“ปรมาจารย์เจี่ย เชิญ!”
ถังซิ่วยิ้มให้กับเจี่ยหลุยเต๋าพร้อมทำท่าทางเพื่อเชิญเล่นพนันอีกครั้ง
ถังซิ่วรู้สึกขอบคุณเจี่ยหลุยเต๋าอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายจงใจชะลอความเร็วในการเขย่าลูกเต๋าของตัวเองเมื่อสักครู่ที่ผ่านมารวมถึงการเปิดเผยสิ่งสำคัญหลายอย่างก็แน่นอนว่าเขาจะไม่สามารถเข้าใจถึงเทคนิคนี้ได้เลย
เจี่ยหลุยเต๋าเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้กับเขา ดวงตาของทั้งสองคนจดจ่ออยู่ที่กันและกันพักหนึ่งโดยที่คนนอกนั้นมองไม่เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเจี่ยหลุยเต๋านั้นเป็นปรมาจารย์ที่ซางตี้ฉวินเป็นคนเชิญมาด้วยราคาที่สูงเสียดฟ้า ดังนั้นมันเป็นธรรมชาติที่เขาไม่สามารถแลกเปลี่ยนคำพูดที่น่ารื่นรมย์กับถังซิ่วได้ ถ้าหากว่าเจี่ยหลุยเต๋าชนะ ทุกอย่างจะไม่เป็นไรแต่ถ้าหากเป็นตรงกันข้ามกัน เรื่องนี้จะเกิดความเข้าใจผิดขึ้นอย่างแน่นอนและคนอาจบอกได้ว่าการเล่นการพนันครั้งนี้ได้รับการจัดฉากเอาไว้ก่อนแล้ว
เจี่ยหลุยเต๋าพยักหน้าไปที่ถังซิ่วและหยิบถ้วยอีกครั้ง ในขณะที่เขาเริ่มการพนันครั้งที่สามนี้เองที่เขาใส่ลูกเต๋าห้าลูกลงในถ้วยขณะที่ถ้วยลูกเต๋าสั่นสะท้านถึงได้ทำให้ร่องรอยของแสงแวววาวส่องประกายภายในดวงตาของเขา ข้อมือของเขาสั่นสะเทือนด้วยจังหวะที่เป็นระเบียบจนเกิดเสียงดังที่ชัดเจนซึ่งเป็นเสียงที่ดังสนั่นตามด้วยเสียงที่คมชัด
“อา! จริงๆ แล้วการพนันเล่นอย่างนี้ได้ด้วยหรือเนี่ย?”
ถังซิ่วสามารถรู้สึกถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อย่างรุนแรงที่ส่งออกมาจากร่างของเจี่ยหลุยเต๋าพลางตระหนักได้ว่าเหตุผลที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้มันไม่ได้เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชื่นชมความสามารถของเขาแต่เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายตัดสินใจที่จะทุ่มสุดตัว นี่เป็นสถานการณ์ที่เขาเองก็คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน มันเป็นความจริงที่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจี่ยหลุยเต๋าจุดประกายและรู้สึกตื่นเต้นเพราะเขาได้พบกับคู่แข่งของตนเองหลังจากที่โดดเดี่ยวอยู่บนจุดสูงสุดแห่งการพนันมาเป็นเวลานาน ในเมื่อถังซิ่วได้ท้าทายขีดจำกัดสูงสุดของอีกฝ่ายก็ทำให้อีกฝ่ายได้รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงของการเล่นการพนัน
ข้อมือของเจี่ยหลุยเต๋าเขย่าลูกเต๋าเหมือนผีเสื้อที่กำลังโบยบินในอากาศและไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้ด้วยตาเปล่า ทุกคนสามารถมองเห็นได้แค่เส้นแสงที่สวยงามขณะที่รอยยิ้มแห่งความมั่นใจและความสงบปรากฏบนใบหน้าของเจี่ยหลุยเต๋า เห็นได้ชัดว่าทุกคนในห้องไม่เคยคิดว่าเจี่ยหลุยเต๋าจะชำนาญเช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดตะลึงเมื่อเสียงเพลงเป็นจังหวะจากถ้วยที่จู่ๆก็ดังก้องอยู่ภายในห้อง เพลงนั้นกำลังให้ความรู้สึกที่ไพเราะเป็นอย่างมาก ไม่มีใครเคยนึกเลยว่าเสียงที่เกิดจากการเขย่าลูกเต๋านั้นจะไพเราะเช่นนี้ เกือบทุกคนจ้องมองไปที่เจี่ยหลุยเต๋าพร้อมกับการเคลื่อนไหวของข้อมือของเขาที่ทำให้ผู้ชมเหล่านั้นพยักหน้าและเพลิดเพลินไปกับเสียงนั้น มันเป็นเพราะพวกเขากลัวว่าจะเป็นการขัดจังหวะของเจี่ยหลุยเต๋าถึงได้ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง พวกเขาเฝ้าคอยด้วยดวงตาที่เปิดกว้างพร้อมกลั้นลมหายใจในขณะที่พวกเขาเพลิดเพลินไปกับเสียงบรรเลงนี้
เวลาผ่านไปโดยไม่มีใครสังเกต ทุกคนได้ตื่นขึ้นมาจากความฝันด้วยเสียง “ตึ่ง” พวกเขาเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเจี่ยหลุยเต๋าได้หยุดการเคลื่อนไหวของเขาขณะที่เขาคว่ำถ้วยลงบนโต๊ะ
“ปรมาจารย์เจี่ยช่างสุดยอดจริงๆ”
“พระเจ้าช่วย ทักษะในการพนันของเขามันสุดยอดจริงๆ นักพนันคนอื่นๆที่ฉันเคยเห็นนั้นไม่สามารถเทียบเคียงกับเขาได้แม้แต่นิดเดียว”
“ราชาแห่งการพนันนั้นเป็นราชาแห่งการพนันจริงๆ แม้แต่การเขย่าถ้วยยังสามารถให้ความรู้สึกที่น่ารื่นรมย์ให้แก่ผู้คนได้”
ช่วงเวลาที่การเคลื่อนไหวของเจี่ยหลุยเต๋ากำลังจะหยุดลง ทั้งห้องเต็มไปด้วยการสรรเสริญอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นตัวของหลงเซ้งหยูและหลงเซ้งหลินก็ให้ความชื่นชมกับเขาเป็นอย่างมาก ในขณะนี้มันก็เหมือนกับว่าผลชนะหรือแพ้ไม่มีค่าแล้ว ทุกคนได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่โดยเทคนิคการพนันของเจี่ยหลุยเต๋า เจี่ยหลุยเต๋าได้เปิดถ้วยและเผยให้เห็นแต้มอย่างช้าๆภายใต้การสรรเสริญของทุกคน
“แต้มเต็ม! เขาได้แต้มเต็ม เราชนะในรอบนี้!”
“ปรมาจารย์เจี่ยนั้นสุดยอดจริงๆ เทคนิคที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้และเขายังสามารถที่จะควบคุมแต้มให้ได้แต้มเต็ม”
“โชคไม่ดีเลยที่ปรมาจารย์เจี่ยนั้นไม่รับลูกศิษย์เพิ่มไม่อย่างนั้นผมจะต้องเป็นศิษย์ของเขาให้ได้”
เมื่อตัวเลขของลูกเต๋าถูกเปิดเผยซางหยงจิน ซูเหรินเฟย์และฮูหว่านจุนก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องอีกครั้งพลางกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็ก รอยยิ้มอันน่าหลงใหลได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซางตี้ฉวินเมื่อเธอมองไปที่หลงเซ้งหยูและหลงเซ้งหลินที่ฝั่งตรงข้าม ร่องรอยแห่งความเมตตาและความสงสารฉายออกมาจากสายตาของเธอ แม้ว่าหลงเซ้งหยูและหลงเซ้งหลินชื่นชมทักษะการพนันของเจี่ยหลุยเต๋าแต่เมื่อได้เห็นแต้มที่ออกมาก็ทำให้ความรู้สึกที่ไม่สบายใจได้ระเบิดออกจากหัวใจของพวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหลงเซ้งหยู ช่วงเวลาที่แต้มออกมา ร่างของเขาสั่นขณะที่เขาแทบจะล้มลงกองกับพื้น
“น้องชายถัง คุณได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ไม่เป็นไร เราแพ้แล้ว”
เมื่อเห็นท่าทางทางของถังซิ่ว หลงเซ้งหยูได้ตบบ่าเขาและพูดปลอบใจ
“เอ๊ะ?! ท่าทางอย่างนั้นมันหมายความว่ายังอย่างไรกัน? ฉันยังไม่ได้แสดงอะไรเลย นายคิดว่าผลการพนันมันได้รับการตัดสินแล้วงั้นรึ?”
ถังซิ่วตะโกนดังขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องนี้มันผิดแปลกไป เมื่ออยู่ภายใต้ความสงสัยของทุกคนนี้เองที่เขาได้หยิบถ้วยและใส่ลูกเต๋าห้าลูกลงไปจากนั้นก็เริ่มเขย่ามัน เมื่อได้ยินคำพูดของถังซิ่ว ซางหยงจิน ฮูหว่านจุน และซูเหรินเฟย์ทั้งสามคนต่างกำลังจะหัวเราะเยาะออกมาแต่การกระทำของถังซิ่วนั้นรวดเร็วเกินไปและพวกเขาก็ไม่มีเวลาได้พูดทันเสียด้วยซ้ำ เมื่อระลึกถึงกฎการเล่นการพนันก็ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเก็บคำพูดของพวกเขาไว้และมองไปที่ถังซิ่วด้วยความรังเกียจ
ตึ้ง ~!! ~!! ~!!
ถ้าหากว่าจะให้เปรียบการเขย่าลูกเต๋าของเจี่ยหลุยเต๋าสั่นเป็นเสียงซิมโฟนีที่ร่าเริงและเป็นเหมือนงานฉลองสำหรับหูของผู้คนแล้ว การเขย่าของถังซิ่วก็เปรียบเหมือนดั่งกลองรบที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออก เมื่อได้ยินเสียงจากถ้วยของถังซิ่วก็เกิดแสงประกายระยิบระยับขึ้นภายในดวงตาของเจี่ยหลุยเต๋า ก่อนหน้านี้ได้เกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นภายในหัวใจของเขา เขารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปจึงได้ยกระดับทักษะของเขา เขาเล่นได้ดีกว่าการเล่นปกติของเขาและกลัวว่าการแสดงสุดพิเศษของเขาจะกระทบต่อจิตใจของถังซิ่วและทำให้อีกฝ่ายหดหู่จนไม่สามารถฟื้นตัวได้แต่เมื่อเขาเห็นว่าถังซิ่วไม่ยอมแพ้และได้สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากลูกเต๋าของเขาที่เขย่าด้วยทักษะเฉพาะ นอกเหนือจากความรู้สึกมีความสุขแล้วตัวเขาก็ตกใจมากยิ่งขึ้น พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสะกดจิต พวกเขาจ้องมองที่ถังซิ่วทีละคนๆและไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นราวกับว่าหมื่นปีผ่านไปในพริบตา เมื่อถังซิ่วเขย่าถ้วยลูกเต๋าเสร็จแล้วก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างหันหน้ามาพร้อมกัน าวกับว่าพวกเขาได้นัดหมายกันไว้ก่อนแล้ว ภายใต้การจ้องมองของฝูงชนนี้เองที่ถังซิ่วค่อยๆยกถ้วยลูกเต๋าขึ้น
“อะไรกัน! ได้แต้มเต็มเหมือนกัน นี่มันเป็นไปได้ไงกัน?!”
“นี่ไม่ถูกต้อง ฉันต้องเข้าใจผิดอย่างแน่นอน เขาเพิ่งเขย่ามันสักสองสามครั้ง ทำไมเขาถึงได้เลขหกทั้งหมดอย่างง่ายดาย?”
“นี่เป็นเพราะเขาโชคดี...แค่โชคเท่านั้น”
หลังจากดูที่ตัวเลขลูกเต๋า ความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อและความประหลาดใจก็ได้ปกคลุมใบหน้าของทุกคนโดยเฉพาะซูเหรินเฟย์ ฮูหว่านจุน และซางหยงจินทั้งสามคนนั้นตะโกนด้วยความตกตะลึง
“ปรมาจารย์เจี่ยเราจะเล่นต่อไปหรือไม่?”
ถังซิ่ว มองไปที่เจี่ยหลุยเต๋าซึ่งกำลังอยู่ในอาการมึนงงขณะที่เขาพูดและส่งคำเชิญให้เขา
“ดี มาต่อกันเถอะ!”
เจี่ยหลุยเต๋ามองไปที่ถังซิ่วพักหนึ่งก่อนที่เขาจะตอบด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่รุนแรง ฝูงชนยังไม่สามารถกู้คืนและตอบสนองได้อย่างเต็มที่จากเหตุการณ์ที่ถังซิ่วได้มอบให้แก่พวกเขาแต่เจี่ยหลุยเต๋าและถังซิ่วได้เริ่มเล่นเกมที่สี่แล้ว คราวนี้เจี่ยหลุยเต๋าใส่ลูกเต๋าหกลูกในถ้วยลูกเต๋า
“ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับระดับการเล่นลูกเต๋าของเรา การเล่นก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะสูญเสียความสำคัญของมันไปแล้ว เราควรจะเพิ่มความยากให้กับการพนันของเราสักหน่อยดีหรือไม่?”
ก่อนที่เจี่ยหลุยเต๋าจะเริ่มเขย่าลูกเต๋า เขาพูดในขณะที่รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา เมื่อได้ยินคำพูดของเจี่ยหลุยเต๋า ทุกคนในห้องเพียงแต่รู้สึกประหลาดใจสักครู่ ด้วยคำพูดนี้ ไม่ใช่ว่าเจี่ยหลุยเต๋ายอมรับว่าทักษะการเขย่าลูกเต๋าของถังซิ่วอยู่ในระดับเดียวกับของเขางั้นรึ?
“แล้ววิธีการที่เราควรจะเล่นที่ปรมาจารย์คิดไว้คืออะไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความอยากรู้อยากเห็นของถังซิ่วก็ถูกจุดประกาย
“เราทั้งสองจะเขย่าลูกเต๋าและคว่ำมันลงในเวลาเดียวกัน จากนั้นเราจะคาดเดาแต้มของลูกเต๋าอีกฝ่าย คนที่คาดเดาถูกต้องจะเป็นผู้ชนะ”
เจี่ยหลุยเต๋าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ฉันจะทำตามคำแนะนำของปรมาจารย์เจี่ย”
ถังซิ่วปฏิบัติตามทันทีพร้อมกับยิ้มโดยไม่ต้องรอหลงเซ้งหยูและหลงเซ้งหลินห้ามปรามเขา
“ไอ้เวรเอ๊ย แกมันไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แกกล้าที่จะเล่นกับปรมาจารย์เจี่ยเพื่อทายแต้มลูกเต๋างั้นหรือ เมื่อเทียบกับการเล่นการพนันก่อนหน้านี้ที่สามารถพึ่งพาความโชคดีได้ ตอนนี้ไม่มีทางใดที่แกจะสามารถพึ่งพาโชคได้อีกแล้ว”
เมื่อซางหยงจินได้ยินคำพูดของเจี่ยหลุยเต๋าที่ดูเหมือนว่าจะยอมรับการเขย่าลูกเต๋าของถังซิ่วก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและเกิดความอิจฉา ตอนนี้ขณะที่เขาเห็นว่าถังซิ่วยอมรับการเล่นพนันใหม่จากเจี่ยหลุยเต๋าจึงอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยออกมา ทุกคนรู้ว่าซางหยงจินเป็นแฟนตัวยงในการพนัน เขายังได้เคยขอร้องให้เจี่ยหลุยเต๋ารับเขาเป็นศิษย์แต่นับตั้งแต่เจี่ยหลุยเต๋าได้รับศิษย์เมื่อสามปีที่แล้วเขาก็ไม่เต็มใจที่จะรับลูกศิษย์เพิ่มอีกและปฏิเสธที่จะยอมรับเขาด้วยเหตุผลที่ว่าเขาอายุมากเกินไปแล้วและเจี่ยหลุยเต๋ายังไม่ได้ขาดแคลนเงินดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้ความสามารถพิเศษอย่างการ “ทุ่มเงิน” ใส่อีกฝ่ายได้ นี่ทำให้เขารู้สึกไร้อำนาจและปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าถังซิ่วจะได้รับการยอมรับจากเจี่ยหลุยเต๋าซึ่งทำให้เขาจมอยู่ในห้วงอารมณ์ความรู้สึกที่อึดอัด
“ผมเพิ่งตระหนักได้ว่าคุณนั้นไม่ได้เก่งกาจเฉพาะการเล่นการพนันเท่านั้นแต่ยังเก่งในการตัดทางคนอื่นได้อีกด้วย วันนี้หลงคนนี้ได้รับประสบการณ์จริง ๆ”
ในขณะที่คำพูดของซางหยงจินเพิ่งจบลง หลงเซ้งหลินก็ได้พูดอย่างรวดเร็วพร้อมหายใจออกอย่างรุนแรง หลงเซ้งหลินกังวลว่าทักษะการพนันของถังซิ่วจะไม่ดีเท่ากับเจี่ยหลุยเต๋าและในที่สุดเขาก็เห็นว่าถังซิ่วมีความหวังในการชนะในเกมการเขย่าลูกเต๋า เขาไม่เคยคิดว่าเจี่ยหลุยเต๋าจะเปลี่ยนประเภทการพนันหรือแม้กระทั่งเรื่องที่ถังซิ่วยอมตกลงเล่นด้วย หลงเซ้งหลินยังไม่ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งของความสัมพันธ์ระหว่างถังซิ่วและเจี่ยหลุยเต๋า ในมุมมองของเขาคือการที่เจี่ยหลุยเต๋าทำเพียงแค่ยุแหย่และล่อลวงถังซิ่วให้เขาโมโหและยอมตกลงเล่นอย่างไม่คิด ถังซิ่วนั้นเด็กเกินไป ในขณะที่เจี่ยหลุยเต๋านั้นเป็นตาแก่ที่กำลังวางกับดักให้ถังซิ่วยอมรับการพนันของเขา เป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่จะทำให้หลงเซ้งหลินรู้สึกกระวนกระวายใจ
ในความเป็นจริงหลิงเซ้งหลินไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกกระวนกระวายใจเพราะแม้แต่หลงเซ้งหยูเองก็รู้สึกกังวลมากเสียยิ่งกว่าเก่า อย่างไรก็ตามเนื่องจากหลงเซ้งหยูนั้นเป็นคนที่มีอารมณ์ที่สุขุมเยือกเย็นจึงเขาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ในอีกด้านหนึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่นำโดยซางตี้ฉวินที่แสดงให้เห็นถึงสีหน้าท่าทางที่มีความสุข แม้ว่าเทคนิคการเขย่าลูกเต๋าของถังซิ่วนั้นทำให้พวกเขารู้สึกตกใจแต่พวกเขายังคงรู้สึกมั่นใจ ตั้งแต่ที่เจี่ยหลุยเต๋าได้แสดงเทคนิคการพนันของเขาที่ดูราวกับสามารถสะกดดวงวิญญาณของพวกเขาได้ก็ทำให้ซางตี้ฉวินและคนอื่นๆกำลังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อเจี่ยหลุยเต๋ากำลังจะเปลี่ยนกฎการเล่นพนัน