เขาคือบุตรที่เกิดมาพร้อมกับพรของนางฟ้า
ผู้มีพลังที่แสนหาได้ยากยิ่งพร้อมกับพร์
“เราเกิดมาเพื่อเป็ผู้ล่า”
นั่นคือคำสอนของท่านพ่อคือคำสอนของตระกูลแลนสลอต
เรามีนายเพียงหนึ่งที่เหลือล้วนเป็เพื่อนร่วมงาน
กระทั่งกับตระกูลกาเวนที่เป็หัวหน้าของสภาอัศวินโต๊ะกลมก็ยากที่จะแข็งข้อกับเรา
เกิดมาพร้อมกับความถือดี หยิ่งทะนงมาดมั่นและทรงพลังที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเทียบเคียง
นั่นคือ 'แลนสลอต'
ทั้ง ๆ ที่เป็แบบนั้นแล้ว...
แต่เมื่อมองไปที่ท่านแม่ผมมักจะสงสัยหากถามหาความไม่สมบูรณ์ในคฤหาสน์แห่งนี้ทุกคนคงล้วนชี้ไปที่ดัชเชสแลนสลอตเป็แน่
ไม่ใช่ว่าผมไม่รักท่าน...แต่ท่านค่อนข้างต่าง
ท่านแม่เป็ผู้หญิงร่างเล็ก เตี้ยหน้ามีกระ ดูซื่อบื้อผิดกับดัชเชส ตระกูลอื่นทุกครั้งที่มองท่านพ่อมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือ 'ความกลัว'
เพราะอย่างนั้นเมื่อเริ่มรู้ความสิ่งแรกที่ผมถามกับท่านพ่อคือ
“ท่านพ่อท่านฉุดท่านแม่มาใช่หรือไม่...”
ท่านพ่อนิ่งไปครู่ทำหน้าราวกับไม่รู้จะพูดออกมาเช่นไรดีสุดท้ายก็กล้ำกลืนความโกรธแล้วเค้นเสียงหนักออกมาว่า “สักวันเมื่อลูกโตพอลูกจะเข้าใจพ่อเอง...”
มันเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่ติดอยู่ในใจและผมไม่ชอบมันเลย
ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรที่เราไม่สามารถหาคำตอบได้แต่สิ่งที่น่ากลัวคือเราต้องรอให้ถึงเวลานั้นคำตอบถึงจะออกมาเอง
เพราะอย่างนั้นผมจึงจดมันเอาไว้และหวังว่าเมื่อโตขึ้นมาแล้ว
คำตอบนี้จะออกมาเช่นเดียวกับที่ท่านพ่อบอกผม
ไนเจล กาเวนคือเพื่อนสนิทของผม
เขามีลักษณะของคนตระกูลกาเวนทุกประการแต่ก็ยังขาดอยู่หลายส่วนเช่นเดียวกัน ยังดูอ่อนแอแต่น่ารักมากเลยทีเดียว
ผมคิดว่าเขาเหมือนน้องชายและถ้าหากว่าผมจะมีน้อง... ผมก็อยากได้อย่างเขา
แต่เหมือน่นี้เพื่อนสนิทของผมจะเปลี่ยนไป
เพราะเขาเอาแต่พูดเื่ของ 'กิลเบิร์ต เบดิเวียร์'
“ฮาเรฟคงยังไม่เคยพบกิลใช่ไหม?”ทุกครั้งที่พูดถึงกิลเบิร์ต เบดิ-เวียร์ ไนเจลมักจะยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายเวลาพูดชื่อเล่นของอีกฝ่าย นั่นทำให้ผมเหงาเล็กน้อย “กิลเป็พวกเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ มักจะยิ้มอยู่เสมอ... ผม...ผมคิดว่ารอยยิ้มนั้นน่ารักมากเลย...”
ผมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มให้ไนเจล
“...ฮาเรฟอย่ายิ้มมากเลยรอยยิ้มของนายอาจจะทำให้ผมรู้สึกลำบากใจเวลามองหน้านะ...”
ไนเจลเป็โรคกลัวผู้หญิงและเพราะผมงดงามเกินไปอีกทั้งยังไว้ผมยาวเขาจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลก ๆ
ความจริงผมก็เคยคิดจะตัดผมเหมือนกันผู้ชายไว้ผมยาวแล้วรู้สึกแปลกประหลาดมาก ต่อให้เป็เด็กก็ตามทีแต่เพราะท่านแม่กับท่านพ่อชอบสีผมนี้มาก ท้ายที่สุดแล้วผมเลยต้องไว้ยาว
แม้บางครั้งจะมีพวกตาไม่มีแววมองว่าเป็เด็กผู้หญิงแล้วทำอะไรชวนน่าหงุดหงิดแต่... เวลาเอาคืนกลับไปก็ถือเป็การฝึกเช่นกัน
“ผมรู้สึกว่า...เวลาอยู่กับกิลแล้วสบายใจมากเลย” พอผมหุบยิ้มแล้วไนเจลก็เริ่มหายใจคล่องขึ้น“เขาค่อนข้าง... แปลก เหมือนเขาเข้ามานั่งในใจผมเขาสามารถรับรู้ได้ว่าผม้าอะไร และมันก็ทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้คุยกับเขา”
ผมคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องคิดถึงหน้าของดยุกเบดิเวียร์ที่มักจะจริงจังเสมอแล้ว...ลูกของเขาควรจะมีนิสัยแบบเบดิเวียร์แล้วคนแบบนั้นอยู่ด้วยน่าจะอึดอัดใจเสียมากกว่า
พอผมเงียบไม่พูดอะไรไนเจลก็ยิ้มกว้างก่อนจะเริ่มพูดเื่ต่างๆ ออกมา วนเวียนอยู่แต่ชื่อเดิม ๆ จนผมต้องถอนหายใจ
วันนั้น...ผมคิดว่าทุกอย่างจะเหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา
“ฮาเรฟ!”
ทุกครั้งที่พบกันไนเจลมักจะเรียกชื่อผมอย่างยินดีเมื่อหันไปผมจะเห็นรอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้าของเขา แต่วันนี้สิ่งที่ 'แปลก' คือคนที่เดินตามหลังเขามา
เป็เด็กชายอายุเท่ากัน
ดวงตาและผมเป็สีทองประกายทองคำใบหน้าน่ารักแม้จะด้อยกว่าไนเจลสามส่วนแต่ก็น่ามอง เขาจับจ้องมาทางผมอะไรบางอย่างบอกผมว่าเขาคือ 'กิลเบิร์ต เบดิเวียร์'
แต่แปลก...
ใบหน้าที่ควรระบายด้วยรอยยิ้มนั้นกลับซีดแถมร่างกายกลับสั่นเหมือนพบเจอสิ่งที่น่ากลัว
ผมชะงักกับตัวเอง
“เออ...ขอถามอะไรที่เสียมารยาทหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ... ฮาเรฟ แลนสลอตหรือเปล่าครับ?”
ผมกะพริบตาคล้ายไม่เข้าใจเท่าไหร่นักแต่ก็ตอบไป “ครับ... ผมฮาเรฟแลนสลอตครับ”
จากนั้นเขาก็เบิกตากว้าง ห่างไกลจาก 'กิลเบิร์ต เบดิเวียร์'ที่ไนเจลมักพูดให้ผมฟัง ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก มองเขาที่สั่นหันไปพูดอะไรบางอย่างกับไนเจลปฏิกิริยาที่ชวนขัดหูขัดตาแต่ผมกลับไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย
สักพักเขาก็ร้องไห้
ทั้งผมและไนเจลต่างใเขาร้องไห้หนักมากพอร้องเสร็จก็หันมาพูดว่าไม่อยากเจอกับไนเจลแล้ววิ่งออกไปผมรู้สึกเขาแปลกมาก... หัวสมองเขาก็แปลก
พอหันกลับมาก็เจอไนเจลที่เริ่มร้องไห้จนผมทำอะไรไม่ถูกผมปลอบไนเจลแต่นอกจากความรู้สึกสงสารแล้วกลับไม่มีความรู้สึกขัดหูขัดตากับไนเจลเลยแม้แต่น้อย
และผมเอง... ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกแบบที่รู้สึกกับกิลเบิร์ตเบดิเวียร์เลยเช่นเดียวกัน
จากนั้นก็กลายเป็สนิทกัน
ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกขัดหูขัดตาเวลามองกิลเบิร์ต เบดิเวียร์ อาจจะเพราะเ้าตัวดูเลื่อนลอย เอื่อยเฉื่อย น่ารำคาญ...อันที่จริงผมก็สงสัยว่าไนเจลมองกิลเบิร์ตอย่างไรกันแน่ ภาพลักษณ์ที่บรรยายมาแต่ละทีกลับทำให้ผมเริ่มสงสัยสายตาของว่าที่ดยุกกาเวนคนนี้
กิลเบิร์ตตัวจริงไม่ได้ดีเหมือนที่ไนเจลบรรยายเลยแม้แต่น้อยเขาไม่ได้ใจเย็นและยิ้มสวย ๆ แต่ความจริงคือเขาเหม่อหน้าเลยยิ้มค้างเขาไม่ได้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตรงกันข้ามเขากลับเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกประหลาด
ทุกครั้งที่มองเหมือนอะไรมากระตุกตามร่างกายรู้ตัวอีกทีทั้งมือและเท้าก็ไปเสียแล้ว
เขาทำให้ผมรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้กลายเป็คนที่ใจร้อนแต่ท่าทางเรื่อยเฉื่อยของเขาใครเห็นก็ต้องรู้สึกอยากจะแก้ไขทั้งนั้น อ้ออาจจะยกเว้นไนเจลไว้คน
เพื่อนสนิทของผมคนนี้มักจะยิ้มรับทุกอย่างของอีกฝ่ายด้วย ความยินดี...
กิลเบิร์ตชอบไนเจลผมรู้กิลเบิร์ตกลัวผม... ผมก็รู้เช่นกัน
แต่ผมกลับไม่รู้สึกเดือดร้อนมันเป็ความรู้สึกที่บรรยายไม่ค่อยถูกนัก เวลาที่เขาเผลอมองผมด้วยดวงตากระจ่างใสแต่เพียงครู่เดียวเขาก็จะเริ่มสั่น ตลกดี
ผมไม่เคยหาคำตอบกับมันเลยแม้แต่น้อยกระทั่งท่านแม่ทัก
“ชะ... ่นี้... ละละ ลูก...” ดัชเชสแลนสลอตเป็คนชวนให้รู้สึกอยากจะแก้ไขผมแปลกใจเสมอที่เธอเป็แม่ของผม “ดะ... ดูคล้ายพ่อเข้าไปทุกวัน”
หืม?
ในที่นี้หมายถึงผมเติบโตขึ้นหรือเปล่านะ
แต่พอท่านแม่ทักแบบนั้นท่านพ่อเองก็หันมามองผมบ้าง
“...นั่นสินะ”
แรกเริ่มไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
แต่เพราะไม่ใช่คนโง่ ยิ่งอยู่ใกล้กับ'ตัวแปร' ที่ทำให้ได้คำตอบก็พอเข้าใจอย่างกระจ่างชัด...
“มีอะไรหรือเปล่าฮาเรฟมองผมแบบนี้... มันค่อนข้างน่ากลัวไปหน่อยนะ” สีหน้าของกิลเบิร์ตเบดิเวียร์เจื่อนลง ผมหรี่ตา “...ผม...ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด แต่... อย่ามองแบบนี้ได้ไหม...”
“ทำไม?” เพราะไม่รู้ว่ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบไหนจึงเอ่ยปากถาม
สีหน้าของกิลเบิร์ตหวาดกลัวคล้ายไม่อยากตอบแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว “เหมือนว่าถ้าผมทำผิดต่อนายแล้วตายไปนายคงไปลากคอผมลงมากระทืบซ้ำแน่เลย...”
“หืม?” รู้สึกแปลกใจ คำพูดนี้คล้ายบอกว่าผมเป็พวกกัดไม่ปล่อยหรือเปล่านะ?
จะว่าไป...
ผมมองกิลเบิร์ต เบดิเวียร์
เด็กชายผมสีทองตัวเล็กไม่มีความระมัดระวังภัย คิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าเสียหมดเวลาผมมองก็มักจะตัวสั่น... ไม่คล้ายสัตว์เล็กหน่อยหรือ?
พอยิ่งพิจารณาผมก็ยิ่งเข้าใจจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาและพอยิ้มแบบนั้น...
“ชะ...ช่วยอย่ายิ้มได้ไหม...” กิลเบิร์ตทำสีหน้าร้องไห้ “นายยิ้มทีผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกฆาตกรโรคจิตตามฆ่าเลย”
ผมยิ้ม... เพราะเขาคือ 'กิลเบิร์ต เบดิเวียร์'
เพราะอย่างนั้นแล้วผมไม่ฟังเขาหรอกนะ
“ม่ายยย! ฮาเรฟ! ผมขอโทษษษ!!”
ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยในครอบครัวของตัวเอง
ท่านแม่ที่ไม่มีอะไรดีผู้นี้เหมือนสิ่งที่แปลกแยกในตระกูลทุกครั้งที่มองผู้เป็สามีของเธอมันจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเพราะอย่างนั้นผมจึงสงสัย
เหตุใดท่านพ่อจึงเลือกท่านแม่ ทั้ง ๆที่ในอาณาจักรนี้ ไม่สิ เพียงแค่ในเมืองเล็ก ๆ ก็ล้วนมีแต่หญิงที่เพียบพร้อมกว่าท่านแม่อยู่มากมาย
ผมไม่เคยเข้าใจ
จนกระทั่งได้พบกับ 'เขา'
มันทำให้ผมอยากหัวเราะเพราะคำตอบมันอยู่กับตัวผมเองมาตลอด มันอยู่ในสายเืเรา อยู่ในชื่อของพวกเราเพียงคำสั้น ๆ ว่า 'เพราะพวกเราคือแลนสลอต'
'เราเกิดมาเพื่อเป็ผู้ล่า'
และคนที่ทำให้เรารู้สึกเืร้อนสั่นไหว ไม่เป็ตัวของตัวเอง มีเพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่สาวงามผู้สูงศักดิ์หรือผู้มากความสามารถคนไหน
แต่มันคือ 'เหยื่อ' ต่างหาก
แต่นั่นแหละ
กิลเบิร์ตเบดิเวียร์ไม่จำเป็ต้องรู้
….............................
…..............
…..
..
อย่างน้อยก็ตอนนี้