บทที่ 5 นางไม่ได้หิวจนตาลาย (รีไรต์)
เมื่อเห็นสายตาละโมบของพวกนั้น ฉินไห่โจวก็ก้มลงหยิบท่อนไม้ขนาดเท่าต้นขาเด็กจากพื้นขึ้นมาหักออกเป็สองท่อน จ้องมองพวกนั้นด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
เมื่อพวกนั้นเห็นพี่น้องตระกูลฉินที่ทั้งสูงทั้งใหญ่ พวกนั้นก็ชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะถอยกลับไปอย่างไม่เต็มใจ
แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวนั้น คอยจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเป็ประกาย
เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนในตระกูลฉินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะกลับไปทำอาหารอย่างมีความสุข
ในใจของฉินเยาเยาเองก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย นางเอาแต่คิดจะหาอาหารให้ครอบครัวในวันนี้ จนลืมคิดไปว่าสิ่งที่นางหยิบออกมานั้นมันน่าดึงดูดสายตาเพียงใด
ครั้งหน้าต้องหลีกเลี่ยงฝูงชน หรือไม่ก็ต้องหาคนมาคอยคุ้มกัน แต่จะหาใครดีล่ะ
ท่านย่าหรือ
หรือว่าท่านแม่ดี
หรือจะเป็ท่านพ่อที่ดูไม่น่าไว้ใจ
ฉินเยาเยายิ่งคิดหัวน้อย ๆ ก็ยิ่งหนัก จนเผลอหลับไปเสียอย่างนั้น
ก็เด็กน่ะสิ จะให้ทำอย่างไรได้!
“สะใภ้สาม ไปตีไข่ทำน้ำแกงไข่น้ำ แล้วก็เอาไก่ไปตุ๋นให้สะใภ้สี่บำรุงร่างกาย” แม่เฒ่าฉินออกคำสั่งเสร็จก็อุ้มฉินเยาเยาไปนั่งข้าง ๆ พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ท่านแม่ ไก่กับไข่นี่…” ปกติแล้วฉินไห่หลินเป็คนช่างสังเกต พอหายดีใจได้ครู่หนึ่ง เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แถวนี้พวกเขาเพิ่งค้นหาอย่างละเอียดไปหยก ๆ อย่าว่าแต่ไก่เลย ขุดลงไปสามฉื่อก็ไม่เจอแม้แต่หนอนสักตัว แล้วไก่กับไข่ทั้งตะกร้านี่โผล่มาจากไหนกัน
เสียงของแม่เฒ่าฉินฟังดูเลื่อนลอย “ถ้าเป็เสบียงที่เสี่ยวชีเป่าพกติดตัวมาล่ะ”
ฉินไห่หลินได้ยินดังนั้นก็มองฉินเยาเยาที่นอนน้ำลายไหลด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างไม่แน่ใจ “แบบนั้นมันจะเป็ไปได้หรือขอรับ”
ยิ่งพูดยิ่งไม่มีความมั่นใจ ถ้าไม่ใช่หลานสาวตัวน้อยเอามา แล้วไก่กับไข่ที่โผล่มาแบบกะทันหันนี่จะอธิบายยังไงดี
“ถ้าบอกว่าเป็เสี่ยวชีเป่านำมา คงเป็เื่เหลวไหลไปหน่อย”
“หรือว่าเสี่ยวชีเป่ามีอาคมเวทงั้นรึ”
ไม่ใช่แค่ฉินไห่หลินกับแม่เฒ่าฉินเท่านั้นที่คิดแบบนี้ คนอื่น ๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ เพียงแต่ไม่มีใครเอ่ยปากออกมา
แม่เฒ่าฉินเคาะกล่องยาเส้นในมือ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้เมฆ เอ่ยน้ำเสียงแ่เบา “ต้องเป็์เห็นใจตระกูลฉินของเราที่ลำบากมาสามชั่วอายุคน ถึงได้ส่งเด็กหญิงมาเกิดในตระกูลฉิน”
ฉินไห่หลินพยักหน้า ใช้มือปาดน้ำลายมุมปากของฉินเยาเยา มองด้วยแววตาเคารพและซาบซึ้งใจ
“ท่านย่าขอรับ หอมจังขอรับ!” ฉินลิ่งเหวินและฉินลิ่งผิง ต่างก็น้ำลายไหลยืด พวกเขาเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ แม่เฒ่าฉิน ดวงตากลับจ้องเขม็งที่หม้อดินที่กำลังตุ๋นอะไรบางอย่าง
“หอมก็กินเยอะ ๆ นะ กินอิ่มนอนหลับแล้วฟ้าก็สว่างเอง” แม่เฒ่าฉินมองหลานชายทั้งสองด้วยแววตาเอ็นดู เอ่ยด้วยถ้อยคำแฝงความหมาย
ฉินลิ่งเหวินและฉินลิ่งผิงพยักหน้า พวกเขาไม่เข้าใจคำพูดของท่านย่า แต่พวกเขารู้ว่าคืนนี้พวกเขาจะไม่ต้องท้องกิ่วเข้านอนอีกต่อไป
ส่วนสะใภ้สามและฉินลิ่งอวี่ ต่างเข้าใจความหมายของแม่เฒ่าฉินเป็อย่างดี พวกเขามองไปที่ฉินเยาเยาที่กำลังหลับใหลด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยคำขอบคุณ
“พี่สะใภ้รอง ท่านเป็ผีอดตายมาเกิดใหม่หรือไง” เสียงดุด่าของสะใภ้สามราวกับเสียงตบหน้าดังแว่วมาแต่ไกล
แม่เฒ่าฉินมองตามเสียงไป เห็นสะใภ้สามถือไม้เดินวนไปมาอยู่ตรงนั้น อยากจะฟาดสะใภ้รองเต็มที
แม่เฒ่าฉินอุ้มฉินเยาเยาเดินเข้าไป
“ท่านแม่ พี่สะใภ้รองทำเกินไปแล้ว” สะใภ้สามตาแดงก่ำฟ้องแม่เฒ่าฉิน
“เกิดอะไรขึ้นอีก ทำไมวัน ๆ ถึงได้มีเื่ทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน หนีตายกันอยู่ยังไม่รู้จักอยู่กันอย่างสงบสุขอีก”
ตอนที่สะใภ้สามเผลอ สะใภ้รองก็ฉวยโอกาสคว้าไก่ที่ยังไม่ทันสุกขึ้นมากัดกิน ท่าทางตะกละตะกลามจนไปโดนหม้อต้มไก่ล้มคว่ำ ไก่ทั้งหม้อจึงหกหมด
พอฉินไห่หลินเห็นดังนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปรี่เข้าไปตบหน้าภรรยาทันที ครั้นเอื้อมมือจะไปแย่งไก่คืน ไม่คิดว่านางจะโกรธจนหน้ามืด เอาไก่ที่ยังไม่สุกไปโยนทิ้ง โดนคนที่จ้องอยู่ข้าง ๆ ฉกไปกินต่อหน้าต่อตา อาหารที่อุตส่าห์ได้มายากเย็นต้องตกเป็ของคนอื่นไปในพริบตา
ฉินเยาเยา “???”
ไก่...ยังไม่สุกงั้นหรือโยนทิ้งไปแล้ว…
ไก่ที่นางตั้งใจจะเอาไปให้ท่านแม่บำรุงร่างกายหายไปแล้วอย่างนั้นหรือ
เสบียงของนางหายไปแล้ว
ลืมตาตื่นขึ้นมา นางก็กุมขมับกับการกระทำสุดประหลาดของป้าสะใภ้รองคนนี้
ป้าสะใภ้รองนี่ทำเอาความคิดของนางเปลี่ยนไปเลย
เกิดมาสองภพสองชาติ นางไม่เคยเจอคนแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน
ไม่รู้ว่าลุงรองที่อ่อนโยนไปรักกับหญิงที่เป็คนแบบนั้นได้อย่างไร
หรือว่าเป็เพราะความรัก
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของแม่เฒ่าฉินก็ไม่สามารถใช้คำว่าดูไม่ได้อีกต่อไป นางอยากจะบีบคอสะใภ้รองให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนั้น
“นี่ไม่ใช่แค่ข้าวปลาอาหารของทุกคนในวันนี้ แต่ยังเป็ข้าวที่จะประทังชีวิตของสะใภ้สี่และเสี่ยวชีเป่าอีกด้วย”
“เหล่าเอ้อร์ ไปจัดการเมียเ้าซะ!” แม่เฒ่าฉินมองลูกชายสีหน้าเ็า
ฉินไห่หลินพยักหน้า แล้วดึงสะใภ้รองไปด้านข้าง
สีหน้าของฉินไห่ชิวและฉินไห่โจวก็ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะฉินไห่โจว เขาหวังที่จะให้ไก่ตุ๋นชามนี้บำรุงร่างกายภรรยาของเขา
ลูกสาวของเขาก็หิวจนร้องไห้แล้ว
ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
ฉินไห่โจวเตะก้อนหินข้าง ๆ อย่างแรง ก่อนจะเดินเข้าไปในเพิงเพื่อปลอบภรรยาด้วยความโกรธ
เด็ก ๆ หลายคนที่เห็นอาหารที่เพิ่งจะได้มาก็หายไป น้ำตาพลันไหลพรากร้องไห้โฮออกมา
ผู้ใหญ่ต่างก็รีบอุ้มปลอบเด็ก ๆ ทีละคน
“อุแว้ อุแว้~” ฉินเยาเยาแกว่งแขนไปทางฉินเหล่าซืออย่างแรง
“โอ๋ ๆ ๆ เ้าตัวน้อย เป็อะไรหรือ เ้าก้อนแป้งของย่าก็รู้สึกว่าป้าสะใภ้รองทำเกินไปแล้วใช่หรือไม่” แม่เฒ่าฉินรีบปลอบฉินเยาเยา
เห็นเ้าเด็กน้อยยังคงส่งเสียงอ้อแอ้อยู่ในอ้อมกอด นางคิดแผนการบ้า ๆ ขึ้นมาได้
“เสี่ยวชีเป่า ไก่และไข่พวกนั้นเป็ฝีมือของเ้าใช่หรือไม่”
แม่เฒ่าฉินเดินถอยหลังไปสองก้าว ก้มลงไปถามใกล้ ๆ หูของหลานสาวด้วยน้ำเสียงเบา ๆ
“อ่า!”
แม่เฒ่าฉินถามต่อ “แล้วเ้าต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างล่ะ”
“อือ…” ฉินเยาเยาส่ายหัวเล็กน้อยแล้วยิ้มให้คุณย่าฉิน
“เ้าอยากให้ข้าหาที่ซ่อนใช่หรือไม่”
“อ่า!”
“อุแว้ อุแว้!”
ฉินเยาเยาส่งเสียงอ้อแอ้ไปทางเพิง
แม่เฒ่าฉินเข้าใจทันที “พาพ่อเ้าไปด้วยหรือ”
“อื้อ อื้อ”
แม่เฒ่าฉินเลยหาข้ออ้างว่าจะไปปลดทุกข์เบา แล้วก็เรียกฉินไห่โจวที่กำลังก้มหน้าก้มตาคุยกับลุงสามให้ไปเป็เพื่อน หลังจากนั้นแม่เฒ่าฉินก็หันมายิ้มให้ฉินเยาเยาอย่างรู้กัน
พวกเราสองคนย่าหลานแม้จะคุยกันไม่รู้เื่ แต่ก็ยังตกลงเป็พันธมิตรกันได้
ฉินเยาเยารู้ดีว่าการเปิดเผยเื่ลี้ลับแบบนี้อาจนำอันตรายมาสู่ตัวเอง ทั้งยังอาจถูกมองเป็ปีศาจแล้วโดนจับเผาทั้งเป็อีกต่างหาก
แต่ฉินเยาเยายอมเสี่ยง!
เพราะจากที่แอบสังเกตมาทั้งวัน ฉินเยาเยารู้สึกว่าทุกคนในครอบครัวนี้เป็คนดีและเอ็นดูนางมาก ยกเว้นก็แต่ป้าสะใภ้รองที่ชอบแย่งข้าวนางกิน
ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านพ่อจะเอาแต่เฝ้าดูแลท่านแม่ แต่ฉินเยาเยาก็ไม่น้อยใจหรอกนะ!
นางเดิมพันถูกแล้ว
ทันทีที่รู้ว่านางมีความสามารถ แม่เฒ่าฉินก็กังวลเื่ร่างกายของนางก่อนเป็อันดับแรก นางก็รู้ว่าตัวเองเดิมพันถูกแล้ว
ในใจของฉินไห่โจวกำลังร้อนรุ่ม แม่เฒ่าฉินให้เขาทำอะไรเขาก็ทำโดยไม่ทันสังเกตว่า นางบอกว่าจะไปไม่ไกลแต่กลับเดินไกลออกไปเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นฉินเยาเยาก็ส่งเสียงอ้อแอ้สองครั้ง
แม่เฒ่าฉินตาลายไปชั่วขณะ พอเห็นภาพสีขาวจาง ๆ กลางหุบเขาอย่างชัดเจน ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วก็ยังใจนพูดไม่ออก
“แพะ... เหล่าซื่อ... แพะ!”