ตอนที่32 : กองทหารจวนรัชทายาท
เสียงกลองหลวงดังขึ้นทั่วนครหานหลงในยามเช้า
ข่าวพระราชโองการจากฮ่องเต้ถูกประกาศอย่างเป็ทางการต่อหน้าประชาชน
“องค์รัชทายาทหานอวี้จินได้รับพระราชทานสิทธิ์
ตั้งกองทหารประจำจวน จำนวนทหารหนึ่งร้อยนาย
และทหารม้าอีกห้าสิบม้า
สามารถคัดเลือก ฝึก และใช้งบส่วนพระองค์ได้ตามพระประสงค์”
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วเมือง
“องค์รัชทายาททรงได้รับอำนาจแล้ว!”
“แคว้นหานจะปลอดภัยเสียที!”
ขณะเดียวกันขุนนางฝ่ายอนุรักษ์บางส่วนกลับกระซิบอย่างหวั่นเกรง
“กองทหารในมือรัชทายาท...คือมีดที่ตัดได้ทั้งศัตรูและบัลลังก์...”
แต่หานอวี้จินเพียงยิ้มบาง
“มีดในมือข้า จะใช้หั่นขนมปัง ไม่ใช่คอคน” หานอวี้จิน กล่าวทิ้งท้ายกับไป๋อวี้จิงด้วยรอยยิ้มที่สงบแต่แววตาคมกริบ เขาหันไปสั่งงานพ่อบ้านหลิว
“พ่อบ้านหลิว! ทุบกำแพงด้านหลังออกครึ่งหนึ่งทำเป็ลานฝึกขนาดใหญ่ และเริ่มแผน ‘อู่ทองคำ’ ทันที”
ก่อนที่การฝึกจะเริ่มต้น จวนรัชทายาท ถูกปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วภายใต้การควบคุมของหานอวี้จินและวิศวกรที่เขาคัดเลือกมา
จวนที่เคยเป็เพียงที่พักอาศัย ถูกเปลี่ยนเป็ ป้อมปราการป้องกันหลายชั้นภายใต้แิที่ว่า “ป้องกันด้วยกลไกดีกว่าการเสียเืเนื้อของคน”
1. แนวป้องกันชั้นนอก:รั้วหนามและสายลับ:
o กำแพงด้านนอกถูกเสริมด้วย อิฐเผาแข็งพิเศษที่ทนทานต่อการโจมตีจากเครื่องกระทุ้ง (Battering Ram) ขนาดเล็ก
o มีการขุด ร่องคูหนาม(Spiked Moat) ความลึกครึ่งคนรอบนอกกำแพงโดยร่องคูถูกซ่อนไว้ด้วยแผงไม้ไผ่ที่พรางตาและเปราะบางมากหากมือสังหารเหยียบพลาดจะตกลงไปในหนามเหล็กทันที
2. แนวป้องกันชั้นกลาง:ค่ายกลเต่าดำ (The Black Tortoise Array):
o หานอวี้จินได้ติดตั้ง ระบบกลไกควบคุมจากส่วนกลางที่ซ่อนอยู่ใต้ห้องหนังสือ เรียกว่า “ค่ายกลเต่าดำ”
o จุดยิงกลไก: มีช่องเล็กๆ (Shooting Slits) ที่ซ่อนไว้ตามกำแพงและหลังคาเรือนหลักสำหรับติดตั้งธนูกลไกอัตโนมัติ (Repeating Crossbow) รุ่นทดลองซึ่งสามารถยิงลูกธนูเหล็กกล้าขนาดเล็กได้ต่อเนื่อง 10 นัดโดยมีทหารกองเงาคอยบรรจุลูกธนูและควบคุมการยิง
o กับดักควันไฟฉุกเฉิน: เปลวไฟและควันกำมะถันที่เคยใช้ ถูกติดตั้งเพิ่มเติมตามทางเดินหลักและบันไดทุกแห่งสามารถสั่งเปิดได้จากห้องบัญชาการ และยังสามารถ ปล่อยน้ำมันดิน(Pitch) ที่ทำให้พื้นลื่นและติดไฟได้ง่ายลงสู่ทางเดินหลักเพื่อหยุดการบุกทะลวง
3. ห้องบัญชาการ:
o ห้องบัญชาการใหม่ถูกสร้างใต้ดิน มีผนังเสริมเหล็กกล้าและช่องระบายอากาศที่ซ่อนเร้น
o M.A.S. ถูกใช้เพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนของป้อมปราการและคำนวณการใช้ทรัพยากร(เช่น ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการยิงธนู หรือปริมาณเชื้อเพลิงในกับดักไฟ)
หานอวี้จินพูดกับพ่อบ้านหลิวขณะตรวจสอบช่องซ่อนธนู:“จำไว้พ่อบ้านหลิว! การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำให้ศัตรูคิดว่าเราอ่อนแอ...แต่เมื่อเขาเข้ามา... ทุกย่างก้าวต้องนำไปสู่จุดจบของเขา นี่คือ ‘ความเมตตาที่โหดร้าย’ของข้า”
ลานฝึกขนาดใหญ่ด้านหลังสำนักปัญญาถูกปรับให้เป็
“สนามรับสมัคร”
ป้ายไม้ไผ่ขนาดใหญ่เขียนไว้ชัดเจนว่า
“รับสมัครทหารจวนหาน—
ไม่จำกัดชาติกำเนิดขอเพียงซื่อสัตย์และกล้า”
ข่าวนี้แพร่ไปทั่วทั้งเมืองและหมู่บ้านโดยรอบ
ชาวบ้านนายน้อย ลูกชาวนา พ่อค้าเก่าที่เคยผ่านศึก
ต่างพากันมาลงชื่อ
ภายในสามวันมีคนมาสมัครมากกว่าพันคน!
หานอวี้จินยืนมองผู้คนเ่าั้ด้วยแววตาอ่อนโยนแต่เฉียบขาด
“ข้าไม่ได้้าคนที่ฆ่าได้...
ข้า้าคนที่เมื่อเห็นผู้หญิงกับเด็กก็เลือกจะยืนขวางแทนจะหนี”
การทดสอบแบ่งเป็ 3 ขั้นตอน
1. ทดสอบกำลังและความเร็ว — วิ่งระยะไกล ฝึกแบกหิน
2. ทดสอบการตัดสินใจ — วัดสติและไหวพริบด้วยสถานการณ์จำลอง
3. ทดสอบความซื่อสัตย์ — ให้เลือกช่วยเพื่อนหรือเอาชนะเพื่อผ่าน
ผลคือจากพันคน
เหลือเพียงหนึ่งร้อยสิบคน
หานอวี้จินเดินตรวจหน้าขบวนอย่างช้าๆ สายตาจับจ้องใบหน้าแต่ละคน: “ในร้อยสิบคนนี้...ข้าจะเลือกหนึ่งร้อยคนเป็ทหาร ส่วนอีกสิบคน จะเป็ ‘องครักษ์เงา’ ของข้า”
ไป๋เหิงเซิน (ชายลึกลับผู้มีแผลเป็ทั่วใบหน้า)ยืนอยู่ข้างหานอวี้จิน เขาตวาดเสียงดังกึกก้อง: “ตอบ!” เสียงตอบพร้อมเพรียงดังก้อง: “พะย่ะค่ะ!”
หานอวี้จินสั่งตีอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วยเหล็กกล้า “หานเฟิง” ที่มีคุณภาพสูง
· โล่หานเฟิง: โล่ขนาดใหญ่ที่ตีเป็ รูปทรงโค้งเล็กน้อย เพื่อช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะขอบโล่มีตะขอเล็ก ๆ ที่สามารถเกี่ยวประสานกันระหว่างโล่ต่อโล่ (InterlockingShields) เพื่อสร้าง กำแพงโล่เหล็ก (Iron ShieldWall) ที่แข็งแกร่งกว่าโล่ไม้ปกติ
· หอกยาว: หอกเหล็กกล้าที่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็พิเศษเพื่อให้ทหารราบสามารถใช้รับมือกับการโจมตีของทหารม้าได้โดยไม่ถูกฉีกกระชาก
โรงม้าที่ใหญ่ที่สุดในนครหลวง ชื่อว่า"โรงม้าฉีหลิน" เป็สถานที่ที่ หานอวี้จิน เลือกมาเพื่อจัดหาม้าศึกชั้นดีการเจรจาเกิดขึ้นในห้องรับรองเล็กๆ ที่มีกลิ่นหนังและหญ้าแห้งคละคลุ้ง
พ่อค้าหม่า (เ้าของโรงม้า) นั่งบิดหนวดอย่างอวดดี:“องค์รัชทายาท... ม้าพันธุ์ เว่ยเหนือ (Northern Wei Warhorse)ที่ท่าน้านี้ พวกมันถูกฝึกมาเพื่อวิ่งในที่สูงและทนทานต่อการปะทะราคาถึงตัวละห้าพันตำลึงทอง! ทั้งหมดห้าสิบตัว...นั่นคือราคามหาศาลที่จวนธรรมดาไม่อาจจ่ายได้ ท่าน...มีเงินสดจากท้องพระคลังเท่าใดกัน?”
หานอวี้จินยกถ้วยชาเย็นลงช้า ๆมองไอน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วอย่างสงบ
หานอวี้จิน: “ข้าไม่มีทองมากนัก... ในตอนนี้ แต่ข้ามี ‘เกลือขาว’ และ ‘น้ำตาลบริสุทธิ์’ ที่ทั้งแคว้นอยากได้” (พ่อค้าหม่าหัวเราะในลำคออย่างไม่เชื่อถือ)หานอวี้จิน (ต่อรอง): “ข้าจะใช้ เกลือบริสุทธิ์และน้ำตาลขาวจากการผลิตเดิม (สินค้าผูกขาดที่ราคาพุ่งสูง) แลกเปลี่ยนกับม้าทั้งห้าสิบตัวแทนเงินสดตามราคาตลาดณ วันนี้ และนี่คือส่วนสำคัญ... ข้าจะเสนอข้อตกลงระยะยาว:ถ้าม้าของเ้ามีสุขภาพดีและส่งมอบได้ภายในเจ็ดวัน ข้าจะให้สิทธิ์เ้าเป็ ตัวแทนจำหน่ายเกลือขาวในเขตตะวันออกหนึ่งปีเต็ม”
หานอวี้จินเอนกายไปข้างหน้าเล็กน้อยเสียงของเขาลดต่ำลงแต่หนักแน่น
หานอวี้จิน: “เ้าอยากได้ทองที่ข้ามีในตอนนี้ซึ่งใช้แล้วหมดไป... หรือเ้าอยากได้ สิทธิ์ผูกขาดสินค้าที่สร้างกำไรได้สิบเท่าตลอดทั้งปี? กำไรจากเกลือจะทำให้เ้าซื้อม้าเว่ยเหนือได้ทั้งโรงม้า!”
พ่อค้าหม่าตกตะลึงจนค้างเขารู้ดีว่าความ้าเกลือบริสุทธิ์ของรัชทายาทในตลาดนั้นมหาศาลและสิทธิ์นี้มีมูลค่าสูงกว่าเงินสดทั้งหมดที่รัชทายาทต้องจ่ายหลายเท่า
พ่อค้าหม่า(คำนับจนศีรษะเกือบติดพื้น): “ขะ...ข้าน้อยขอมอบม้าให้ท่านทันที!ข้าน้อยจะจัดการส่งม้าทั้งหมดที่ผ่านการคัดกรองอย่างดีที่สุดถึงจวนของพระองค์ภายในเจ็ดวันพะย่ะค่ะ!”
ภายในเจ็ดวันม้าศึกทั้งห้าสิบตัวถูกส่งถึงจวน ม้าเหล่านี้เป็ม้าพันธุ์เว่ยเหนือจริง ๆ —มี่ขาที่สั้นแต่มั่นคง กล้ามเนื้อเป็มัด และมีขนหนาที่ทนต่อสภาพอากาศเย็น
ไป๋เหิงเซิน อดีตทหารรับจ้างผู้ชำนาญการรบถูกสั่งให้ทำการตรวจสอบม้าทุกตัวอย่างละเอียด
1. การทดสอบความอดทน(Stamina Test): ม้าทุกตัวต้องถูกวิ่งในระยะทาง 10 ลี้ (ประมาณ 5 กิโลเมตร) ภายในเวลาที่กำหนดเพื่อดูอัตราการหายใจและความอ่อนล้า
2. การทดสอบความสงบ(Temperament Test): ม้าต้องไม่ตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงกลองเสียงปะทะของโลหะ และเสียงหวีดหวิวของลูกธนู (มีการทดสอบโดยการตีฆ้องเบา ๆ ใกล้ ๆ)
3. การตรวจสอบสุขภาพ: ตรวจฟันดูอายุ ตรวจกีบม้าดูความแข็งแรงและตรวจดวงตาดูความเฉลียวฉลาด
จาก 55ตัวที่ส่งมา มี 5 ตัวที่ไม่ผ่านการทดสอบความสงบและถูกส่งคืนเหลือม้าศึกที่สมบูรณ์แบบ 50 ตัว สำหรับ กองวายุ
หานอวี้จินและไป๋เหิงเซินกำหนดตารางฝึกที่โหดกว่ากองทัพหลวงถึงสองเท่าโดยเน้นที่วินัยและการทำงานร่วมกันเป็หลัก
ภารกิจหลัก: การตั้งรับอย่างมั่นคง (Hold theLine) ต่อต้านการบุกทะลวงของทหารม้าและทหารราบหนัก
ขั้นตอนการฝึก
รายละเอียดการฝึก
วัตถุประสงค์
ความแข็งแกร่งและอดทน
ฝึกแบก โล่เหล็กหานเฟิง (หนักกว่าโล่ทั่วไป 1.5 เท่า) วิ่งบนทางลาดชัน และฝึกวิดพื้น/ยกหินในชุดเกราะครบชุด
สร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและความทนทานต่อแรงปะทะหนัก
ขบวนเต่าดำ (Tortoise Formation)
ฝึกการเข้า ประสานโล่ (Interlocking Shields) โดยโล่แต่ละอันต้องเกาะเกี่ยวกันเป็กำแพงเหล็กที่แ่า (คล้าย Phalanx) และต้องฝึกยืนนิ่งรับแรงกระแทกจากหุ่นไม้หนักที่แกว่งเข้าปะทะ
เน้นการทำงานเป็ทีมสูงสุด (Team Cohesion) และการสร้างกำแพงป้องกันที่ต้านทานการโจมตีจากทหารม้าได้
การใช้หอกและดาบสั้น
ฝึกแทงหอกในรูปแบบแถวหน้า (Front Rank Stabbing) และเมื่อโล่แตก ให้ใช้ ดาบสั้นหานเฟิง ที่เหน็บข้างเอวเข้าต่อสู้ในระยะประชิดอย่างมีประสิทธิภาพ
การเปลี่ยนจากการป้องกันเป็การตอบโต้ในระยะใกล้เมื่อถูกเจาะแนวป้องกัน
สัญญาณและวินัย
ใช้เสียง กลองช้าและหนักแน่น (Slow, Heavy Drum Beat) เป็สัญญาณในการก้าวถอย/ก้าวหน้า ซึ่งเสียงจะต้องดังและเป็จังหวะที่กำหนดเท่านั้น
สร้างวินัยในการเคลื่อนขบวนที่ช้าแต่มั่นคง แม้จะอยู่ภายใต้ความกดดัน
ภารกิจหลัก: การตีโฉบอย่างรวดเร็ว (Skirmishing)และการลาดตระเวนในระยะไกล
ขั้นตอนการฝึก
รายละเอียดการฝึก
วัตถุประสงค์
การควบคุมม้าด้วยขา
ฝึกขี่ม้าโดย ห้ามใช้มือบังเหียน โดยใช้เพียงแรงบีบจากขาเพื่อสั่งการเท่านั้น มือทั้งสองต้องว่างเพื่อเตรียมยิงธนู
สร้างความคล่องแคล่วในการขี่ม้า เพื่อให้ทหารม้าสามารถยิงธนูและต่อสู้ด้วยหอกขณะวิ่งเต็มฝีเท้า
การยิงธนูหลังม้า
ฝึกยิงธนูไปยังเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ขณะที่ม้ากำลังวิ่ง รูปตัว U (การยิงแล้ววนกลับ) และฝึกการยิงแบบ "มองข้ามไหล่" (Parthian Shot) ขณะที่ม้ากำลังถอย
การโจมตีข้าศึกจากระยะไกลอย่างแม่นยำและสร้างความเสียหายก่อนเข้าปะทะ
สัญญาณธง (Flag Signals)
การสื่อสารระหว่างหน่วยใช้ สัญญาณธงขนาดเล็ก และ นกหวีด ที่มีโค้ดเฉพาะ เพื่อลดเสียงรบกวนในยามซุ่มโจมตี
รักษาความเงียบในการลาดตระเวน และสั่งการที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์ตีโฉบ (Skirmishing Drill)
ฝึกโจมตีแนวปีกของกองทัพศัตรูอย่างรวดเร็ว และถอนตัวออกมาก่อนที่ศัตรูจะสามารถตอบโต้ได้
เน้นการสร้างความอ่อนล้าและทำลายขวัญกำลังใจของศัตรูโดยไม่สูญเสียกำลังพล
ภารกิจหลัก: การป้องกันองค์รัชทายาท การแทรกซึมและการควบคุมกลไกป้องกันของจวน
ขั้นตอนการฝึก
รายละเอียดการฝึก
วัตถุประสงค์
การเคลื่อนไหวไร้เสียง (Stealth & Infiltration)
ฝึกการเคลื่อนไหวและการวิ่งบนหลังคาในเวลากลางคืนโดยมีเสียงดังที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ และฝึกการพรางตัวในที่มืด
สามารถเข้าถึงและป้องกันจุดสำคัญของจวนได้โดยไม่ถูกตรวจพบ
การต่อต้านมือสังหาร
ฝึกการต่อสู้ด้วยมีดสั้นและมือเปล่าในพื้นที่จำกัด (เช่น ในทางเดินแคบๆ หรือห้องมืด) และการ ค้นหาและปลดอาวุธ
สามารถต่อสู้และเอาชนะมือสังหารระดับสูงที่บุกเข้ามาได้
การควบคุมค่ายกลเต่าดำ
ทหารทั้ง 10 นายต้องเชี่ยวชาญในการควบคุม ธนูกลไกอัตโนมัติ และระบบ กับดักไฟ/ควัน ที่ซ่อนอยู่ในจวน
เป็ผู้ดูแลและเปิดใช้งานกลไกป้องกันของป้อมปราการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
การสังเกตการณ์
ฝึกการเฝ้าสังเกตการณ์จากจุดสูง และการจดจำใบหน้า/รูปแบบการเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้า
เป็หน่วยสอดแนมและหน่วยแจ้งเตือนภัยที่แม่นยำที่สุดของรัชทายาท