ณ จวนแม่ทัพใหญ่สกุลไป่
เช้าตรู่ของวันใหม่ตอนนี้ท้องฟ้าดูสลัวๆเพราะกำลังจะสว่างพระอาทิตย์สีแดงโพล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่เหล่านกกาก็ส่งเสียงร้องแซงแซ่ สายลมพัดเย็นสบายดั่งเสมือนว่ามีลมหนาวเบาๆผสมกับฝนตกรินปรอยๆพาให้ใจเกียจคร้านอยากนอนอยู่ต่อบนเตียงโดยไม่อยากตื่นไปทำอะไรในตอนนี้ แต่กลับกันตอนนี้หลี่น่าเธอได้มาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าๆเพราะเธอคุ้นชินเหมือนกับตอนที่อยู่หน่วยรบพิเศษ ถึงจะให้มีสภาพอากาศที่เลวร้ายแค่ไหนสิ่งที่เธอจะต้องทำก็คือการออกกำลังกายตามตารางที่เธอกำหนดไว้และเพื่อสร้างความมีวินัยให้กับตัวของเธอเองและในวันนี้เสื้อผ้าที่เธอได้ใส่ออกกำลังกายก็หาไม่ได้ไม่มีเหมือนยุคที่เธออยู่ เธอก็ได้แต่ต้องเอาเสื้อผ้าที่มีอยู่มาดัดแปลงเอาเองโดยเธอได้กางเกงขายาวและก็เสื้อแขนยาวของยุคโบราณมาใส่ เสื้อผ้าผู้หญิงยุคนี้จริงๆมันช่างรุงรังมากนักไม่ว่าจะเป็กระโปรงหรือเสื้อต้องสวมทับกันหลายชั้นหลายทบจนสับสนไปหมดในยุคสมัยใหม่มีชุดจีนโบราณก็จริงแต่เธอก็ไม่คิดว่าจะไปใส่มันแม้แต่น้อย เพราะปกติเธอก็ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ง่ายๆหรือไม่ก็ชุดวอมออกกำลังกายของเธอ แต่พอมาอยู่ในร่างของ ถิง ถิงเธอก็ต้องปรับตัวเื่เสื้อผ้าเหมือนกัน ถึงเธอจะเป็คนแต่งตัวง่ายแต่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองดูหน้าตาซีดเซียวเหมือนคนขี้โรค และเธอมักจะแต่งหน้าบางด้วยสีชมพูอ่อนๆส่วนร่างนี้ของถิงถิงนั้น เธอเป็หญิงสาวหน้าตาคมเข้ม จมูกสันเป็คม ปลายจมูกเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากเรียวสวยได้รูป ดวงตาโตกลมน่ารัก แต่กลับกันเธอมักจะปล่อยให้ตัวเองหน้าตาซีดเซียวปล่อยให้ริมฝีปากแห้งเกราะกรังไม่ได้มีการบำรุงใดๆเลยซึ่งไม่สมกับที่มีเรือนร่างเป็หญิง จนคู่หมั่นของเธอมักจะชอบทำท่ารังเกียจลับหลังแต่เมื่ออยู่ต่อหน้านางเฟยฉีก็จะแสร้งรักและเป็ห่วงและพอหลี่น่าได้มาอยู่ในร่างของถิง ถิงแล้วเธอก็ปฏิวัติเรือนร่างนี้ใหม่โดยอันดับแรกเธอต้องออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเพราะเธอรู้สึกว่าร่างกายนี้ช่างอ่อนแอนักทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็เหนื่อยได้ง่าย ดังนั้นวันนี้เธอจึงออกกำลังกายชุดใหญ่ ซึ่งบ่าวไพรในจวนแม่ทัพใหญ่ต่างก็สงสัยในสิ่งที่นางทำ
“คุณหนูใหญ่ของเ้าเป็บ้าไปแล้วหรือไรเหตุใดจึงต้องวิ่งรอบจวนเช่นนี้ นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆข้ารู้สึกว่าั้แ่ที่นางตกลงไปในน้ำนางก็มักพูดจาหรือทำท่าแปลกๆ”
“เ้าหุบปากโสโครกของเ้าเสียเป็บ่าวเหตุใดมิให้เกียรตินายในจวนหากแต่นางก็คือคุณหนูใหญของจวน”
เหมยเทียนได้ด่ากราดบ่าวรับใช้ของลี่อิน
“ข้ามิกลัวนายเ้าหรอกสภาพนางไม่มีสง่าราศีเหมาะที่จะเป็คุณหนูใหญ่ของจวนเลยสักนิดมันต้องคุณหนูลี่อินของข้าเท่านั้นที่จะเป็คนปกครองจวนแม่ทัพใหญ่”
บ่าวทั้งฝ่ายต่างก็ทะเลาะกันต่างฝ่ายต่างก็คิดว่านายตัวเองดีกว่าในระหว่างที่หลี่น่าออกกำลังกายอยู่เธอก็ได้ยินเสียงของเหมยเทียนเอะอะดังลั่นเธอก็รีบมาตรงนั้นอย่างทันทีเพราะกลัวว่าจะมีใครจะรังแกเหมยเทียน
“พวกเธอมีอะไรกันถึงได้เสียงดังลั่นขนาดนี้”
“คุณหนูใหญ่เ้าค่ะพวกมันว่าคุณหนูของข้าน้อยเป็บ้าข้าน้อยเลยไม่ยอมพวกมันเ้าค่ะ”
เหมยเทียนรีบรายงานเธอทันที
“พวกเธอมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเข้ามาถามฉันนี่มาใกล้ๆนี่”
“พวกข้าก็แค่สงสัยว่าคุณหนูใหญ่เป็บ้าไปแล้วก็เท่านั้นแหละเ้าค่ะไม่ได้มีอะไรเสียหน่อย”
สาวใช้ของลี่อินไม่ได้ให้ความเคารพถิงถิง อยู่แล้ว นางพูดด้วยอาการหยิ่งยะโสไม่เกรงกลัวใคร เพราะก่อนหน้านี้สาวใช้พวกนี้ก็มักจะกลั่นแกล้งนางเป็ประจำเพราะลี่อินคอยให้ท้ายและบางครั้งลี่อินก็สั่งให้พวกนางมากลั่นแกล้งพี่สาวตัวเองเสียด้วย เพราะความไม่สู้คนของ ถิง ถิง จึงมักจะโดนพวกบ่าวรับใช้กลั่นแกล้งเป็ประจำ แต่ตอนนี้บอกเลยพวกนางชะตาจะขาดให้เพราะหลี่น่านั้นไม่ได้จะยอมใครซะง่ายๆเพราะด้วยนิสัยด้านไม่ดีของเธอแล้วเธอมักจะโผงผาง โวยวาย มุทะลุไม่ได้เกรงกลัวอะไรแต่อย่างหนึ่งเธอจะเป็คนนิสัยตลกโปกฮา เมื่อได้อยู่กับใครแล้วเธอสบายใจก็มักแสดงออกให้เห็นว่าเธอก็ฮาๆบ๊องๆเหมือนดั่งเด็กน้อยไม่รู้ความ
“พวกเธอหาว่าฉันบ้าหรอ......ใช่ฉันมันบ้า!!!!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
พูดแล้วหลี่น่าเธอก็วิ่งไล่กวดพวกสาวใช้นั่นอย่างบ้าระห่ำเธอดึงผมพวกนางบ้างวิ่งไล่ถีบกระเด็นไปบ้าง กระชากเสื้อผ้าของพวกสาวใช้จนขาดวิ้นด้วยอารมณ์ที่สนุกสนาน พวกสาวใช้ของลี่อินต่างก็วิ่งหนีแตกกระเจิงกันอย่างพัลวันด้วยความใและกลัวที่เธอบ้าคลั่งและอาละวาดและหลี่น่าเธอก็แกล้งสาวใช้พวกนั้นอย่างสะใจ
“ฉันเอาคืนให้เธอแล้วนะถิง ถิง”
เธอยืนพูดอยู่คนเดียว
“คุณหนูใหญ่ข้าน้อยใหมดไม่ได้บ้าจริงๆใช่ไหมเ้าค่ะ”
เหมยเทียนพอหายจากการตกตะลึงที่เห็นเธอเป็แบบนั้น ก็รีบเข้ามาพยุงตัวหลี่น่าและจับที่ต้นแขนของเธอไว้ด้วยความเป็ห่วง
“จะบ้าเหรอฉันแค่แกล้งพวกคนปากเสียพวกนั้นหมั่นไส้มาหาว่าฉันบ้า”
“ข้าน้อยเห็นคุณหนูใหญ่สู้คนแบบนี้แล้วข้าน้อยดีใจมากเลยเ้าค่ะ”
“แต่ก่อนฉันอ่อนแอขนาดยอมให้บ่าวพวกนี้มันล่ามปามขนาดนี้เลยหรือ”
“ใช้แล้วเ้าค่ะคุณหนูจะยอมพวกนั้นตลอด ข้าน้อยทนไม่ไหวบางครั้งข้าน้อยก็จัดการพวกนั้นไปบ้าง แต่ก็ป่วยการเ้าค่ะสู้พวกนั้นไม่ได้อยู่ดีเพราะพวกนั้นมีเยอะกว่าเรา”
“ทำไมพ่อของถิงถิง เอ่อ ท่านพ่อถึงไม่ได้ห้ามบ่าวพวกนั้นกันนะทำไมปล่อยให้ฉันโดนรังแกอยู่ได้”
“นายท่านคิดว่าคุณหนูทั้งสองรักกันดีเพราะต่อหน้าคุณหนูเล็กจะแสร้งทำเป็รักและเคารพคุณหนูใหญ่ และส่วนมากนายท่านมักจะไปประจำการที่ค่ายทหารเพราะต้องคอยดูแลกองทัพ”
“แล้วค่ายทหารอยู่ไกลจากที่นี่ไหม”
หลี่น่าถามด้วยความอยากรู้และตื่นเต้นเพราะรู้สึกว่าเป็เื่ดีที่อยู่ดีๆก็ได้เป็ลูกสาวแม่ทัพและเื่พวกนี้มันก็อยู่ในสายเืของเธอ
“ไม่ไกลเ้าค่ะค่ายไม่ได้อยู่นอกเมืองเพราะฮองเต้พระองค์อนุญาติให้กองทัพของนายท่านตั้งหลักอยู่ในเมืองหลวงค่อยปกป้องราชวงศ์ส่วนหนึ่งและส่วนหนึ่งจะมีสหายของคุณหนูเป็แม่ทัพคุมอยู่ที่ชายแดนเ้าค่ะ”
“เป็อย่างงั้นหรอกหรือ แล้วฉันไปหาพ่อของฉันได้ไหม”
“ได้เ้าค่ะ หากนายท่านอนุญาติแต่ส่วนมากสตรีเขาไม่ไปที่นั่นกันนะเ้าค่ะเพราะมีแต่บุรุษกับอาวุธมันไม่มีอะไรน่าดู”
“เถอะน่าฉันอยากไปเผื่อมีอะไรสนุกๆให้ฉันทำ”
หลี่น่ากับเหมยเทียนก็กลับเข้าเรือนของตนเอง เพราะเธอจะไปค่ายทหารหาท่านแม่ทัพใหญ่ เธอคิดว่า ถิง ถิงที่โดนลอบทำร้ายในครั้งนี้จะต้องมีคนอยู่เื้ัแน่ๆ และคนที่น่าสงสัยก็ไม่น่าจะพ้นคนใกล้ตัวของนางที่พานางออกไปเที่ยวในวันนั้น เพราะเหมยเทียนได้เล่าให้เธอฟังว่าเฟยฉี่นั้นมิได้รักนางแต่อย่างใดกลับรังเกียจนางอย่างกับใส้เดือนกิ้งเกือ และลี่อินน้องสาวต่างมารดาของเธอก็อยู่ด้วยในคืนนั้น แต่ทว่าทั้งสองกลับไม่ช่วยพี่สาวตนเองตอนที่เกิดเหตุกลับพากันออกมาจากตรงนั้นมาอย่างไม่สนใจใยดี และคืนนั้นเหมยเทียนได้ตามหาถิง ถิง ด้วยความกังวลเพราะคนในงานเทศกาลโคมไฟมีมากมายจนเดินพลัดหลงกัน สุดท้ายนางมาเจอ ถิง ถิงอีกทีก็ตอนที่ตกลงไปในน้ำ และได้มีชายคนหนึ่งกระโดลงไปในน้ำเพื่อช่วยถิงถิงไว้ชายคนนั้นก็คืออ๋องแปดของแคว้นโฮว่โจว หลี่น่าก็ได้แต่คิดว่าทำไมอ๋องแปดจึงได้ไปช่วยนางไว้ ที่นี้ผู้ต้องสงสัยในเหตุการครั้งนี้จะมีด้วยกันสามคน เธอก็ได้แต่คิดว่าจะเริ่มต้นหาเบาะแสคนร้ายจากตรงไหนก่อนดี และตอนนี้หลี่น่าก็ได้แต่งตัวเสียใหม่ให้สมกับที่เป็คุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพใหญ่โดยมีเหมยเทียนค่อยจัดการแต่งตัวให้เธออย่างสวยงาม เพราะเธอก็ยังไม่ชินกับเสื้อผ้าของยุคนี้เสียเท่าไหร่ส่วนเหมยเทียนนางก็ดีใจที่เห็นนายของตนแต่งตัวสวยงามอีกครั้งหนึ่งและหน้าตาไม่ได้ซีดเซียวเหมือนแต่ก่อนตอนนี้หลี่น่าเธอแต่งแต้มสีสันบนใหน้านั่นให้ดูสวยงามซึ่งทำให้เปลี่ยนไปเป็คนละคนเลยก็ว่าได้ และเมือเธอแต่งตัวเสร็จก็ออกมายืนที่หน้าจวนด้วยความสง่างามและมีสายตาของบ่าวไพร่จ้องมองด้วยความแปลกใจเหตุใดคุณหนูใหญ่ของจวนถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนเช่นนี้
“”คุณหนูใหญ่จะไปไหนรึเ้าค่ะ”
สาวใช้ของลี่อินถามนางด้วยความอยากรู้เพราะลี่อินให้จับตาดูไว้หากมีอะไรผิดสังเกตให้ไปรายงานนางทันที
“กงการอะไรของเธอถามไปทำไมใครเป็เ้านายใครเป็คนใช้กันแน่”
เธอทำท่าเกี้ยวกราดใส่สาวใช้นางนั้นด้วยเสียงที่ดังลั่นไปทั่วทั้งจวนและเธอจ้องนางด้วยตาที่แข็งเขม็งด้วยท่าทางเอาเื่
“ขะขะ ข้าแค่อยากรู้ไม่ได้หรือถามแค่นี้ก็มิได้หรือไร ท่านบ้าไปแล้ว”
“เธออยากอยู่แบบสงบสุขไหมถ้าอยากอยู่แบบสงบสุขก็อย่ามาคอยยุ่งเรื่อของฉัน เข้าใจไหม๊ห๊า!!!!”
เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาสาวใช้นางนั้นแล้วจับแขนนางบีบเต็มแรงด้วยมือข้างเดียวส่วนสาวใช้นางนั้นก็เกิดอาการกลัวและขวัญเสียที่อยู่ดีๆพละกำลังของเธอนั้นมาจากไหนก็ไม่รู้ซึ่งแต่ก่อนผลักนางนิดเดียวก็ล้มไม่เป็ท่า และหลี่น่าเธอก็จับสาวใช้นางนั้นผลักกระเด็นออกไปนอนกองอยู่ที่พื้นด้วยความสะใจที่แก้แค้นให้ถิง ถิงได้ และเธอก็รีบขึ้นรถม้าที่เหมยเทียนเตรียมไว้ให้เพื่อไปหาท่านแม่ทัพใหญ่ที่ค่ายทหารซึ่งตอนนี้เธอรู้สึกสะใจและรู้สึกสนุกขึ้นมาแล้ว
“ชักจะเริ่มสนุกแล้วละซิหึ หึ ฮ่า ฮ่า”
เธอก็นั่งหัวเราะคนเดียวจนเหมยเทียนรู้สึกว่าเธอแปลกเกินไปแล้ว
“คุณหนูไม่ได้บ้าใช่ไหมเ้าค่ะ”
“เธออยากโดนอีกคนไหม๊เหมยเทียน”
พูดแล้วหลี่น่าเธอก็จักกะจี้ไปทีเอวของเหมยเทียนจนนางต้องร้องขอชีวิตเพราะนางนั้นก็บ้าจี้