ตอนที่6 แขกไม่ได้รับเชิญ
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสองสามวันแล้วฉันก็โล่งใจที่ไม่มีใครตามมาตอแยลูกค้าผู้ชายคนอื่นๆ เมื่อเห็นคุณอคิณมาแวะเวียน ก็เริ่มห่างหายไปแต่ก็มีแวะมาซื้อกาแฟตามปกติวันอาทิตย์นี้เป็วันหยุด เลยชวนแองจี้ไปช็อป กินข้าว ดูหนัง ตามวิถีสาวโสด
“แกแวะดูชุดร้านนี้ก่อนน่าจะมีคอลใหม่มา” แองจี้เ้าแม่แฟชั่นก็ลากแขนฉันเข้าร้าน แต่วันนี้ด้วยความเราแต่งตัวธรรมดาด้วยรึเปล่าพนักงานถึงเป็เมินๆเราเสื้อยืด กางเกงขาสั้นรองเท้าผ้าใบ เพราะวันนี้อยากมาในตรีมสบายๆไม่เยอะ
“แกเขาดูมองๆเราเนาะเพราะเราแต่งตัวแบบนี้ด้วยรึเปล่า”
“จะแต่งยังไงเกี่ยวอะไรกันเรามีเงินซื้อ”แองจี้เดินเลือกเสื้อผ้าตัวนู้นทีตัวนี้ที ฉันเองก็ไปถูกใจตัวสองตัวเป็เชิ้ตผ้าเบาน่าจะเหมาะกับ่นี้อากาศร้อนแองจี้เองก็ได้แล้วแต่ดูเหมือนไซส์ไม่มี แองจี้เลยเรียกพนักงาน
“ขอโทษนะคะ เสื้อรุ่นนี้ไซส์ XS มีมั้ยคะ”แองจี้พูดพร้อมกับยกเสื้อขึ้น
“ไม่มีค่ะ”
“เอ้ายังไม่เข้าหรือยังไงคะ”
“ไม่ทราบค่ะ” แล้วก็ทำท่าจะเดินหนี
“โอ๊ะ ปกติซื้อที่ช็อปนอกก็บริการดีนะแล้วพนักงานก็ถูกเทรนมาดีมากๆ เพิ่งมาเจอช็อปไทยที่บริการแย่แล้วพนักงานไม่รู้เื่อะไร”
“แองจี้ใจเย็นๆ”แองจี้โมโหโยนเสื้อไซส์ Sลงพื้น
“นี่คุณคะทำแบบนี้กับสินค้าไม่ได้นะคะหากเสียหายไปรบกวนรับผิดชอบให้ไหวด้วยนะคะ”
“ไปเก็บมาซิเดี๋ยวฉันจ่ายตังค์ให้อ้อถ้าเธอเก็บมาเดี๋ยวฉันซื้อเพิ่มอีกตัว” แองจี้ควักบัตรไดม่อนการ์ดออกมาแกว่งไปมาหน้าพนักงานคนนั้นซึ่งเมื่อเธอเห็นบัตรเครดิตที่มีคนสามารถถือได้ไม่กี่คนก็หน้าถอดสีแล้วก็ยอมเดินไปเก็บเสื้อตัวนั้นมา
“สวัสดีครับ มีปัญหาอะไรกันหรอครับ”ฉันกับแองจี้หันขวับ คริส นั่นเอง ฉันพยายามมองว่าอีกคนไม่ได้มาด้วยจริงหรือเปล่า
“อ้าวคริสนายมาช็อปเหมือนกันหรอพอดีดัดนิสัยพนักงานชอบเหยียดและเลือกปฏิบัตินิดหน่อย”
“สะ สวัสดีค่ะท่านรองประธาน”พนักงานคนนั้นยิ่งหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าเรารู้จักกับคริสแต่เอ๊ะคริสเป็รองประธานเลยหรอ
“เธอ เข้ามาทำงานนานขนาดไหนแล้ว”
“ 1 ปี ค่ะ”
“นานขนาดนั้นเลยหรอแล้วเธอเคยศึกษาแบรนด์ที่ตัวเองขายมั้ยแล้วเสื้อตัวนี้ความจริงมีไซส์ XS แต่เข้ามาล่าช้ากว่าเพราะขาดตลาดเธอไม่รู้เหรอผู้จัดการไม่ได้แจ้งหรืออะไรไปเรียกผู้จัดการมาซิ” ไม่นานผู้จัดการก็เดินเข้ามาสวัสดีคริสซึ่งตอนนี้พนักงานทุกคนและลูกค้าในร้านก็มายืนดูสถานการณ์
“สวัสดีค่ะท่านรองประธาน”
“คุณแอ๋มผมแจ้งรึยังว่าทางเ้าของแบรนด์แจ้งว่าคอลใหม่ไซส์เสื้อขาดตลาดให้ลูกค้าที่สนใจจองแบบพรีออเดอร์ไว้”
“แจ้งแล้วค่ะแอ๋มก็แจ้งพนักงานทุกคนเป็ที่เรียบร้อยแล้วค่ะ”พนักงานทุกคนพยักหน้าเพื่อยืนยันว่าผู้จัดการได้แจ้งแล้ว
“แล้วทำไมพนักงานคนนี้ถึงพูดกับลูกค้าว่าไม่ทราบล่ะ” ทุกคนมองไปยังพนักงานที่ยืนนิ่งอยู่แล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“แอ๋มขอโทษค่ะท่านรองประธานที่ดูแลพนักงานไม่ดีทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก”
“ผมเข้าใจว่าด้วยนิสัยคนที่ไม่เหมือนกันจะให้อบรมให้ได้เหมือนกันทุกคนคงไม่ได้ฉะนั้นพนักงานแบบนี้ผมขอไม่เก็บไว้นะ ให้คุณดำเนินการได้เลย”
“รับทราบค่ะ”ผู้จัดการรับทราบคำตัดสินของรองประธานห้างสรรพสินค้า DOMIC ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้
“แองจี้ไม่ต้องจ่ายค่าเสื้อตัวนี้หรอกครับให้พนักงานคนนั้นรับผิดชอบไปส่วนเสื้อไซส์ที่แองจี้้าเดี๋ยวผมจะให้ทางร้านส่งไปให้ที่บ้านเมื่อสินค้ามาถึงนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะคริส”
“อ้าวไอ้คริสมึงมาทำอะไรตรงนี้ไหนชวนกูไปกินข้าวแล้วมาเตร็ดเตร่อะไรแถวนี้” นั่นไงเสียงที่ไม่ได้รับเชิญมาแล้วทันทีที่ฉันได้ยินฉันรีบเดินไปหลบหลังแองจี้ แองจี้ก็เข้าใจสถานการณ์
“มาช่วยสาวๆนิดหน่อย โอเคป่ะๆไปกินข้าวกัน”
“เดี๋ยว ฉันว่าฉันเจอคนรู้จัก”
“หือ ใครคนรู้จักแกคุณแองจี้เหรอแกไปรู้จักเธอตอนไหน”
“ไม่ใช่ฉันหมายถึงคนที่อยู่ข้างหลังเธอ” เขาเดินตรงมาที่ฉันแต่ถูกแองจี้ขวางไว้
“นายเป็ใครเดินพุ่งมาแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ฉันมีเื่จะคุยกับคนที่อยู่ข้างหลังเธอช่วยหลบหน่อย”
“ไม่หลบนี่มันเพื่อนฉันเขาไม่ได้อยากเจอนาย ทำไมฉันต้องหลบด้วย”
“โอเคในเมื่อเธอไม่อยากคุยกับฉันเงียบๆสองคนงั้นฉันประกาศในกลุ่มคนเยอะๆแล้วกัน สนุกดี”ฉันรู้ทันทีว่าเขาจะพูดถึงอะไร
“เดี๋ยว...นายอยากจะคุยกับฉันใช่มั้ย”
“แค่นี้ก็สิ้นเื่ทำไมชอบให้ขู่อยู่เรื่อย” เมื่อพูดจบเขาก็จับแขนฉันแล้วลากออกไปจากตรงนั้น
“เฮ้เดี๋ยวนั่นนายจะพาเพื่อนฉันไปไหน” แองจี้กำลังจะเดินตามมา คริสก็คว้าแขนเอาไว้
“โซมินมันไม่อันตรายหรอกครับ ตอนแรกผมไม่รู้ว่าคนที่โซมินมันตามหาอยู่เป็ใครเพราะอะไรมันถึงตามหาเธอทุกวันยังไงลองให้มันได้คุยกับเธอหน่อยเถอะครับ”แองจี้ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
อิตาบ้านี่ลากฉันมาจนถึงลานจอดรถค่อยยอมปล่อยมือฉัน
“หาตัวยากเหมือนกันนะ”
“แล้วจะหาฉันทำไม”
“ผมแค่มีเื่อยากจะบอกคุณ”
“เื่อะไร”
“เื่คืนนั้น จริงๆแล้ว”เขานิ่งไปซักพัก ฉันเองก็เงียบเพราะรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร “คือเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน คุณเข้าใจผิดไปเอง”
“อะไรนะ ฉันเนี่ยนะเข้าใจผิดสภาพนั้นเนี่ยนะ”
“ก็คุณอ้วกอ้วกจนเลอะทั้งผมทั้งตัวคุณผมก็ต้องให้แม่บ้านมาถอดชุดคุณออกแล้วทำความสะอาดให้คุณ ผมไม่ได้ทำอะไรคุณเลยแต่ที่ต้องให้อยู่สภาพนั้นเพราะที่คอนโดผมมันไม่มีเสื้อผ้าผมกะว่าผมตื่นขึ้นจะไปหามาให้แต่คุณก็หายไปพร้อมกับเสื้อผมแล้ว”
“นายพูดจริงหรอ”
“จริงสิผมจะโกหกคุณทำไมผมก็มีความเป็ลูกผู้ชายนะคุณ จะมาทำอะไรกับผู้หญิงที่เมาไม่รู้เื่เนี่ยนะ”ฉันเห็นสีหน้าแววตาที่จริงจังของเขาก็ เขินกับความคิดตัวเองอาจจะเพราะใด้วยทำให้ฉันไม่เอะใจว่าเื่มันเกิดขึ้นกับร่างกายฉันจริงรึเปล่าทำไมฉันไม่รู้สึกอะไร
“ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณเื่อะไร”
“ที่ตามหาฉัน ที่มาเล่าให้ฟัง”
“ผมแค่ไม่อยากให้เื่วันนั้นเป็ฝันร้ายสำหรับคุณ”เราสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา ที่แท้เื่นี้ก็เข้าใจผิดไปเองสินะเป็สุภาพบุรุษตัวจริงสินะต่างจากท่าทางที่แสดงออกมา