“ฮ่าาาา…ได้อาบน้ำหลังจากเหงื่อโชกมาทั้งวันสบายตัวจังเลยน้าา”
“อืม..นั่นสินะ”
ตอนนี้พวกผมกำลังแช่น้ำอยู่ในลำธารที่เป็เส้นแบ่งกั้นระหว่างป่าทั้งสอง ภาพบรรยากาศยามเย็นที่มีพระอาทิตย์แสงสีส้มทอแสงคล้ายแดนสนธายา และลำธารใสสะอาดอันฉ่ำเย็นกำลังโอบล้อมรอบตัวพวกผมอยู่ ณ ตอนนี้
“ไม่คิดเหมือนกันแหะว่าจะเก็บเลเวล 1-15 ได้ในวันเดียวแบบนี้”
“ที่จริงฉันคิดว่าการสอบอัศวินเวทย์มนต์ที่จะเริ่มขึ้นหลังจากนี้อีก4เดือนคนจัดการสอบ ก็คงเผื่อเวลาให้พวกเราได้เก็บเลเวลกันด้วยแหละมั้ง แต่พวกเราเสร็จกันั้แ่วันแรก เวลาที่เหลือคงใช้ฝึกเต็มที่ล่ะ”
ที่จริงรายละเอียดเกี่ยวกับสกิลและอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองในหลายๆเื่ ผมเองก็ยังไม่รู้เลยแหะ จริงสิ!! ตอนนี้ทดสอบสกิลนั่นเลยดีกว่า พลังเวทย์ตอนนี้น่าจะฟื้นคืนกลับมาบ้างล่ะ ผมจึงเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาเพื่อเช็คสเตตัสของตัวเองตอนนี้
เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15
‘พลังชีวิต 40,000/40,000’
‘พลังเวทย์ 2204/5800’
เกจความจุของพลังเวทย์อยู่ที่5800 เท่าเดิมแหะ ดูเหมือนว่าถ้าไม่รอให้พลังเวทย์ฟื้นจนเต็มหลอด ขนาดหลอด(เกจ) ก็จะไม่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ก็ชั่งมันเถอะ ตอนนี้ทดสอบสกิลใหม่ก่อนดีกว่า ผมขยับหอกขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ด้านหน้าไปทางต้นไม้ต้นนึง
“เอาล่ะนะ…”
‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’ หอกเปล่งแสงสว่างสีแดงออกมาทั่วทั้งหอก
“เอ๊ะ!!!”
‘ตู้ม!!!!’ เกิดะเิขนาดใหญ่ขึ้นรัศมีประมาณ10เมตรรอบตัวหอก น้ำพุ่งกระจาย พื้นดินไหม้เกรียม เศษหินแหลกละเอียด และเกิดหลุมในลำธารขนาดใหญ่ตรงจุดที่พวกผมยืนกันอยู่
“แอ๊ก..แอ๊ก!!…เจ็บแหะ” มือขวาผมกำด้ามหอกอยู่ในสภาพตัวไหม้และควันออกปากเล็กน้อย
“ทำไรอ่ะ เรเวล..ตัวผมเองก็โดนลูกหลงไปด้วยเลยนะ” รูอันที่กระเด็นไปเกาะขอบฝั่งของลำธารด้วยแรงะเิเมื่อกี้ ก็อยู่ในสภาพมีแผลไม้เล็กน้อยเหมือนกัน พร้อมกับทำหน้าโมโหคล้ายเด็ก
“เอ่อ..โทษทีพอดีไม่รู้ว่าสกิลนี้มันเป็สกิละเิรอบตัวเองน่ะ” เห้ย!!ให้ตายสิ เล่นะเิเอาแบบนี้คนใช้เองก็โดนลูกหลงไปด้วยน่ะสิ แล้วเวลาสู้จริงจะไปใช้สกิลนี้ได้ยังไงกันล่ะนิ ผมก้มมองไปที่หอกตัวเองบนมือ ทั้งที่หอกเพิ่งะเิอย่างรุนแรงเมื่อกี้นี้ แต่ตัวหอกไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย แถมยังมีสีขาวเงินเปล่งประกายอยู่ ผมเอามือจิ้มไปที่เครื่องหมายบวกทำให้หน้าต่างสเตตัสปรากฎขึ้นมาแล้วเช็ครายละเอียดของสกิลเมื่อกี้อีกครั้ง
[เบิร์สแลนซ์] -ะเิพลังเวทย์มหาศาลออกจากหอก รัศมีการทำลายระยะ 10 m.
-ความเสียหาย 5000
-ใช้พลังเวทย์ 800
“หืม..ความเสียหาย 5000 งั้นหรอ?” ผมเลยเลื่อนหน้าต่างสเตตัสขึ้นเพื่อดูค่าพลังชีวิตตัวเองตอนนี้
เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15
‘พลังชีวิต 34,570/40,000’
‘พลังเวทย์ 1404/5800’
“อ่าวทำไมความเสียหายที่ฉันโดนมันมากกว่า 5000 ล่ะ”
เห้ยเอาจริงดิ เสียพลังชีวิตไปตั้ง 5430 เลยนะนั่นน่ะ ถ้าเป็ตอนเลเวล1-2คงตายในทันที
“รูอัน..ตอนนี้ค่าพลังชีวิตนายเหลือเท่าไร”
“เอ๋…ของผมหรอ…เอ่อ..ตอนนี้อยู่ที่ ‘46,500/50,500’ น่ะ ”
เสียพลังชีวิตไป 4000 งั้นหรอ น้อยกว่า5000 ที่เป็ดาเมจสกิลผมอีกแหะ ดูเหมือนความแตกต่างด้านดาเมจที่แต่ละคนได้รับมันจะไม่เท่ากันสินะ บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับดาเมจพื้นฐานของคนร่ายสกิล กับ พลังป้องกันพื้นฐานของคนที่ถูกสกิลนั้นโจมตีใส่ ก็ได้มั้ง? ซึ่งหมายความว่าถ้าผมใช้สกิล ‘เบิร์สแลนซ์’ ไปโจมตีใส่คนที่เลเวลน้อยกว่า15 ความเสียหายที่คนๆนั้นได้รับ ยังไงก็ต้องเจ็บหนักมากกว่า 5000 แน่นอน แบบนี้เองสินะ ดูเหมือนเลเวลจะมีผลมากๆเลย ส่วนประเภทของอาร์ติเฟกซ์เองก็น่าจะมีผลเหมือนกัน รูอันซึ่งมีค่าพลังโจมตีพื้นฐานต่ำกว่าผมมากแบบสุดๆ แต่ในขณะเดียวกัน ค่าพลังชีวิตและพลังป้องกันก็สูงกว่าผมแบบสุดๆเหมือนกัน
“ว่าแต่เรเวล สกิลนั่นมันะเิทำลายรอบตัวแบบนั้น นายจะใช้มันยังไงน่ะ?”
“อืม..นั่นสินะ มันก็ต้องมีวิธีใช้สักวิธีแหละน่า ที่ตัวเองไม่โดนลูกหลงไปด้วย..อ๊ะ!!จริงสิ”
ยังมีอีกสกิลแปลกๆอีกอันนึงนี่นา สกิลนี้ไง
‘[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด’
“ถ้าเป็ไอนี่ล่ะก็..” ผมขว้างหอกตัวเองไปยังตำแหน่งไกลๆ และตอนที่หอกอยู่ห่างจากตัวผมนั้นเอง ผมใช้ความคิดพยายามเรียกอาวุธนั้นกลับมาที่มือของตัวเอง และทันใดนั้นหอกที่ปักอยู่ก็เปล่งแสงออกมาเล็กน้อยและลอยพุ่งมายังที่มือผมทันที หลังจากนั้นผมก็ใช้มือรับมันได้อย่างสวยงาม
“โห…” รูอันมองด้วยหน้าตาตื่นเต้น
“สกิลนี้ของนายเองก็มีเหมือนกันไม่ใช่หรอ ดูเหมือนจะปลดล็อคตอนเลเวล15นะ”
[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] เป็สกิลพื้นฐานที่ปรากฎในอาร์ติเฟกซ์ทุกประเภท แถมไม่ต้องใช้พลังเวทย์,ไม่ต้องใช้บทร่าย,เน้นควบคุมด้วยความคิด
“เดี๋ยวผมลองใช้ดูบ้างดีกว่า” รูอันเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา แล้วลองใช้สกิลนั้นดู ส่วนผมน่ะหรอ ใช่แล้วล่ะ ถ้าเป็สกิลนี้ล่ะก็….
“ฮึบ.." ผมรวมรวมกำลังปาหอกไปยังต้นไม้ต้นนึง และตอนที่หอกกำลังจะลอยไปปักบนต้นไม้นั่นเอง …ตอนนี้แหละ!!!!
‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’ ตัวหอกเปล่งแสงสีแดงสว่างวาบทั่วทั้งอันแล้วเกิดะเิรุนแรงขึ้นในพริบตา ‘ตู้มมม!!’ ต้นไม้โดยรอบเกือบ15ต้นะเิหายไปในทันทีในรัศมีประมาณ10เมตร และตอนนั้นเองผมใช้ความคิดเรียกหอกให้กลับมาที่มืออีกครั้ง แล้วรับหอกที่ลอยมานั้นได้อย่างสวยงาม
“เห็นมะ..นี่ไงรูอัน.. ดูสิ ”
“เย่ เย่ เย้..สนุกจังเลย" ปรากฎภาพรูอันกำลังเขวี้ยงคฑาสั้นลอยไปมา แล้วใช้ความคิดบังคับให้คฑาที่ลอยอยู่หมุนควงไปกลับคล้ายบูมเมอแรงอย่างสนุกสนาน
"เอิ่มม..รูอันนายอายุเท่าไรกันแน่ล่ะเนี่ย”
“เอ๋? ก็15ไง”
“เอ่ออ..ช่างมันเถอะ” ผมยกมือเกาหัวตัวเองพร้อมกับเลิกสนใจรูอันในตอนนี้ก่อน เนื่องจากผมยังมีอีก1สกิลที่ยังไม่ได้ลอง นั่นคือ
------------------------------
[สเปียร์โพรเท็คชั่น lv1] -สร้างโล่ทรงกลมคลุมป้องกันรอบตัวจากทุกทิศทาง
-ความทนทานขอโล่ 25% ของHP
-ระยะเวลาคงอยู่ของโล่ขึ้นกับเรากำหนดเอง(สามารถยกเลิกสกิลนี้ด้วยความคิด)
-กินพลังเวทย์ 250 หน่วย/ 1วินาที
------------------------------
เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบครั้งแรกคราวนี้ผมจึงอ่านรายละเอียดสกิลก่อนที่จะใช้มัน และดูเหมือนว่าสกิลนี้จะไม่ใช่สกิลโจมตีแหะ ส่วนพลังเวทย์ที่ผมเหลืออยู่ตอนนี้..จากการใช้ ‘เบิร์สแลนซ์’ ไป 2 ครั้ง ทำให้พลังเวทย์เหลือแค่ 604/5800 ซึ่งคงจะใช้ 'สเปียร์โพรเท็คชั่น' นานสุดแค่ 2วินาทีเท่านั้น แต่เพื่อไม่ให้พลังเวทย์ต่ำเกินไปจนรู้สึกเวียนหัว ผมเลยกะจะใช้มันแค่ 1 วินาทีพอ เพราะจุดประสงค์คือแค่อยากลองทดสอบสกิลดูเฉยๆ..เอาล่ะน่ะ ผมเริ่มใช้สกิลทันที
‘เวทย์ไฟ-สเปียร์โพรเท็คชั่น’
‘ฟรึบ!’ เกิดโล่สีแดงทรงกลมขนาดเล็กคลุมรอบตัวผมเหมือนโดมป้องกันทันที พร้อมกับตัวเลขนับเวลาแสดงเป็วินาทีขึ้นที่มุมบนขวาของสายตาเล็กน้อย 0..1.. เอาล่ะพอแค่นี้ล่ะ! หลังผมใช้ความคิดยกเลิกสกิลนี้ โล่ก็ได้หายไปในทันที
ทำให้พลังเวทย์ของผมตอนนี้เหลือแค่ 354/5800 ยังไม่ถึงขั้นเวียนหัวแต่รู้สึกเริ่มง่วงนอนแล้วแหะ
“ฮาวววว…….” ผมหาวเล็กน้อยพร้อมกับคิดว่า สกิลจากอาร์ติเฟกซ์นั้นประสิทธิ์ภาพสูงกว่าเวทย์มนต์ธรรมดาทั่วไปมาก แต่ก็กินพลังเวทย์มากเช่นกัน เพราะขนาดเวทย์มนต์ธรรมดาอย่าง ‘ไฟเยอร์โบลต์’ที่ผมใช้บ่อยๆนี่กินพลังเวทย์ยังไม่ถึง 30 หน่วยด้วยซ้ำไป ..เห้อเห็นทีคงต้องใช้เวทย์มนต์/สกิล บ่อยๆล่ะเพื่อที่ความจุของเกจพลังเวทย์จะได้เพิ่มขึ้นด้วย สกิลจากอาร์ติเฟกซ์จะได้ใช้ได้รัวๆได้โดยไม่ต้องกลัวเื่พลังเวทย์หมด
“กลับกันเถอะรูอัน” ผมชวนรูอันที่กำลังเล่นสนุกกับคฑาตัวเองอยู่ หลังจากนั้นผมลงไปแช่น้ำล้างตัวอีกรอบเพื่อล้างคราบฝุ่นจากการใช้สกิลก่อนหน้านี้ และหลังจากชำระล้างตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วผมได้ขึ้นจากลำธาร แล้วรีบใส่เสื้อผ้า พอเสร็จธุระที่นี้ทั้งหมดแล้ว ผมจึงให้รูอันใช้เวทย์รักษาอาการาเ็จากการโดน'เบิร์สแลนซ์' ครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่ารูอันก็ร่ายใส่ตัวเองด้วยเหมือนกัน เพราะาเ็เล็กน้อยจากการโดนลูกหลง จากนั้นพวกผมจึงค่อยพากันกลับไปยังถ้ำซึ่งที่นั่นมีอาจารย์รออยู่
“กลับมาแล้วสินะ..ทำไมไปนานกันจังเลย”
“พอดีว่าพวกผมลองใช้สกิลใหม่กันอยู่นะครับ”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..ให้สาวสวยอย่างฉันรอนานมันไม่ดีนะรู้มั้ย” อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงเง้างอนเล็กน้อย
“เอ่อ..ขอโทษด้วยครับ”
“น่าช่างมันเถอะ..มาคุยถึงเื่กำหนดการในวันพรุ่งนี้ต่อกันดีกว่า"
หลังอาจารย์พูดจบผมจึงใช้เศษเสี้ยวของพลังเวทย์ที่เหลืออยู่เล็กน้อยจุดไฟบนฟืนที่กองรวมกันในใจกลางถ้ำเพื่อให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น เนื่องจากตอนนี้ท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว หลังจากนั้นผมและรูอันได้นั่งลงข้างกองไฟ แล้วตั้งใจฟังที่อาจารย์กำลังจะพูดต่อ
“เนื่องจากตอนนี้พวกเธอถึงเลเวล 15 กันหมดแล้ว ฉะนั้นการเก็บเลเวลหลังจากนี้จึงไม่จำเป็ และจะขอแบ่งหน้าที่ตามนี้ โดยทุกๆ1อาทิตย์จะมี 1วันที่พวกพวกเธอจะต้องหาหาเสบียงมาเติมใส่ถุงย่ามเวทย์มนต์ แล้วหลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จ พวกเราจะฝึกการต่อสู้จริงกัน”
“สู้จริง!?”
“ใช่..ฝึกต่อสู้จริงกับฉันเนี่ยแหละ"
“หา!..สู้กับอาจารย์เนี่ยนะ”
“อึก..” รูอันกลืนน้ำลายลงคอทันที
“แน่นอนว่าฉันออมมือให้อยู่แล้ว แต่ก็จะไม่ได้ออมมือขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ2สิ่ง ประการแรก คือฝึกฝนด้านเทคนิคกลยุทธ์ต่างๆ เพราะการสอบอย่างสุดท้ายเพื่อเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ก็คือการที่พวกเธอจะต้องต่อสู้กันจริงๆ….และแน่นอนว่าในที่แห่งนั้นจะต้องมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งรอเธอยู่แน่นอน” อาจารย์กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง พร้อมกับลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย
“ประการที่สอง ก็เพื่อเพิ่มขอบเขตความจุของพลังเวทย์ หรือที่เรียกว่าเกจ ถ้าหากเกจสูง นั่นเท่ากับว่าเธอจะสามารถใช้สกิลจากอาร์ติเฟกซ์ได้ต่อเนื่องเรื่อยๆนานขึ้น ทำให้ได้เปรียบศัตรูหากการต่อสู้นั้นยืดเยื้อ เกจนั้นจะเพิ่มขึ้นได้จากการใช้เวทย์มนต์หรือพลังเวทย์ พูดง่ายๆคือยิ่งใช้มากเท่าไร เกจก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นการฝึกในส่วนนี้ก็จะมาจากส่วนแรก ก็คือฝึกต่อสู้กับฉันจนกว่าพลังเวทย์ของพวกเธอจะหมดลง”
“เอาจนพลังเวทย์หมดเลยหรอครับ?”
“อาจจะไม่หมดจนถึงขั้นหมดสติลงไปหรอก แค่พลังเวทย์เหลือน้อยจนรู้สึกง่วงนอน การฝึกในวันนั้นก็จะจบลง”
“ครับ/ครับ”
“สำหรับวันนี้พอแค่นี้ละกัน..เดี๋ยวการฝึกจริงจังจะเริ่มขึ้นั้แ่วันพรุ่งนี้”
“ครับ/ครับ”
หลังอาจารย์พูดจบ ทั้งผมกับรูอันต่างแยกย้ายกันไปนอนบนฟูกที่ เอาดรอปไอเท็มหนังหมีมาปูรองไว้ ส่วนอาจารย์ดูเหมือนจะเพราะว่าเดินทางบ่อย จึงมีฟูกนอนสำเร็จรูปน่านอน อย่างดีปูรอไว้อยู่แล้ว …เห้อผมเองก็อยากนอนบนฟูกนิ่มๆแบบนั้นบ้างจัง
“เวลจังถ้าอยากนอน..ก็มานอนในฟูกข้างๆฉันได้นะ ><” อาจารย์พูดขณะนอนสบตากับผม
“อึก…ไม่ครับ” ผมหน้าแดง จึงรีบหันหน้ากลับไปในทันที…พร้อมกับท่องในใจ.. ผมชอบเอลิเซ่ ผมชอบเอลิเซ่ …ผมชอบเอลิเซ่…ผมชอบเอลิเซ่….ผมชอบเอลิเซ่ และตอนนั้นเองสติได้เริ่มดำดิ่งสู่ห่วงนิทราแล้วคล้อยหลับไป