บทที่ 33 เงินหายไปไหน (รีไรต์)
พ่อเฒ่าลู่ก้มหน้าลง ไม่พูดไม่จาแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้เขาก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าที่บ้านจะวุ่นวายแค่ไหน เขาก็ไม่พูดอะไรสักคำ ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปากก็สามารถทำให้เรื่องราวสงบลงได้
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายยอม แต่จริง ๆ พวกเขาบรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว
เจ้าของร่างเดิมโง่เขลา คิดว่าตัวเองเก่งกาจเป็นอย่างมาก ทว่าหล่อนกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเป็นคนโง่เขลาอย่างสิ้นเชิง
ในโลกนี้ไม่มีใครโง่เขราไปกว่าหล่อนอีกแล้ว
“เธอไม่ได้หาเงินสักหยวนเดียว เงินพวกนี้ทั้งหมดลูกชายฉันหามา อีกอย่าง พวกเราก็ยังไม่ได้แยกครอบครัวกัน” แม่เฒ่าลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ก่อนจะแสร้งไออย่างรุนแรงหลายครั้ง ฟังแล้วเหมือนไอไม่มีผิดเพี้ยน
ท่าทางแบบนั้นดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อย
หากเป็นคนอื่นอาจจะตกใจกลัวจนตายไปแล้ว กลัวว่าหญิงชราจะเป็นวัณโรค แล้วรีบหนีออกไป ทว่าคนตรงหน้านี้คือเมิ่งว่านถัง การไอแบบนี้ แม้แต่จะไปเป็นนักแสดงก็ยังได้
แม่เฒ่าลู่คิดว่าเมิ่งว่านถังจะต้องโมโห แต่ใครจะไปรู้ว่าเมิ่งว่านถังกลับยิ้มออกมา
รอยยิ้มที่ทำให้คนเห็นรู้สึกขนลุกซู่
ก่อนหน้านี้ เมิ่งว่านถังไม่รู้ว่าแม่เฒ่าลู่เป็นคนแบบไหน ยังคิดว่าเจ้าของร่างเดิมสร้างเรื่องมากเกินไป แต่ตอนนี้รู้แล้ว เธอจะยอมกลืนความโกรธนี้ลงคอไปได้อย่างไร
เจ้าของร่างเดิมโง่เง่า ชั่วร้าย คนที่หล่อนทำผิดมากที่สุดคือลูก ๆ ทั้งสามคนในบ้านต่างหาก
พ่อเฒ่าลู่และแม่เฒ่าลู่ก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเหตุการณ์นี้
แถมยังมีพี่สะใภ้คนโต พี่สะใภ้ก็เป็นคนน่าสงสาร ถูกพ่อแม่สามีหลอกใช้ แล้วยังต้องมาช่วยนับเงินให้พวกเขาอีก!
เมิ่งว่านถังที่เติบโตขึ้นมาใต้ธงแดง มีความรู้สึกยุติธรรมเต็มเปี่ยม ทนเห็นเรื่องแบบนี้ไม่ได้ เธอเกลียดการกระทำแบบนี้ที่สุด ถ้าไม่เปิดโปงคนแก่นี่สองคน เธอคงนอนไม่หลับแน่ ๆ
“อ้อ ที่แท้พวกเรายังไม่ได้แยกครอบครัวกันอีกเหรอ?” เมิ่งว่านถังพูดพลางขมวดคิ้ว
ดวงตาของแม่เฒ่าลู่ฉายแววความพึงพอใจ มันเป็นความรู้สึกเหนือกว่าที่ได้เล่นงานคนอื่นอยู่ในกำมือ
เมิ่งว่านถังรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก
“ในเมื่อครอบครัวเรายังไม่ได้แยกบ้านกัน งั้นก็แยกวันนี้เลยแล้วกัน” เมิ่งว่านถังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พ่อเฒ่าลู่และแม่เฒ่าลู่ต่างตกตะลึง
“ไม่แยก!”
แม่เฒ่าลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับตัวเองไม่ใช่คนป่วยอีกต่อไป
เมิ่งว่านถังหรี่ตามองแล้วหัวเราะเยาะ “ฝันกลางวันอยู่เหรอ? คุณบอกว่าไม่อยากแยกก็จะไม่แยกเลยงั้นเหรอ? งั้นฉันจะบอกให้รู้เอาไว้นะ ต่อให้เป็นเทวดาฟ้าดินที่ไหนมาเอง วันนี้ก็ต้องแยกครอบครัวให้ฉัน เฟิงอวี้เหม่ยไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา ฉันไม่เอาเงินหนึ่งหยวนของเธอแล้ว!”
เฟิงอวี้เหม่ยแอบดูอยู่ที่หน้าประตู เดิมทีก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่กลับถูกเรียกชื่อขึ้นมา หล่อนถึงเก้อเขินเล็กน้อย
เธอกำลังลำบากใจ แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย แล้วนึกถึงลูกชายที่ป่วย แต่แม่เฒ่าลู่กลับไม่ยอมให้เงินเฑอเพื่อไปรักษาลูก จึงรึบวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ลู่ชิงซุ่นวิ่งตามไปคว้ามือเธอเอาไว้ แล้วพูดว่า “เธอจะไปไหน? เธอโง่แล้วหรือไง?”
“นายนั่นแหละที่โง่!”
เฟิงอวี้เหม่ยมีลูกหลายคน มีพี่ชายหกคน เธอเป็นลูกสาวคนเดียว ถือว่าได้รับความรักอย่างมากในครอบครัว แม้ว่างานอะไรก็ต้องทำ แต่พอเกิดเรื่องก็มีพี่ชายหกคนคอยหนุนหลัง
แต่งงานแล้วก็ไม่กลัวว่าจะถูกคนอื่นรังแก
ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าเมิ่งว่านถังทำเกินไป จึงช่วยเหลือแม่เฒ่าลู่ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา กลับเป็นเมิ่งว่านถังคนนี้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
เฟิงอวี้เหม่ยเป็นคนตรงไปตรงมา แต่เธอไม่ได้โง่
เธอสะบัดมือลู่ชิงซุ่นออกแล้ววิ่งออกไป ไม่นานก็พาหัวหน้าหมู่บ้านมาได้
ลู่กว่างจวินได้ยินว่าครอบครัวลู่จะแยกบ้านกัน ก็เลยชวนพี่ชายคนที่สามลู่กว่างเสวียมาเป็นพยานด้วย
ยังไม่ทันเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงแม่เฒ่าลู่ร้องไห้โวยวาย
ลู่กว่างจวินขมวดคิ้ว รู้สึกเบื่อหน่ายเป้นอย่างมาก
ภรรยาของชิงเเหยี่ยคนนี้ช่างก่อเรื่องไม่เว้นวันจริง ๆ
ในหมู่บ้านของพวกเขาไม่เคยเห็นภรรยาคนไหนที่สร้างความวุ่นวายได้ขนาดนี้มาก่อน
“หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว!”
เฟิงอวี้เหม่ยตะโกนอยู่ที่ลานบ้าน จากนั้นก็หลบอยู่นอกห้องไม่กล้าเข้าไปข้างใน
“กว่างจวิน คุณมาแล้วเหรอ? รีบมาตัดสินให้พวกเราหน่อย ครอบครัวเราอยู่กันไม่ได้แล้ว” แม่เฒ่าลู่เห็นลู่กว่างจวินก็เริ่มร้องไห้ พลางบีบน้ำตาอย่างเศร้าโศก
“พี่สะใภ้สี่ อย่าเพิ่งร้องไห้เลย มีอะไรพวกเราค่อย ๆ พูดกันให้เข้าใจก่อน” ลู่กว่างจวินไม่ชอบยุ่งเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ แต่เขาก็ชอบที่คนอื่นให้ความเคารพนับถือตัวเอง
เมื่อเขานั่งลงบนเตียงแล้วพูดแบบนี้ แม่เฒ่าลู่ก็หยุดร้องไห้โฮทันที แต่กลับค่อย ๆ หลั่งน้ำตาอย่างเงียบเชียบ
“พี่สี่ ผมขอถามสักคำ ครอบครัวนี้จะแยกหรือไม่แยก?” ลู่กว่างจวินถามพ่อเฒ่าลู่ตรง ๆ
พ่อเฒ่าลู่ถือกล้องยาเส้นอันเล็กยาว สอดใบยาสูบเข้าไป แต่ไม่จุดไฟ พลางถอนหายใจแล้วพูดว่า “แยกอะไรกัน? ครอบครัวเราเป็นยังไงทุกคนก็รู้กันดี”
เมิ่งว่านถังพบว่าพ่อเฒ่าลู่ก็เป็นคนมีฝีมือ และไม่ได้ต่างไปจากนักแสดงเลยสักนิด ไม่แปลกใจเลยที่จะมาเป็นสามีของแม่เฒ่าลู่
ไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกันคงไม่เข้าบ้านเดียวกันจริง ๆ
“แล้วลูกชายคนโตล่ะไปไหน? ชิงเต๋อ ชิงซุ่น พวกนายสองคนก็เข้ามาด้วย” ลู่กว่างจวินเรียกคน
ลู่ชิงเต๋อก้มหน้าเดินเข้ามา แล้วเรียก “อาห้า”
“อาห้า” ลู่ชิงซุ่นพูดอย่างร่าเริง “ครอบครัวของเราไม่แยกบ้าน”
ลู่กว่างจวินถามลู่ชิงเต๋อ “ชิงเต๋อ นายล่ะคิดยังไงบ้าง?”
“ไม่แยก”
ลู่ชิงเต๋อไม่มีความคิดเห็นอะไรมาก นัยน์ตาไร้ซึ่งประกายใด ๆ เขาฟังแต่คำพูดของพ่อแม่อย่างเดียว
เมิ่งว่านถังไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“พวกนายไม่แยก งั้นพวกเราก็แยกออกไปอยู่กันเอง”
เมิ่งว่านถังสังเกตเห็นแม่เฒ่าลู่และพ่อเฒ่าลู่แอบมองหน้ากันอย่างมีเลศนัย พลางนึกในใจว่า ‘ฮึ’ สองครั้ง เธอยิ่งมั่นใจว่าคนแก่สองคนนี้ต้องกำลังคิดแผนชั่วร้ายอะไรบางอย่างอยู่แน่
“ไม่ได้ ฉันกับพ่อของเธอยังไม่ตาย ครอบครัวนี้จะไม่แยกกันเด็ดขาด” แม่เฒ่าลู่เอ่ยพลางเช็ดน้ำตา “ยังไม่ทันได้แยกบ้าน เธอก็กล้าทำเรื่องแบบนั้นกับโกวต้านและและลูก ๆ แล้ว คราวนี้ถ้าต้องแยกบ้านกันจริง ๆ โกวต้านกับพวกเด็ก ๆ จะอยู่ยังไง?”
“ลูกชายของฉันไม่ต้องให้คุณมาเป็นห่วงหรอก” เมิ่งว่านถังไม่ไว้หน้าหญิงชราเลยสักนิด “ถ้าคุณมีเวลาว่างมานั่งเสแสร้งแบบนี้ สู้รีบ ๆ ตกลงแยกบ้านกันเลยดีกว่า”
ในใจของแม่เฒ่าลู่ยิ่งมั่นใจว่า การกลับมาครั้งนี้ของลู่ชิงเหยี่ยเขาต้องได้เงินเบี้ยเลี้ยงมาไม่น้อยแน่ ๆ
เมื่อสองวันก่อน เธอถามลูกชายคนที่สองว่ามีเงินเท่าไหร่ แต่เขากลับไม่ยอมควักเงินออกมาให้เธอเลยสักหยวน
คนอื่นที่ปลดประจำการแล้วยังได้งานดี ๆ อย่างน้อยก็ได้ไปทำงานที่สถานีตำรวจ นี่เป็นงานราชการ มีเงินเดือนประจำ ทุก ๆ เดือนมีเงินเดือนหลายสิบหยวน!
เธอจะยอมแยกบ้านได้อย่างไร
ตอนนั้นเธอแค่เอ่ยปากเรื่องหย่า ลูกชายก็ลุกขึ้นเดินออกไปแล้ว
เธอกำลังคิดหาข้ออ้างให้ลูกชายคนรองหย่ากับหญิงดุร้ายคนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าหญิงดุร้ายคนนี้กลับบุกมาที่บ้านแล้วขอแยกบ้านก่อน
การแยกบ้านเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
“อยากแยกบ้านก็ได้ แต่รอให้ฉันตายก่อนค่อยว่ากัน” แม่เฒ่าลู่หลับตาลง น้ำตาไหลรินลงมาจากหางตา ดูแล้วช่างน่าสงสารจับใจ
ลู่กว่างจวินพูดอย่างปวดหัว “ภรรยาชิงเย่ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าแยกบ้านเลย”
“ไม่แยกบ้านก็ได้ แต่อยากสร้างบ้าน เอาเงินมาให้ฉันสามร้อยหยวน แล้วฉันจะไม่แยก” เมิ่งว่านถังพูดอย่างเยาะเย้ย
เรื่องแค่นี้ คิดว่าเธอจะจัดการหญิงชราคนนี้ไม่ได้หรือไง?
แม่เฒ่าลู่พูดด้วยดวงตาแดงก่ำ “ฉันจะไปเอาเงินมาจากไหน? ถ้าฉันมีเงินมากขนาดนั้น ฉันคงสร้างบ้านหลังเก่าเสร็จไปนานแล้ว นั่นมันบ้านเก่าแก่ของตระกูลพวกเราเชียวนะ!”
“ไม่มีเงินเหรอ? แล้วเงินหายไปไหนหมด? หรือว่าคุณแอบเอาไปกินคนเดียว?”
ใบหน้าของแม่เฒ่าลู่แดงก่ำ “ฉันจะไปมีเงินได้ยังไง?”
“ตอนสิ้นปีเวลาคิดบัญชี ไม่ใช่ว่าได้เงินมาแปดร้อยกว่าหยวนเลยเหรอ?”