" ไผ่..กูว่าหลานมึงหน้าเหมือนกูตอนเด็กยังไงก็ไม่รู้วะ " ตะวันพูดขึ้นเมื่อเข้ามานั่งในร้านเหล้า ไม่รู้ทำไมใบหน้าของนับดาวถึงได้ติดตาเขานัก
" พรวด! ..นี่มึงกำลังจะบอกกูว่ามึงทำน้องกูท้อง? " ไผ่ถึงกับสำลักเหล้าที่อยู่ดีๆ ตะวันก็พูดแบบนั้นออกมา
" มึงจะบ้าเหรอ! กูจะไปทำน้องมึงท้องได้ยังไงในเมื่อน้องมึงกับกูไม่เคยมีอะไรกัน กูก็แค่คิดว่านับดาวหน้าคล้ายกูเท่านั้น " หากน้องชายเขารู้จักกับมินตราก็คงจะคิดว่าเป็มันแน่ที่ทำให้เธอท้อง
ไผ่นั่งเงียบคิดตาม เขาก็เคยคิดแบบนั้น ยิ่งโตนับดาวยิ่งเหมือนตะวัน จนหลายครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าตะวันคือพ่อของนับดาว แต่มันจะเป็ไปได้ยังไงในเมื่อตะวันไม่เคยมองมินตราเป็อื่นมากกว่าน้องสาว แล้วยิ่งมาได้ยินคำยืนยันหนักแน่นแบบนี้จากปากของตะวัน มันก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้
ั้แ่ที่ตะวันเลิกกับไลลาแฟนเก่ามันๆ ก็ไม่เคยจริงจังกับใคร ผู้หญิงที่เข้ามาก็มีแต่เพื่อนเที่ยว เพื่อนนอน หากมันอยากจะมีอะไรกับใครมันคงไม่เอาน้องเขามาทำเล่นๆ หรอก ในเมื่อมีผู้หญิงมากมายต่อแถวเข้าหามัน
วันรุ่งขึ้นตะวันก็ขับรถมารับนับดาวที่บ้านเพื่อไปเที่ยวห้าง พอรถวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านเขาก็เห็นมินตรากับนับดาวรออยู่ วันนี้นับดาวอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูหวานแหวว ผมถูกมัดจุกสองข้าง ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง ส่วนมิตรานั้นอยู่ในชุดกางเกงยีนขาขาดกับเสื้อยืดสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวและสะพายเป้อยู่ด้านหลัง เธอเหมือนกับเด็กสาวแรกรุ่นที่หากไม่บอกว่ามีลูกแล้วก็คงจะไม่มีใครรู้
" สวัสดีครับนับดาว พร้อมหรือยังครับ " เขาเดินเข้าไปทักทายนับดาวพร้อมกับหยิบคาร์ซีทที่วางอยู่ขึ้นมา
" สวัสดีค่ะลุงตะวัน หนูพร้อมแล้วค่ะ " เขาลูบแก้มนับดาวเบาๆ ก่อนจะจับมือเธอเดินไปที่รถ
" รอลุงก่อนนะ เดี๋ยวลุงติดตั้งคาร์ซีทก่อนนะครับ " ตะวันติดตั้งคาร์ซีทอย่างทุลักทุเลเพราะไม่เคยทำ จนมินตราต้องเดินเข้าไปดู
" ให้มินช่วยค่ะ " เขาขยับตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอเข้าไป กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอที่ลอยมาแตะปลายจมูกทำให้เขาถึงกับหยุดกึก กลิ่นกายนี้ที่ติดจมูกเขามาหลายปี มันเป็กลิ่นกายที่เขาหาจากผู้หญิงคนไหนไม่ได้... ทำไมนะ ทำไมกลิ่นกายเธอถึงได้มาติดจมูกเขาอยู่หลายปีแบบนี้
" เอ่อ..ขอมินเข้าไปหน่อยค่ะ " เขาที่ดูเหมือนกำลังจะขยับตัวออกแต่กลับยืนนิ่งจนเธอเข้าไปไม่ได้
" หือ..อ้อ..ครับ " เขาที่ถูกเธอเรียกสติก็รีบถอยออกไปยืนรอกับนับดาว
" เสร็จแล้วค่ะ นับดาวมาหาแม่ลูก " นับดาววิ่งเข้าไปหาแม่ ก่อนจะตะเกียกตะกายขึ้นรถไปนั่งบนคาร์ซีทอย่างรู้งาน พอมินตราคาดสายนิรภัยให้ลูกเสร็จก็ปิดประตูแล้วเดินอ้อมขึ้นไปนั่งข้างลูก ตอนนี้เขาเลยกลายเป็คนขับรถไปโดยปริยาย
ตลอดทางนับดาวก็จะถามโน่นถามนี่ ส่วนมินตราเองก็ตอบพร้อมกับอธิบายให้ลูกฟังอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ขนาดเขานั่งฟังเฉยๆ ยังรู้สึกเหนื่อยแทน
พอลงจากรถได้นับดาวก็วิ่งมาจับมือเขา ส่วนมินตราเองก็จับมืออีกข้างของเธอ ตลอดทางที่เดินเข้ามาในห้างจนถึงศูนย์เด็กเล่นผู้คนต่างจ้องมองเขากับเธอ คงจะเป็เพราะภาพที่เหมือนครอบครัวแสนสุขที่มีพ่อแม่ลูกนี้กระมัง คนจึงได้มองแบบนั้น
" ผู้ใหญ่สอง เด็กหนึ่งครับ " เขาบอกคนขายบัตรเข้าศูนย์เด็กเล่น
" เดี๋ยวมินจ่ายเองค่ะ " เธอบอกเขาอย่างเกรงใจ
" ไม่เป็ไรหรอก พี่อยากพาหลานมาเที่ยว "
" จะดีเหรอคะ "
" ดีครับ วันนี้ให้พี่จ่ายเถอะนะครับ " มินตราพยักหน้าตอบรับ
" น้องน่ารักมากเลยค่ะ หน้าเหมือนคุณพ่อเป๊ะเลย " พนักงานขายบัตรพูดกับเขาขณะยื่นเงินทอนให้เขา
" เอ่อ..คือผู้ชายคนนี้ "
" ขอบคุณครับ " มินตราที่จะตอบปฏิเสธก็ถูกเขาพูดดักขึ้น
" ไปเถอะครับ " เขาหันไปพูดกับมินตรา ก่อนจะอุ้มนับดาวขึ้นแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน
มินตรานั่งดูตะวันที่พานับดาวเล่นนั่นเล่นนี่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ มันเป็ภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น และนี่คงจะเป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่นับดาวจะได้เล่นกับพ่อของเธอแบบนี้
" คุณแม่ขาาา " นับดาวโบกมือให้เธอๆ จึงโบกมือตอบพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้ก่อนจะเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
" ลูกสาวน่ารักจังเลยค่ะ " ผู้หญิงที่เดินผ่านตะวันกับนับดาวพูดขึ้น จนมินตราที่กำลังเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่กับที่ รู้สึกอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ที่มีแต่คนทัก ส่วนเขาเองก็ไม่คิดที่จะแก้ต่าง
" พี่ไม่บอกพวกเขาล่ะค่ะ ว่านับดาวไม่ใช่ลูกพี่ " เธออดไม่ได้จึงพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาหาเขา ตะวันยักไหล่พร้อมกับยิ้มกว้างให้เธอ
" ไม่รู้สิ และพี่คิดว่ามันไม่จำเป็ " เขาตอบแค่นั้นแล้วก็หันไปเล่นกับนับดาวต่อ เธอพูดอะไรไม่ออกก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
เกือบสามชั่วโมงที่อยู่ในศูนย์เด็กเล่น จนตอนนี้นับดาวเหนื่อยไม่มีแรงเดิน
" หนูเหนื่อย..อุ้ม..คุณแม่อุ้ม " นับดาวชูมือสองข้างขึ้นให้แม่อุ้ม ส่วนมินตราเองเมื่อเห็นลูกเหนื่อยก็ก้มอุ้มลูกขึ้นมา
" ลุงช่วยอุ้มนะครับ " ตัวมินตราเล็กนิดเดียวคงอุ้มลูกไม่ไหวแน่เขาเลยอาสา ส่วนนับดาวเองก็ดีใจยื่นมือมาให้เขาอุ้ม
" ขอบคุณค่ะ " มินตราขอบคุณเขาแล้วก็เดินตามเขากับลูกเงียบ ความสุขที่ได้เห็นสองพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันมันก็มีอยู่หรอกนะ แต่ความกลัวว่าเขาจะเอะใจเื่ของนับดาวเพราะมีแต่คนทักนี่สิมันทำให้เธอกังวล
" พี่ตะวันค่ะ มินขอเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแป๊บนะคะ "
" ได้สิ เดี๋ยวพี่พานับดาวไปเดินเล่นรอตรงนั้นนะ " เขาชี้ให้เธอดูตรงที่เขาจะไปรอ
" ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวแม่รีบมานะลูก " เมื่อนับดาวพยักหน้ารับเธอจึงรีบเดินเข้าไปซื้อของ
พอมินตราเดินเข้าไปซื้อของ ตะวันก็พานับดาวไปเดินดูของเล่น นับดาวชี้ให้เขาพาเดินดูของเล่นไปเรื่อย จนมาเจอตุ๊กตาเ้าหญิงและดูเหมือนเธอจะชอบมันมากเพราะเธอเม้มปากมองตุ๊กตาตัวนั้นตาเป็มัน
" ตัวนี้ราคาเท่าไหร่คะ " นับดาวถามเขา จนเขาอดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้ ตัวแค่นี้รู้จักถามราคาก่อน
" ชอบไหมเดี๋ยวลุงซื้อให้ " เขาเห็นเธอชอบก็อยากจะซื้อให้ นับดาวเม้มปากแน่นขึ้นพร้อมกับมองเขาตาโต เธอน่ารักจนเขาจะใจละลาย
" คุณแม่บอกว่าหากมันแพง เราซื้อไม่ได้เพราะมันสิ้นเปลือง " เธอบอกเขาหน้าหงอย
" ไม่แพงหรอกครับ เดี๋ยวลุงซื้อให้ ถ้านับดาวกลัวแม่จะดุก็บอกแม่ไปว่ามันไม่แพง และลุงซื้อให้เป็ของขวัญ ดีไหมครับ " นับดาวพยักหน้าหงึกหงักยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะกอดรอบคอเขาไว้แน่นอย่างดีใจ ความรู้สึกอุ่นซ่านก่อตัวขึ้นในใจเขา มันคืออะไรทำไมเขาถึงได้ถูกชะตากับเด็กคนนี้นักนะ เธอทำให้เขายิ้มได้และมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ มันเป็ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีและยากจะอธิบาย
ตะวันหยิบตุ๊กตาตัวนั้นขึ้นมาก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายตังค์ พนักงานยิ้มมองหน้าเขากับนับดาวสลับกันไปมาจนตอนนี้เขาอยากจะออกจากตรงนี้เต็มทน
" น้องน่ารักมากเลยนะคะ " หนึ่งในพนักงานพูดขึ้น
" ขอบคุณครับ " เขาขอบคุณไปตามมารยาท
" น้องหน้าเหมือนคุณพ่อมาก นี่สิคะที่เขาว่า DNA อยู่บนหน้าของจริง " ตะวันยืนตัวแข็งทื่อ นี่มันเกิดอะไรขึ้น วันนี้ทั้งวันมีแต่คนทักว่านับดาวหน้าเหมือนเขา จากที่ตอนแรกนึกว่าคิดไปเอง แต่พอมีคนทักมากๆ เข้า เขาก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วสิ