ผมยืนมองประตูร้านคาเฟ่ด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจย้อนกลับไปเมื่อวานดึกขณะที่ผมกำลังนั่งดูซีรี่ย์รักอย่างสบายใจก็มีข้อความจากคนที่ไม่เคยแอดทักมาผมกดเข้าที่แชทไล่อ่านข้อความที่ส่งมาพลางขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าคนที่ส่งเป็คาร่า
cararal:บิลนี่คาร่านะ
cararal:พอดีเห็นบิลเป็เพื่อนกับพี่คลื่นเลยทักมา
billie:อ๋อ
billie:แล้วคาร่ามีอะไรรึเปล่า
cararal:พรุ่งนี้ว่างมั้ยเราอยากเจอบิลอ่ะ
ผมหรี่ตามองข้อความล่าสุดที่ส่งจากคาร่าด้วยความสงสัยไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ปมจัดการพิมพ์ตอบไปไม่นานก็ขึ้นอ่าน
billie:ได้นะ
billie:ที่ไหนหรอ
cararal:cararal sent to location
cararal:เห็นเป็คาเฟ่เปิดใหม่เลยอยากไปลองดู
billie:อ๋อ
อ่านข้อความก่อนจะนึกคิดไม่รู้ว่าเธอชวนคนอื่นด้วยรึเปล่าแต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่าครั้งนี้คงไม่ไปกันสองคนแน่นอนผมตัดสินใจพิมพ์ถามเธอด้วยความอยากรู้
billie:แล้วมีใครไปด้วยมั้ย
cararal:มีพี่คลื่นกับเพื่อนพี่คลื่นน่ะ
พอได้คำตอบผมถึงกับเลิกคิ้วว่าแล้วเชียวตรงอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆด้วยผมวางมือถือลงกับพื้นนั่งขัดสมาธิมองแชทบนหน้าจอไม่นานก็ขึ้นว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ก่อนจะมีข้อความนึงส่งมา
cararal:บิลต้องมานะ
ผมอ่านข้อความแล้วเบ้ปากไปให้เธอหักหน้าน่ะสิ ผมนึกอะไรบางอย่างก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
billie:เราขอชวนเมลไปด้วยได้มั้ย
billie:กลัวมันเหงา
บนแชทขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านแต่ยังไม่ได้ตอบไม่นานคาร่าก็พิมพ์ตอบกลับมาผมยกมือถือขึ้นมาอ่าน
cararal:ได้ๆ
billie:โอเค
billie:งั้นเดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้นะ
พิมพ์ข้อความเสร็จกดออกจากแอปแชทก่อนจะทักไปบอกเมลแน่นอนว่าเมลบ่นผมที่พาผมไปด้วยแต่สุดท้ายมันก็ตกลงอยู่ดี
ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันผมยังคงยืนอยู่ที่หน้าร้านโดยไม่ได้เข้าไปไม่นานเมลก็ขับมอเตอร์ไซค์มาเทียบจอดยังหน้าร้านก่อนจะเดินลงมาหาผม
“ช้าอ่ะ”
“กูมาเป็เพื่อนมึงก็ดีแค่ไหนล่ะ”
เมลพูดด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยพวกเราเดินเข้ามาในร้านผมใช้สายตามองรอบๆเพื่อหาคนชวนร้านตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปสมัยก่อนมีโต๊ะแบ่งเป็โซนทั้งด้านในและด้านนอกพวกเราเดินมาโซนด้านนอกเห็นคาร่ายกมือโบกเรียกสังเกตเห็นคนในโต๊ะผมถึงกับถลึงตาด้วยความใ เพราะคนที่นั่งร่วมโต๊ะดันไม่ใช่ใครมีพี่คลื่นพี่คินและพี่ทิม เหมือนที่เมลบอกเป๊ะเลย
“สวัสดีครับ”
พวกเรายกมือไหว้พี่ๆพยักหน้าตอบรับก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงตรงที่ว่างฝั่งผมมีเมลและพี่คิน ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็พี่คลื่น คาร่าและพี่ทิมตามลำดับ
“ทำไมซื้อหวยไม่แม่นแบบนี้มั่งวะ”เมลพูดกับผมด้วยเสียงกระซิบผมหัวเราะมันเล็กน้อย แต่แม่นจริงอันนี้ยอมรับ
เราเริ่มสั่งเมนูพูดคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อยผมก็พูดคำตอบคำผมแอบเหลือบมองพี่คลื่นพบว่าเขาก็มองผมอยู่ด้วยเช่นกัน
“บิลชอบสตอเบอรี่หนิ เอามั้ย”
พี่คลื่นชี้ที่สตอเบอรี่ชิ้นโตที่ประดับอยู่บนหน้าเค้กผมยกยิ้มพลางพยักหน้าตอบ แต่ยังไม่ทันที่พี่คลื่นจะตักสตอเบอรี่ชิ้นนั้นให้จู่ ๆก็มีมือใครบางคนเอื้อมมาหยิบมันไปต่อหน้าต่อหน้า
“หืม สตอเบอรี่ชิ้นนี้อร่อยจัง ขอบคุณนะคะพี่คลื่น”
ผมมองคาร่าที่เคี้ยวสตอเบอรี่ชิ้นนั้นอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสีหน้าที่งงงวยอย่างสุดๆแถมยังขอบคุณพี่คลื่นด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ทั้งที่เธอเป็คนหยิบชิงมันไปแท้ๆผมหันมองพี่คลื่นที่ตอนนี้ทำหน้าปั้นคิ้วขมวดสุดๆก่อนจะหันมามองผมส่งสายตาเชิงขอโทษผมโบกมือเล็กน้อยพลางขยับปากบอกอีกคนว่าไม่เป็ไร
พวกเรายังคงนั่งกินต่อกันอย่างเงียบๆโดยมีเสียงของคาร่าที่พูดไม่หยุดเธอเปลี่ยนเบนเป้าหมายหันไปถามเมลที่นั่งกดโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย
“นี่เมล ได้ข่าวว่าเธอขายเซ็กส์ทอยนี่จริงรึเปล่า”
ประโยคคำถามนั่นเล่นทำเอาทุกคนถึงกับหันไปมองคนถามด้วยความใพี่คลื่นเอื้อมแตะคาร่าก่อนจะว่าตำหนิเธอที่พูดไม่ดูกาละเทศะ
“คาร่า ทำไมไปถามเพื่อนแบบนั้น เสียมารยาท”
“เสียมารยาทตรงไหนคะพี่คลื่น ร่าก็แค่อยากจะทำความรู้จักเพื่อนแค่นั้นเองเนาะเมล”
เธอหันตอบพลางหันไปเออออกับคนโดนถามเมลมองเธอด้วยสีหน้าที่ก่อนจะเลิกคิ้วยกยิ้มร้ายอย่างที่ไม่เคยทำ
“ไม่เป็ไรค่ะพี่คลื่น หนูเข้าใจ”
พี่คลื่นหันมองพอเห็นว่าสถานการณ์นี้เมลมันรับมือได้เลยปล่อยมือออกก่อนจะถอนหายใจออกมาผมหยิบมือถือกดเข้าแอปแชทส่งข้อความหาพี่คลื่นเมื่อวานพี่คลื่นได้แอดช่องทางติดต่อของพี่คลื่นจริงๆไว้ให้ผมแล้ว
billie:พี่คลื่นครับ
billie:ไม่ต้องห่วงนะครับเื่นี้เราจัดการกันได้
sea:แต่พี่ไม่อยากให้คาร่าทำแบบนี้
sea:มันเสียมารยาทกับเราแล้วก็เมลด้วย
billie:ผมเข้าใจครับ
billie:แต่ผมว่าให้พวกเราจัดการแทนดีกว่า
billie:เธอจะได้รู้ว่าเธอไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ตลอด
billie:ถ้าจะลงโทษเธอก็ให้พวกเราเป็คนทำเถอะครับ
sea:แอบหมั่นไส้น้องพี่รึเปล่าเนี่ย
billie:นิดนึงครับ
billie:ผมอดกินสตอเบอรี่เพราะคาร่าเลย
sea:55555
sea:ไว้พี่จะซื้อให้ใหม่นะ
billie:เย้
ผมละสายตาจากโทรศัพท์เงยหน้ามองคนตรงข้ามเราสบตากันพี่คลื่นยกยิ้มให้ทำดาเมจกับหัวใจผมไม่น้อยเลยผมหันกับไปมองดูบทสนทนาระหว่างสองสาวคาร่าเป็คนเปิดประเด็นถามเมลอีกครั้งแน่นอนว่าเมลมันก็ตอบด้วยสีหน้าที่ไม่ไหวติงกับคำถามนั่นเลยแม้แต่น้อย
“แล้วสรุปเมลขายเซ็กส์ทอยจริงหรอ”
“ใช่ ทำไมอ่ะ”
“จริงดิ เมลไม่อายหรอขายของแบบนี้น่ะ”
คาร่าเน้นคำว่าไม่อายพร้อมทั้งยังทำสีหน้าเหมือนรังเกียจผมเหลือบมองเพื่อนสาวเมลทำหน้าเหมือนเชิงถามว่าอีกคนเป็อะไรนักหนา
“อายทำไม ก็แค่ขายเซ็กส์ทอย อีกอย่างนี่มันสมัยไหนแล้วถ้ามัวแต่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆก็ไม่ต้องทำมาหากินพอดี”
ผมเม้มปากมองวงสนทนารู้สึกเหมือนบรรยากาศตรงหน้าเริ่มมาคุแล้ว
“แล้วแบบนี้บิลขายด้วยรึเปล่า”
ผมสะดุ้งเมื่อคาร่าเปลี่ยนเบนมาถามผมแทนผมเหลือบมองเหมือนว่าพี่คลื่นจะหันมามองผม ผมส่ายหน้ารัวปฏิเสธอีกคน
“เปล่าอ่ะ”
“อ่าวหรอ ร่าก็นึกว่าช่วยเมลขายด้วย งั้นแล้วบิลเคยใช้เซ็กส์ทอยบ้างมั้ยแต่เราว่าอย่างบิลต้องเคยใช้แน่เลย เพราะเมลขายบิลเป็เพื่อนเมลเมลก็ต้องมีเอามาให้บิลบ้างแหละ”
ผมทำหน้าไม่เข้าใจพลางขมวดคิ้วหนักการพูดของเธอมันเหมือนกำลังยัดเยียดให้ผมเป็แบบนั้นการที่ผมเป็เพื่อนเมลที่ขายเซ็กส์ทอยแล้วผมต้องใช้มันด้วยเรอะตรรกะไหนของเธอวะเนี่ย
“มันไม่เกี่ยวเลยนะการที่เราเป็เพื่อนเมลไม่จำเป็ต้องใช้ของที่เพื่อนให้เลยแล้วอีกอย่างเมลก็ไม่เคยให้เราด้วย”
“จริงหรอ”
เธอพยักหน้าพลางทำหน้าเหมือนเสียดายแต่ไม่นานนักเธอก็เริ่มเปิดประเด็นอีกรอบแต่คราวนี้กลับเป็เมลแทน
“แล้วแบบนี้เมลคงเคยสินะ เพราะเป็คนขายด้วยหนิ”
“แล้วคนขายมันจำเป็ต้องใช้เองด้วยหรอ” เมลตอบกลับด้วยสีหน้าที่กวนประสาทรู้สึกเหมือนผมจะเห็นสายฟ้าฟาดที่สายตาของคนทั้งสองนะ
“อ่าว แล้วถ้าเมลไม่ใช้แล้วแบบนี้เวลาคนถามวิธีใช้จะบอกยังไงล่ะ”
“ข้างกล่องไง ไม่ก็โบว์ชัวร์ในกล่อง ถ้าไม่มีก็กูเกิ้ลหรือถ้ามันยากนักใช้ไม่เป็ก็ไม่ต้องใช้ก็แค่นั้นเอง”
“แบบนี้ก็ใจร้ายกับคนซื้อไปนะ”
“ทำไมต้องใจดีด้วย ใจดีมากเดี๋ยวก็โดนใส่ร้ายสู้เป็คนร้ายในสายตาคนอื่นดีกว่า”
ผมถึงกับหูวในใจเมื่อได้ยินเมลมันพูดแบบนั้นั้แ่เป็เพื่อนมันมาไม่เคยได้ยินมันพูดอะไรเท่ๆแบบนี้เลยนะเนี่ย
“แล้วสรุปคาร่าซื้อมั้ย เซ็กส์ทอยน่ะ”
“เอ๊ะ เดี๋ยว เราไม่ได้จะซื้อนะ”
คาร่าเหมือนจะใที่เมลถามเธอส่ายหน้ารัวพลางโบกมือปฏิเสธ ผมเหลือบมองเมลที่ตอนนี้มันยกยิ้มร้ายมันกำลังจะเอาคืนสินะสีหน้าแบบนี้
“อ่าวหรอ ไม่ใช่ว่าที่ถามนี่จะซื้อเองหรอกหรอ เห็นถามซะเยอะเชียว”
“ป-ป่าวนะ ร่าจะซื้อไปทำไมล่ะ น่าอายออก”
“อ่าว ก็ใช้กับแฟนไง เธอมีแฟนไม่ใช่ เห็นวันก่อนบอกอยู่”
จบประโยคทุกคนถึงกับหันไปมองคาร่าด้วยสีหน้าใยกเว้นผมกับเมลคาร่าเริ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่กเธอหันหน้ามองพี่คลื่นที่ตอนนี้เขาปั้นคิ้วขมวดที่จริงพี่คลื่นรู้เพราะผมเล่าให้ฟังแต่คงต้องปั้นหน้าเพื่อไม่ให้คาร่ารู้ว่าเขารู้แล้ว
“คือ ร่าไม่ได้พูดนะ จริงๆนะคะพี่คลื่น”
“ทำไมจะไม่พูดล่ะ วันนั้นเธอยังบอกอยู่เลยแถมแชทคุยกับแฟนแล้วก็โทรคุยกับแฟนด้วย”
ผมพูดเสริมทัพสีหน้าของคาร่าตอนนี้เธอเริ่มเลิ่กลั่กและยังหันมามองผมด้วยสายตาที่โกรธจัดโกรธแล้วสินะ
“ไม่จริงนะคะ ร่าไม่มีแฟน”
“ไม่มีอะไร วันนั้นเธอยังพูดหวานใส่อยู่เลย แฟนชื่ออะไรนะบิล”เมลหันมาถามผมด้วยสีหน้าที่กวนประสาทอย่างที่สุด แน่นอนว่าผมก็หันไปร่วมแจมด้วย
“อืม รู้สึกจะชื่อพี่คลื่นนะ”
จบประโยคทุกคนถึงกับหันหน้าไปมองคาร่าเธอหันไปหาพี่คลื่นจับแขนพลางเขย่าเขาเบาๆเพื่อจะไม่ให้พี่คลื่นเชื่อพวกผมแต่มันช้าไปแล้วล่ะเพราะเขารู้ั้แ่แรกแล้ว
“พี่คลื่น…”
“มันจริงหรอคาร่า”
“ไม่จริงค่ะพี่คลื่น พวกเขาโกหก”
“งั้นพี่ขอดูโทรศัพท์หน่อย”
ทันทีที่พี่คลื่นบอกขอดูโทรศัพท์ทุกคนจดจ้องสายตาไปที่เธอคนเดียวเธอปล่อยแขนพี่คลื่นพร้อมทั้งทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“มัน โทรศัพท์ร่าไม่มีอะไรนะคะ พี่คลื่นจะดูทำไม”
“ถ้าไม่มีอะไรก็เอามาให้พี่ดูสิ”
สีหน้าของเธอดูเหมือนคนกำลังกำความลับอะไรบางอย่างแล้วพอความลับแตกก็ทำอะไรไม่ถูกคาร่าหยิบมือถือส่งให้พี่คลื่นเขารับมาก่อนจะค่อยๆเช็คบางอย่างในนั้นบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิทไม่มีใครปริปากพูดผมนั่งมองพี่คลื่นที่ทำการเช็คมือถือเครื่องนั้นผมจำได้ว่ามือถือในวันนั้นที่คาร่าใช้มันไม่ใช่เครื่องนี้แต่เป็อีกเครื่องไม่นานพี่คลื่นก็ยื่นมือถือเครื่องนี้คืนคาร่ารับมาทำหน้าเหมือนสบายใจ
“เห็นมั้ยคะ ร่าบอกแล้วว่าไม่มีอะไร”
เสียงกุกกักภายใต้โต๊ะพี่ทิมก้มลงเหมือนเก็บอะไรบางอย่างยื่นให้คาร่า
“คาร่าโทรศัพท์เราร่วง”
คาร่าเห็นว่าเป็โทรศัพท์อีกเครื่องสีหน้าของเธอก็ดูซีดขึ้นมาทันทีเธอดันมือของพี่ทิมออกห่างตัวพร้อมกับปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ใช่”
“ไม่ใช่ของร่านะคะ”
“แต่พี่เห็นว่ามันตกจากกระเป๋าเรานะ”
พี่ทิมพูดจบเธอก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูกพวกเราได้แต่นั่งมองเงียบๆปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปพี่คลื่นไม่ปล่อยอีกคนได้พูดปฏิเสธเขาเอื้อมมือชิงหยิบมือถือเครื่องนั้นมาทันทีพอคาร่าเห็นดังนั้นเธอเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างพี่คลื่นเช็คมือถือเครื่องนั้นด้วยสีหน้าที่คิ้วขมวดจากเดิมพี่คลื่นหันมองคาร่าก่อนจะถามที่สงสัยกับเธอ
“แอคเคาท์ปลอมพวกนี้มันหมายความว่าไงคาร่า”
“คือ ร่า ไม่ได้ทำนะคะ”
“ไม่ได้ทำแล้วมันมาอยู่ในเครื่องนี้ได้ไง แล้วไหนจะรูปตัดต่อนี่อีก”
คาร่าไม่ตอบอะไรเพียงแต่เธอหลบสายตาและสะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมา
“เราทำไปเพื่ออะไรคาร่า หลอกคนอื่น ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไหนจะพยายามใส่ร้ายเขาอีก ตอบพี่มาสิ ว่าทั้งหมดนี่เราทำไปเพราะอะไร”
ทุกคนบนโต๊ะต่างพากันมองไปที่เธอเพียงจุดเดียวคาร่าเม้มปากเธอค่อยๆหันมองมาทางผมด้วยสายตาที่โกรธแค้นจนน่ากลัวก่อนจะหันไปปั้นสีหน้าเศร้าใส่พี่คลื่น
“ร่าแค่เป็ห่วงพี่คลื่น”
“เป็ห่วงพี่เื่อะไร”
“พี่คลื่นไม่รู้หรอคะว่าพี่คลื่นโดนสต็อคเกอร์อยู่ เขาทั้งแอบถ่ายรูปทั้งตามดูพี่คลื่นตลอดเลยนะคะเพราะแบบนี้ร่าเลยปลอมตัวเป็พี่คลื่นเพื่อคอยสังเกตการณ์ให้ไงคะ”
พี่คลื่นไม่ได้ตอบอะไรแต่เพียงปั้นคิ้วขมวดผมก้มมองพื้นโต๊ะเม้มปากแน่นนึกถึงสิ่งที่คาร่าพูด เธออาจจะหมายถึงผมก็ได้
“ร่าเป็ห่วงพี่คลื่นนะคะ ร่าไม่อยากพี่คลื่นเจอคนไม่ดี”
คาร่าก้มหน้าตาร้องไห้สะอื้นผมไม่รู้ว่าเธอเล่นละครหรือเปล่าเพราะทุกอย่างที่เธอทำมันเหมือนจริงมากผมเม้มแอบมองคนตรงหน้าอย่างเงียบๆพลางนึกถึงสิ่งที่คาร่าพูดหรือว่าเธอรู้เื่ผมที่แอบคอยแอบตามพี่คลื่นเธอเลยทำแบบนี้
“แล้วไงครับ”
คำตอบของพี่คลื่นทำทุกคนถึงกับหันมองสีหน้าของเขานิ่งสนิทมองคาร่าด้วยสายตาที่้าคำตอบราวกับว่าเื่ที่คาร่าพูดเขารู้อยู่ก่อนแล้ว
“พี่คลื่น ที่ร่าทำอยู่เพราะช่วยพี่นะคะ”
“แล้วพี่ขอหรอ ฟังนะคาร่า เื่สต็อคเกอร์น่ะ มีรู้มาตั้งนานแล้ว”
คำตอบของพี่คลื่นทำผมเกือบหยุดหายใจมองหน้าคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกพี่คลื่นหันมามองหน้าผมสีหน้าและแววตาของเขาในตอนนี้เหมือนกำลังบอกขอโทษผมพี่คลื่นหันกลับไปประจันหน้ากับคาร่าอีกครั้งก่อนจะพูดบางอย่างออกมา
“พี่ปล่อยให้เขาตามพี่ และทุกครั้งที่พี่รู้ว่าตามพี่ก็พยายามไปปรากฎตัวต่อหน้าเขาเพื่อให้เขาเห็นถ้ามันจะผิดก็ผิดที่พี่ไม่ใช่ที่เขา”
หมายความว่ายังไงงั้นแสดงว่าทุกครั้งที่ผมเจอพี่คลื่นมันไม่ใช่เื่บังเอิญหรอเขาตั้งใจโผล่หน้ามาหาผมหรอยกมือขึ้นกุมศรีษะรู้สึกปวดหัวกับคำถามที่วิ่งวนอยู่ในหัว
“หมายความว่ายังไงคะพี่คลื่น พี่คลื่นจะปล่อยบิลให้ตามสต็อกเกอร์พี่อย่างนี้น่ะเหรอ”
“ไม่ ต่อไปนี้เขาไม่ต้องตามพี่อีกแล้ว พี่ต่างหาก ที่จะเข้าหาเขาเอง”