บทที่ 7
“คุณหนู...”
ในระหว่างที่เด็กหญิงกำลังนั่งถอดถอนใจอย่างไม่สมกับวัยอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงที่นางไม่ค่อยจะคุ้นเคยนักดังมาจากข้างหลัง “ป้าเฉียงลุงเฉียง...มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ?”
“ตอนนี้ท่านแม่ทัพมาที่เรือนเ้าค่ะ เลยให้ข้ากับตาแก่มาตามคุณหนูไปพูดคุยที่ห้องของนายหญิง” หญิงวัยสี่สิบปลายๆ เอ่ยออกมาเรียงความบึ้งตึงจากร่างน้อยได้เป็อย่างดี
“จะมาทำไมกัน...” หลินบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก
ทำไมนะหรือ...
ก็เพราะหากเป็คนทั่วๆ ไป หรือคนที่พอจะมีจิตสำนึกห่วงใยกันจริงๆ อย่างน้อยในคืนวันที่เกิดเื่หลังจากที่จัดการเื่ราวทั้งหลายจนเสร็จแล้ว ก็ต้องแวะมาดูมารดาของเธอสักเล็กน้อย หรือไม่ก็ต้องทำอะไรที่มากกว่าแค่ส่งเบี้ยหวัดไม่กี่ตำลึงกับของบำรุงโง่ๆ มาให้หลังจากที่ทำเื่ขนาดนี้มา...
แต่ก็นั่นแหละเนางไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้มันก็เลยทำให้ไม่เข้าใจคนพวกนี้เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยประสบการณ์การอ่านนิยายมาหลายร้อยเล่ม สิ่งที่ไม่ว่าจะเป็โลกในนิยายหรือในโลกแห่งความเป็จริงที่ไม่อาจจะแยกกันออกได้ ก็คือความสมเหตุสมผลของการกระทำ เพราะไม่ว่าจะเป็ในนิยายหรือในโลกแห่งความเป็จริงเอง หากขาดสิ่งนี้ไปก็ยากที่จะมีใครยอมรับ
“คุณหนู...”
“ไปกันเถอะข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเขามาทำไม”
เด็กหญิงตอบไปโดยที่ตอนนี้นางลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็แค่เด็กสิบสองขวบปี ที่โดยปกติเป็คนพูดน้อยมากจนแทบจะไม่พูดเลยหากไม่ใช่กับแม่และน้องหรือสองคนรับใช้ในเรือน นางไม่รู้ตัวเลยว่านางในตอนนี้กลายเป็คนที่แข็งกร้าวขึ้นมามากขนาดไหนสำหรับเด็กสิบสองปีในยุคนี้สมัยนี้...
“เ้ามาแล้ว...” น้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักของคนเป็แม่ทำให้เด็กหญิงขมวดคิ้ว ยิ่งเมื่อมองไปที่มารดาที่ต้องลุกขึ้นมานั่ง เพื่อที่จะต้อนรับชายคนนั้นมันก็ทำให้นางรู้สึกแย่ขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว
มันอาจจะเป็เพราะนางเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงที่รักและห่วงใยมารดาและน้องน้อยมากกว่าอะไร แม้ในยามปกติหากเป็หลินหลิ่งฟางตัวจริง เด็กสสาวคงทำได้แค่เพียงไปนั่งก้มหน้าก้มตาใกล้ๆ กับมารดา แต่หลินหลิ่งฟางในวันนี้ทำในสิ่งที่ต่างออกไป จนแม้แต่คนสนิทที่มาพร้อมกับท่านแม่ทัพใหญ่ถึงกับขมวดคิ้ว
“...!!”
เพราะสิ่งที่เด็กหญิงกำลังทำก็คือการไปประคองมารดาให้นอนตะแคงลงเช่นเดิม เพราะไม่อาจจะนอนหงายได้เนื่องจากาแที่ขาและหลัง แม้จะได้รับการดูแลจากท่านหมอฝีมือดี แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนที่ไม่เคยถูกทุบด้วยไม้หลายๆ ครั้งแบบนี้แล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่หลินได้เห็นเนื้อที่แตกและบอบช้ำมากขนาดนี้ ในทุกๆ ครั้งที่นางหันไปมองาแของมารดานั้น
ทั้งความโกรธและความเ็ปมันประเดประดังเข้ามา จนตัวนางในตอนนี้แยกไม่ออกแล้วว่าความรู้สึกในตอนนี้ มันเป็ความรู้สึกผิดหวังในฐานะนักอ่านที่มีต่อท่านแม่ทัพผู้แสนดี หรือความเ็ปของลูกที่ต้องมาเห็นมารดาต้องเป็ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย
“นายท่าน...” คนสนิทหันไปหาผู้เป็นาย
“ไม่ต้อง” แม่ทัพใหญ่เพียงแค่บอกปัดเบาๆ แล้วมองไปยังทั้งสองร่างด้วยสายตาที่เฉยชา
“ท่านมีอะไรสำคัญจนกระทั่งไปตามเด็กไม่รู้ความอย่างข้ามาด้วยก็รีบพูดเถอะ เพราะมันคงจะเสียเวลาท่านมากแล้ว” หลินกล่าวออกมาโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น จนทำให้หลายๆ คนแสดงออกแตกต่างกันไป โดยเฉพาะผู้เป็บิดาเองที่มองไปยังบุตรสาวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนจะมองไปที่ภรรยาที่เคยมองมาที่เขาด้วยความรักความห่วงใยมานานแสนนาน
แต่ในตอนนี้สายตาของนางก็เปลี่ยนไปแล้ว
“ข้าจะย้ายเ้ากับมารดากลับไปที่เรือนเดิมของพวกเ้า และคืนฐานะเดิมให้...”
“ท่านแน่ใจหรือว่าทำได้ เพราะจะอย่างไรบ้านหลักก็เป็หน้าที่ของฝ่ายหญิงในบ้าน แล้วการที่ท่านมาจัดการอย่างนี้ท่านไม่คิดว่ามันจะเป็ขี้ปากชาวบ้านอย่างนั้นหรือ...”
“คุณหนู โปรดให้เกียรตินายท่านด้วย”
“เกียรติ? เ้ามาถามหาเกียรติของเขาจากข้าทำไม ข้าไม่ใช่ทหารของพวกเ้าแต่ข้าเป็บุตรของเขาและมารดาของข้าที่ไม่เคยทำสิ่งใดผิดแต่ต้องมาประสบสิ่งเหล่านี้ก็คือภรรยาของเขา ภรรยาที่เขาสัญญาว่าจะดูแลนางอย่างดีไปชั่วชีวิต!”
หลินกันฟังแล้วะโออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง จนทำให้ผู้ติดตามเองก็ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก แต่เมื่อผู้เป็นายไม่กล่าวอะไรเลยเขาก็คงทำได้แค่เงียบไปเท่านั้น
“แล้วเ้าจะเอาอย่างไร...” แม่ทัพใหญ่ราวกับแก่ลงไปอีกหลายปี หันไปถามภรรยาที่นอนป่วยอยู่
“เื่นี้ข้าให้เสี่ยวฟางตัดสินใจ” ผู้เป็แม่มองไปยังร่างน้อยๆ ของลูกสาว แล้วยิ้มอ่อนๆ ออกมา ซึ่งมันราวกับเป็คมมีดที่บาดลงไปกลางใจของผู้เฝ้ามอง
‘ข้าเสียนางไปแล้วจริงๆ หลายปีมานี้ข้ามัวแต่ทำอะไรอยู่กัน...’
“เ้าจะปล่อยให้เด็กอายุสิบสองปีที่ไม่เคยแม้แต่ออกไปโลกภายนอกตัดสินใจ?”
“แต่อย่างน้อยนากก็เป็คนเดียวที่พยายามปกป้องข้าและเสี่ยวเหมย” คำตอบที่แม้จะไม่ได้ดังนักแต่มันก็ดังกระทบเข้าไปในใจของทุกคนในห้องนี้ได้เป็อย่างดี และนี่เป็ครั้งแรกที่ทุกคนในที่นี้ได้เห็นนายหญิงใหญ่ของบ้านกล่าวตัดบทของท่านจ้าวตระกูลแบบนี้
นี่เป็ครั้งแรกที่หญิงซึ่งรักใครและห่วงใยสามีมากกว่าอะไร ที่กระทำสิ่งที่ไม่ได้รับการยินยอมจากอีกฝ่าย นี่เป็ครั้งแรกได้เห็นที่ได้เห็นสายตาคู่นั้นมองไปยังแม่ทัพใหญ่ด้วยความเฉยชา
บางทีอาจจะเป็เพราะความเ็ปนับครั้งไม่ถ้วน ที่ทำให้คนเราสามารถตาสว่างขึ้นได้อีกครั้งหนึ่ง...
...................
มาแล้วจ้า
ยอดวิวมะถึงแต่เริ่มมีเม้นให้กำลังใจ *-*
ดีใจมากเลยฮับ
งั้นขออีกได้ไหม...แฮ่ะๆ ช่วยกันเม้นช่วยกันแชร์นะ ถ้ากำลังใจมาเต็มนิยายก็มาไวนะเออ
บางทีอาจจะได้เจอกันอีกตอนก่อนสี่ทุ่มก็ได้น้าา