ชายหนุ่มที่ถูกตัดแขนรู้สึกตัวอีกครั้งเขานอนราบอยู่บนเสื่อภายในห้องของสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าเหิงเยว่ในตอนนี้อยู่ที่ไหน
ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในความคิดของชายหนุ่มนั่นคือเขารอดจากเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร และภาพที่ถูกตัดแขนก็ผุดขึ้นมาในหัว
มันทำให้เหิงเยว่ลุกมาอยู่ในท่านั่งจากนั้นหันไปสำรวจแขนขวาของตนในทันที คำถามค่อย ๆ ผุดเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็สองจากสองเป็สาม เหตุใดแขนขวาของตนถึงไม่ขาด… ใช้เวลาอยู่ไม่กี่อึดใจเพื่อให้สายตาคุ้นชินกับแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างมา
แขนขวาของตนถูกแทนที่ด้วยแขนเทียมที่มีสภาพสมบูรณ์ มันใช้แท่งเหล็กเป็แกนกลางคล้ายกระดูก โครงด้านนอกก็ถูกสานด้วยอะไรบางอย่างที่ดูคงทนและยืดหยุ่นสูง
เขาลองพยายามขยับแขนเทียมนั่นอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถบังคับได้ดั่งใจ มันคงจะมีวิธีควบคุมที่ถูกต้องแต่ตอนนี้เหิงเยว่ยังไม่พบมัน
เท่าที่จำความได้เข็มเคลือบพิษนั่นมีฤทธิ์กัดกร่อนพลังปราณ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งอันตราย เขาถูกใครบางคนพาออกมาจากคุกเพื่อปล่อยทิ้งเอาไว้ในป่า
แล้วที่ผ่านมาเขาหมดสติไปกี่วันถอนพิษตอนนี้จะทันงั้นหรือ
าแฉกรรจ์ที่แขนขวาในตอนนี้ถูกรักษาและเริ่มสมานตัวเรียบร้อยอีกทั้งความรู้สึกของเข็มที่ฝังอยู่บริเวณหัวไหล่ก็หายไปด้วยเช่นกัน
ถ้าเป็เช่นนี้แสดงว่าต้องมีใครบางคนช่วยพาเขาออกมาจากตรงนั้นและพามารักษาเป็แน่
หากถอนพิษได้ทันก็จะสามารถโคจรลมปราณเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลายได้เหิงเยว่คิดได้เช่นนั้นและหวังว่ามันจะยังทันอยู่ เขานั่งขัดสมาธิและหลับตาเพื่อตั้งจิตให้มั่นก่อนโคจรพลังปราณ
เมื่อเขาเริ่มโคจรพลังปราณก็พบกับสิ่งที่น่าแปลกถัดไปก็คือไม่ว่าเขาจะลองโคจรพลังปราณวิธีไหนก็ตาม พลังปราณในร่างก็ไม่เกิดการไหลเวียนเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างราวกับร่างกายจะฉีกขาดออกจากกันเสียให้ได้
เหิงเยว่กระอักของเหลวสีชาดออกมาจากปากในทุกครั้งที่เขาพยายามโคจรพลังปราณความฝืนและดื้อดึงไม่ได้ช่วยให้เขาโคจรได้สำเร็จร่างกายของเขาทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด
หากเส้นลมปราณเสียหายและฝืนโคจรมันล่ะก็เจ้ าของร่างจะต้องรับภาระหนักขึ้นและไม่สามารถทนไหวในที่สุด
เขาทราบในข้อนี้ดีแต่มันยากที่จะเชื่อว่าคนที่วรยุทธกล้าแกร่งถึงเพียงนี้จะไม่สามารถโคจรพลังปราณที่เป็ขั้นพื้นฐานของการฝึกยุทธได้
จากผลที่ออกมามีแต่จะต้องยอมรับมันเท่านั้น ชีวิตที่รอดมาได้นั้นก็คงจะมากเกินพอหากรอดมาได้โดยไร้พลังเช่นนี้ จะนำสิ่งใดไปชำระแค้นจิ่นเลี่ยนดั่งคำที่กล่าวเอาไว้
ไร้ค่าสิ้นดีเหิงเยว่คิดแบบนั้นพลางเดาะลิ้นจนเกิดเสียง ขณะเดียวกันประตูไม้ด้านหน้าก็ถูกเปิดออกปรากฏร่างหญิงสาว
นางทำท่าเหมือนจะกล่าวบางอย่างแต่ก็หยุดไปจากนั้นก็มองไปรอบตัวของเหิงเยว่แล้วส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาหา
“ไม่คิดว่าเ้าประสงค์ที่จะตายเช่นนี้” นางนั่งลงข้างๆ จากนั้นจ้องเหิงเยว่เขม็ง “ยังไม่รีบหันไปอีก”
เหิงเยว่แสดงสีหน้ามึนงงก่อนจะทำตามที่นางว่าสตรีท่านนี้คงจะเป็คนที่ช่วยเขาให้รอดชีวิตมา
“ท่านเป็ใคร”เมื่อคำถามนี้ถูกเปล่งออกไป ฝ่ามือของนางกระแทกเข้าที่แผ่นหลัง พลังปราณจากต่างแหล่งโคจรเข้าสู่ร่างของเหิงเยว่