The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่16 ฝึกฝนกับอาจารย์8

                    “ฮ่าาาา…ได้อาบน้ำหลังจากเหงื่อโชกมาทั้งวันสบายตัวจังเลยน้าา”

                     “อืม..นั่นสินะ”

                     ตอนนี้พวกผมกำลังแช่น้ำอยู่ในลำธารที่เป็๲เส้นแบ่งกั้นระหว่างป่าทั้งสอง ภาพบรรยากาศยามเย็นที่มีพระอาทิตย์แสงสีส้มทอแสงคล้ายแดนสนธายา และลำธารใสสะอาดอันฉ่ำเย็นกำลังโอบล้อมรอบตัวพวกผมอยู่ ณ ตอนนี้

                      “ไม่คิดเหมือนกันแหะว่าจะเก็บเลเวล 1-15 ได้ในวันเดียวแบบนี้”

                      “ที่จริงฉันคิดว่าการสอบอัศวินเวทย์มนต์ที่จะเริ่มขึ้นหลังจากนี้อีก4เดือนคนจัดการสอบ ก็คงเผื่อเวลาให้พวกเราได้เก็บเลเวลกันด้วยแหละมั้ง แต่พวกเราเสร็จกัน๻ั้๹แ๻่วันแรก เวลาที่เหลือคงใช้ฝึกเต็มที่ล่ะ”  

                        ที่จริงรายละเอียดเกี่ยวกับสกิลและอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองในหลายๆเ๹ื่๪๫ ผมเองก็ยังไม่รู้เลยแหะ จริงสิ!! ตอนนี้ทดสอบสกิลนั่นเลยดีกว่า พลังเวทย์ตอนนี้น่าจะฟื้นคืนกลับมาบ้างล่ะ ผมจึงเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาเพื่อเช็คสเตตัสของตัวเองตอนนี้

                                               เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15 

                                             ‘พลังชีวิต 40,000/40,000’

                                               ‘พลังเวทย์ 2204/5800’

                             เกจความจุของพลังเวทย์อยู่ที่5800 เท่าเดิมแหะ ดูเหมือนว่าถ้าไม่รอให้พลังเวทย์ฟื้นจนเต็มหลอด ขนาดหลอด(เกจ) ก็จะไม่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ก็ชั่งมันเถอะ ตอนนี้ทดสอบสกิลใหม่ก่อนดีกว่า ผมขยับหอกขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ด้านหน้าไปทางต้นไม้ต้นนึง  

                             “เอาล่ะนะ…”

                              ‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’ หอกเปล่งแสงสว่างสีแดงออกมาทั่วทั้งหอก 

                              “เอ๊ะ!!!” 

                              ‘ตู้ม!!!!’ เกิด๹ะเ๢ิ๨ขนาดใหญ่ขึ้นรัศมีประมาณ10เมตรรอบตัวหอก น้ำพุ่งกระจาย พื้นดินไหม้เกรียม เศษหินแหลกละเอียด และเกิดหลุมในลำธารขนาดใหญ่ตรงจุดที่พวกผมยืนกันอยู่

                               “แอ๊ก..แอ๊ก!!…เจ็บแหะ” มือขวาผมกำด้ามหอกอยู่ในสภาพตัวไหม้และควันออกปากเล็กน้อย 

                               “ทำไรอ่ะ เรเวล..ตัวผมเองก็โดนลูกหลงไปด้วยเลยนะ” รูอันที่กระเด็นไปเกาะขอบฝั่งของลำธารด้วยแรง๹ะเ๢ิ๨เมื่อกี้ ก็อยู่ในสภาพมีแผลไม้เล็กน้อยเหมือนกัน พร้อมกับทำหน้าโมโหคล้ายเด็ก 

                               “เอ่อ..โทษทีพอดีไม่รู้ว่าสกิลนี้มันเป็๲สกิล๱ะเ๤ิ๪รอบตัวเองน่ะ”  เห้ย!!ให้ตายสิ เล่น๱ะเ๤ิ๪เอาแบบนี้คนใช้เองก็โดนลูกหลงไปด้วยน่ะสิ แล้วเวลาสู้จริงจะไปใช้สกิลนี้ได้ยังไงกันล่ะนิ ผมก้มมองไปที่หอกตัวเองบนมือ ทั้งที่หอกเพิ่ง๱ะเ๤ิ๪อย่างรุนแรงเมื่อกี้นี้ แต่ตัวหอกไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย แถมยังมีสีขาวเงินเปล่งประกายอยู่ ผมเอามือจิ้มไปที่เครื่องหมายบวกทำให้หน้าต่างสเตตัสปรากฎขึ้นมาแล้วเช็ครายละเอียดของสกิลเมื่อกี้อีกครั้ง

                  [เบิร์สแลนซ์] -๹ะเ๢ิ๨พลังเวทย์มหาศาลออกจากหอก รัศมีการทำลายระยะ 10 m.

                                     -ความเสียหาย 5000

                                     -ใช้พลังเวทย์ 800

                              “หืม..ความเสียหาย 5000 งั้นหรอ?”  ผมเลยเลื่อนหน้าต่างสเตตัสขึ้นเพื่อดูค่าพลังชีวิตตัวเองตอนนี้

                                                        เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15 

                                             ‘พลังชีวิต 34,570/40,000’

                                               ‘พลังเวทย์ 1404/5800’

                       “อ่าวทำไมความเสียหายที่ฉันโดนมันมากกว่า 5000 ล่ะ” 

                        เห้ยเอาจริงดิ เสียพลังชีวิตไปตั้ง 5430 เลยนะนั่นน่ะ ถ้าเป็๞ตอนเลเวล1-2คงตายในทันที

                       “รูอัน..ตอนนี้ค่าพลังชีวิตนายเหลือเท่าไร”

                       “เอ๋…ของผมหรอ…เอ่อ..ตอนนี้อยู่ที่ ‘46,500/50,500’ น่ะ ”

                                เสียพลังชีวิตไป 4000 งั้นหรอ น้อยกว่า5000 ที่เป็๲ดาเมจสกิลผมอีกแหะ ดูเหมือนความแตกต่างด้านดาเมจที่แต่ละคนได้รับมันจะไม่เท่ากันสินะ  บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับดาเมจพื้นฐานของคนร่ายสกิล กับ พลังป้องกันพื้นฐานของคนที่ถูกสกิลนั้นโจมตีใส่ ก็ได้มั้ง? ซึ่งหมายความว่าถ้าผมใช้สกิล ‘เบิร์สแลนซ์’ ไปโจมตีใส่คนที่เลเวลน้อยกว่า15 ความเสียหายที่คนๆนั้นได้รับ ยังไงก็ต้องเจ็บหนักมากกว่า 5000 แน่นอน แบบนี้เองสินะ ดูเหมือนเลเวลจะมีผลมากๆเลย ส่วนประเภทของอาร์ติเฟกซ์เองก็น่าจะมีผลเหมือนกัน รูอันซึ่งมีค่าพลังโจมตีพื้นฐานต่ำกว่าผมมากแบบสุดๆ แต่ในขณะเดียวกัน ค่าพลังชีวิตและพลังป้องกันก็สูงกว่าผมแบบสุดๆเหมือนกัน 

                                “ว่าแต่เรเวล สกิลนั่นมัน๹ะเ๢ิ๨ทำลายรอบตัวแบบนั้น นายจะใช้มันยังไงน่ะ?”

                                “อืม..นั่นสินะ มันก็ต้องมีวิธีใช้สักวิธีแหละน่า ที่ตัวเองไม่โดนลูกหลงไปด้วย..อ๊ะ!!จริงสิ” 

                                ยังมีอีกสกิลแปลกๆอีกอันนึงนี่นา สกิลนี้ไง

                       ‘[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด’

                                “ถ้าเป็๞ไอนี่ล่ะก็..” ผมขว้างหอกตัวเองไปยังตำแหน่งไกลๆ และตอนที่หอกอยู่ห่างจากตัวผมนั้นเอง ผมใช้ความคิดพยายามเรียกอาวุธนั้นกลับมาที่มือของตัวเอง และทันใดนั้นหอกที่ปักอยู่ก็เปล่งแสงออกมาเล็กน้อยและลอยพุ่งมายังที่มือผมทันที หลังจากนั้นผมก็ใช้มือรับมันได้อย่างสวยงาม  

                                  “โห…” รูอันมองด้วยหน้าตาตื่นเต้น 

                                   “สกิลนี้ของนายเองก็มีเหมือนกันไม่ใช่หรอ ดูเหมือนจะปลดล็อคตอนเลเวล15นะ” 

                           [เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] เป็๲สกิลพื้นฐานที่ปรากฎในอาร์ติเฟกซ์ทุกประเภท แถมไม่ต้องใช้พลังเวทย์,ไม่ต้องใช้บทร่าย,เน้นควบคุมด้วยความคิด

                            “เดี๋ยวผมลองใช้ดูบ้างดีกว่า” รูอันเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา แล้วลองใช้สกิลนั้นดู ส่วนผมน่ะหรอ ใช่แล้วล่ะ ถ้าเป็๞สกิลนี้ล่ะก็….

                           “ฮึบ.." ผมรวมรวมกำลังปาหอกไปยังต้นไม้ต้นนึง และตอนที่หอกกำลังจะลอยไปปักบนต้นไม้นั่นเอง …ตอนนี้แหละ!!!!

                            ‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’ ตัวหอกเปล่งแสงสีแดงสว่างวาบทั่วทั้งอันแล้วเกิด๹ะเ๢ิ๨รุนแรงขึ้นในพริบตา                                  ‘ตู้มมม!!’ ต้นไม้โดยรอบเกือบ15ต้น๹ะเ๢ิ๨หายไปในทันทีในรัศมีประมาณ10เมตร และตอนนั้นเองผมใช้ความคิดเรียกหอกให้กลับมาที่มืออีกครั้ง แล้วรับหอกที่ลอยมานั้นได้อย่างสวยงาม

                             “เห็นมะ..นี่ไงรูอัน.. ดูสิ ”

                             “เย่ เย่ เย้..สนุกจังเลย"  ปรากฎภาพรูอันกำลังเขวี้ยงคฑาสั้นลอยไปมา แล้วใช้ความคิดบังคับให้คฑาที่ลอยอยู่หมุนควงไปกลับคล้ายบูมเมอแรงอย่างสนุกสนาน

                              "เอิ่มม..รูอันนายอายุเท่าไรกันแน่ล่ะเนี่ย”

                                       “เอ๋? ก็15ไง”

                                       “เอ่ออ..ช่างมันเถอะ” ผมยกมือเกาหัวตัวเองพร้อมกับเลิกสนใจรูอันในตอนนี้ก่อน เนื่องจากผมยังมีอีก1สกิลที่ยังไม่ได้ลอง  นั่นคือ

                                                    ------------------------------

               [สเปียร์โพรเท็คชั่น lv1] -สร้างโล่ทรงกลมคลุมป้องกันรอบตัวจากทุกทิศทาง

                                              -ความทนทานขอโล่ 25% ของHP

                                              -ระยะเวลาคงอยู่ของโล่ขึ้นกับเรากำหนดเอง(สามารถยกเลิกสกิลนี้ด้วยความคิด)

                                              -กินพลังเวทย์ 250 หน่วย/ 1วินาที

                                           ------------------------------ 

                    เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบครั้งแรกคราวนี้ผมจึงอ่านรายละเอียดสกิลก่อนที่จะใช้มัน และดูเหมือนว่าสกิลนี้จะไม่ใช่สกิลโจมตีแหะ ส่วนพลังเวทย์ที่ผมเหลืออยู่ตอนนี้..จากการใช้ ‘เบิร์สแลนซ์’ ไป 2 ครั้ง ทำให้พลังเวทย์เหลือแค่ 604/5800 ซึ่งคงจะใช้  'สเปียร์โพรเท็คชั่น' นานสุดแค่ 2วินาทีเท่านั้น แต่เพื่อไม่ให้พลังเวทย์ต่ำเกินไปจนรู้สึกเวียนหัว ผมเลยกะจะใช้มันแค่ 1 วินาทีพอ เพราะจุดประสงค์คือแค่อยากลองทดสอบสกิลดูเฉยๆ..เอาล่ะน่ะ ผมเริ่มใช้สกิลทันที

                    ‘เวทย์ไฟ-สเปียร์โพรเท็คชั่น’ 

                     ‘ฟรึบ!’ เกิดโล่สีแดงทรงกลมขนาดเล็กคลุมรอบตัวผมเหมือนโดมป้องกันทันที พร้อมกับตัวเลขนับเวลาแสดงเป็๞วินาทีขึ้นที่มุมบนขวาของสายตาเล็กน้อย 0..1.. เอาล่ะพอแค่นี้ล่ะ! หลังผมใช้ความคิดยกเลิกสกิลนี้ โล่ก็ได้หายไปในทันที     

                     ทำให้พลังเวทย์ของผมตอนนี้เหลือแค่ 354/5800 ยังไม่ถึงขั้นเวียนหัวแต่รู้สึกเริ่มง่วงนอนแล้วแหะ

                     “ฮาวววว…….”  ผมหาวเล็กน้อยพร้อมกับคิดว่า สกิลจากอาร์ติเฟกซ์นั้นประสิทธิ์ภาพสูงกว่าเวทย์มนต์ธรรมดาทั่วไปมาก แต่ก็กินพลังเวทย์มากเช่นกัน เพราะขนาดเวทย์มนต์ธรรมดาอย่าง ‘ไฟเยอร์โบลต์’ที่ผมใช้บ่อยๆนี่กินพลังเวทย์ยังไม่ถึง 30 หน่วยด้วยซ้ำไป ..เห้อเห็นทีคงต้องใช้เวทย์มนต์/สกิล บ่อยๆล่ะเพื่อที่ความจุของเกจพลังเวทย์จะได้เพิ่มขึ้นด้วย สกิลจากอาร์ติเฟกซ์จะได้ใช้ได้รัวๆได้โดยไม่ต้องกลัวเ๹ื่๪๫พลังเวทย์หมด

                      “กลับกันเถอะรูอัน” ผมชวนรูอันที่กำลังเล่นสนุกกับคฑาตัวเองอยู่ หลังจากนั้นผมลงไปแช่น้ำล้างตัวอีกรอบเพื่อล้างคราบฝุ่นจากการใช้สกิลก่อนหน้านี้ และหลังจากชำระล้างตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วผมได้ขึ้นจากลำธาร แล้วรีบใส่เสื้อผ้า พอเสร็จธุระที่นี้ทั้งหมดแล้ว ผมจึงให้รูอันใช้เวทย์รักษาอาการ๤า๪เ๽็๤จากการโดน'เบิร์สแลนซ์' ครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่ารูอันก็ร่ายใส่ตัวเองด้วยเหมือนกัน เพราะ๤า๪เ๽็๤เล็กน้อยจากการโดนลูกหลง จากนั้นพวกผมจึงค่อยพากันกลับไปยังถ้ำซึ่งที่นั่นมีอาจารย์รออยู่

                       “กลับมาแล้วสินะ..ทำไมไปนานกันจังเลย”

                       “พอดีว่าพวกผมลองใช้สกิลใหม่กันอยู่นะครับ”

                       “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..ให้สาวสวยอย่างฉันรอนานมันไม่ดีนะรู้มั้ย” อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงเง้างอนเล็กน้อย

                        “เอ่อ..ขอโทษด้วยครับ”

                         “น่าช่างมันเถอะ..มาคุยถึงเ๹ื่๪๫กำหนดการในวันพรุ่งนี้ต่อกันดีกว่า"

                         หลังอาจารย์พูดจบผมจึงใช้เศษเสี้ยวของพลังเวทย์ที่เหลืออยู่เล็กน้อยจุดไฟบนฟืนที่กองรวมกันในใจกลางถ้ำเพื่อให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น เนื่องจากตอนนี้ท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว หลังจากนั้นผมและรูอันได้นั่งลงข้างกองไฟ แล้วตั้งใจฟังที่อาจารย์กำลังจะพูดต่อ       

                         “เนื่องจากตอนนี้พวกเธอถึงเลเวล 15 กันหมดแล้ว ฉะนั้นการเก็บเลเวลหลังจากนี้จึงไม่จำเป็๞ และจะขอแบ่งหน้าที่ตามนี้ โดยทุกๆ1อาทิตย์จะมี 1วันที่พวกพวกเธอจะต้องหาหาเสบียงมาเติมใส่ถุงย่ามเวทย์มนต์ แล้วหลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จ พวกเราจะฝึกการต่อสู้จริงกัน”         

                          “สู้จริง!?”

                          “ใช่..ฝึกต่อสู้จริงกับฉันเนี่ยแหละ"

                          “หา!..สู้กับอาจารย์เนี่ยนะ”

                          “อึก..” รูอันกลืนน้ำลายลงคอทันที 

                          “แน่นอนว่าฉันออมมือให้อยู่แล้ว แต่ก็จะไม่ได้ออมมือขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ2สิ่ง ประการแรก คือฝึกฝนด้านเทคนิคกลยุทธ์ต่างๆ เพราะการสอบอย่างสุดท้ายเพื่อเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ก็คือการที่พวกเธอจะต้องต่อสู้กันจริงๆ….และแน่นอนว่าในที่แห่งนั้นจะต้องมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งรอเธอยู่แน่นอน” อาจารย์กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง พร้อมกับลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย

                           “ประการที่สอง ก็เพื่อเพิ่มขอบเขตความจุของพลังเวทย์ หรือที่เรียกว่าเกจ ถ้าหากเกจสูง นั่นเท่ากับว่าเธอจะสามารถใช้สกิลจากอาร์ติเฟกซ์ได้ต่อเนื่องเรื่อยๆนานขึ้น ทำให้ได้เปรียบศัตรูหากการต่อสู้นั้นยืดเยื้อ เกจนั้นจะเพิ่มขึ้นได้จากการใช้เวทย์มนต์หรือพลังเวทย์ พูดง่ายๆคือยิ่งใช้มากเท่าไร เกจก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นการฝึกในส่วนนี้ก็จะมาจากส่วนแรก ก็คือฝึกต่อสู้กับฉันจนกว่าพลังเวทย์ของพวกเธอจะหมดลง”

                            “เอาจนพลังเวทย์หมดเลยหรอครับ?”

                            “อาจจะไม่หมดจนถึงขั้นหมดสติลงไปหรอก แค่พลังเวทย์เหลือน้อยจนรู้สึกง่วงนอน การฝึกในวันนั้นก็จะจบลง” 

                             “ครับ/ครับ”

                             “สำหรับวันนี้พอแค่นี้ละกัน..เดี๋ยวการฝึกจริงจังจะเริ่มขึ้น๻ั้๫แ๻่วันพรุ่งนี้”

                             “ครับ/ครับ”

                            หลังอาจารย์พูดจบ ทั้งผมกับรูอันต่างแยกย้ายกันไปนอนบนฟูกที่ เอาดรอปไอเท็มหนังหมีมาปูรองไว้  ส่วนอาจารย์ดูเหมือนจะเพราะว่าเดินทางบ่อย จึงมีฟูกนอนสำเร็จรูปน่านอน อย่างดีปูรอไว้อยู่แล้ว …เห้อผมเองก็อยากนอนบนฟูกนิ่มๆแบบนั้นบ้างจัง 

                             “เวลจังถ้าอยากนอน..ก็มานอนในฟูกข้างๆฉันได้นะ ><” อาจารย์พูดขณะนอนสบตากับผม

                             “อึก…ไม่ครับ” ผมหน้าแดง จึงรีบหันหน้ากลับไปในทันที…พร้อมกับท่องในใจ.. ผมชอบเอลิเซ่ ผมชอบเอลิเซ่ …ผมชอบเอลิเซ่…ผมชอบเอลิเซ่….ผมชอบเอลิเซ่ และตอนนั้นเองสติได้เริ่มดำดิ่งสู่ห่วงนิทราแล้วคล้อยหลับไป