กล่าว
“ิญญามาถึงที่บ้านของท่านเลยงั้นหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“เปล่า! ข้าโดนผีหลอกที่วัดต้าิตอนดึกสงัด” หวังหู่กล่าว
“ท่านไปทำอะไรที่วัดต้าิตอนกลางคืนแบบนั้นล่ะเ้าคะ” ผิงหลางสงสัย
“มีพ่อค้าคนนึงมาดูดวงกับข้า เขามาขอให้ข้าช่วยปรับฮวงจุ้ยร้านของเขาให้ตอนกลางวันเขาต้องขายของ เลยไม่สะดวก ต้องไปดูร้านของเขาในตอนกลางคืนเขาบอกให้ข้าไปรอที่วัดก่อน เดี๋ยวเขาจะส่งคนมารับข้าเอง” หวังหู่เล่า
“พ่อค้าชื่ออะไร และขายอะไรล่ะเ้าคะ” เหวยเหนียงอยากรู้
“เขาคือ ป่ายเหริน เขาขายเกลือ” หวังหู่กล่าว
“เป็ไปได้มั้ยว่า ผีตนนั้น แท้จริงแล้วก็คือพ่อค้าป่ายเหรินปลอมเป็ผีหลอกท่านน่ะเ้าคะ”ผิงหลางสงสัย
“ข้าเห็นกับตาว่าเป็แม่ทัพชาวเหลียวจริงๆ” หวังหู่มั่นใจ
“ท่านรู้ได้อย่างไร เคยเห็นท่านแม่ทัพชาวเหลียวคนนั้นงั้นหรือ” เหวยเหนียงสงสัย
“เอ่อ ข้าเคยเห็นแม่ทัพเหลียวคนที่ผูกคอตายจริงๆสมัยก่อนข้าเองก็นั่งดูดวงข้างๆ มิจฉาชีพคนนั้นข้าพยายามเดินไปเตือนท่านแม่ทัพแล้ว แต่เขาไม่ยอมเชื่อข้าเขาหาว่าข้าอิจฉาหมอดูตัวปลอมคนนั้น ก็เลยคิดว่าข้าใส่ร้ายเขา” หวังหู่พยายามถึงที่สุดแล้ว
“เหตุใดท่านแม่ทัพถึงหลงเชื่อชายจอมหลอกลวงคนนั้นได้ล่ะ” ป้าหลีเซียะสงสัย
“ชายคนนี้มีพรรคพวกด้วย เขาจ้างหน้าม้าให้มาต่อแถวดูดวงหน้าม้าพากันหลอกท่านแม่ทัพว่าเขาดูดวงแม่นมากส่วนซุ้มดูดวงของข้าที่อยู่ข้างเขาก็ไร้ซึ่งผู้คนน่ะสิ” หวังหู่กล่าว
“หายไวๆ นะท่านหวังหู่ จะได้ไปตั้งโต๊ะดูดวงนะเ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าคงไม่เป็หมอดูแล้ว ข้าว่าจะกลับเมืองผิงอี้ ถึงเวลากลับบ้านเกิดเสียทีส่วนเ้าเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ” หวังหู่เตือน
“เ้าค่ะผู้าุโ” เหวยเหนียงกล่าว
เหวยเหนียงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลแต่นางก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ใคร่ครวญอยู่ในใจ
******************************
ตกเย็น เหวยเหนียงไปพบท่านรองแม่ทัพที่จวน
“ท่านมาหาข้าถึงที่นี่ มีอะไรอย่างนั้นหรือ” ผิงหลางแปลกใจ
“ข้ามีเื่จะขอความช่วยเหลือจากท่าน” เหวยเหนียงขอร้อง
“ว่ามาได้เลยท่านหมอดู” ผิงหลางยอมช่วยอย่างเต็มที่
“วันนี้พ่อค้าป่ายเหรินมาขอให้ข้าช่วยปรับฮวงจุ้ยให้ร้านของเขาเขานัดให้ข้าไปรอเขาที่วัดต้าิในคืนวันพรุ่งนี้ซึ่งมันเหมือนกับผู้าุโหวังหู่ไม่มีผิด ข้ากลัวว่าข้าจะเจอผีเหมือนกับท่านข้าจึงอยากให้เ้าช่วยพิสูจน์ว่าผีตนนั้นเป็ผีจริงๆ หรือไม่” เหวยเหนียงเล่า
“แล้วถ้าเป็ผีจริงๆ ล่ะ” ผิงหลางนึกขยาด
“ข้ามีคาถาไล่ผี แต่ถ้าไม่ใช่ผีจริงๆ เ้าจะได้ช่วยจับคนร้ายที่กล้าปลอมตัวเป็ผีไงล่ะ”เหวยเหนียงกล่าวแผนการ
“ก็ได้! ข้าจะแอบติดตามท่านในคืนวันพรุ่งนี้” ผิงหลางยอมรับปาก
“ขอบคุณมากผิงหลาง” เหวยเหนียงรู้สึกโล่งอกที่ผิงหลางยอมช่วย
******************************
คืนวันถัดมา เหวยเหนียงไปรอท่านพ่อค้าที่วัดต้าิ
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ก็ไร้ซึ่งคนมารับเหวยเหนียงคิดในใจว่า “หรือว่าพ่อค้าคนนั้นจะหลอกให้มาเจอผี”
สักพักก็มีลมพายุ ผ่านไปไม่นานก็มีหมอกควันและแล้วผีท่านแม่ทัพแคว้นเหลียวก็ปรากฏตัว
เหวยเหนียงตั้งสตินางพยายามท่องคาถาที่ร่ำเรียนมาไว้ในใจ แต่ไม่ส่งผลใดๆ ต่อผีตนนั้นเลยสักนิด
“เ้าไม่ใช่ผี!เ้าเป็ใครกันแน่ถึงกล้าปลอมเป็ผีท่านแม่ทัพ” เหวยเหนียงะโ
“สาวน้อย! เ้าอาจหาญชาญชัยเกินไปแล้วข้าคือแม่ทัพคาวีจริงๆ หรือว่าเ้าทำเป็ใจดีสู้เสือ แสร้งทำเป็ไม่กลัวข้า”
“ถ้าท่านคือแม่ทัพคาวีจริงๆ แสดงว่าท่านยังไม่ตายน่ะสิ” เหวยเหนียงรู้ความจริงแล้ว
“ข้าฆ่าตัวตาย! ข้าจะไม่ตายได้อย่างไร” แม่ทัพคาวีกล่าว
“ท่านแสร้งตายเพื่อแก้แค้นหมอดูจอมหลอกลวงคนนั้นสินะไม่เพียงเท่านั้นท่านยังทำร้ายหมอดูที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คนอื่นๆ อีก” เหวยเหนียงกล่าว
“เ้ากล้าเกินไปแล้ว ไม่กลัวตายหรืออย่างไร” แม่ทัพคาวีกล่าว
“ท่านกลับตัวกลับใจเสียเถิด หมอดูมีทั้งดีและชั่ว ท่านโชคไม่ดีเจอมิจฉาชีพท่านก็ไม่ควรเหมารวมว่าหมอดูทุกคนไม่ดีสิท่าน” เหวยเหนียงเตือน
“ขึ้นชื่อว่าเป็หมอดูก็ไม่ต่างจากหมอเดาเลยสักนิดแถมยังกล้าปอกลอกข้าจนข้าไม่เหลืออะไรอีก เ้ายอมเลิกเป็หมอดูเสียเถิดไม่งั้นเ้าก็ตายตรงนี้” แม่ทัพคาวีชักดาบเพื่อขู่
“ข้ามีภารกิจที่ต้องทำ ข้าเลิกเป็หมอดูไม่ได้หรอกท่านท่านเองต่างหากที่ต้องเลิกอาฆาตได้แล้ว” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเตือนแล้ว! เ้าไม่ยอมฟังเอง งั้นตายเสียเถิด”แม่ทัพคาวีกำลังเข้าจู่โจม
“ผิงหลางช่วยข้าด้วย” เหวยเหนียงะโเรียกเพื่อน
แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆและไม่มีใครออกมาช่วยหมอดูสาว
“อ้าว! นี่เ้าลืมข้าอย่างนั้นหรือผิงหลาง” เหวยเหนียงใ
“เอายังไง! จะเรียกใครอีกมั้ย” แม่ทัพคาวียิ้มมุมปาก
เหวยเหนียงอุตส่าห์อุ่นใจที่คิดว่ามีผิงหลางคอยซุ่มดูอยู่ตลอดเวลาแต่แล้วนางก็คิดผิด นางคิดในใจว่า “นี่เ้าลืมจริงๆหรือว่าเ้าตั้งใจแกล้งข้ากันแน่น่ะ” นางก็เลยรีบเผ่นหนี
แต่ทว่าด้วยแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะไปสู้ผู้ชายที่มีร่างกายกำยำได้อย่างไรจนกระทั่งหมอดูสาวสะดุดเถาวัลย์ล้มไม่เป็ท่า
“หนีอีกสิ ยอมเลิกเป็หมอดูดีๆ เถิดน่า” แม่ทัพคาวีกล่าว
“บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง การฆ่าผู้อื่น ท่านเองจะต้องได้รับโทษนะ”เหวยเหนียงรีบขู่
“555ข้าตายไปแล้ว จะตายอีกได้อย่างไร” แม่ทัพหัวเราะเยาะ
“ยังไงความลับที่ท่านยังไม่ตายก็ต้องถูกเปิดเผยเข้าสักวัน” เหวยเหนียงคิดว่าความลับไม่มีในโลก
“แล้วใครจะจับข้าได้ล่ะ และใครจะเปิดเผยความลับของข้าได้ล่ะในเมื่อเ้าที่รู้ความจริงทั้งหมดก็ต้องตาย” แม่ทัพคาวีกล่าวเสียงเย็น
เหวยเหนียงไม่อาจหนีพ้นเพราะนางเจ็บข้อเท้าเป็อย่างมาก นางก็เลยหลับตารอรับความตาย นางคิดในใจว่า “ในเมื่อข้าสัญญากับอาจารย์ไว้ว่าจะอุทิศตนช่วยเหลือคนด้วยการใช้วิชาโหราศาสตร์ข้าคงทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้นนะเ้าคะ ท่านอาจารย์”
ผีกำมะลอก็เลยชักดาบหวังฆ่าหมอดูหญิงปิดปากแต่แล้วเสียงดาบก็กระทบกันดังสนั่น
เหวยเหนียงมองไปตามเสียงก็เห็นว่าท่านแม่ทัพซูเยี่ยนกำลังปะมือกับแม่ทัพเหลียวอยู่
“ที่แท้เ้าก็ยังไม่ตาย” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าว
“แล้วใครจะเชื่อท่านล่ะซูเยี่ยน” แม่ทัพคาวีกล่าว
“เ้ายอมมอบตัวเสียเถิด” แม่ทัพซูเยี่ยนพยายามกล่อม
“เ้ามีปัญญาหรือเปล่า” แม่ทัพคาวีไม่ยอมแพ้
ทั้งสองฟันดาบไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครฝีมือทั้งสองสูสีกันมาก ท่านแม่ทัพเหลียวผู้ซึ่งห่างหายจากการฝึกปรือในการต่อสู้เขาก็เลยพลาดท่าเสียทีต่อซูเยี่ยน
แม่ทัพคาวีไม่ยอมแพ้ เขาใช้ะเิควันหลบหนีทันที
“บ้าจริง! มันหนีไปได้” แม่ทัพซูเยี่ยนรู้สึกเจ็บใจ
เหวยเหนียงใที่คนมาช่วยนางนั้นคือคู่อริของนาง
“จะนั่งอย่างนั้นทั้งคืนหรืออย่างไร” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าวอย่างเ็า
“ก็ข้าเจ็บข้อเท้านี่” เหวยเหนียงกล่าว
ท่านแม่ทัพก็เลยช่วยประคองท่านหมอดูให้ยืนดีๆแล้วย่อตัวหันหลังให้
“จะทำอะไรน่ะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าไม่มีรถม้าหรอก ขี่หลังข้าสิ” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าว
“แต่ว่า…” เหวยเหนียงลังเล
“หรือว่าอยากเห็นผีจริงๆ ล่ะ จะได้ปล่อยไว้ที่นี่ทั้งคืน” แม่ทัพซูเยี่ยนขู่
เหวยเหนียงก็เลยจำใจขี่หลังคู่อริระหว่างท่านแม่ทัพแบกนางเดินออกจากวัด เหวยเหนียงก็เลยถาม “แล้วผิงหลางล่ะ”
“มีพระราชโองการมอบหมายให้ผิงหลางติดตามองค์รัชทายาทไปที่เมืองสุ่ยหวินพระองค์ทรงเป็ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับหน้าที่ตรวจการทำงานของขุนนางในเมืองนั้นผิงหลางก็เลยไหว้วานให้ข้ามาช่วยคุ้มครองเ้า” แม่ทัพซูเยี่ยนเล่า
เหวยเหนียงคิดในใจว่า “ทำไมไม่ปรึกษาข้าก่อนนะ หรือไหว้วานคนอื่นก็ได้”
“เ้าเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่าอวดเก่งแบบนี้อีก ต่อไปหากไม่มีใครช่วยเ้าเ้าอาจเกิดภัยอันตรายได้” แม่ทัพซูเยี่ยนเตือน
“ข้าทราบแล้ว กระท่อมข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ไม่ใช่ทางนี้เสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะพาเ้าไปหาหมอก่อน แล้วพากลับจวนข้า” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าวสั้นๆ
“ก็ท่านไม่ให้ข้าไปเหยียบจวนท่าน ท่านจะพาข้าไปที่นั่นทำไม” เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าี้เีแบกเ้ากลับกระท่อม ร้านหมออยู่ใกล้จวนข้าข้าก็เลยจะรีบกลับไปนอน ข้าง่วงนอนแล้ว” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“แล้วจะให้ข้าไปนอนที่ไหน” เหวยเหนียงสงสัยอีก
“นอนกับซูหลินก็แล้วกัน เห็นว่านางคิดถึงเ้ามากนี่” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าว
“ขอบคุณที่ช่วยข้า” เหวยเหนียงกล่าว
“ถือว่าหายกันก็แล้วกัน พวกเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าว
“ดีเหมือนกัน” เหวยเหนียงเองก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับชายไร้ใจผู้นี้อีก
“เ้าห้ามดูดวงให้ครอบครัวข้าล่ะ ข้าไม่อยากให้พวกเขาเป็คนงมงายเ้าเห็นมั้ยล่ะว่าอาชีพหมอดูอย่างเ้าทำให้คนเดือดร้อนยังไงดูอย่างแม่ทัพคาวีเป็ตัวอย่างสิ” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าวตรงๆ
แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ
“นี่เ้านอนหลับอย่างนั้นหรือ ห้ามนอนน้ำลายไหลล่ะ” แม่ทัพซูเยี่ยนกล่าวทั้งๆที่หมอดูสาวกำลังหลับอยู่
******************************
แม่ทัพคาวีหนีหัวซุกหัวซุนมาที่หน้าผาแห่งหนึ่ง
“บ้าจริง! หมอดูนั่นรู้จักแม่ทัพซูเยี่ยนได้อย่างไรความลับของข้าดันถูกเปิดเผยไปแล้ว ข้าจะทำอย่างไรดี” แม่ทัพคาวีนึกเจ็บใจ
“ท่านจะฆ่าตัวตายจริงๆ อย่างนั้นหรือ ท่านแม่ทัพคาวี”
“เ้าเป็ใครน่ะ กล้าติดตามข้ามาถึงที่นี่เลยงั้นหรือ” แม่ทัพคาวีกล่าว
“ข้าคือ หยุนฮวา เป็หมอดูประจำแคว้นฉิน” หยุนฮวาแนะนำตัว
“ข้าเกลียดหมอดู ถ้าไม่อยากตายก็รีบไปซะ” แม่ทัพคาวีรีบขู่
“อย่าเหมารวมไปหมดสิ ท่านโชคร้ายเจอหมอดูตัวปลอมต่างหาก” หยุนฮวากล่าวอย่างใจเย็น
“ข้าไม่เชื่อคำทำนายอีกแล้ว” แม่ทัพคาวีไม่อยากเป็ตัวตลกในสายตาใครอีก
“ให้ข้าทำนายนะ เ้าทำลูกแก้วัหายไปก็เลยไปขอความช่วยเหลือจากหมอดูจอมหลอกลวงคนนั้น เ้าถึงขั้นจ่ายให้เขาไปจนหมดตัวแต่ก็ยังไม่พบลูกแก้วัและแล้วเ้าก็ถวายเครื่องบรรณาการที่ปราศจากสิ่งวิเศษนั่นเ้าไม่กล้ากลับไปรายงานท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียวเพราะกลัวว่าเ้าจะเผลอบอกความจริงแล้วครอบครัวของเ้าจะต้องตายหมดเ้าเลยจัดฉากฆ่าตัวตาย แล้วแอบฆ่าลูกน้องคนนึงเ้าแปลงโฉมให้เขามีใบหน้าเหมือนเ้า แล้วผูกคอเขากับต้นไม้” หยุนฮวากล่าว
“เ้าเองก็รู้ความลับของข้า ดังนั้นข้าจะไม่ยอมปล่อยเ้า ตายซะเถอะ”แม่ทัพคาวีชักดาบ
“ช้าก่อน เ้าไม่อยากรู้ความจริงอย่างนั้นหรือ” หยุนฮวากล่าวยั้ง
“ความจริงอะไร” แม่ทัพคาวีสงสัย
“ความจริงที่ว่าลูกแก้วัไม่มีั้แ่แรกแล้วต่างหาก” หยุนฮวากล่าว
“หมายความว่ายังไง” แม่ทัพคาวีขมวดคิ้วสงสัย
“ท่านเห็นกับตามั้ยล่ะว่าในกล่องมีลูกแก้วัอยู่จริงๆหรือเป็เพียงคำพูดของขุนนางว่าในกล่องนี้มีลูกแก้วัเท่านั้น” หยุนฮวากล่าว
“ข้าไม่เห็นจริงๆ” แม่ทัพคาวีเริ่มคล้อยตาม
“นั่นไง! ท่านถูกขุนนางชั่วหลอกเข้าให้แล้วความจริงท่านคอยคุ้มกันเครื่องบรรณาการและกล่องเปล่าที่ปราศจากลูกแก้วัต่างหาก”หยุนฮวากล่าว
“ข้าไม่เชื่อ!” แม่ทัพคาวีคิดว่าเป็ไปไม่ได้
“ท่านมีศัตรูอยู่เยอะแยะ ใครๆ ก็้ากำจัดท่าน” หยุนฮวากล่าว
“ใช่! ข้ามีอริศัตรูมากมายจริงๆ แล้วข้าจะทำยังไงต่อไปดีตอนนี้ท่านแม่ทัพซูเยี่ยนก็รู้แล้วว่าข้าแกล้งตาย” แม่ทัพคาวีกังวล
“ท่านก็จัดฉากแกล้งตายเป็ครั้งที่สองสิ” หยุนฮวาแนะนำ
“ทำแบบนั้นทำไม” แม่ทัพคาวีสงสัย
“ข้าอยากให้ท่านแปลงโฉมเป็องครักษ์คอยติดตามองค์ชายรองและยอมสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ ข้ารับรองว่าเมื่อท่านรับใช้พระองค์จะไม่มีใครรังแกทำร้ายท่านได้” หยุนฉวาบอกวัตถุประสงค์
“นี่เ้ากำลังหลอกใช้ข้าอยู่ใช่มั้ย” แม่ทัพคาวีระแวง
“ท่านเป็คนมีฝีมือ ใครๆ ก็้าตัวท่าน แต่น่าเสียดายท่านไม่น่าเจอเคราะห์ร้ายแบบนี้เลย ในเมื่อท่านภักดีต่อแคว้นเหลียว งั้นก็ช่างเถอะข้าขอตัวก่อนนะ” หยุนฮวาเดินหนี
“ช้าก่อน! ท่านหมอดู ข้ายอมรับใช้องค์ชายรองว่าแต่ข้าจะหาใครมาตายแทนข้า” แม่ทัพคาวียอมตกลง
“ท่านไม่ต้องฆ่าใครหรอก ศพนั่นเขาป่วยตาย ท่านจัดฉากฆ่าตัวตายเถิดเมื่อเสร็จแล้วมาพบข้าที่ตำหนักองค์ชายรองก็แล้วกัน” หยุนฮวาบอกแผนการ
“ขอบคุณแม่นางที่ชุบชีวิตข้าขึ้นมาใหม่” แม่ทัพคาวีนึกซึ้งใจ
“ข้าเองก็ต้องขอบคุณท่านที่ยอมรับใช้เ้านายข้า งั้นข้าขอตัวก่อน” หยุนฮวาทำท่าคารวะแล้วเดินจากไป
******************************
คืนวันถัดมา หยุนฮวาไปที่ยอดเขาแสงจันทร์นางนั่งสมาธิอาบแสงลูกแก้วัอยู่ พอเสร็จพิธีนางก็รีบเก็บลูกแก้วัไว้กับตัว
“นั่นใครน่ะ” หยุนฮวาได้ยินเสียงฝีเท้า
“เ้าก่อกรรมทำเข็ญแบบนี้ ไม่กลัว์ลงโทษหรืออย่างไร” เหวยเหนียงกล่าว
“นี่คือมติ์ เ้าฝืนไม่ได้หรอกต่อไปภายภาคหน้าองค์ชายรองจะได้เป็ใหญ่ในแผ่นดินฉิน ข้าก็แค่สนับสนุนเขาเท่านั้น”หยุนฮวากล่าว
“เพื่อเสริมดวงให้กับองค์ชายรองเ้าถึงขั้นขโมยลูกแก้วัมาจากท่านแม่ทัพแคว้นเหลียว ไม่เพียงเท่านั้นยังหลอกใช้ให้เขาไปรับใช้องค์ชายรองอีก”เหวยเหนียงนึกไม่ถึง
“ข้าก็แค่ชดเชยให้ท่านคาวีต่างหากต่อไปเขาก็จะเป็กำลังสำคัญให้องค์ชายรองต่อไป” หยุนฮวากล่าว
“ศิษย์พี่ยอมกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สายนะเ้าคะยังไงอาจารย์ย่อมอภัยให้ลูกศิษย์เสมอ” เหวยเหนียงพยายามเกลี้ยกล่อม
“เ้าไปซะเหวยเหนียง ข้าไม่อยากฆ่าเ้าปิดปาก” หยุนฮวากล่าว
“ข้าจะขัดขวางท่านให้ถึงที่สุด” เหวยเหนียงบอกจุดยืน
“ฟ้ากำหนดแล้ว เ้าขัดขวางไม่ได้หรอก อย่าหาเื่ใส่ตัวดีกว่าไปซะเหวยเหนียง คนขององค์ชายรองกำลังมารับข้ากลับแล้ว” หยุนฮวาเตือน
เหวยเหนียงอยากจะเกลี้ยกล่อมต่อแต่นางได้ยินเสียงฝีเท้าก็เลยรีบไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้
“พระองค์ทรงมารับด้วยพระองค์เองเลยหรือเพคะ” หยุนฮวาแปลกใจ
“ข้าคิดถึงเ้ามากรู้มั้ยหยุนฮวา” องค์ชายรองทรงสวมกอดหมอดูสาวอย่างทะนุถนอมแล้วจูบหน้าผากนางเบาๆ
“พวกเรารีบกลับกันเถอะเพคะ” หยุนฮวารู้สึกอายเพราะรู้ดีว่าศิษย์น้องกำลังเฝ้ามองอยู่
“พวกเราดูจันทร์ด้วยกันไม่ดีกว่าหรือ” องค์ชายรองตรัสเสียงหวาน
“ไปดูที่จวนของพระองค์ดีกว่าเพคะ” หยุนฮวากล่าวอย่างเขินๆ
“555ก็ได้ คืนนี้เ้าต้องปรนนิบัติเราทั้งคืนรู้มั้ย สุดที่รัก” องค์ชายรองทรงจับจมูกของหญิงสาวอย่างหมั่นเขี้ยว
องค์ชายรองทรงจับมือหมอดูสาวค่อยๆ เดินลงบันไดสู่ตีนเขาและเดินทางกลับตำหนักองค์ชายรองด้วยกัน
เหวยเหนียงที่แอบดูอยู่ นางคิดในใจว่า “ท่านปล่อยให้ความรักบังตานี่เอง โดยไม่สนว่าอะไรถูกอะไรผิด”