ค่ำคืนนั้นหลังจากที่กลับมาจากหมู่บ้าน ไมนาสได้แต่คิดถึงสิ่งที่ได้พบและได้ฟังมาทั้งวัน ทำให้เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ใช่เป็ความจริงหรือไม่ เพราะทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ยังคงดำเนินต่อไป เขาได้แต่เตือนตัวเองในใจว่านี่อาจเป็ฝันที่ยาวนานของเขา
"วันนี้เราจะต้องไปเก็บสมุนไพรในป่าหุบที่เขาใกล้ชายหาดข้าพบเ้าที่อยู่ทางนั้น"
ในเช้าวันต่อมา ฮิวเบิร์ชกล่าวกับเด็กหนุ่มพลางชี้มือไปยังทิศทางของูเาที่ไกลออกไปพอที่จะมองเห็นอยู่บ้าง
หลังจากเดินตามฮิวเบิร์ชมาระยะหนึ่งเขารู้สึกว่าไกลกว่าระยะทางจากเรือนโอสถไปถึงหมู่บ้านอยู่บ้าง แต่จากนั้นไม่นานนักเขาก็รู้สึกได้ถึงลมทะเลและมองเห็นชายหาดอยู่ไกลๆ
"นี่ลุง! ลุงพบข้าอยู่ที่นั่นใช่ไหม แล้วลุงพาข้ากลับไปได้ยังไงกัน?"
"ก็ใช่น่ะสิ! ข้าต้องทำเปลไม้ลากเ้ากลับไป เสียเวลาไปครึ่งค่อนวัน ทำเอาข้าแทบอาเจียนเป็โลหิตเลยทีเดียว!"
ไมนาสรู้สึกทึ่งที่ได้ยินแบบนั้น และนึกสงสัยว่าตนเองมีค่าอะไรขนาดนั้นถึงได้ทำให้ฮิวเบิร์ชยอมลากเขาไปเป็ระยะทางไกลขนาดนั้น
ต่างจากความรู้สึกของฮิวเบิร์ช เพราะตอนที่พบร่างของไมนาสหลังจากตรวจไม่พบพลังชีวิตและมานาอยู่ในร่าง เขารู้สึกดีใจเป็อย่างมากที่มีโอกาสได้พบศพที่สภาพสมบูรณ์เช่นนี้ และด้วยความที่้าพัฒนาวิชาแพทย์ของตนจึง้าผ่าศพเพื่อทำการศึกษา แต่เครื่องมือต่างๆอยู่ที่เรือนโอสถจึงจำเป็ที่จะต้องนำร่างที่พบกลับไป หลังจากผ่านความยากลำบากในการนำร่างของไมนาสกลับมาได้และเตรียมการที่จะผ่าร่างเพื่อทำการศึกษาให้หนำใจ กลับพบว่าคนที่ควรจะตายไปนานแล้วกลับฟื้นขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ถึงขนาดตรวจสภาพร่างกายของเด็กหนุ่มก็พบเพียงแค่พลังชีวิตแต่กลับไม่พบมานาในร่างกายของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ฮิวเบิร์ชจึงได้แต่คิดว่าในโลกนี้อาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีมานาไหลเวียนอยู่ในร่างก็เป็ได้ และเด็กหนุ่มที่เขาพบอยู่ตรงหน้าเป็รายแรกที่เขาพบมาในชีวิต จึงคิดที่จะทำการศึกษาและจับตาเฝ้ามองเด็กหนุ่มว่าจะเป็อย่างไรต่อไป
เมื่อมาถึงตีนเขาที่มีพืชพันธุ์ต่างๆมากมาย ฮิวเบิร์ชได้บอกถึงลักษณะและวิธีเก็บของสมุนไพรที่เขา้า
“นี่คือหญ้าเกล็ดงู ลักษณะใบจะโผล่เป็ก้านขึ้นมาจากดินและมีใบเล็กๆคล้ายเกล็ดงู ข้า้าทั้งรากและใบ เอาต้นที่ใบแก่จัดสีเขียวเข้ม ต้นที่สีใบอ่อนหรือมีเมล็ดอยู่ใต้ใบข้าไม่้าเพราะมันใช้ไม่ได้ผลดี”
“อ่า...ครับลุง”
หลังจากเก็บสมุนไพรอยู่นานจนเวลาบ่ายคล้อย ฮิวเบิร์ชจึงชักชวนไมนาสกลับ ระหว่างทางกลับที่เป็ป่าโปร่งทั้งคู่สังเกตุถึงบรรยากาศรอบๆที่รู้สึกเงียบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงของแมลง ลมโชยพัดผ่านมาอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งส่งกลิ่นสาปบางอย่างมาตามลม เมื่อฮิวเบิร์ชมองไปตามทิศทางลมก็ทำให้ดวงตาเบิกโพลงลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ ไมนาสเห็นดังนั้นจึงมองไปตามสายตาของฮิวเบิร์ชแล้วก็ต้องชะงักไปเช่นกัน สิ่งที่เขาเห็นคือเงาสัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลๆกำลังเดินเอื่อยอยู่ แต่ทันใดนั้นเขาก็ถูกฮิวเบิร์ชดึงคอเสื้อให้ลงไปด้านล่างด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งหลักหัวเขาแทบจะทิ่มลงไปกับพื้น ยังดีที่เขาตั้งสติได้ทันก่อนที่จะอุทานออกไป
“นะ...นั่นมัน... หมาป่าเขี้ยวทมิฬ...มันกลับมาอีกแล้ว” ฮิวเบิร์ชกระซิบขึ้นมาราวกับคุยกับตัวเอง
“ไม่ใช่ว่าหัวหน้าหมู่บ้านเตือนแล้วไม่ใช่รึไง” ไมนาสกระซิบตอบก่อนที่ฮิวเบิร์ชจะมองมาที่เขาด้วยใบหน้าซีดเผือดและกล่าวขึ้นว่า
“โชคยังดีที่ตอนนี้เราอยู่ใต้ลมและเห็นมันก่อน ไม่เช่นนั้นพวกเราคงได้ตายไม่รู้ตัวกันแน่” ฮิวเบิร์ชกระซิบเสียงสั่น
‘ไม่ได้ฟังที่เราพูดเลยรึไง’
ไมนาสบ่นในใจแต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่จู่ๆลมที่พัดโชยเอื่อยๆจะเปลี่ยนทิศทางกระทันหันพร้อมกับแรงลมที่เพิ่มขึ้น ทั้งคู่ใจหายวาบขึ้นมาทันทีและรีบหันกลับไปยังทิศทางของหมาป่าเขี้ยวทมิฬโดยพร้อมเพรียงกันโดยแทบไม่ต้องให้สัญญาณ
“กรรรรรรรร!!!”
หมาป่าเขี้ยวทมิฬที่กำลังเดินอยู่นั้น ลมที่เปลี่ยนทิศก็พัดพากลิ่นของมนุษย์มากระทบโสตประสาทรับกลิ่นของมัน มันจึงหันไปทางเหยื่ออย่างหิวกระหายน้ำลายยืดยาว และเห็นเหยื่อที่มองมาทางมันอย่างขวัญหาย มันเริ่มขู่คำรามและเริ่มออกวิ่งหวังตะครุบเหยื่อของมันทันที
ทางด้านคนทั้งสองเห็นหมาป่าเขี้ยวทมิฬเริ่มกระโจนหมายเข้าจู่โจมพวกตน ฮิวเบิร์ชตั้งสติได้และรีบใช้พลังเวทย์ในการบงการวัชพืชที่เป็เถาวัลย์ให้เติบโตอย่างฉับพลันพร้อมทั้งพันธนาการหมาป่าเขี้ยวทมิฬเพื่อคอยถ่วงเวลาเอาไว้
หมาป่าเขี้ยวทมิฬที่กระโจนใกล้เข้ามา แต่จู่ๆก็มีเถาวัลย์งอกโผล่ขึ้นมาตวัดเกี่ยวพันร่างมันเอาไว้ มันจึงทำได้แต่ตะกุยเถาวัลย์เ่าั้อย่างบ้าคลั่ง
“ไมนาส!! รีบหนีไปเร็ว ข้าจะคอยถ่วงมันไว้”
ฮิวเบิร์ชหันมาะโเรียกสติไมนาสเพื่อให้เขาหนีไป แต่ไมนาสสังเกตุเห็นอาการเหนื่อยหอบแทบขาดใจของฮิวเบิร์ชก็พอเดาออกว่าตาลุงนี่คงใช้มานาไปแทบหมดแล้วคงวิ่งหนีไปไม่ไหวแน่
“เพ้ย!!! มัวทำอะไรอยู่รีบหนีไป!!”
แต่แทนที่เด็กหนุ่มจะออกวิ่งหนีไปกลับก้าวมาทางฮิวเบิร์ชและหิ้วร่างตาลุงขึ้นบ่าตนเองแล้วออกวิ่งทันที ภายในใจเด็กหนุ่มคิดว่าต่อให้นี่เป็ความฝันเขาก็ไม่คิดทิ้งใครเอาไว้ให้เผชิญกับอันตราย เพราะก่อนจะตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้เขาก็ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่ลังเลเช่นกัน
ฮิวเบิร์ชที่อยู่บนบ่าของไมนาสก็อึ้งไปไม่ใช่เพราะที่เด็กหนุ่มไม่ยอมทิ้งตนไว้ แต่เป็เพราะความเร็วในการวิ่งของเด็กหนุ่มในขณะที่แบกตนอยู่บนหลังไปด้วยกลับเร็วได้ถึงเพียงนี้ แต่เมื่อมองเห็นหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่กำลังตามมาก็ทำให้ฮิวเบิร์ชอุทานอย่างใเหมือนอยากจะเร่งให้เด็กหนุ่มวิ่งเร็วยิ่งขึ้น
ทางด้านหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่หลุดออกมาจากพันธนาการ เมื่อเห็นว่าเหยื่อของตนกำลังวิ่งหนีไปด้วยความรวดเร็ว มันจึงรีบไล่กวดตามไปทันทีอย่างบ้าคลั่ง
“กรรรรรรร!!!”
เสียงขู่กรรโชกจากหมาป่าเขี้ยวทมิฬไล่หลังคนทั้งสองมาเป็ระยะ จนไมนาสวิ่งหนีหลุดออกมาจากแนวป่าทึบในที่สุดและข้างทางก็เริ่มโล่งขึ้นบ้างแล้ว ไมนาสที่วิ่งมาเป็ระยะทางไกลบวกกับความกลัวจับใจ ลมหายใจเริ่มขาดห้วงและความเร็วในการวิ่งเริ่มตกลงจนหมาป่าเขี้ยวทมิฬเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“แฮรรรรร่!!!”
หมาป่าเขี้ยวทมิฬที่ไล่กวดตามมาจนใกล้จะถึงด้านหลังคนทั้งสอง มันจึงกระโจนหวังจะตะครุบกัดเหยื่อของมันทันที แต่กลับพบกลับต้องจั่วลม เนื่องจากไมนาสที่รู้สึกได้ว่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬเริ่มไล่หลังตนมาแล้วจึงหันไปมองและเห็นว่ามันจะกระโจนมาใส่พวกตน เขาจึงตัดสินใจเหวี่ยงตาลุงฮิวเบิร์ชไปอีกทางและตนก็กระโจนหลบไปอีกทาง
“แอ่ก!!!”
ฮิวเบิร์ชที่ไม่ทันตั้งตัวกระแทกกับพื้นและรู้สึกจุกนอนอยู่บนพื้น ทางด้านหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่กระโจนจั่วลมเมื่อลงถึงพื้นจึงรีบกลับตัวหันมาทางไมนาสและเห็นเด็กหนุ่มยืนหอบหายใจอยู่
ไมนาสที่กำลังปรับลมหายใจอยู่ก็สังเกตุเห็นลักษณะที่ชัดเจนของหมาป่าเขี้ยวทมิฬตัวนี้ ตัวมันมีลักษณะเป็หมาป่าตัวสูงใหญ่ ตัวมันสูงราวสองเมตรครึ่ง สีขนเทาดำทั้งตัว มีสีขาวพาดอยู่แนวหลังจากต้นคอไปจนถึงโคนหาง กรงเล็บที่งอกยาว เขี้ยวคู่สีดำสนิทราวกับโลหะยาวโพล่ออกจากปากปลายเขี้ยวมีลักษณะแหลมคนคล้ายปลายใบมีด จุดที่เด่นชัดเจนบนใบหน้ามันคือรอยแผลเป็ทางยาวพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งที่บอดสนิทของมัน
ตอนนี้ไมนาสคิดอะไรไม่ออกนอกจากต้องสู้แลกชีวิตกับมันแล้ว เขารีบคลำไปที่เอียวเพื่อหยิบมีดถางป่า แต่ก็พบกับความว่างเปล่าและนึกขึ้นได้ว่าขากลับตนเอามีดใส่ไว้ในตะกร้าสมุนไพรซึ่งตนได้เหวี่ยงทิ้งก่อนที่จะแบกตาลุงฮิวเบิร์ชวิ่งหนีมา
‘เวรเอ้ย!!’
“โฮกกกกก!!!”
ไมนาสได้แต่สบถตำหนิตนเองภายในใจ แต่เสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว อันตรายที่อยู่ตรงหน้ามันไม่รอให้เขาตั้งตัวติด หมาป่าเขี้ยวทมิฬกระโจนใส่เขาในทันที ในตอนนั้นหัวใจของเด็กหนุ่มกำลังเต้นระทึกและคิดว่าไหนตนเองก็คงไม่รอดแถมไม่มีอะไรจะเสีย อย่างน้อยก็ขอสู้กับมันสักตั้งถ้าตาลุงฮิวเบิร์ชหนีรอดไปได้ก็ถือว่ากำไรมากแล้ว ทันใดนั้นเองภาพตรงหน้าของเด็กหนุ่มก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
‘นี่มัน...?’
ภาพที่ทุกอย่างตรงหน้าเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง หมาป่าที่กระโจนใส่เขาลอยตัวอยู่ในอาการพุ่งมาหาเด็กหนุ่มเริ่มช้าลงจนสังเกตุเห็นรายละเอียดของเส้นขนของมันที่ขยับ ปากที่อ้ากว้างจนเห็นเขี้ยวและซี่ฟันทุกซี่ของมัน ทุกสิ่งรอบตัวเขาเคลื่อนไหวช้าจนถึงจุดหนึ่งก็ไม่ได้ช้าลงไปกว่านี้อีกแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เว้น การเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลงเช่นกัน ราวกับว่าเวลาได้เดินช้าลง สิ่งนี้ทำให้เด็กหนุ่มพอคาดเดาได้ว่าบางทีเวลาอาจจะไม่ได้เดินช้าลง แต่เป็ความคิดและสายตาของเขาที่รวดเร็วต่างหาก
“วูบบบบบ”
ทันทีที่หมาป่าเขี้ยวทมิฬกระโจนมาและเกือบจะได้ตัวเขา เด็กหนุ่มจึงใช้ประโยชน์จากประสาทััที่รวดเร็วนี้หลบฉากจากทิศทางของหมาป่าเขี้ยวทมิฬทันที เมื่อเบี่ยงตัวหลบพ้นวิถีคมเขี้ยวของมันแล้วเด็กหนุ่มจึงรีบโอบแขนรอบแผงคอของมันพร้อมกับออกแรงและทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านข้างของหมาป่าเขี้ยวทมิฬทันที
“ย้ากกกกกกก!!!”
“กรรรรรรร!!!”
หมาป่าเขี้ยวทมิฬเมื่อจั่วลมอีกครั้งกลับพบว่าตัวมันเสียสมดุลในทันใด ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้มันล้มลงไปด้านข้างทันทีและรู้สึกว่าลำคอขอมันถูกบีบรัดอย่างรุนแรงแต่มันก็ทำได้แค่ตะกุยเท้าของมันที่ตอนนี้อยู่ขนานกับพื้นและกรรโชกไปด้วย พร้อมกับเสียงออกแรงอย่างสุดชีวิตของไมนาสที่นอนเหยีอดอยู่ฝั่งตรงข้ามขาทั้งสี่ของหมาป่าเขี้ยวทมิฬเพื่อถ่วงไม่ให้มันลุกขึ้นมาได้พร้อมทั้งออกแรงใช้วงแขนรัดคอมันอย่างสุดชีวิต
“กรุบบบ!!!”
หลังจากกอดรัดและต่างฝ่ายต่างดิ้นรนกันอยู่ครู่หนึ่ง เสียงแตกหักดังทึบทึมจากจุดที่วงแขนของเด็กหนุ่มรัดแน่น พร้อมกับอาการดิ้นรนของหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่ค่อยๆสงบลงจนมันแน่นิ่งไปในที่สุด จนเด็กหนุ่มแน่ใจว่าเ้าสัตว์ร้ายตายสนิทจึงค่อยคลายวงแขนออกและนอนหายใจเหนื่อยหอบอย่างอ่อนแรงอยู่ตรงนั้น
นี่เป็ครั้งแรกตลอด่ชีวิตทั้งสองที่เขาได้ทำอะไรบ้าระห่ำอย่างนี้ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับรู้นี้บางทีคงทำให้เขาลืมมันไม่ลงเลยทีเดียว เพราะหากเมื่อครู่เป็เขาที่หมดแรงที่จะดิ้นรนไปก่อนย่อมเป็สิ่งที่พอนึกภาพออก มันเป็การเดิมพันด้วยชีวิตของแต่ละฝ่ายโดยแท้
เพียงครู่เดียวความรู้สึกเหนื่อยล้าต่างๆเริ่มหายไป ความรู้สึกถึงพละกำลังกลับคืนมาอย่างรวดเร็วอย่างแปลกประหลาดคล้ายกับมีกำลังเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยด้วย
“เ้า...ฆ่ามันได้ยังไงกัน!!”
ฮิวเบิร์ชที่เพิ่งหายจากอาการจุก ลุกขึ้นมามองดูไมนาสสลับกับร่างของหมาป่าเขี้ยวทมิฬอย่างเหลือเชื่อ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่รู้สึกว่าอยากจะลองสู้กับมันดูสักตั้ง ฮะๆ...” เด็กหนุ่มตอบออกไปพร้อมกับหัวเราะ
“ไอ้เด็กโง่!! ถ้าเกิดเ้าสู้มันไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง!!” แต่ฮิวเบิร์ชกลับไม่ตลกด้วยจึงตะคอกขึ้นมาอย่างเป็จริงเป็จัง
“...!”
ไมนาสได้แต่อึ้งผสมความงงงันกับท่าทีของตาลุงฮิวเบิร์ช ซึ่งเขาเห็นตาลุงนั่งมองศพของหมาป่าเขี้ยวทมิฬไม่วางตาด้วยสีหน้าที่เ็ป
“ลุงมีความหลังอะไรกับเ้านี่งั้นหรือ”
ไมนาสที่ลุกขึ้นจากพื้นปัดฝุ่นตามร่างกายพร้อมกับถามไปพลาง
“อืม...” ฮิวเบิร์ชเพียงแค่ตอบรับอย่างเลื่อนลอย
“...”
เด็กหนุ่มเห็นท่าทีดังนั้นจึงยืนอยู่ข้างๆฮิวเบิร์ชอย่างเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งจนได้ยินเสียงถอนหายใจของฮิวเบิร์ชในที่สุด
“เ้าจัดการมันได้ก็เอาชิ้นส่วนร่างกายของมันไปยื่นเป็หลักฐานเพื่อขึ้นรางวัลกับทางตัวแทนสมาคมนักผจญภัยได้”
“ขึ้นรางวัล?” เด็กหนุ่มทำหน้างุนงง
“ใช่ มีภารกิจที่ทางสมาคมตั้งขึ้นมาเพื่อล่าเ้านี่เมื่อหลายปีก่อน”
“อย่างนี้นี่เอง แล้วชิ้นส่วนของมันเอาไปทำอะไรได้บ้างนอกจากขึ้นรางวัลเหรอลุง?” เด็กหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย
“สามารถขายให้กับทางสมาคมโดยตรงหรือพ่อค้าที่้าและยังสามารถเอาไปสร้างเป็ไอเทมหรือยุทธภัณฑ์ได้ด้วย”
“แต่มีดที่พกมาด้วยผมลืมไว้ในตะกร้าสมุนไพรที่ทิ้งไว้ในป่า งั้นผมจะกลับไปเอามันก่อนแล้วกัน”
“ไม่จำเป็ มีดธรรมดาไม่ระคายผิวของมัน เ้าควรใช้เขี้ยวของมันเอง เขี้ยวของมันยาวและส่วนปลายเขี้ยวของมันคล้ายกับปลายมีด ด้วยพละกำลังของเ้าน่าจะงัดมันออกมาได้ ข้าจะกลับไปเอาตะกร้าสมุนไพรระหว่างที่เ้าจัดการตรงนี้แล้วกัน”
“จะดีเหรอลุงที่จะไปคนเดียว ผมว่ามันยังไม่ปลอดภัยนะ” เด็กหนุ่มกล่าวออกไปอย่างเป็ห่วง กลัวว่าจะมีสัตว์อสูรอื่นๆที่อยู่แถวนี้อีก
“ไม่ต้องเป็ห่วง หมาป่าเขี้ยวทมิฬตัวนี้อยู่ที่ไหนสัตว์อสูรอื่นๆไม่มาอยู่แถวนี่หรอก” พูดจบฮิวเบิร์ชก็เดินกลับไปทางที่ทั้งสองวิ่งหนีมา
เมื่อได้ยินดังนั้นไมนาสจึงเดินไปหยุดอยู่หน้าซากศพหมาป่าเขี้ยวทมิฬและใช้มือข้างหนึ่งง้างปากของมันขึ้นมาสำรวจดูจึงเห็นว่าเขี้ยวและฟันทุกซี่ของมันสีดำสนิทและมันวาว เขี้ยวที่ยาวออกมานอกปากมีลักษณะกลมรีส่วนปลายแหลมคมคล้ายปลายมีด มานาสจึงใช้มืออีกข้างหนึ่งจับตัวเขี้ยวอย่างเหมาะมือแล้วออกแรงงัด
“ฮึบบบ...!”
งึกๆๆ แกร่กๆๆ กรึบบบบ!!
ออกแรงงัดอยู่พักใหญ่ค่อยได้เขี้ยวซี่บนข้างหนึ่งออกมา ทำเอาเขาหืดขึ้นคอทีเดียว
‘นี่มัน...หนักแฮะ’
เมื่อพิจารณาดูเขี้ยวในมือ เด็กหนุ่มก็พบว่าเขี้ยวของมันมีน้ำหนักมากผิดปกติ จึงลองเอาไปเคาะกับเขี้ยวซี่อื่นในปากของหมาป่าเขี้ยวทมิฬปรากฎว่าเสียงกระทบกันที่ดังออกมากลับเป็เสียงของโลหะ เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพบความแปลกประหลาดที่สิ่งมีชีวิตจะมีอวัยวะงอกออกมาเป็โลหะเช่นนี้ ทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมาก จึงใช้คมเขี้ยวในมือกรีดเหงือกที่เหนียวแน่นบริเวณโคนเขี้ยวของมันทันทีเพราะตอนที่งัดเขี้ยวออกมาครั้งแรก เด็กหนุ่มรู้สึกได้เลยว่าความเหนียวแน่นของเหงือกเป็ปัญหาใหญ่จริงๆ เขาคาดว่าฟันและเขี้ยวของมันต้องมีค่ามากแน่ๆจึงตัดสินใจว่าจะเลาะมันออกมาทุกซี่เลยทีเดียว
หลังจากพยายามอยู่นานในการเลาะฟันแต่ละซี่เขาก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เนื่องจากเขาพบแหวนเงินวงหนึ่งติดอยู่ระหว่างซอกฟัน จึงดึงมันออกมาพบว่ามันผิดรูปไปแล้วเมื่อดูอย่างละเอียดภายในแหวนมีรอยสลักอยู่ด้านในค่อนข้างเลอะเลือน เป็เวลาเดียวกับที่ฮิวเบิร์ชกลับมาจากการเอาตะกร้าสมุนไพรกลับมา
“นี่เ้าเก็บชิ้นส่วนไปถึงไหนแล้ว? นี่เ้ายังไม่ถลกหนังมันอีกหรือนี่รีบๆเร่งมือเข้าอย่าลืมผ่าท้องมันดูในกระเพาะด้วยเผื่อมีขุมทรัพย์และอย่าลืมผ่าเอาดวงธาตุมานาของมันด้วย ของพวกนี้ราคาดีทั้งนั้น”
“ลุง ผมพบแหวนเงินวงนึง”
เมื่อฮิวเบิร์ชเห็นแหวนวงนั้นก็แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาและกล่าวพร้อมเสียงสะอื้น
“ได้โปรด ขอแหวนวงนั้นให้ข้า”
เด็กหนุ่มไม่เคยได้ฟังถ่อยคำขอร้องจากปากฮิวเบิร์ชมาก่อน นั่นย่อมแน่นอนเพราะอยู่ด้วยกันเพียงไม่นาน แต่ดูจากลักษณะนิสัยแล้วเขาก็พอจะอนุมานได้ว่าตาลุงไม่ใช่คนที่จะขอร้องอะไรใครง่ายๆ และแหวนวงนี้คงมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับตาลุงคนนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงมอบแหวนวงนั้นให้กับฮิวเบิร์ชทันที
หลังจากที่ได้รับแหวนฮิวเบิร์ชก็ไปนั่งอยู่ใต้ร่มไม้เงียบๆคนเดียว ส่วนเด็กหนุ่มก็เลาะฟันและเขี้ยวของหมาป่าเขี้ยวทมิฬจนหมดได้มารวมกันสี่สิบแปดซี่ ต่อจากนั้นจึงเริ่มแล่และถลกหนังมันออกมาใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากนี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาทำการแล่หนังสัตว์แถมยังเป็สัตว์อสูรที่ิัทนทานอย่างที่สุด สุดท้ายจึงเป็การผ่าเพื่อดูอวัยวะภายในตามคำแนะนำของฮิวเบิร์ชเพื่อหาดวงธาตุมานาของมันและผ่ากระเพาะเพื่อดูว่ามีขุมทรัพย์อันใดติดอยู่บ้างหรือไม่ และก็เป็จริงอย่างที่ฮิวเบิร์ชบอกเพราะภายในกระเพาะของมันมีแหวนอีกวงหนึ่ง แต่แหวนวงนี้ไม่เหมือนเครื่องประดับทั่วไปเพราะดูจากวัสดุที่ใช้สร้างแหวนไม่เหมือนกับโลหะมีค่าที่เขาเคยเห็นหรือรู้จักเขาอยากจะถามฮิวเบิร์ชแต่เมื่อเห็นว่าตาลุงเอาแต่นั่งเหม่อมองแหวนอยู่ด้วยใบหน้าหวนรำลึกบางอย่าง เขาจึงเก็บเอาไว้ถามทีหลังและเริ่มมองหาส่วนที่เป็ดวงธาตุมานาซึ่งเด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่ามันมีลักษณะเป็อย่างไร จนกระทั่งไปสะดุดตากับอวัยวะหนึ่งที่ดูแปลกตาอยู่ใกล้กับหัวใจ
‘สิ่งนี้น่าจะใช่ดวงธาตุมานาแล้วละมั้ง’
สิ่งที่เด็กหนุ่มเห็นคืออวัยวะทรงกลมขนาดเล็กเชื่อมต่ออยู่กับสิ่งที่ดูคล้ายเส้นเืที่มีสีน้ำเงินเข้มแผ่ไปทั่วอวัยวะต่างๆ ดูๆไปก็เหมือนกับหัวใจดวงเล็กๆ เมื่อเด็กหนุ่มผ่าออกดูก็พบว่าภายในอวัยวะทรงกลมมีลูกแก้วอยู่ มันมีสีน้ำตาลอ่อนโปร่งใสไร้สิ่งเจือปนใด เขาจึงเก็บมันเอาไว้
เมื่อรวบรวมสิ่งที่้าจากซากหมาป่าเขี้ยวทมิฬจนพอใจ ก็เหลือทั้งไว้เพียงซากหมาป่าตัวให้ที่โดนถลกหนังและเืกองเท่านั้น
“ลุง เรากลับกันเถอะ”
“อืม...”
ฮิวเบิร์ชตอบรับคำหนึ่งและลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมกับเด็กหนุ่มจนถึงเรือนโอสถก็เป็เวลาพลบค่ำแล้ว ในคืนนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันถึงเื่ในวันนี้ เพราะเด็กหนุ่มเห็นว่าฮิวเบิร์ชเซื่องซึมั้แ่ได้แหวนวงนั้นไป เขาจึงไม่อยากรบกวนอีกฝ่าย
*********
ค่ำคืนเดียวกัน ภายในป่าที่ซากศพหมาป่าเขี้ยวทมิฬ เงาดำขนาดใหญ่โฉบลงและหิ้วซากหมาป่าขึ้นไปอย่างไม่ยากเย็นราวกับซากศพนั้นไร้น้ำหนัก
“แกว๊กกก!”
เสียงของสัตว์อสูรมีปีกกึกก้องไปทั่วป่าแถบนั้นซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดที่อยู่ในรัศมีจะได้ยินเสียงของมัน เพราะถ้าหากใครที่มาพบเห็นมัน จะต้องสร้างความสั่นะเืไปทั้งหมู่บ้านแน่นอน