ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๗๓ สิบห้ามงกุฎยอดคงกระพัน (re-edition)

            สถานการณ์ในตลอดพันปีของแผ่นดินชมพูทวีปเกิดการสู้รบขึ้นมากมาย ในส่วนของสหพันธรัฐมีแปดแคว้นใหญ่เป็นหลัก ได้แก่ อโยธยา มหาการีย์ มัธยะปุรา กุมพกาม โอริสา โกษิยะ นรยาปุระ และฉัตตีสครห์

            สามแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดคือ อโยธยา มหาการีย์ และกุมพกาม

            อโยธยาเป็นแคว้นที่มั่งคั่งที่สุดเนื่องด้วยเป็นดินแดนที่อยู่กึ่งกลาง ภูมิศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มประกอบด้วยลำน้ำสาขาใหญ่น้อยมากมาย ทั้งยังมีชายฝั่งทะเลอันยืดยาวและมีเมืองท่าขนส่งนับร้อยๆ แห่ง ทำให้เศรษฐกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด

            ในด้านการทหารของอโยธยาก็แข็งแกร่งสุดขั้ว โดยเฉพาะกองกำลังของอโยธยาเองก็มีกองทหารแกร่งกว่าห้าล้านนาย ยังไม่นับกองกำลังของเมืองใต้ปกครองต่างๆ

            ทั้งยังมียอดยุทธ์ลำดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน ‘เจ้าดาราจักร’ เป็นเสาหลักแห่งแคว้นอีกด้วย

            มหาการีย์เป็นแคว้นที่อยู่ริมสุดด้านทิศตะวันตกก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ‘จ้าวมหาการีย์’ กษัตริย์แห่งแคว้นกว่าสามรุ่นได้ดำเนินนโยบายขยายดินแดนอย่างต่อเนื่อง ทำการกลืนกินแคว้นทางตะวันตกจนหมดสิ้น ท้องพระคลังก็อัดแน่นด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย

            ล่าสุดได้ยึดครองแผ่นดินของแคว้นมัธยะปุราได้กึ่งหนึ่ง แผ่นดินมหาการีย์แผ่ขยายกว้างไกลที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักรมา กำลังทหารก็แข็งแกร่งห้าวหาญมีจำนวนกว่าแปดล้านนาย เป็นที่หวาดผวาของแคว้นอื่นอย่างยิ่ง

            และมันสมองของพวกมันคือยอดยุทธ์ลำดับสามแห่งแผ่นดิน ‘มหาเวทย์ดาวดึงส์’ ราชครูผู้มีปัญญาเทียมฟ้า มันผู้นี้สามารถนำแคว้นมหาการีย์พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด

            ส่วนกุมพกามแคว้นใหญ่ทางด้านทิศใต้เป็นแคว้นเก่าแก่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าห้าพันปีและเคยมีอิทธิพลสูงสุดในภูมิภาค แต่เนื่องด้วยปัญหาภายในเกิดการแก่งแย่งชิงแผ่นดินของสามราชวงศ์ที่มีมากกว่าร้อยปี ทำให้แคว้นกุมพกามลดบทบาทต่อสหพันธรัฐลง

            แต่ถึงกระนั้น .. แผ่นดินแคว้นกุมพกามมีทรัพยากรจำนวนมหาศาล ทั้งยังประกอบด้วยยอดยุทธ์ ยอดขุนพล และกองทหารอีกกว่าหกล้านนาย .. จึงถือเป็นเสือหลับที่รอการตื่นอีกแคว้นหนึ่ง

            หากสามารถจัดการปัญหาภายในได้สงบเรียบร้อย กุมพกามจะกลับมาผงาดเป็นลำดับหนึ่งอีกครั้ง

            .. ทั้งสามแคว้นที่กล่าวมาคือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคนี้

            แต่หลังปรากฏการณ์มังกรที่แคว้นโอริสา .. ทั้งสามแคว้นยังมีอำนาจเช่นเดินหรือไม่

            กล่าวคือเมื่อสามพันปีก่อนการกำเนิดของ ‘ราชันมังกร’ บุคคลก่อตั้งแคว้นโอริสาผู้เกรียงไกรนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับแผ่นดินมาครั้งหนึ่ง เพียงห้าปีบุรุษผู้นี้ทำลาย ‘คุปยะ’ ราชวงศ์อันโหดร้ายจนสิ้นซากราวใช้ฝ่าเท้าลบคำบนพื้นทราย

            แล้วจึงยึดครองดินแดนก่อตั้งเป็นรัฐโอริสาขึ้นมา ทั่วทั้งทวีปต่างยกย่องให้บุรุษผู้นี้เป็นบุคคลแห่งยุค และคาดการณ์ว่ามันจะนำพาแคว้นโอริสาขึ้นเป็นลำดับหนึ่ง

            .. แต่มหาบุรุษราชันมังกรก็หายสาบสูญจนไร้ร่องรอย ..

            หลังจากนั้นแคว้นโอริสาดำรงสถานะเพียงแคว้นใหญ่แคว้นหนึ่ง ถึงมิได้ยิ่งใหญ่เท่าสามแคว้นข้างต้นแต่ก็ไม่มีแคว้นใดดูแคลนพวกมันได้ เนื่องด้วยราชวงศ์ ‘มหาเทวา’ ผู้สืบเชื้อสายโดยตรงของราชันมังกรนั้นต่างก็ปรีชาสามารถ

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ .. ‘มังกรเรืองโรจน์’ เจ้าฟ้ามหาอุปราชแห่งแคว้นโอริสา มันรั้งอยู่ลำดับสองของทำเนียบยอดยุทธ์แห่งสหพันธรัฐ พลังฝีมือเป็นรองเพียง ‘เจ้าดาราจักร’ แห่งอโยธยาเท่านั้น

            .. สวรรค์เสริมส่ง .. ราชันมังกรกลับมาแล้ว

            ส่วนแคว้นหลักอีกสี่แคว้นและแคว้นเล็กแคว้นน้อยที่เหลือต่างรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ดำเนินนโยบายผูกมิตรกับแคว้นใหญ่ทั้งหลาย รวมทั้งสร้างสายสัมพันธ์กับมหาอาณาจักรภายนอกอีกด้วย

            แคว้นนรยาปุระผสานผลประโยชน์กับอาณาจักรอะราวัลลีอันยิ่งใหญ่ แคว้นฉัตตีสครห์ยอมกล้ำกลืนอยู่ใต้อาณัติของอาณาจักรมหารัชชะ และแคว้นโกษิยะก็ใกล้ชิดแนบแน่นกับอโยธยาและกุมพกาม

            แคว้นมัธยะปุราที่เพิ่งเสียดินแดนให้กับมหาการีย์ กษัตริย์องค์ใหม่แห่งแคว้น ‘เจ้านพเทพ’ ก็สร้างสายสัมพันธ์อันดีกับอโยธยาและโอริสา

            พระองค์ตั้งพระทัยเป็นแน่วแน่ที่จะยึดครอง ‘กรุงนพรัตน์’ ราชธานีเดินกลับคืนมาให้ได้

             

            ..กุ๊บกั๊บ .. กุ๊บกั๊บ .. กุ๊บกั๊บ .. เสียงของฝีเท้าม้า .. ในความมืดของราตรีเงาของม้าพ่วงพีตัวหนึ่งห้อตะบึงด้วยความรวดเร็วประดุจสายลม ม้าตัวนั้นวิ่งลดเลี้ยวไปตามทางน้อยกลางป่าลึก

            บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าศึก มันมีรูปร่างผอมสูงผิวคล้ำกร้าน หน้าตาซูบซีดแต่ดวงตาสุกใส ริมฝีปากประดับด้วยหนวดเรียวยาว ที่กลางหลังของมันยังมีหนึ่งดาบหนึ่งโล่สะพายไว้ ..

            ห่างไปสิบเส้นปรากฏคบแสงเพลิงยาวจำนวนห้าสาย เหมือนดังอสรพิษร้ายเลื้อยติดตามมา

            .. บุรุษผู้นั้นกำลังหลบหนี !!!

            และผู้ที่ตามล่าคือกลุ่มทหารจำนวนห้าขบวน .. ล้วนเป็นกองทหารม้าทั้งสิ้น

            บุรุษบนหลังม้าเหลียวหน้ากลับไปดูวูบหนึ่ง แล้วจึงนำแซ่ฟาดตูดม้าเร่งความเร็วอย่างไม่คิดชีวิต ..

            บนยอดไม้ที่ห่างไกลมีเงาดำวูบวาบกว่าห้าสิบสายลอยละลิ่ว ท่าร่างของพวกมันว่องไวราวกับวิญญาณของภูตผีร้าย ..

            เงาดำแบ่งกำลังเป็นซ้ายขวาบีบกระชับมาในทิศทางด้านหน้าของทางเส้นน้อยที่บุรุษผู้นั้นกำลังใช้หลบหนี

            “!!!” บุรุษบนหลังม้ารับรู้ถึงการถูกโอบล้อม มันเร่งความเร็วม้าวิ่งผ่านทางโค้งไม่มีท่าทีรีรอแม้แต่น้อย

            กุ๊บกั๊บ .. กุ๊บกั๊บ .. กุ๊บกั๊บ .. ม้าศึกวิ่งจนน้ำลายแตกฟอง .. ขาทั้งสี่ตะกุยไปข้างหน้า .. เส้นทางปกคลุมด้วยความมืดของผืนป่า .. มันวิ่งไปตามทิศทางที่ถูกบุคคลที่ขับขี่บังคับให้วิ่งไปเท่านั้น

            เพียงวิ่งออกจากทางโค้ง .. ตะกรุดที่หน้าผากของบุรุษผู้นั้นสั่นกระตุก .. เสียงวัตถุพุ่งแหวกอากาศเข้ามา ..

            .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. พลังปราณมรณะพุ่งหาบุรุษและม้าของมันอย่างรวดเร็ว

            .. ฉึกกกก! เส้นสายสีดำพุ่งทะลุต้นขาหน้าของม้าศึก

            .. ฉึกกกก! เส้นสายสีดำอีกเส้นพุ่งทะลุเข้าสะโพกซ้ายทะลุออกไปอีกฝั่งหนึ่ง

            .. ฉึกกกก! อีกสายหนึ่งพุ่งเข้าลำคอม้าจนเลือดสาดกระจาย

            .. ฟิ๊ววววว .. อีกสายวิ่งผ่านบนอานม้าไปเป้าหมายคือบุรุษผู้ขับขี่

            อี๊ .. ฮี๊ .. ฮฮฮฮฮฮฮ .. เสียงของม้าร้องด้วยความเจ็บปวด เส้นสายทั้งสามพุ่งทะลุร่างกายอันพ่วงพีของมัน

            โครมมมม !!! เสียงม้าศึกล้มลงอย่างแรง .. ร่างไถลลื่นไปตามพื้น

            .. แต่บุรุษบนหลังม้าหายไปแล้ว !!!

            เห็นเพียงเงาดำวูบวาบของบุคคลผู้นั้นกระโดดออกจากหลังม้า แล้วจึงวิ่งตะบึงด้วยสองเท้าหายเข้าไปในป่าข้างทาง

            .. ที่ทำร้ายม้าคือเส้นลวดแกร่ง ที่ปลายเป็นหัวลูกศรแหลม ทั้งหมดถูกยิงออกจากอุปกรณ์ชนิดหนึ่งจากกลุ่มบุคคลที่ซุ่มอยู่บนต้นไม้ข้างทาง

            “ฮี ฮี ฮี .. รวดเร็วยิ่งนัก ..” เสียงชายร่างเล็กบนต้นไม้

            “ฝีมือมิใช่ชั่ว .. น่าสนใจ ..” เสียงของชายอีกผู้หนึ่ง

            “ดูซี ! มันจะหนีรอดไปได้หรือไม่ ฮา ฮา ..” ชายอีกผู้หนึ่งกล่าวแล้วจึงหัวเราะเสียงดัง

            เสียงตวาดของชายร่างสูงที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม “พวกเจ้าอย่ามัวแต่หยอกล้อมัน รีบช่วงชิงสิ่งของมาให้จงได้”

            กลุ่มผู้แอบซุ่มคือมือสังหารสวมชุดอำพรางสีดำโผล่เห็นเพียงลูกตา .. และลูกตาของพวกมันมีสีดำสนิทหามีลูกตาขาวดังผู้คนทั่วไป

            ชายชุดดำกระโดดเด้งไปตามทิศทางของบุรุษผู้หลบหนี .. ชายผู้เป็นหัวหน้ากระโดดขึ้นยอดไม้ส่งสัญญาณบางอย่างให้กับพรรคพวกที่กำลังโอบล้อมเพื่อให้ติดตามมา

            บุรุษผู้หลบหนีทุ่มเทท่าร่างพุ่งไปอย่างรวดเร็ว .. มือขวาโอบกระชับสิ่งของที่หน้าอกถูกบรรจุอยู่ในห่อผ้าสีดำพันไว้กับร่างกายอย่างแน่นหนา

            มันวิ่งหลบหนีมาอีกเพียงชั่วครู่บรรยากาศรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกผิดปกติ .. เสียงอันแหบพร่าเสียงหนึ่งดังเข้ามากระทบโสตของบุรุษผู้หลบหนี

            “พันวายุ ! วางศีรษะของเจ้าไว้ .. ฮา ฮา”

            “!!!” บุรุษผู้หลบหนีถึงกับสะดุ้ง มันถูกติดตามจนทันแล้ว

            .. บุคคลผู้นี้คือ ‘พันวายุ’ หนึ่งในสี่ทหารเอกของขุนอินทรพิทักษ์ผู้เป็นขุนพลคนสำคัญของแคว้นมัธยปุรา

            พันวายุเสียสมาธิเพียงครู่ .. ปรากฏพลังปราณกล้าแกร่งสามสายพุ่งมาจากด้านหลัง มันหมุนตัวกลับอย่างฉับพลัน มือซ้ายปลดอาวุธที่อยู่กลางหลังลงมา

            .. แคล้งงง !!! แคล้งงง !!! คล้างงง !!! เสียงโลหะปะทะกันจนเกิดประกายไฟวูบวาบ

            พันวายุใช้โล่โลหะทรงกลมสกัดลูกศรทั้งสามดอกเอาไว้ แต่พลังถูกส่งมาอย่างแรงกระแทกร่างของมันกระดอนถอยไปตามสภาวะ

            ฮึ .. พันวายุหมุนตัวพลิกกลับอีกครั้งหนึ่ง .. ดาบในมือขวางฟาดหน้าอกไว้ ..

            .. ฟื๊บบบ ! ฟื๊บบบ ! เส้นสายเรียวเล็กสีดำสนิทสะบัดลดเลี้ยวพุ่งเข้าหาดังอสรพิษร้าย

            .. แคล้งงง !!! แคล้งงง !!! เกิดสะเก็ดประกายไฟสว่างวาบ พันวายุฟาดฟันออกสองดาบสกัดสายโซ่สีดำที่ถูกสะบัดออกจากมุมมืด

            .. ฟิ๊ววววว .. ลูกศรอีกหนึ่งดอกพุ่งเข้าหาจากด้านหลัง

            .. คล้างงง !!! พันวายุนำโล่โลหะต้านปัดลูกศรนั้นจนพ้นทาง .. แล้วจึงหยิบยืมพลังกระแทกถอยกายออกจากวงล้อม

            พันวายุหลบรอดจากสายโซ่ และลูกศรซึ่งถูกยิงจากสิ่งประดิษฐ์ที่ติดอยู่บนท่อนแขนของมือสังหารชุดดำทั้งสี่

            ฮ่า ฮ่า .. เสียงหัวเราะอันแหบแห้ง มาพร้อมกับเส้นสายพลังปราณสีดำปิดเส้นทางหลบหนีของพันวายุเอาไว้

            .. ฟื๊บบบ ! ฟื๊บบบ ! ฟื๊บบบ ! .. เสียงแหวกอากาศของสายโซ่

            พันวายุพุ่งกายเข้าหา .. ดาบในมือสะบัดออกอย่างแยบคายเข้าปะทะกับพลังปราณที่หมายชีวิตของมัน

            .. แคล้งงง !!! .. แคล้งงง !!! .. แคล้งงง !!! .. แคล้งงง !!! .. แคล้งงง !!!

            ดาบกับสายโซ่ต่างโรมรันต่อสู้กันอย่างดุเดือด พันวายุถูกสกัดไว้ไม่สามารถเคลื่อนกายหลบหนีไปได้

            มือสังหารชุดดำทั้งสี่ได้กระชับวงล้อมเข้ามาจากด้านหลัง .. ห่างไปเพียงหนึ่งเส้นเงาดำของมือสังหารอีกกว่าห้าสิบร่างลอยละลิ่วมาตามยอดไม้ พวกมันเริ่มจัดขบวนเพื่อโอบล้อม ..

            สถานการณ์ของพันวายุผู้หลบหนีกำลังคับขัน .. หากไม่สามารถผ่านบุคคลผู้ใช้โซ่เป็นอาวุธที่เบื้องหน้ามันต้องถูกกักขังอยู่ในวงล้อมนี้แล้ว

            “มีวิชาเพียงเท่านี้ กลับกล้ามาลองดีทัพมหาการีย์เรา .. ฮี ฮี” เสียงจากผู้ที่ขวางทาง

            พันวายุใช้มือซ้ายกระชับโล่โลหะ .. มือขวากระหวัดดาบ .. สองเท้าถีบพื้นพุ่งเข้าหาบุคคลผู้นั้นในทันใด

            “ฮึ! ที่แท้ก็เป็นเจ้า .. จอมตรีภูต .. ข้าจะนำหัวเจ้าไปเส้นไหว้เหล่าทหารมัธยปุรา” พันวายุกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด

            “จะตายอยู่แล้ว .. ยังปากดี ..” เสียงอันเยือกเย็น มันคือจอมตรีภูตผู้บัญชาการกองภูตทมิฬแห่งทัพมหาการีย์ผู้โด่งดัง

            “เก่งกล้าสามารถ ก็ลองรับดาบนี้ของข้า ..” พันวายุตวาดก้อง

            พันวายุร่างพุ่งทะยานนำโล่โลหะกระแทกสายโซ่พ้นทาง .. แขนขวาเงื้อดาบฟาดฟันลงมา .. กระบวนท่าทั้งรวดเร็วและรุนแรง

            .. ดาบตัดสายชล !

            ปราณดาบอันคมกริบถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง .. ดาบนี้สามารถผ่าร่างคชสารตัวโตได้ออกเป็นสองซีก

            “ฮี ฮี ..” จอมตรีภูตหัวเราะเยาะ มันมิได้ถอยหลบแม้เพียงก้าว .. นั่นเพราะจะเป็นการเปิดช่องว่างให้พันวายุใช้หลบหนีออกจากวงล้อมไป

            จอมตรีภูตสะบัดมือทั้งสองควบคุมสายโซ่สีดำสนิทเคลื่อนไหวดังมีชีวิต โซ่หมุนวนเป็นกรวยเกลียวเข้าหาพลังปราณดาบ

            .. เกลียวภูตสลายวิญญาณ !

            กระบวนท่าสลายพลังของจอมตรีภูต เกลียวปราณดำทะมึนถูกส่งออกผ่านสายโซ่หมุนรอบตัวดาบ

            ฮึ ! พันวายุปรับเปลี่ยนกระบวนท่าในทันใด ทำการอัดพลังปราณบังคับดาบบินพุ่งเข้าใส่จอมตรีภูต

            ดาบทั้งด้ามถูกดูดเข้ากึ่งกลางเกลียวโซ่ พลังสายโซ่เกลียวหมุนกระชากจนพลังปราณที่แฝงมากับตัวดาบกระจายออกรอบข้างจนหมดสิ้น

            .. แกร็กกก ! แกร็กกก ! แกร็กกก !

            ดาบโลหะชั้นดีลอยค้างอยู่กลางอากาศ ถูกสายโซ่หมุนรัดบิดเบี้ยวผิดรูปจนหมดสภาพ

            .. ดูเหมือนพันวายุจะพ่ายแพ้ในกระบวนท่านี้

            แต่ ..

            ร่างของพันวายุกระโดดลอยอยู่ด้านบนจอมตรีภูตแล้ว .. มันเงื้อหมัดขวาพร้อมที่จะปล่อยพลังชกออกได้ทุกเมื่อ

            มือสังหารภูตทมิฬที่ด้านหลังเห็นเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง พวกมันระดมยิงลูกศรออกจากอุปกรณ์ที่แขนโดยทันที

            .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. ฟิ๊ววววว .. ลูกศรบรรจุปราณทมิฬพุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของพันวายุ

            พันวายุไม่เหลียวหน้ากลับมาดูแม้แต่น้อย คนยังจดจ่ออยู่กับจอมตรีภูตคู่ต่อสู้ที่เบื้องหน้า .. แล้วจึงชกหมัดขวาเข้าใส่

            .. สิบห้ามงกุฎยอดคงกระพัน !

            ร่างของพันวายุมีสุดยอดวิชาไสยเวท .. มันฝังตะกรุดศักดิ์สิทธิ์สิบห้าชิ้นไว้ทั่วกาย ..

            ตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังไว้ในหมัดและแขนของพันวายุสั่นสะท้าน ก่อเกิดพลังจากวิชาไสยเวทเพิ่มความรุนแรงให้พลังปราณที่ส่งผ่านพลังหมัดเป็นร้อยๆ เท่า

            “!!!” จอมตรีภูตตกตะลึงกับพลังที่ด้านหน้า แต่มันมีประสบการณ์ต่อสู้มาโชกโชนจึงนำหมัดซ้ายชกออกปะทะในทันที

            .. หมัดภูตพราย !

            .. เปรี๊ยง ! หมัดของจอมตรีภูตชกเข้าหน้าอกของพันวายุอย่างแรง

            .. เปรี๊ยงงงง ! หมัดของพันวายุกระแทกเข้าใบหน้าของจอมตรีภูตจนหน้าเบ้เหยเก โลหิตพุ่งสาดกระจายออกมาจากปากจมูก

            พลังปราณของทั้งสองอัดกระแทกจนต้นไม้รอบข้างเอนลู่ ผงฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

            .. ขณะเดียวกันลูกศรทั้งสี่ก็ปะทะเข้ากลางหลังของพันวายุ

            .. คล้าง ! คล้าง ! แคล้ง ! แคล้ง ! แต่ลูกศรกระดอนออกราวยิงถูกผนังเหล็กกล้า

            ด้วยวิชา ‘มงกุฎยอดคงกระพัน’ และตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบห้าชิ้นที่ฝังอยู่ ทำให้ร่างกายของพันวายุแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ

            สิ้นเสียงปะทะ .. ร่างของจอมตรีภูตถูกชกกระแทกถอยไปกว่าสิบก้าว

            เพียงชั่วครู่ผงฝุ่นรอบข้างก็สงบลง .. กองกำลังภูตทมิฬอีกห้าสิบตนมาถึงแล้ว .. ต่างรายล้อมอยู่ทั่วบริเวณ ..

            .. แต่ร่างของพันวายุได้หายสาบสูญไปแล้วเช่นกัน .. เหลือไว้เพียงดาบคู่กายที่มีสภาพหงิกๆ งอๆ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเล่มหนึ่งเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน