- 13 -
ชีวิตที่สอง
เพ่ยอิงกลายเป็เด็กหนุ่มเฉกเช่นผู้อื่น ชีวิตไร้ซึ่งความทรงจำที่ผ่านมา มันไม่ได้มีอุปสรรคใดกับชีวิตใหม่ของเขาแม้แต่น้อย การเป็อาเพ่ย ศิษย์สำนักต้าินั้นดีมากเลยทีเดียว
“อาเพ่ย เ้าแบกมามากพอแล้ว ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวพักก่อนเถอะ”
“ศิษย์พี่โจว เราไม่เป็อะไร”
“ดื้อนัก!”
อาจารย์เป๋ยซานหลิง เซียนสมุนไพรตัวฉกาจที่เพ่ยอิงรู้สึกคุ้นตา แถมยังเป็เ้าสำนักต้าิแห่งนี้ มอบหมายให้โจวซวง ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเป็พี่เลี้ยงดูแลเพ่ยอิง
ยามบ่ายมีวิชาปรุงยาสมุนไพร โจวซวงจึงต้องชวนเพ่ยอิงออกมาหาสมุนไพรที่ใช้เรียน
“อาเพ่ย เ้าไม่ต้องก้มต่ำขนาดนั้นก็ได้”
“หือ?”
“ข้าสังเกตเห็นว่าเวลาที่เ้าเดินป่า ชอบก้มต่ำเหมือนกำลังหลบซ่อนตัว”
“เราไม่รู้ เอ่อ..มันเป็ไปเอง”
ในความรู้สึกของเพ่ยอิงกับป่า เขาเคยอยู่ในป่าด้วยความรู้สึกที่ลำบาก เหมือนมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทว่ากลับจำไม่ได้ นึกเท่าไรก็นึกไม่เคยออก
ศิษย์พี่ใหญ่โจวซวงใจดี ก่อนกลับยังพาเพ่ยอิงไปแวะลำธารสวยๆ ดวงตากลมโตชอบอกชอบใจไม่น้อย โจวซวงเห็นแบบนั้นก็อดเอ็นดูไม่ได้ จนไม่ทันได้รู้ตัวว่ามุมปากกำลังยกยิ้ม
“น้ำเย็นจังเลย เราชอบที่นี่มาก”
“แต่เ้ากำลังป่วย ห้ามลงน้ำเด็ดขาดเลยนะอาเพ่ย”
“เรารู้หน่า”
ชีวิตที่สองของเพ่ยอิงดูจะมีความสุขดี แต่ทำไมทุกครั้งต้องมีอะไรแวบขึ้นมาในใจ มันคอยย้ำเตือนให้เพ่ยอิงอย่าลืมพยายามนึกถึง เื่ราวในอดีตของตัวเอง
“ศิษย์พี่โจว”
“หืม?”
“ก่อนหน้านี้ ท่านเองก็ไม่รู้หรือว่าเราเป็ใคร มาจากที่ใด” โจวซวงนั่งลงเคียงข้างเพ่ยอิง บ่อยครั้งที่เขามักได้ยินคำถามพวกนี้อยู่เสมอ อาจารย์เป๋ยซานหลิงย้ำอยู่ตลอดว่าห้ามพูดถึงอดีต
“อาเพ่ย อดีตไม่เห็นสำคัญเลย ปัจจุบันของเ้าก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
“อื้ม”
“เ้าน่ะ ควรใช้ชีวิตวัยนี้ให้คุ้มค่า ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน”
“ศิษย์พี่โจวแก่แล้วหรือ”
“ว..ว่าอย่างไรนะ!”
“ก็ท่านเอาแต่สอนเรา ทั้งที่อายุของท่านไม่มากกว่าเราไปสักเท่าไรหรอก” เพ่ยอิงยกยิ้มให้โจวซวง พี่ชายที่เอาแต่ทำหน้าั์ใส่เขาในตอนนี้
“กลับกันเถอะ”
“ก็ได้!”
โจวซวงเอาแต่มองตามแผ่นหลังของเพ่ยอิง เด็กคนนี้สดใสร่าเริงและไม่ยอมแพ้ ทั้งที่อ่อนโยนแต่กลับััได้ถึงความแข็งแกร่ง เื้ัของอาเพ่ยคงไม่ธรรมดาแน่
เพ่ยอิงเดินฮัมเพลงไปตลอดทาง เขาจำได้ว่าตัวเองไม่เคยมีโอกาสได้ทำเช่นนี้ ที่ผ่านมาใช้ชีวิตแบบไหนนะ คงลำบากน่าดูเลยอาเพ่ย
ฟึบ!
“หือ?”
มีบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านเพ่ยอิงไปอย่างเร็ว พลังรุนแรงเต็มไปด้วยแรงอาฆาต แต่เมื่อมองไปโดยรอบกลับไม่พบความผิดปกติใด และศิษย์พี่โจวก็ยังเดินตามมาปกติ
เพ่ยอิงเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พลังร้ายกาจเมื่อครู่เขามั่นใจว่าตัวเองรู้จัก มันคุ้นเคยอย่างประหลาด
“อาเพ่ย เป็อะไรไป”
“เราเปล่า” เพ่ยอิงส่ายหัวไปมา ก่อนจะะโไปตามทางอย่างสบายใจ
จอมมารหนุ่มเดินทางไปป่ามรณะ เขาผ่านหุบเขาไห่ฉือมา สายตาก็เห็นเด็กหนุ่มสวมหมวกสานใบใหญ่ ร่างสูงโปร่งนั้นดูคุ้นตา แต่กลับมองไม่เห็นใบหน้า ป๋อเหวินเลือกที่จะเมินเฉยไม่สนใจ จุดมุ่งหมายของเขาคือ ดาบอัคนีปีศาจ ที่ตอนนี้มันกำลังร้องเรียกหาเขาอยู่
“ฝากเ้าด้วยเป๋ยซานหลิง เราอาจไม่ได้กลับมาในเร็ววันนี้”
“วางใจเถิดองค์ยูไล”
เสียงสนทนาแ่เบาแว่วมาจากห้องของท่านเซียน เพ่ยอิงไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท ทว่าน้ำเสียงของคู่สนทนานิ่มนวลคุ้นหู เป็เสียงที่ฟังแล้วซึมลึกไปถึงจิตใจ
ชั่วครู่เดียวเสียงนั้นก็เงียบหายไป กลายเป็อาจารย์เป๋ยซานหลิงเปิดประตูออกมาแทน
“อาเพ่ย!”
“อ่ะ...เอ่อ เราเปล่า เราไม่ได้แอบฟังท่านเลย”
“ทำไมยังไม่ไปเตรียมตัวเข้าเรียนอีก”
“ศิษย์พี่โจวบอกให้เรามาตามท่าน สมุนไพรพร้อมแล้ว” อาจารย์เป๋ยซานหลิงพยักหน้า พลางโบกมือไม้ให้เพ่ยอิงไปเตรียมตัว เด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปทันที
“ข้าจะปิดบังเ้าไปได้อีกเมื่อไรกัน....”
วิชาปรุงสมุนไพรไม่ได้ยากอย่างที่คิด และก็ไม่ได้ง่ายจนนึกจะทำเมื่อไรก็ได้ เพ่ยอิงสนุกกว่าใครเพื่อน เหมือนตายแล้วได้เกิดในโลกใบใหม่
“เอาๆ อาเพ่ย เ้าทำได้หรือยัง? นั่นจะยกไปไหน”
“เราขอเอาไปอวดศิษย์พี่โจว”
“เห้อ!”
เพ่ยอิงทำสำเร็จเป็ครั้งแรกก็วิ่งไปหาศิษย์พี่โจว ที่อ่านตำราอยู่ที่ห้องหนังสือ
“ศิษย์พี่!!”
“อาเพ่ย ระวัง!”
ขวดยาสมุนไพรกระเด็นหลุดจากมือ เพราะเพ่ยอิงสะดุดขาของตัวเอง โชคดีที่โจวซวงรับเอาไว้ได้ทัน คนที่นอนกองอยู่กับพื้นถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เด็กโง่! เ้าเกือบทำของหายากเสียหายแล้วนะ”
“ศิษย์พี่โจว เราขอโทษ พอดีตื่นเต้นที่ทำสำเร็จ เราเลยตั้งใจเอามาอวดท่าน”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าต้องทำได้”
เพ่ยอิงฉีกรอยยิ้มกว้างออกมาทันที มือก็บรรจงลูบขวดสมุนไพรในมือ โจวซวงอดไม่ได้ต้องยกมือมาลูบศีรษะของอีกคน เขาเอ็นดูเพ่ยอิงมากเหลือเกิน
บน์เก้าชั้นฟ้ายังคงเงียบ เื่ของเพ่ยอิงเทพที่ะโลงเหวไม่มีใครกล้าพูดถึง มหาเทพกลับมาที่วังเหลียนฮวา พบกับโม่หรานที่ยืนรออยู่ด้านหน้า
“องค์รัชทายาท”
“มหาเทพจวิ้นหยาง ท่านทราบเื่เพ่ยอิงหรือไม่”
“มีสิ่งใด ข้าสั่งลงโทษให้ทำงานอยู่หอหลวงนี่” โม่หรานถึงกับขมวดหัวคิ้ว คนของพระองค์ตายไปแล้ว เป็ไปได้อย่างไรที่องค์มหาเทพจะไม่ล่วงรู้เลยสักนิด
“เพ่ยอิงตายแล้ว ะโลงหุบเหวที่ลานปะา”
“อะไรนะ!”
“ข้าบอกว่าราชเลขาของท่านตายแล้ว” มหาเทพจวิ้นหยาง โม่หรานกลืนก้อนบางอย่างลงไป เขาเดินหันหลังเตรียมกลับตำหนัก มาที่แห่งนี้ก็หวังเพียงได้เห็นใบหน้านั้นอีกสักครั้ง
“ทำไม...กัน”
“เพื่อจอมมารร้ายกาจนั่น เพ่ยอิงถึงกับยอมตาย”
องค์รัชทายาทกำหอกในมือไว้แน่น หากเขาเจอป๋อเหวินอีกครั้ง โม่หรานสาบานว่าจะไม่ลังเลที่จะฆ่ามารร้ายนั้นทิ้งไปซะ ครั้งนี้แม้แต่เสด็จพ่อก็อย่าหวังว่าจะห้ามเขาได้
มหาเทพจวิ้นหยางยืนนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่ลานปะา สายตามองไปที่ด้านล่างของหุบเหว ณ.ที่แห่งนี้มีไว้ลงโทษเหล่าเทพที่กระทำผิด เมื่อลงไปเบื้องล่างจะไม่มีทางหวนคืนกลับ
“เป็ความผิดของข้า เพ่ยอิงถึงจากไป...”
“ฝ่าา ทรงทำอะไรเช่นนี้”
เง็กเซียนฮ่องเต้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าขององค์มหาเทพจวิ้นหยาง อาภรณ์สีทองแผ่อยู่บนพื้น ก้มหน้ามองต่ำ ไม่กล้าจะเงยขึ้นมาสบตากับองค์มหาเทพ
“ลุกขึ้นมาเถิดฝ่าา เพ่ยอิงตัดสินใจไปแล้ว ทั้งข้าและท่านเองก็ห้ามไม่ได้”
“ข้าเชื่อว่าเพ่ยอิงยังอยู่”
“กระบี่สาดแสงธารากลับไปผนึกที่มหาสมุทรฉางอัน ไร้วี่แววของเพ่ยอิง....”
“ข้าต้องคุยกับองค์ยูไล”
“ฝ่าายังไม่รู้อีกหรือ เวลานี้องค์ยูไลโปรดสรรพิญญาอยู่ที่ขุมนรก”
“หา!”
“นานถึงแสนกัลป์ คุยสิ่งใดไปก็คงไม่มีความหมาย” มหาเทพจวิ้นหยางมองไปเบื้องหน้า ที่ตั้งของหุบเขาไห่ฉือ พลันรอยยิ้มน้อยก็ผุดขึ้นมา
“เื่ของเพ่ยอิงต้องดูไปอีกสักระยะ ข้าไม่อยากให้ป๋อเหวินกระทำการขาดสติ เขาคงรับไม่ได้กับการจากไปของเพ่ยอิง”
“เวลานี้ป๋อเหวิน มุ่งหน้าไปปลดผนึกดาบอัคนีปีศาจ เดาว่าความแค้นของเขาคงมีไม่น้อย”
เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แต่ทำใจยอมรับชะตากรรม เขาสูญเสียเด็กดีไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ โม่หรานก็เอาแต่ต่อต้านเก็บตัวอยู่ในห้อง ์เก้าชั้นฟ้าหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด
มหาเทพจวิ้นหยางกลับมาที่วังเหลียนฮวา อกซ้ายก็พลันเจ็บขึ้นมาจนทรุดลงไปกับพื้น สาวใช้ต่างกรูกันมาประครองร่างของพระองค์
“ออกไป ข้าไม่เป็อะไร!”
ทุกคนในวังต่างคิดไปว่าคงเป็เพราะสูญเสียเพ่ยอิง ทำให้พระองค์เกิดเ็ปที่หัวใจขึ้นมา ทั้งที่จิตของมหาเทพจวิ้นหยางหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง ก็ยังทนไม่ได้กับเื่ของเพ่ยอิงเทพหนุ่ม
พระองค์พาร่างกายที่เ็ปเข้ามาในห้องบรรทม เลิกเสื้อเปิดอกข้างซ้ายดูก็พบว่ามีเส้นเืดำขยายวงกว้างขึ้นมา เกิดเป็าแพุพอง
อึก!
“จวิ้นหยาง ลูกของข้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ไม่...ไม่จริง!”
“เขาเป็หลานของเ้า เหตุใดจึงทอดทิ้งไม่คิดใยดี” ภาพในกระจกปรากฏร่างของหญิงสาว หน้าตาสะสวยดุจเทพธิดา รอยยิ้มอ่อนโอนส่งตรงมาให้มหาเทพที่ยืนนิ่ง
“หึ!”
“เ้ายังหวาดกลัวข้าอยู่ นั่นเพราะมารในใจคงจะกำเริบ”
“หุบปาก! พี่หญิงไม่มีสิทธิ์กล่าววาจาพล่อยกับข้า” มหาเทพจวิ้นหยางถูหน้าอกของตัวเอง และพบว่ามันเ็ปจนต้องนอนทรุดลงไปอีกหน
เพ่ยอิงอาสาไปช่วยขายสมุนไพรที่ตลาด แม้ว่าอาจารย์เป๋ยซานหลิงจะไม่อยากให้ไปก็ตาม
“เ้ายังไม่หายดี”
“เราหายแล้วท่านอาจารย์ ตอนนี้เราสบายมาก”
เหตุผลไม่ใช่แค่เื่ป่วยของเพ่ยอิงอย่างเดียว แต่ท่านเซียนกลัวว่าจะมีใครมาพบเจอเข้า เวลานี้เพ่ยอิงควรซ่อนตัวอย่างเงียบๆไปก่อน
“ข้าจะดูแลเขาเอง”
“งั้นเ้าก็ควรสวมผ้าคลุมเอาไว้ และอย่าถอดหมวกเด็ดขาด!”
“เราเข้าใจแล้ว”
โจวซวงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่เพื่อความปลอดภัยของอาเพ่ย อย่างไรก็ไม่ควรดื้อดึงไม่ฟังคำพูด เด็กหนุ่มเหลือเพียงแต่ลูกตา ส่งเสียงมีความสุขวิ่งนำไปก่อนใคร
“เ้า!”
“ขอรับอาจารย์”
“ดูแลอาเพ่ยอย่าให้คลาดสายตา ไม่ว่าใครก็ห้ามให้เข้าใกล้”
เป๋ยซานหลิงมองตามหลังลูกศิษย์ไป อย่างไรสักวันเขาก็ยังต้องพึ่งพาเพ่ยอิง มีเพียงเด็กคนนี้เท่านั้นที่จะช่วยแก้ทุกสิ่งอย่างให้ดีขึ้น