ศาลบรรพชนเป็ของตระกูลเฉินเดิมทีหมู่บ้านหนิวเจียเป็หมู่บ้านที่ตระกูลเฉินตั้งรกรากเป็ตระกูลแรกหลังจากนั้นก็รับตระกูลอื่นที่ย้ายถิ่นฐานหนีภัยามายังที่นี่จึงตั้งชื่อใหม่ว่าหมู่บ้านหนิวเจีย
ศาลบรรพชนตั้งอยู่บนเนินเขากู่จี้ห่างจากหมู่บ้านพอสมควรและใช้สำหรับพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษของตระกูลเฉินและเปิดประชุมหมู่บ้านเพื่อหารือเื่สำคัญ หรือเกิดเหตุร้ายแรงทางหมู่บ้านก็จะใช้ที่นี่เป็ที่กำหนดบทลงโทษเช่นกัน
เพราะเป็ศาลบรรพชนคนที่เข้าไปด้านในได้จึงมีเพียงผู้ชายเท่านั้นเหล่าสตรีที่ติดตามมาทำได้แต่ยืนดูจากด้านนอก
บรรยากาศภายในศาลบรรพชนค่อนข้างเคร่งเครียดเป็อย่างมากใบหน้าเฉินจิ่งดำมืด เขากับผู้าุโตระกูลเฉินต่างยืนเรียงหน้า ตรงข้ามพวกเขาคือพวกเฉินหยางทั้งห้าคนที่ถูกจับตัวได้ั้แ่เมื่อคืน
ทุกคนล้วนแต่เป็คนของตระกูลเฉินทั้งสิ้นนี่มันช่างน่าขายหน้าที่สุด
ตระกูลเฉินของพวกเขาได้ชื่อว่าเป็ตระกูลที่จิตใจดีมีเมตตาและยังมีชื่อเสียงที่ดีจากการต้อนรับตระกูลอื่นที่หนีภัยาเข้ามาในหมู่บ้าน
หมู่บ้านหนิวเจียอยู่อย่างสงบสุขมาโดยตลอดแม้แต่หมู่บ้านอื่นยังยกย่องหมู่บ้านของพวกเขามีหลายตระกูลที่อยากแต่งงานเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนี้และมีอีกหลายหมู่บ้านที่ยินดีต้อนรับเด็กสาวไปเป็สะใภ้และนี่เป็ความภูมิใจของเขาที่ได้รับ่สืบทอดเป็หัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบัน
ไม่คิดเลยว่าในยุคสมัยของข้าเฉินจิ่งจะต้องมาเปิดศาลบรรพชนเพื่อทำโทษลูกหลานในตระกูลตัวเอง
บัดซบสิ้นดี....น่าขายหน้าที่สุด
มองไปยังทั้งห้าคนไม่มีใครที่มีสีหน้าสำนึกเสียใจแม้แต่คนเดียวมีเพียงสีหน้าของเด็กที่ไปเล่นซนแล้วโดนผู้ใหญ่จับได้เท่านั้นนี่มันใช่สีหน้าของคนที่ไปรุมทำร้ายคนอื่นเสียที่ไหน
ปู่ของเฉินหยางเป็หนึ่งในผู้าุโตระกูลเฉินชื่อว่าเฉินชวน ในรุ่นผู้าุโเขาคือพี่ใหญ่ นับว่ามีหน้ามีตาที่สุดในหมู่บ้านลูกชายคนเดียวเป็มือปราบอยู่ในตัวเมืองหลานชายคนเล็กเรียนหนังสืออยู่ในสำนักเล่าเรียน อนาคตย่อมเป็ขุนนางมีหน้ามีตา
เพราะอย่างนั้นทุกคนในหมู่บ้านหนิวเจียต่างก็เคารพและให้เกียรติเขาคงมีเพียงเฉินหยางที่เป็แกะดำในบ้าน วันวันเอาแต่เที่ยวกินดื่มกับสหายไม่ทำงานสร้างความปวดหัวให้กับชายชราผู้นี้ทุกคืนวัน
เฉินจิ่งกวาดสายตามองทุกคนที่มารวมตัวมีเพียงบ้านของเฉินเหลียงที่ยังมาไม่ถึงคงเพราะกำลังช่วยท่านหมอดูแลสามีของนางที่าเ็อยู่เป็แน่
เฉินจิ่งถอนหายใจหนักมองสบเด็กหนุ่มทั้งห้าเบื้องหน้าถึงอย่างไรก็เป็ลูกหลานในตระกูลตัวเอง จะให้ลงโทษรุนแรงก็ดูไม่ใคร่ดี แต่หากไม่ลงโทษตระกูลอื่นในหมู่บ้านจะมองเขาเช่นไร จะมองตระกูลเฉินของพวกเขาเช่นไร
“พวกเ้าทุกคนคงรู้กันทั่วแล้วว่าเมื่อคืนพวกเฉินหยางก่อเื่อันใดเอาไว้การที่พวกเ้าคอยปล่อยข่าวว่าร้ายสามีท่านหมอก็เื่หนึ่งเฮ้อ...ข้ารู้ว่าการนินทาคนอื่นมันสนุกและข้าคงหยุดปากพวกเ้าไม่ได้เพราะแบบนั้นข้าจึงไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งกับพวกเ้า แต่ว่า....”เฉินจิ่งมีแววตาดุดันสบมองทั้งห้าคน“การไปดักรุมทำร้ายร่างกายก็เป็อีกเื่หนึ่ง”
“ข้าเฉินจิ่งรับไม่ได้ที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันภายในหมู่บ้านของข้าพวกเ้าเห็นข้าเป็คนตายไปแล้วหรือ?”
ทั้งห้าคนมีสีหน้าสำนึกผิดเล็กน้อยเพราะถูกตะคอกแต่ภายในใจก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำผิดอยู่ดี
เหล่าผู้าุโเพียงปรายตามองสีหน้าพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเด็กหนุ่มทั้งห้าคิดอะไรอยู่พวกเขาได้แต่ทอดถอนใจ ....เหตุใดตระกูลของพวกเขาจึงได้มีคนเช่นนี้ไปได้
“เอาละในเมื่อทุกคนในหมู่บ้านล้วนแต่อยู่ที่นี่ข้าจะขอประกาศบทลงโทษพวกเ้า ข้าขอสั่งขับไล่พวกเ้าออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เสีย”น้ำเสียงเด็ดขาดดังสายฟ้าฟาดกลางใจทุกคน พวกเขาต่างใกับการลงโทษเป็อย่างมาก
นี่ถึงกับ....ขับไล่ออกจากหมู่บ้านเชียวหรือไม่แรงไปหน่อยหรือ
“ท่านปู่”ทั้งห้าคนะโขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่อยากเชื่อ
ครอบครัวของพวกเขาที่อยู่ที่นี่ด้วยก็เริ่มอยู่ไม่ติดแล้วเช่นกันการขับไล่ออกจากหมู่บ้านนับเป็โทษร้ายแรงถึงแม้ว่าลูกหลานของพวกเขาจะเป็คนไม่เอาไหนไม่เอาการเอางานแต่ก็ยังเป็คนในครอบครัว แล้วพวกเขาจะทอดทิ้งลูกหลานของตัวเองได้อย่างไร
ให้เ้าพวกนี้ออกไปอยู่กันเองจะอยู่กันที่ไหนกินดื่มอย่างไร นี่ไม่เท่ากับไล่ออกไปตายข้างนอกหรอกหรือ
“ถือดีอะไร!”เฉินหยางตวาดท่าทางเกรี้ยวกราดพุ่งเข้าใส่เฉินจิ่งอย่างไม่พอใจ
“เฉินหยาง!”เฉินชวนตะคอกรุนแรงเพื่อหยุด “นี่ใช่สิ่งที่เ้าควรพูดกับผู้าุโในตระกูลหรอกหรือข้าสอนเ้าเช่นนี้หรือ?”
แม้ว่าเขาจะไม่เกรงกลัวฟ้าดินแต่เขาก็ยังคงเกรงใจปู่และพ่อตัวเองเฉินหยางควบคุมอารมณ์คุกรุ่นของตนเขาหันหลังให้เหล่าผู้าุโหันหน้าไปหาพวกชาวบ้าน
ในเมื่อผู้าุโตัดสินใจแล้วเช่นนั้นก็ต้องใช้เสียงของพวกชาวบ้านช่วย
“ทุกท่านพี่ ลุง ป้า น้า อาทั้งหลายที่นี่ข้ารู้ว่าพวกท่านเองก็คิดเหมือนกันกับข้าใช่หรือไม่” เขาชี้ไปทางทิศบ้านสกุลหลี่ก่อนจะพูดต่อ“พวกท่านทุกคนก็เกลียดมันเหมือนกับข้าไม่ใช่หรือ เ้าคนขายตัวชายบำเรอรู้จักแต่แต่งตัวยั่วยวนสตรีราวกับหญิงโคมเขียวพวกท่านไม่รู้สึกว่าเป็เสนียดหมู่บ้านเราหรือ
ทำไม!ไม่ใช่ว่าพวกท่านเอาแต่พูดว่าขยะแขยง รำคาญลูกตาไม่อยากให้อยู่ในหมู่บ้านพวกเราไม่ใช่หรือไง พวกท่านอยากให้มันออกไปจากหมู่บ้านแล้วพวกข้าไม่้าอย่างนั้นหรือ”
ชาวบ้านทั้งหลายต่างมองหน้ากันไปมาไม่กล้าสบตาเหล่าผู้าุโแต่พวกเขาเองก็ล้วนคิดเช่นนั้นจริง ๆ อย่างที่เฉินหยางพูด
พวกเขาล้วนเป็ชายชาตรีมีอำนาจเหนือสตรีต่อให้เป็คนไม่ได้ความอย่างเ้าหยางก็ไม่ขายตัวเหมือนหญิงโคมเขียวด้วยศักดิ์ศรีผู้ชายพวกเขายอมตายเสียยังดีกว่าให้ผู้หญิงมีอำนาจเหนือกว่าตนและหากคิดตามถึงยามที่เ้าหนุ่มนั้นใช้ใบหน้าท่าทางจริตจะก้านใส่ท่านหมอพวกเขาก็รู้สึกขนลุกรับไม่ได้ขึ้นมา
นี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน?
หากจะไล่ก็ควรจะไล่เ้าคนไร้ยางอายเช่นนั้นไม่ใช่หรือ
สีหน้าของพวกชาวบ้านล้วนเห็นด้วยกับเฉินหยางขึ้นมาเฉินหยางเห็นแบบนั้นก็ยิ้มเยาะทำตัวเหมือนตัวเองเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมช่วยเหลือชาวบ้าน
“ทุกท่านพวกท่านคิดว่าข้าเฉินหยางกับสหายผิดหรือที่อยากกำจัดภัยร้ายให้กับหมู่บ้านของพวกเราและไม่ใช่ว่าข้ากำลังช่วยปกป้องชื่อเสียงของท่านหมอด้วยเช่นกันหรอกหรือ”
เฉินหยางหันกลับมามองเฉินจิ่งที่หน้าดำมืดด้วยความโกรธถึงขีดสุด“ข้าเป็คนของตระกูลเฉิน เ้านั่นเป็ใครก็ไม่รู้ ท่านปู่หากท่านจะไล่ก็ไล่มันเถอะข้าไม่ไป”
“ใช่แล้วท่านลุงจิ่นแม้ว่าเ้าหยางจะทำผิดแต่การไล่ออกจากหมู่บ้านไม่เกินไปหน่อยหรือขอรับ”
“ก็แค่เด็กๆ ทะเลาะกันเล็กน้อย เด็กน้อยต่อยตีกันก็เป็เื่ธรรมดาใส่ยาแล้วพาเข้านอนไม่นานก็หาย ท่านจะโวยวายเป็เื่ใหญ่โตทำไมกัน”
“นั่นสิ....ท่านน้าเ้าหนุ่มนั่นก็ใช่ว่าร่างจะทำจากทองคำเสียเมื่อไรอีกอย่างไม่ใช่ว่าท่านหมอก็อยู่หรอกหรือ”
“ฮ่าๆๆๆข้าว่าที่ลุงจิ่งทำให้เื่ใหญ่โต เพราะอยากกู้หน้าให้ท่านหมอใช่หรือไม่หรือว่าเ้าหนุ่มนั่นจะออดอ้อนเสียจนท่านหมออารมณ์เสียเล่า”
“ท่านปู่ท่านอย่าได้ขับไล่พวกเ้าหยางไปเลย เด็กมันก็แค่เล่นซนกันเกินไปก็เท่านั้น”
“หุบปาก!”เสียงตะคอกหนักแน่นเกรี้ยวกราดดังขึ้น
เฉินจิ่งหน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธมองไล่ตามคนที่พูดทั้งหมดจนพวกเขาต้องหดคอทำท่าทางนอบน้อมลงในทันทีและเสียงในศาลบรรพชนก็เงียบลงในที่สุด
“พวกเ้ายังมีความเป็คนอยู่หรือไม่จิตสำนึกของพวกเ้าล้วนถูกสุนัขกินแล้วหรือ”เฉินจิ่งส่ายหน้ามองพวกเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“หากเื่นี้เกิดกับลูกพวกเ้าสามีพวกเ้า พ่อพวกเ้า พวกเ้ายังแหกปากพูดเช่นนี้ออกมาได้หรือไม่?”
ชาวบ้านไม่กล้าพูดออกไปแต่ในใจก็คิดว่าแล้วเหตุใดพวกเ้าหยางจะต้องมาทุบตีคนในครอบครัวของพวกเขาด้วยเล่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านก็ช่างไร้เหตุผลนัก
“พวกเ้าบอกว่าเ้าหนุ่มนั้นขายตัวใช้ร่างกายยั่วยวนท่านหมอไม่ทำการทำงานไร้ศักดิ์ศรีทำให้ผู้ชายเช่นพวกเ้าเสื่อมเกียรติ” เฉินจิ่งมองหน้าทุกคน“ข้าขอถามหน่อย ....ที่พวกเ้าเอามาพูดนี่ พวกเ้ารู้จักเ้าหนุ่มนั่นหรือพวกเ้ารู้หรือว่าเ้าหนุ่มเป็คนเช่นไร นิสัยใจคอเป็อย่างไร มาจากที่ไหน?”
พวกชาวบ้านล้วนพากันสะอึกมองไปทางเฉินหยางเป็การบอกว่าพวกเขาต่างได้ยินมาจากเฉินหยางทั้งสิ้น
“พวกเ้าไม่มีความเป็คนไม่พอยังไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด ไม่รู้เื่ในจริงไม่จริงก็ยังกล้าเอาไปพูดต่อกันไปทั่วพวกเ้าบอกว่าเ้าหนุ่มนั่นทำให้หมู่บ้านของข้ากลายเป็ตัวตลกแล้วพวกเ้าที่เอาเื่พวกนี้ไปพูดทั่วหมู่บ้านไม่ใช่หรือ”
เหล่าผู้าุโถอนหายใจเฉินชวนมองหน้าพวกชาวบ้าน “ความในไม่เอาออกความนอกไม่เอาเขาข้าว่าพวกเขากลัวว่าหมู่บ้านอื่นไม่รู้เสียมากกว่าจึงได้พูดไปเรื่อยเช่นนี้ใช่หรือไม่?”
พวกชาวบ้านได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งก้มหน้าพวกเขาจะกล้าให้หมู่บ้านอื่นรู้เื่นี้ได้อย่างไร
“พวกเ้าล้วนพูดว่าเป็การต่อยตีของเด็กๆ ใส่ยาแล้วเข้านอนก็พอ ใครพูดโผล่หัวออกมาให้ข้าทุบขาเ้าจนเือาบดีหรือไม่?”แววตาดุร้ายมองสบไปยังพวกที่ปากดีไม่กี่คนก่อนหน้านี้
“ข้าจะบอกพวกเ้าเสียหากว่าเมื่อคืนวานท่านหมอกลับมาไม่ทันข้าก็คงต้องพาศพเ้าหนุ่มไปศาลาว่าการเมืองฉางเพื่อตัดสินโทษพวกเ้าหยางแทน”
ชาวบ้านต่างพากันสะดุ้งมองหน้ากันไปมานี่ไม่เท่ากับว่าพวกเจ้าหยางเกือบฆ่าคนตายหรอกหรือหากเื่นี้ถึงโรงถึงศาลตระกูลเฉินทั้งตระกูลจะถูกตีตราว่าเป็ตระกูลผู้มีความผิดลูกหลานในตระกูลทั้งหมดจะหมดสิทธิ์เข้าสอบเคอจวี่ไปตลอดชีวิตนี่มันเท่ากับตัดอนาคตเชียว
อีกทั้งหากหมู่บ้านอื่นรู้เื่เขาใครจะกล้าส่งลูกหลานมาแต่งงานที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเล่า นี่มันฆ่าคนตายเชียวพวกเ้าหยางทำเกินไปแล้ว
“ไม่จริง”เฉินหยางะโขึ้นมา “ท่านปู่ ท่านพูดเกินไปหรือไม่ พวกข้าก็แค่...กระทืบเบา ๆจะฆ่าใครตายได้”
“ใช่ขอรับท่านปู่ทุบตีแค่นั้นไม่ถึงตายหรอกขอรับเ้าหมอนั่นเป็ชายชาตรีจะอ่อนแอเหมือนสตรีเชียวหรือขอรับ”
“ข้าว่ามันแค่อ้อนเพื่อจะเอาค่าหมอมากกว่าท่านปู่ พวกข้าไม่มีทางฆ่าใครได้หรอก”
“ใช่ๆ”
เหล่าผู้าุโต่างมองหน้ากันไปมาเื่นี้ดูเหมือนจะร้ายแรงกว่าที่พวกเขาคิดเสียแล้วเฉินชวนมองหน้าเฉินหยางก่อนจะถอนหายใจหนัก “น้องห้าเ้าแน่ใจแล้วหรืออาการหนักเพียงนั้นเชียว”
“พี่ใหญ่เป็ท่านหมอที่กล่าวเช่นนี้ขอรับเมื่อคืนข้ากับเ้าใหญ่ตามไปดูอาการของเ้าหนุ่มที่บ้านท่านหมอเองเือาบไปทั่วตัวหายใจติดขัดแทบจะสิ้นลมแล้วขอรับ เฮ้อ...พวกข้ากับเสี่ยวเหลียงต่างก็จนปัญญา ท่านหมอไม่อยู่ ประตูเมืองก็ปิดจะพาไปโรงหมอก็ไม่ได้
เ้าเหลียงอยู่ข้างบ้านท่านหมอบอกข้าว่าตอนที่ท่านหมอพาเ้าหนุ่มกลับมาตอนนั้นก็าเ็สาหัสเพิ่งจะหายไม่นานเพื่อให้หายดีท่านหมอต้องต้มโจ๊กข้าวขาวให้กินสามมื้อต่อวันเชียวถึงอย่างนั้นก็ใช่เวลาอยู่หลายวันกว่าเ้าหนุ่มจะลุกลงจากเตียงได้นี่ก็หายไม่นานก็....เฮ้อ”
“เ้าจะบอกว่าเดิมทีเ้าหนุ่มนั่นก็ร่างกายไม่สู้ดีอยู่แล้วสินะ”
“ขอรับพี่ใหญ่เคราะห์ดีชะตาเ้าหนุ่มยังไม่ถึงฆาต ท่านหมอกลับมาช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้น...”
ตอนแรกพวกผู้าุโก็คิดว่าจะช่วยพวกเ้าหยางให้ลงโทษสถานเบาไปคุกเข่าในศาลบรรพชนสักสามวันห้าวันแล้วไปขอโทษเ้าหนุ่มที่บ้านแต่หากเ้าหนุ่มเกือบตายเช่นนี้ก็คงพูดยากแล้ว
อีกอย่างท่านหมอเองก็เป็คนมีหน้ามีตาสิบลี้แปดหมู่บ้านโดยรอบมีคนไม่น้อยที่ท่านหมอเคยช่วยเอาไว้หากมีคนรู้ว่าตระกูลเฉินของพวกเขาทำร้ายสามีของท่านหมอจนเกือบตาย พวกเขาจะพูดถึงตระกูลเฉินเช่นไร
จะลากทั้งตระกูลมาประสบภัยร่วมกับพวกเ้าหยางคงไม่ได้ดี
เฉินชวนหลับตาตัดสินใจ“เช่นนั้นเอาตามที่เ้าว่าเถอะ”
พวกสหายกินดื่มทั้งสี่หันขวับไปหาเฉินหยางทันทีเฉินหยางเองก็มีสีหน้าไม่อยากเชื่อว่าท่านปู่ของเขาเองจะพูดเช่นนั้น เริ่มมือเท้าอยู่ไม่ติดพื้นเสียแล้วนี่พวกเขาจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านจริงหรือ
“ท่านปู่พวกข้าสำนึกผิดแล้ว พวกท่านได้โปรดให้อภัยพวกข้าสักครั้งเถอะ”เฉินหยางยกมือขึ้นขออมาอ้อนวอนทันทีอย่างไม่ต้องคิดอีกต่อไป
“ท่านปู่จิ่งพวกข้าขอโทษ”เหล่าสหายอีกสี่คนต่างอ้อนวอนตาม
“พวกเ้าอายุเท่าไรกันแล้วใช่เด็กน้อยไม่รู้ความหรือ” เฉินจิ่งหนักใจกับพวกเขาเหลือเกิน“พวกเ้าเองก็อย่าให้พวกข้าต้องลำบากใจเลย”
“ท่านปู่อย่างไรพวกข้าก็เป็คนตระกูลเฉินนะขอรับท่านจะทำเช่นนี้กับพวกข้าเพื่อคนนอกจริงหรือ?”
“เ้าซ่งข้าเป็หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าถามเ้าหน่อยหากวันนี้คนที่โดนกระทืบเป็คนในตระกูลเฉิน พวกเ้าจะทำเช่นไร....พวกเ้าคงไม่มีทางยอมใช่หรือไม่?”
ทั้งห้าคนและแม้แต่คนในครอบครัวที่กำลังจะเอ่ยปากก็นิ่งเช่นกันหากเป็พวกเขาจะยอมกัดฟันทนได้หรือ
“ข้าถามหน่อยหากว่าเมื่อคืนเ้าหนุ่มนั่นตายพวกเ้าจะทำอย่างไรเอาศพไปโยนหลังเขาแสร้งทำเป็ไม่เคยเกิดเื่เมื่อท่านหมอกลับมาตามหาสามีของนางก็แสร้งทำเป็ว่าเ้าหนุ่มนั่นหนีตามหญิงอื่นไปใช่หรือไม่?
เกิดเป็คนต้องมีจิตสำนึกข้าถามว่าพวกเ้ายังเป็คนหรือไม่ หรือว่าพวกเ้ากลายเป็สุนัขในร่างคนเสียแล้วนึกอยากกระทืบใครตายก็ได้ตามใจหากเป็เช่นนั้นชาวบ้านที่เหลือจะไว้ใจตระกูลเฉินได้อย่างไรจะมีใครกล้ารับคนจากหมู่บ้านนี้ หรือจะมีใครส่งลูกสาวมาแต่งเข้าอีกหรือ
และหากข้าไม่ลงโทษพวกเ้าชาวบ้านจะคิดเช่นไร จะมองว่าตระกูลเฉินของพวกเราไร้กฎเกณฑ์หากเป็เช่นนี้ต่อไปมีคนเข้ามาใหม่แล้วพวกเ้าไม่ชอบหน้าอีกจะกระทืบให้ตายอีกหรือไม่?”
นี่มัน....
พวกชาวบ้านได้ฟังก็กลืนน้ำลายไม่กล้าแม้แต่เปิดปากช่วยพวกเจ้าหยางอีก อีกทั้งยังเริ่มมีสีหน้าสำนึกผิดอย่างจริงจังแท้จริงแล้วนอกจากที่เ้าหยางนำมาเล่าให้พวกเขาฟังพวกเขาก็ไม่รู้จักเ้าหนุ่มนั่นจริงๆ ไม่รู้ว่าเ้าหนุ่มเป็ลูกชายตระกูลใดมาจากไหนเสียด้วยซ้ำ
หากว่าพวกเ้าหยางกระทืบจนตายแล้วต่อไปพวกเขาจะไว้ใจได้อย่างไรว่าหากทำให้บ้านอื่นไม่พอใจจะตายเมื่อไรและศพจะถูกโยนไปไว้ที่ไหน
เฮ้อ....ในเคราะห์ร้ายมีเคราะห์ดี โชคดีที่ท่านหมอกลับมาทันไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่มีหน้าไปขอความช่วยเหลือท่านหมออีกเป็อันขาด
แม้ว่าจะไม่ได้ทำร้ายโดยตรงแต่พวกเขาต่างก็มีส่วนผิดไม่แยกแยะผิดถูกเอาเื่ไม่จริงไปพูดประกาศไปทั่วหากเ้าหนุ่มนั่นกับท่านหมอไม่โกรธสิแปลก
“เอาละ....ในเมื่อพวกเ้าไม่มีใครคัดค้านเื่นี้แล้ว เช่นนั้นก็เอาตามนี้ลงโทษขับไล่พวกเ้าหยางออกจากหมู่บ้าน ข้าจะให้เวลา....”
“ข้าคัดค้าน”น้ำเสียงหวานเต็มไปด้วยความไม่พอใจดังขึ้น
เหล่าชาวบ้านสตรีที่อยู่ด้านนอกพากันแหวกทางหันไปมองตามเสียง
ใบหน้าหวานล้ำสะกดใจผู้คนราวกับเทพธิดาในหมู่บ้านแห่งนี้คงมีเพียงท่านหมอของหมู่บ้านเท่านั้นใบหน้างามเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดไม่พอใจจนแทบจะฉีกร่างคนเป็ชิ้น ๆ
พวกชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกศาลบรรพชนแหวกทางเดินให้อย่างพร้อมเพรียงไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังเดินมุ่งตรงเข้ามา
หากนางยังยิ้มแย้มได้สิแปลกเฮ้อ....
ชุนเชียงกับเฉินเหลียงช่วยกันประคองจ้าวห่าวหลินที่ใบหน้ายังคงซีดเซียวไร้สีเืท่าทางอิดโรยแทบจะเดินไม่ไหวเข้ามาบนใบหน้าขาวมองเห็นรอยช้ำบวมเขียวและปากที่แตกเจ่ออย่างชัดเจน
“ท่านหมอ”เฉินจิ่งครางแ่
เฮ้อ...ตั้งใจจะขับไล่พวกเ้าหยางออกไปก่อนรอให้ท่านหมอสงบหรือออกจากหมู่บ้านไปแล้วค่อยเรียกพวกเ้าหยางกลับมาแท้ ๆไม่คิดเลยว่าท่านหมอจะมาทันเวลาพอดี
คนกำหนดหรือจะสู้ลิขิตฟ้า
หลี่เจี่ยหลิงไม่สนกฎศาลบรรพชนนางไม่เคยสนใจพวกกฎธรรมเนียมเก่าแก่คร่ำครึพวกนี้มานานแล้วนางเดินนำเข้าไปด้านในอย่างไม่สนใจ ก่อนจะไปหยุดตรงหน้าของคนที่ทำร้ายสามีทั้งห้า
คนอื่นยกเว้นเฉินหยางมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจไม่กล้าแม้แต่สบตานางอย่างตรงไปตรงมามีเพียงเฉินหยางเ้าตัวปัญหาที่ยังคงมองหน้าแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นเดิม
ทำร้ายสามีข้าแล้วคิดจะออกจากหมู่บ้านไปง่ายๆ เช่นนี้หรือ คิดน้อยไปหน่อยมั้ง
“เื่นี้ข้าไม่รบกวนพวกท่านผู้าุโสามีข้าโดนคนดักทำร้ายอย่างจงใจพวกท่านคงไม่คิดว่าข้าจะยืนยิ้มมองดูพวกมันออกจากหมู่บ้านไปสบายหรอกใช่ไหม?”
“ท่านหมอ”เฉินจิ่งเรียกหญิงสาวอย่างหนักใจ
หลี่เจี่ยหลิงที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธมีหรือจะฟังนางก้าวไปเผชิญหน้ากับเฉินหยาง “ตามกฎหมายของต้าโจว การทำร้ายร่างกายผู้อื่นมีความผิดติดคุกอย่างน้อยสองเดือน โบยยี่สิบไม้ใหญ่คนเจ็บมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายได้ตามสมควร” ก่อนจะหันไปทางชาวบ้านในหมู่บ้าน“ส่วนคนที่จงใจใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงผู้อื่น จะถูกโบยสิบไม้ และขังคุกอีกสามวัน”
“ท่านหมอ”ทั้งห้าหนุ่มเข่าแทบทรุด นี่ท่านหมอเอาจริงหรือนี่
ไม่เพียงเท่านั้นพวกชาวบ้านว่างงานที่ชอบพูดไปเรื่อยต่างพากันใเช่นกันดูเหมือนว่าท่านหมอเองก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านพวกเขาด้วย นี่....แย่แล้วไม่ใช่หรอกหรือ
เฉินหยางปรี่เข้ามายืนหน้าหลี่เจี่ยหลิงชี้ไปทางจ้าวห่าวหลิน “เพราะมันใช่ไหม ท่านหมอพวกเราต่างก็เป็คนในหมู่บ้านเดียวกันท่านต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ ....แค่เพราะชายบำเรอของท่านเนี่ยนะข้าหาให้ใหม่อีกสักสามสี่คนก็ได้”
เพี้ยง....
ฝ่ามือของหลี่เจี่ยหลิงฟาดเข้าใส่หน้าเฉินหยางเต็มแรงจนเซล้มลง
“ชายบำเรอ?หาใหม่ให้ข้าสามสี่คน”
เฉินหยางถูกสหายพยุงขึ้นมาเขากุมหน้าตัวเอง “ใช่ ข้ารู้ ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รู้เหมือนกันเ้าคนขายตัวนี้ใช้ร่างกายยั่วยวนท่าน หลอกลวงท่าน เกาะท่านกิน ท่านดีกว่านั้น”เฉินหยางยังคงดันตัวเองไปเสนอหน้าตรงหน้าหลี่เจี่ยหลิง “เพราะข้าเป็ห่วงท่านข้าจึงไม่อยากเห็นท่านโดนหลอกมากไปกว่านี้ เชื่อข้า เขาไม่มีค่าพอให้ท่านสนใจ”
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะแห้ง“เ้ากระทืบสามีข้าจนเกือบตายเพราะรักข้า”
“ในที่สุดท่านก็เข้าใจข้าเสียทีแต่งงานกับข้าเถอะ ข้าจะดูแลท่านเอง”
หลี่เจี่ยหลิงพยักหน้า“ข้าจะบอกให้เ้าตัวไร้ประโยชน์หน้าตาอัปลักษณ์แม้แต่ผีก็ไม่อยากแต่งงานกับเ้าให้เสียเกียรติด้วยซ้ำ ชุนเชียง!ข้าว่าเ้าหยาง้าความรัก”
ชุนเชียงไม่พูดพร่ำทำเพลงวิ่งเข้ามากระโดดถีบขาคู่ร่างของเฉินหยางกลิ้งกระเด็นคลุกฝุ่นชนเข้ากับแผงชนด้านข้างล้มระเนระนาดตามกันไป“ข้าคิดว่าเื่คราวก่อนข้าจะสอนบทเรียนให้เ้าน้อยเกินไป”หลี่เจี่ยหลิงไม่สนใจเฉินหยางอีกแต่หันไปหาเฉินจิ่งแทน “ข้าพาพวกมันไปได้หรือยัง?”
ไม่มีความเคารพนอบน้อมในเกียรติในน้ำเสียงอีกต่อไปเหล่าผู้าุโทั้งหลายเองก็ล้วนมองออกว่ายามนี้พวกเขาไปแตะเข้ากับเกล็ดย้อนของท่านหมอเข้าให้เสียแล้ว
“ท่านหมอท่าน้าให้เื่นี้ถึงศาลาว่าการเชียวหรือ ถึงอย่างไรก็ตามเื่นี้ก็ไม่ดีต่อชื่อเสียงของท่านเช่นกัน”เฉินจิ่งปรายตาไปทางจ้าวห่าวหลินเป็เชิงสื่อความหมาย
หลี่เจี่ยหลิงยิ้มมองเขาและมองยังชาวบ้านโดยรอบ“ข้าคิดว่าที่ผ่านมาข้าก็ไม่ได้ทำผิดต่อพวกท่าน หากข้าช่วยเหลือได้ข้าก็ช่วยเหลือไม่ได้สร้างความเดือดร้อน ไม่ได้ทำร้ายใคร พวกท่านคิดว่าข้าเป็คนพูดง่ายเกินไปจนคิดจะรังแกสามีข้าอย่างไรก็ได้ใช่หรือไม่?”
ชาวบ้านที่เดิมทีก็ไม่อยากให้เื่ถึงศาลาว่าการตั้งใจจะช่วยเกลี่ยกล่อมพอท่านหมอพูดเช่นนี้ก็นึกถึงความผิดของตนไม่กล้าเสนอหน้าทันที
“พวกเ้าไม่เพียงแค่ใส่ร้ายสามีข้าคิดว่าข้าเป็นางเพศยาที่ใครก็สามารถมายั่วยวนให้หลงใหลและยอมมอบกายให้ได้ง่ายดายอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดตรงไปตรงมาของหลี่เจี่ยหลิงทำให้พวกชาวบ้านยิ่งคอหดยิ่งกว่าเดิม
“ข้าคงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหมว่าทำอย่างไรถึงมีสามีเป็ตัวเป็ตนเช่นนี้ได้แต่หากว่าพวกเ้ามีปัญหากับข้าก็มาพูดกับข้า ไม่ใช่เอาแต่ใส่ร้ายสามีข้าลับหลังราวกับพวกผู้หญิงปากมากในตลาด”
หลี่เจี่ยหลิงชี้ไปทางจ้าวห่าวหลินเอ่ยเสียงดัง“ห่าวหลินเป็สามีที่ข้าเลือก และจะเป็สามีเพียงคนเดียวของข้า”
คำพูดหนักแน่นกังวานปิดปากชาวบ้านชอบนินทาสนิทในเมื่อเ้าตัวประกาศออกมาอย่างชัดเจนเช่นนั้นแล้วพวกเขายังจะกล้าพูดอะไรได้อีก
“ที่ผ่านมาข้าซาบซึ้งน้ำใจท่านหัวหน้าหมู่บ้านยิ่งเพราะแบบนั้นข้าจึงรักษาให้คนในหมู่บ้านเท่าที่ข้าจะช่วยได้ไม่เคยรังเกียจไม่เคยเก็บเงินแต่นี่คือสิ่งที่พวกท่านตอบแทนข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่?
ข้าขอบอกตรงนี้ตอนนี้เลยข้าจะไม่มีทางกลับมาเหยียบที่นี่อีก ต่อให้มีคนใกล้ตายคลานมาโขกหัวขอร้องข้าก็ตามข้าจะไม่มีทางรักษาคนในหมู่บ้านนี้แม้แต่คนเดียว”
คำพูดหนักแน่นครั้งนี้สองราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจทุกคนจนยืนนิ่งอึ้ง