จ้าว หยาง หยุดเคี้ยวชั่วขณะ ดวงตาสีทองวาววับเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เศษพุทราเปื้อนมุมปากเขาเล็กน้อย "หา? เ้าพูดอะไรของเ้า" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงงุนงง ก่อนจะกลืนพุทราลูกสุดท้ายลงไปในลำคอ "ข้าแค่มากินขนมอร่อยๆ เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการฆ่าชาวบ้านเลย"
แต่หยูเซียนไม่สนใจคำอธิบายใดๆ ดวงตาของเธอฉายแววดุดัน ไม่เชื่อคำพูดของปีศาจตรงหน้าแม้แต่น้อย เธอชักกระบี่หยก์ออกมาจากฝัก แสงสีเขียวอ่อนเรืองรองจากใบกระบี่ สะท้อนกับแสงจันทร์เป็ประกายวิบวับ เธอเริ่มร่ายรำท่วงท่าอันงดงาม เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ "วันนี้ข้าจะจัดการเ้าให้สิ้นซาก! ข้าจะไม่ปล่อยให้ปีศาจอย่างเ้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป!"
จ้าว หยาง กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย เขาก้าวเข้ามาประจันหน้า ร่างกำยำสูงใหญ่ทาบทับเงาของหยูเซียน "โอ้ย เด็กน้อย อย่ามาทำท่าเป็วีรสตรีเลย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน "เ้าคิดว่าตัวเองเก่งนักหรือ? ข้าว่าเ้าน่าจะกลับไปซ้อมกระบี่ให้เก่งกว่านี้ก่อนมาท้าทายข้า"
คำพูดยียวนนั้นยิ่งทำให้หยูเซียนโกรธหนัก โทสะพลุ่งพล่านในอกราวกับไฟลุกโชน เธอพุ่งเข้าโจมตีด้วยกระบวนท่ากระบี่หยก์ แสงสีเขียววาววับพุ่งออกจากคมกระบี่ ฝ่ามือเรียวงามกระชับด้ามกระบี่แน่น "รับกระบี่ข้าซะ!"
จ้าว หยาง ตาโต รีบะโหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด กระบี่หยก์ฟาดผ่านเส้นผมดำขลับของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเดียว "เฮ้ย! ระวังหน่อย!" เขาร้องลั่น สีหน้าใ "เ้าจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ? นี่มันเกินไปแล้วนะ!"
"แน่นอน! ข้าจะกำจัดปีศาจอย่างเ้าให้สิ้นซาก!" หยูเซียนตวัดกระบี่ไล่ฟันไม่หยุด ลมกรดพัดแรงตามการเคลื่อนไหวของเธอ ทำให้ใบไม้แห้งปลิวว่อน "ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าหนีรอดไปได้!"
จ้าว หยาง พยายามหลบหลีก ะโไปมาอย่างว่องไว พลางนึกในใจ 'ตายละ! ถ้าข้าตาย เ้าของพันธสัญญาอย่างนางก็ต้องตายด้วย แบบนี้จะให้ข้าทำยังไง?' เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"เฮ้! หยุดก่อน! ฟังข้าอธิบายสักนิด!" เขาะโ พยายามหาจังหวะให้หยูเซียนได้ยินเหตุผล แต่หยูเซียนไม่ฟัง เธอยังคงไล่ล่าเขาด้วยความมุ่งมั่น
"ไม่ต้องมาหลอกข้า!" หยูเซียนตวาดกลับ ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ปีศาจอย่างเ้าพูดได้แต่คำโกหก! ข้าจะไม่หลงกลเ้าอีกแล้ว วันนี้ข้าจะล้างบาปให้กับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ด้วยเืของเ้า!"
จ้าว หยาง เริ่มรู้สึกหงุดหงิด ความอดทนของเขาเริ่มหมดลง เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องในความมืด "โธ่เอ๊ย! สาวน้อยอย่างเ้าไม่มีทางจับข้าได้หรอก!" เขาะโพลางะโหลบการโจมตีของหยูเซียนอย่างคล่องแคล่ว แสงจันทร์สาดส่องเงาร่างสูงใหญ่ของเขาทอดยาวบนพื้นดิน "ถ้าเ้าอยากเล่นไล่จับในคืนเดือนมืดแบบนี้ ข้าจะเล่นด้วยก็ได้นะ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท "แต่ระวังเถอะ ข้ามองเห็นในความมืดได้ดีกว่าเ้าแน่! ขนสีดำของข้าทำให้ข้าซ่อนตัวได้ดีในเงามืด!"
คำพูดยั่วยุนั้นยิ่งทำให้หยูเซียนฮึดสู้และโกรธจัด ดวงตาคู่งามของเธอวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลม เธอพุ่งเข้าโจมตีอย่างดุดันราวกับพยัคฆ์สาว "หุบปากซะ! เ้าปีศาจหมาป่าปากเสีย!" เสียงตวาดของเธอดังก้องในความเงียบของราตรี
จ้าว หยาง ะโหลบเข้าไปหลังกองฟืนอย่างว่องไว เขาััได้ถึงความร้อนจากโทสะของหยูเซียนที่พุ่งเข้ามา แล้ววิ่งวนรอบลานกว้างด้วยความเร็วเหนืุ์ "โอ๊ย! คุณหนูไป๋!" เขาร้องเสียงแหลมปรี๊ด พลางพูดจาล้อเลียนอย่างกวนประสาท "ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่ปีศาจร้าย! เ้านี่หูหนวกหรือไง? หรือว่าแสงจันทร์มันน้อยเกินไปจนเ้ามองไม่เห็นว่าข้าแค่เป็หมาป่าธรรมดา?"
หยูเซียนไล่ตามอย่างไม่ลดละ เสียงฝีเท้าของเธอดังกระหึ่มบนพื้นดิน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความโกรธ "หยุดวิ่งมาสู้กันตรงๆ สิ ไอ้ขี้ขลาด!" เธอะโสุดเสียง มือเรียวงามหยิบก้อนหินขึ้นมาขว้างใส่จ้าว หยาง ก้อนหินพุ่งฝ่าอากาศด้วยความแม่นยำ แต่เขาก็หลบได้อย่างหวุดหวิด เส้นผมดำขลับของเขาปลิวสะบัดตามแรงปะทะของก้อนหิน
"ว้าว! เล็งแย่จังนะคุณหนูไป๋ผู้เลอโฉม!" จ้าว หยาง หัวเราะเยาะ น้ำเสียงยียวนราวกับกำลังล้อเลียนเด็กน้อย "ถ้าเ้าอยากจับข้า ก็ต้องพยายามมากกว่านี้หน่อย!" เขาเอ่ยพลางะโข้ามกองไม้อย่างคล่องแคล่ว "หรือว่าเ้า้าให้ข้าเห่าให้ฟังเพื่อจะได้รู้ว่าข้าอยู่ตรงไหน?"
คำพูดเยาะเย้ยนั้นยิ่งทำให้หยูเซียนโมโห ใบหน้างดงามของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอะโข้ามกองไม้ตามไปติดๆ พยายามจะคว้าตัวจ้าว หยาง ชายหนุ่มััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่เป่ารดต้นคอ "หยุดนะ! มาสู้กันอย่างลูกผู้ชายสิ!" เธอะโท้าทาย
จ้าว หยาง ะโหลบอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ของเขาลอยละลิ่วในอากาศราวกับนกอินทรี "ลูกผู้ชายงั้นเหรอ?" เขาถามกลับอย่างล้อเลียน "แต่ข้าเป็หมาป่านะ ไม่ใช่มนุษย์ หรือว่าเ้าสับสน?" รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม "บางทีเราควรรอให้พระอาทิตย์ขึ้นก่อนมั้ย จะได้เห็นขนสีดำของข้าชัดๆ"
ทั้งคู่วิ่งไล่กันวุ่นไปทั่วลานกว้าง เสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจดังก้องในความเงียบของราตรี แสงจันทร์สาดส่องเงาร่างของทั้งสองที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สร้างภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ ความโกลาหลนี้ส่งผลกระทบถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ
บ้างก็เปิดหน้าต่างมามอง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความตื่นเต้น พวกเขากระซิบกระซาบกันถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในยามวิกาล บ้างก็ส่งเสียงโวยวายให้เงียบเสียที เสียงะโด่าทอดังมาจากบ้านหลังหนึ่ง "เฮ้ย! พวกเ้าสองคนนั่น! จะเล่นอะไรก็เล่นไป แต่อย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นสิ! คนแก่คนเฒ่าเขาจะนอนกันไม่ได้!"
ท่ามกลางความวุ่นวายของการไล่ล่า เสียงร้องไห้ของเด็กดังแว่วมาแต่ไกล ราวกับสายลมพัดพาความทุกข์ระทมมาสู่โสตประสาทของหยูเซียน เธอชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล ดวงตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ พยายามค้นหาต้นตอของเสียงนั้น
"เดี๋ยวก่อน!" หยูเซียนร้องเสียงดัง ความมุ่งมั่นในการไล่ล่าจ้าว หยางมลายหายไปในพริบตา "นั่นมันเสียงเด็กร้องไห้!" เธอเอ่ยขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวไปยังทิศทางของเสียงด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ทิ้งให้จ้าว หยางยืนงุนงงอยู่กับที่ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของหยูเซียนทำให้เธอต้องกลั้นหายใจด้วยความใ ปีศาจร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีรูปร่างอัปลักษณ์น่าขยะแขยง ิัขรุขระและเหี่ยวย่น กำลังคุกคามครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือเล็บที่มือข้างขวาของมัน ซึ่งยาวและคมราวกับใบมีด พ่อแม่ลูกสามคนกำลังกอดกันแน่น พยายามปกป้องลูกน้อยวัยไม่เกินห้าขวบจากอุ้งมืออันน่าสยดสยองของปีศาจร้าย
ไม่มีแม้แต่ลังเล หยูเซียนรีบพุ่งกระโจนเข้าไปขวางกลางระหว่างปีศาจและครอบครัวผู้น่าสงสาร "หยุดนะ!" เธอะโสุดเสียง เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวตามแรงลม ดวงตาเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว "อย่าทำร้ายพวกเขา!" พลังปราณสีฟ้าอ่อนเรืองรองรอบกายเธอ ก่อตัวเป็โล่ป้องกันครอบคลุมครอบครัวผู้บริสุทธิ์
ปีศาจร่างใหญ่หันขวับมามองหยูเซียนด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ดวงตาสีแดงก่ำลุกวาวด้วยความโกรธและความหิวโหย มันคำรามเสียงดังลั่น แรงสั่นะเืทำให้พื้นดินสั่นไหว "เ้ามนุษย์ไร้ค่า!" เสียงทุ้มต่ำของมันดังก้องไปทั่วบริเวณ "กล้าดียังไงมาขัดขวางการล่าเหยื่อของข้า!"
ด้วยความโกรธจัด ปีศาจพุ่งเข้าใส่เด็กน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว มือใหญ่ั์ของมันเหวี่ยงลงมา หมายจะคว้าร่างเล็กๆ นั้นไป
หยูเซียนใสุดขีด หัวใจของเธอเต้นรัวเร็ว เธอพยายามจะวิ่งไปช่วยเด็ก แต่ในชั่วพริบตาเดียว ปีศาจก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนืุ์ ทิ้งให้หยูเซียนยืนตะลึงด้วยความหวาดกลัว เธอเพียงแค่กะพริบตา และปีศาจก็อยู่ตรงหน้าเด็กน้อยแล้ว ความสิ้นหวังเริ่มครอบงำจิตใจของเธอ "ไม่นะ!" เธอร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง ตระหนักว่าความเร็วของเธอนั้นไม่มีทางสู้ปีศาจตนนี้ได้
ทันใดนั้น เงาดำพุ่งผ่านหน้าเธอไปอย่างรวดเร็ว ราวกับสายลมแห่งรัตติกาล จ้าว หยาง ที่เธอคิดว่าหนีไปแล้ว ะโเข้าขวางหน้าเด็กน้อยอย่างว่องไว ร่างสูงใหญ่ของเขายืนตระหง่านเป็กำแพงปกป้องเด็กน้อย ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
กรงเล็บแหลมคมของปีศาจฟาดลงมาอย่างรุนแรง จ้าว หยางยกแขนซ้ายขึ้นรับ เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้น เืสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากาแลึก
"อ๊าก!" จ้าว หยาง ร้องด้วยความเ็ปแสนสาหัส ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แต่เขาก็ยังยืนหยัด ไม่ยอมขยับเขยื้อนจากจุดที่ยืนปกป้องเด็กน้อยแม้แต่น้อย
หยูเซียนยืนตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจ้าว หยาง ปีศาจหมาป่าดำที่ดูเห็นแก่ตัว ปากร้าย และชอบกวนประสาทเธออยู่ตลอดเวลา จะยอมเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเด็กแปลกหน้า ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง ไม่ใช่ด้วยความกลัวอีกต่อไป แต่เป็ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยััมาก่อน แต่ความคิดนั้นก็หยุดลงเมื่อเธอเริ่มตั้งสติได้
"จ้าว หยาง!" เสียงะโของหยูเซียนดังก้องในความมืด ร่างบางของเธอพุ่งทะยานผ่านอากาศราวกับสายลม เส้นผมยาวสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงเคลื่อนไหว ดวงตาคู่งามเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและความกังวล เธอรู้ดีว่าทุกวินาทีนั้นมีค่า ถ้าไม่รีบทำอะไรเด็กกับ จ้าว หยาง จะได้รับาเ็เพิ่มเติมยิ่งขึ้นอีก
มือเรียวบางของหยูเซียนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว วาดลวดลายในอากาศด้วยความชำนาญ พลังปราณสีฟ้าอ่อนเรืองรองออกมาจากฝ่ามือของเธอ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังปีศาจร่างใหญ่ที่กำลังคุกคามจ้าว หยาง การโจมตีของเธอรุนแรงและแม่นยำ ทำให้สัตว์ร้ายถอยกรูดออกไปด้วยเสียงคำรามอย่างเ็ป
จ้าว หยาง หันมามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา แม้จะมีเืไหลซึมออกมาจากาแที่ต้นแขน "เป็ห่วงข้าจนหน้าซีดเชียว คุณหนูตัวน้อย ไม่ต้องกลัวไป ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความเอ็นดู พร้อมรอยยิ้มขี้เล่นบางๆ
หยูเซียนส่ายหน้าอย่างแรง เส้นผมสีดำสนิทพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว แต่ริมฝีปากอิ่มของเธอก็ยกขึ้นเป็รอยยิ้มเล็กๆ โดยไม่รู้ตัว "ข้าแค่ไม่อยากให้เ้าตายก่อนที่ข้าจะจับเ้าได้เท่านั้นแหละ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงกึ่งกวนกึ่งอ่อนโยน พลางกวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ทั้งสองหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรู พร้อมที่จะต่อสู้ด้วยกันอีกครั้ง แต่แล้วความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา เมื่อพบว่าปีศาจได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับถูกกลืนหายไปในความมืด
หยูเซียนรู้สึกใและสับสน ดวงตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว พยายามหาร่องรอยของปีศาจ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งใช้พลังปราณผลักมันออกไปไม่ไกลนัก "เป็ไปได้อย่างไร..." เธอพึมพำกับตัวเอง ความกังวลปรากฏชัดบนใบหน้างดงาม
ในระหว่างนั้น ครอบครัวที่พวกเขาช่วยเหลือก็เข้ามาขอบคุณด้วยน้ำตาคลอเบ้า พ่อแม่โอบกอดลูกน้อยไว้แน่น ขณะที่เด็กชายตัวน้อยมองหยูเซียนด้วยดวงตาเปี่ยมไปด้วยความนับถือและความกลัวในเวลาเดียวกัน
หยูเซียนยิ้มอย่างอ่อนโยน ความอ่อนหวานปรากฏบนใบหน้าที่มักจะดูเคร่งขรึม เธอคุกเข่าลงเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กชาย "น้องชายเก่งมากเลยนะ ที่กล้าหาญขนาดนี้" เธอพูดพลางลูบศีรษะของเด็กชายเบาๆ
จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน สีหน้ากลับมาจริงจังอีกครั้ง "ยามค่ำคืนในหมู่บ้านนี้อันตรายนัก รีบกลับเข้าบ้านเถิด อย่าลืมปิดประตูหน้าต่างให้แ่า และอย่าออกมาข้างนอกจนกว่าจะถึงรุ่งเช้า" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย
ครอบครัวนั้นพยักหน้ารับและขอบคุณอีกครั้งก่อนจะรีบเดินจากไป เสียงฝีเท้าของพวกเขาค่อยๆ เบาลงจนหายไปในความมืด