Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 22 ผิดคาด

     ทั้งสามคนพาผมเดินลึกเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ของอาเบล มันยิ่งใหญ่และลึกลับเกินที่ผมจะจินตนาการได้เลยว่ามีห้องหับอะไรซ่อนอยู่อีกถัดจากทางเดินยาวเฟื้อยที่ผมเคยเดินผ่านเมื่อวันแรกที่ผมตื่นขึ้นมาที่นี่ ผมก็พบว่าจริง ๆ แล้วยังมีบันไดเดินลงไปชั้นใต้ดินซ่อนอยู่ที่ปลายทางเดินอีกฝากหนึ่งระหว่างเดินตามทั้งสามผมหวนคิดถึงเรื่องที่นอร่าเล่าให้ผมฟังเมื่อกี้นี้คนตัวเล็ก ๆ ที่พาคำขอของเราไปสู่อะตอมของสสารต่าง ๆวรยุทธที่ทำให้ความสามารถเหนือมนุษย์ของโดมินาริ เหนือล้ำมากขึ้นไปอีกหลายขั้นเมื่อลงบันไดยาวไปจนสุดปลายผมก็พบเข้ากับประตูไม้บานใหญ่ที่สูงท่วมหัวของวลาดิเมียร์ บนบานประตูทางขวาเป็นรูปแกะสลักของชายที่อยู่บนเทวรูปนั้น... อดัม และผลึกปริซึม ส่วนบานประตูทางด้านซ้ายเป็นรูปของเรื่องราวอะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ดาวหางบนท้องฟ้า กลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ยืนชูมือทั้งสองขึ้นบนท้องฟ้า และรายละเอียดที่ผมไม่ทันได้สังเกตุทั้งหมด นอร่าเป็นคนผลักประตูทั้งสองบานออกจนเปิดกว้างแถวของหิ้งหนังสือเรียงรายไปทั่วทั้งห้องเหมือนกับภูเขาที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือ เพดานกลางห้องเป็นโคมระย้ารูปร่างคล้ายปรึซึมแห่งขอบเขตทั้งเจ็ดผมตื่นตะลึงกับความมากมายมหาศาลของหนังสือที่ถูกแยกไว้เป็นหมวดหมู่ และบริเวณ ไกลออกไปถัดไปทางขวาของห้องผมเห็นบริเวณหนึ่งที่เก็บม้วนหนัง ม้วนกระดาษ เอาไว้จำนวนมาก ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมีอายุย้อนไปได้ไกลถึงเพียงไหน วลาดิเมียร์เดินเข้ามาตบไหล่ผมด้วยเสียงหัวเราะ“ยังไม่เลิกนิสัยเอาแต่ยืนตะลึงอีกเหรอ ฮ่ะฮ่ะ”“นี่คือห้องสมุดของบ้านอาเบล?”“ใช่ บางส่วนนำมาจากอเล็กซานเดรียน่ะ”“วลาดพาคาลมานั่งได้แล้ว”นอร่าพูดเสียงดังจนก้องไปทั่วห้อง วลาดิเมียร์หันมามองหน้าผมพร้อมกับรีบกุลีกุจอดันตัวผมไปนั่งที่โต๊ะยาวตัวหนึ่ง เรย์ยืนอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับถือกล่องไม้สีดำยาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ภายนอกดูเก่าแก่และมีอายุ น่าแปลกที่มันกลับไร้ซึ่งฝุ่นละอองเกาะอยู่แม้แต่น้อย แถมให้ความรู้สึกสงบอย่างแปลกประหลาดเมื่อมองไปที่กล่องนั้นกล่องทั้งหกด้านมีสัญลักษณ์ลายเส้นเหมือนกับที่นอร่าขีดเขียนเอาไว้บนพื้นก่อนหน้านี้“นั่งซิ” นอร่าบอกให้ผมนั่งลงพร้อมกับเอื้อมมือไปขอกล่องไม้ใบนั้นจากเรย์ เมื่อรับมานอร่าก็วางมันลงบนโต๊ะเบา ๆฝากล่องมีสลักตัวเล็ก ๆ อยู่หนึ่งตัว นอร่าดันปลายนิ้วเข้าที่ปลายสลักนั้นเบา ๆ และเปิดฝากล่องภายในกล่องมีวัตถุบางอย่างวางเอาไว้อยู่ เมื่อนอร่าหยิบมันขึ้นมาผมจึงเห็นว่ามันคือไพ่ ไพ่ที่มีสัญลักษณ์ลายเส้นของขอบเขตสลักไว้บนพื้นผิว“ไพ่?”“เรียกว่าเดรูเลี่ยนเพลทน่ะ คำว่าไพ่คือคำเรียกของเกมการ์ดที่พวกเซเปียนส์เห็นพวกเราใช้เพลทแล้วเอาไปเลียนแบบ” นอร่าพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“แผ่นพวกนี้คือเดรูเลี่ยนเพลท? มันทำมาจากเดรูเลี่ยนสตีล?”นอร่าพยักหน้า“และนี่คือวิธีที่นายจะได้รู้ว่านายมีความสามารถในขอบเขตไหน”ผมเริ่มเกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว“สิ่งที่นายต้องทำก็เพียงแค่เอามือวางไว้เหนือเดรูเลี่ยนเพลทเหล่านี้”นอร่าวางเดรูเลี่ยนเพลทลงบนโต๊ะลงเป็นรูปสีเหลี่ยมโดยมีเพลทสี่ใบเป็นมุมของสี่เหลี่ยม และตรงกลางเป็นเพลทสามใบเรียงกันโดยมีเพลทที่มีสัญลักษณ์ของวิญญาณอยู่ตรงกลาง ผมยื่นมือไปเหนือเพลทเหล่านั้นตามที่นอร่าบอกนอร่าเอื้อมมือมาจับมือผม มือของเธอนุ่มนิ่มเหลือเชื่อเหมือนว่าไม่เคยผ่านงานหนักใด ๆ ในชีวิตมาก่อนเลย“คาลนายจำความคิดตอนที่นายซ้อมต่อสู้กับวลาดและเรย์ได้ใช่มั้ย ตอนที่จิตใจของนายคิดว่าจะต้องหลบแล้วร่างกายของนายก็เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ตอนที่นายรู้สึกว่าต้องตั้งรับแล้วร่างกายของนายแข็งแกร่งขึ้น และตอนที่นายบาดเจ็บร่างกายของนายก็หายเร็วขึ้น”ผมพยักหน้า“นั่นคือการที่ดีเซลล์ของนายบอกกับมานาในร่างกายของนายให้เพิ่มความว่องไว ความแข็งแกร่งและพลังการรักษาตัว ตอนนี้ฉันอยากให้นายหลับตา ลองจินตนาการว่านายจะต้องหยิบเพลทขึ้นมาสักใบหนึ่ง เพลทใบนั้นจะเป็นใบไหน”“ฉันแค่หลับตาแล้วคิด?”“ใช่ แล้วเพลทของขอบเขตที่นายสามารถสื่อสารด้วยจะเปล่งแสงออกมา และนั่นคือคำตอบของขอบเขตของนาย เอาล่ะมาลองกันเถอะ” นอร่าปล่อยมือผมแล้วถอยตัวออกไปยืนกับวลาดิเมียร์และเรย์ผมหลับตาและลองคิดตามที่นอร่าบอกไม่มีใครส่งเสียงในช่วงเวลานั้นสักคน มันยิ่งทำให้พิธีกรรมนี้ของผมดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามขึ้นไปอีกจนผมเกร็งในความมืดเบื้องหน้าของผม ผมค่อย ๆ มองเห็นเส้นสายของออร่าสีทองไหลมาอยู่ตรงบริเวณที่เป็นมือของผม จากนั้นผมก็เริ่มมองเห็นเงาจาง ๆ ของเพลททั้งเจ็ดชิ้นเลือนรางอยู่ใต้มือของผม ผมตั้งความคิดในใจว่าอยากจะหยิบเพลทชิ้นที่เหมาะกับผมที่สุด... แล้วก็ถ้าเป็นขอบเขตเดียวกับวายาก็น่าจะดี เพราะผมจะได้มีคนสอนใช้ขอบเขตที่คุยกันรู้เรื่องพอผมคิดแบบนั้นผมก็พลันรู้สึกถึงความร้อนที่ทำให้ผิวแสบที่ฝ่ามือ ผมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดอยู่แค่ภายในความคิดของผมเท่านั้นเมื่อผมคิดได้แบบนั้นความร้อนนั้นก็พลันหายไป แต่กลับเกิดความรู้สึกคล้ายของเหลวไหลอยู่รอบ ๆ มือของผม มันเย็นและพลิ้วไหวระริก ๆ เหมือนผมเอามือแช่อยู่ในน้ำที่กำลังไหลจากนั้นสัมผัสของของเหลวก็เหือดแห้งไปแล้วกลายเป็นความรู้สึกเหมือนลมแผ่ว ๆ พัดมาไล้ผิวคลอเคลียจนรู้สึกจั๊กจี้ ลมที่ลูบไล้ผมอยู่ค่อย ๆ ลดแรงลงและตามมาด้วยสัมผัสสาก ๆ ที่ผิวหนังเหมือนผมเอามือจิ้มลงไปอยู่ในพื้นดินผมเริ่มตกใจแต่ก็ยังกลั้นใจไม่ให้ลืมตาขึ้นมา แล้วอยู่ ๆ เส้นสายสีทองที่ไหลไปรวมกันเป็นรูปมือของผมก็ดับวูบไปจนเหลือแต่เพียงความมืดที่ดำสนิทเป็นความมืดที่ดำเมี่ยมราวกับหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้น หรืออุโมงค์ยาวที่มองไม่เห็นปลายอีกด้านหนึ่งจากนั้นแสงสว่างวูบใหญ่ก็พลันปรากฎขึ้นจนผมต้องเผลอหยีตาและลืมไปว่าจริง ๆ ผมกำลังหลับตาอยู่ จากนั้นแบบไม่ทันตั้งตัวความรู้สึกทุกอย่างก็พลันหายวับไปหมดและมีแต่ความเงียบเวิ้งว้างผมรู้สึกถึงห้วงอวกาศที่อยู่ห่างไกล และตัวผมที่ล่องลอยไปเรื่อย ๆ ที่ปลายมือของผมเหมือนผมเห็นปลายมืออีกข้างหนึ่งเป็นเงาสะท้อนจากตัวของผมเอง แต่เงาร่างนั้นพร่าเลือนยิ่งนัก และผมก็ล่องลอยไปเรื่อย ๆผมไม่รู้ว่าห้วงเวลาที่ความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้นยาวนานแค่ไหนในโลกความเป็นจริง แต่ในห้วงความคิดของผมเหมือนมันเป็นเวลาที่นานแสนนานความรู้สึกเหล่านั้นเกิดวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วผมก็ตัดสินใจกุมมือใน ความคิดคว้าจับสิ่งที่ผมคิดว่าคือขอบเขตของผม................................................................“น่าสนใจจริง ๆ นายว่ามั้ยเยว่เฟิง”อาเบลฟังผลจากการตรวจสอบขอบเขตของคาลพร้อมด้วยรอยยิ้มครุ่นคิด“ไม่ได้เป็นตามที่ฉันคาดการณ์เอาไว้จริง ๆ อาเบล ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะประเมินผิดพลาดในคราวนี้”“ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรือเยว่เฟิง จริงมั้ยวลาด”“แต่น่าเสียดายจริง ๆ นะถ้าเป็นขอบเขตดินฉันจะได้จัดหลักสูตรอบรมพิเศษให้ ฮ่ะๆๆ” วลาดิเมียร์ตบมือเข้าที่หน้าขาตัวเองฉาดใหญ่“และอดเห็นอะไรสนุก ๆ เลยที่ไม่ใช่ขอบเขตลม ถ้าเป็นขอบเขตลมขึ้นมา สงสัยจะได้เห็นเรย์ทำหน้าบูดเบี้ยวตอนที่ต้องรับผิดชอบสอนคาล” วลาดิเมียร์ยังคงสนุกสนานกับความคิดต่าง ๆ โดยไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์อะไรเลย“ว่าแต่... วลาด ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ห้าวันเองนะ ก็จะถึงตามเงื่อนไขเวลาที่เรย์ให้ไว้แล้ว นายคิดว่าคาลจะทำได้มั้ย”“บอกตามตรงเยว่เฟิง ฉันไม่แน่ใจเลย แม้คาลจะมีพลังแฝงที่พวกเราไม่เข้าใจอยู่มากมายเกินจะคาด แต่จะให้คนที่พึ่งเริ่มฝึกวรยุทธไปโจมตีเรย์ที่เป็นโดมินาริระดับสามภายในสิบวัน ฉันยังยืนยันคำเดิม มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะหาใครมาสอนขอบเขตของคาลให้ได้อีกด้วย ไม่มีพวกเราคนไหนที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในขอบเขตนั้นอยู่เลย”“เรื่องการหาคนมาแนะนำคาลนั้นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจพอ ๆ กับเรื่องเวลาที่เหลืออยู่ไม่มากเลยนะ นายมีความคิดเห็นอะไรบ้างมั้ยอาเบล”เยว่เฟิงหันมาถามอาเบลที่ยังมีใบหน้าแขวนไว้ด้วยรอยยิ้มครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่อาเบลพยักหน้าเบา ๆ จนแทบจะมองไม่เห็นถ้าไม่ได้สังเกต“ฉันคิดถึงคนคนนึงเอาไว้อยู่”แม้ว่าจะมีรอยยิ้มอยู่ แต่อาเบลพูดออกมาเบา ๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจ................................................................เป็นไปได้จริง ๆ เหรอเนี่ย ขอบเขต...“อย่าเหม่อ” เรย์พูดขึ้นพร้อมกับโจมตีเข้ามาที่ลำตัวด้านขวาของผมผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์เหม่อลอยของแรงกระแทกจากลูกเตะของเรย์แม้ผมจะยกแขนขึ้นการ์ดป้องกันไม่ทัน แต่ดีเซลล์ของผมก็บอกให้มานาเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้บริเวณที่โดนแรงกระแทกได้อย่างทันท่วงที แม้จะไม่สามารถป้องกันแรงกระแทกได้ทั้งหมดแต่ก็ลดความเสียหายไปได้เยอะกว่าเดิมมากตั้งแต่นอร่าสอนเรื่องความสัมพันธ์ของดีเซลล์กับมานาและขอบเขตแล้ว ผมรู้สึกว่าผมควบคุมมานาในร่างกายได้ดีขึ้นเป็นอย่างมากแม้จะยังไม่สามารถโต้กลับเรย์กับวลาดิเมียร์ได้เลย แต่อย่างน้อยจำนวนการลงไปนอนหมอบที่พื้นของผมก็ลดลงไปอยู่พอตัว“บอกว่าอย่าเหม่อ” ผมคลาดสายตาจากเมื่อกี้ครู่เดียว เรย์ก็โผล่มาอยู่ทางด้านหลังของผมฝ่าเท้าของเธอกระแทกเข้าที่กลางหลังของผมอย่างจังจนผมรู้สึกเหมือนกระดูกสันหลังแทบจะขาดออกจากกัน เรย์โจมตีมาเร็วกว่าที่ผมจะคิดป้องกันตัวเองทันโธ่เว้ย ต้องลงไปนอนกองอีกจนได้ผมโกรธตัวเองที่ดันเหม่อคิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง จนต้องลงมานอนหมอบอยู่ที่พื้นแบบนี้ เลือดอุ่น ๆ ไหลออกมาจากปากผมพร้อมรสชาติของเหล็กเค็ม ๆ ปะแล่ม ๆผมพยายามจะรีบยันกายลุกขึ้นมา แต่กระดูกสันหลังของผมช่างไม่เป็นใจเสียเหลือเกิน ทันทีที่ดันตัวขึ้นมาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเรย์ก็พุ่งเข้ามาหวดเข้าที่ปลายคางของผมจนตัวลอย ผมร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นห่างออกไปร่วมสิบเมตรด้วยสภาพเหมือนผ้าขี้ริ้วขาดกะรุ่งกะริ่งพอวลาดิเมียร์ไม่อยู่ก็เหมือนว่าเรย์ไม่มีคนคอยห้ามไม่ให้ยั้งมือหนักเกินไปอีก เรย์จึงใส่อารมณ์ทุก ๆ อย่างที่มีต่อสตรัคเกอร์ลงมาที่การโจมตีใส่ผมและตอนนี้เรย์ก็ไม่ยอมยั้งมือด้วยการพุ่งตัวเข้ามาอย่างแรงพร้อมกรงเล็บทั้งสองมือที่กางออกประตูห้องเปิดออกพร้อม ๆ กับที่เรย์จะเข้ามาถึงระยะโจมตี“เฮ้เรย์ หนักมือไปแล้ว...” ผมได้ยินเสียงของวลาดิเมียร์ตะโกนมาแต่ไม่ทันได้หันไปมองเพราะไม่กล้าละสายตาจากการโจมตีเงาร่าง ๆ หนึ่งโผล่เข้ามาขวางระหว่างผมกับเรย์ และคว้ากรงเล็บของเรย์ไว้ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาเสียบผมได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด“นี่เธอจะลงมือรุนแรงเกินไปหรือเปล่ายายแมวจรจัด!”เสียงของคนที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้ยินดังขึ้นเต็มสองข้างรูหูของผมจบตอนที่ 22