"แต่เหตุใดถึงมองระดับอาวุธเจ้าหนุ่มนั่นมิออกเลยว่าเป็นอาวุธระดับใด ถ้าเป็นอาวุธระดับธรรมดาถึงจะใหญ่โตแค่ไหนก็คงมิอาจต้านทานอาวุธระดับราชันย์ได้ "
"อา..ดาบนั่น มิทราบท่านพ่อรู้จักรึไม่ ?"
"หงษ์ยี้เจ้าเคยเห็นดาบประหลาดของเจ้าหนุ่มกังหลงรึ ? บิดามิเคยเห็นดาบขนาดใหญ่และมีสีสันเช่นนี้มาก่อน ..!!"
"เขาเคยใช้ดาบนี้เข่นฆ่าราชาอสรพิษเจ็ดดาวตอนช่วยเหลือผู้บุตร"
" อะไร..!! อสรพิษเจ็ดดาวที่มีผิวหนังที่อาวุธใด ๆ ยากจะกล้ำกราย ด้วยความหนักของดาบเล่มนี้คงมิอาจทุบตีมันจนตายได้ เจ้ามิได้เห็นผิดพลาดไปดอกรึหงษ์ยี้ ?"
"มิใช่ทุบตี แต่เขาใช้ดาบทิ่มแทงเพียงไม่กี่คราเจ้าสัตว์อสูรนั้นก็สิ้นชีพแล้ว ผู้บุตรมิได้ตาฝาดไป"
"อาา..หรือดาบใหญ่เล่มนี้จะมีความคมกล้าถึงปานนั้นได้ อาวุธนี้คงจะมิธรรมดาแน่..!! แต่เหตุใดถึงมองระดับอาวุธของเจ้าหนุ่มนั่นมิออกเลยแม้แต่น้อยว่าเป็นอาวุธระดับใด ? ถ้าเช่นนั้นเจ้ามิควรบอกเรื่องนี้แก่ผู้ใด มิเช่นนั้นอาจจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าหนุ่มนั่นเพราะอาวุธประหลาดนี้แน่ ..!! หากเป็นจริงตามที่เจ้าว่ามา คนที่น่าจะเป็นห่วงคงกลับเป็นเจ้าหนุ่มชิวเฉินกังนั้นแทนแล้ว คอยดูเถอะ..!!"
"ผู้บุตรจะมิบอกกล่าวเรื่องนี้แก่ผู้ใดอีก..!!"
หลังจากสองบิดาและบุตรพูดคุยกัน บนเวทีขณะนี้ชิวเฉินกังเมื่อเห็นการโจมตีของตนมิอาจสร้างรอยขีดข่วนใด ๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ แถมขณะนี้อีกฝ่ายได้นำอาวุธประหลาดขนาดใหญ่ออกมามันเริ่มมิมีความมั่นใจจะเอาชัยฝ่ายตรงข้าม จึงตัดสินใจทุ่มเทพลังปราณที่มีทั้งหมดเข้าสู่ตัวดาบอัศนีวิชชุลั่น โคจรลมปราณจนสุดตัวจวบจนร่างหายลับคิดจะอาศัยการโจมตีครั้งนี้ทำลายฝ่ายตรงข้ามลงให้จงได้ คำรามขึ้น
"มังกรอัศนีพิฆาต..จงตายซะ..!!"
เบื้องบนศีรษะของชิวเฉินกังปรากฎเป็นร่างมังกรสายฟ้าขนาดใหญ่กางกรงเล็บอันแหลมคมพุ่งเข้าจู่โจมยังร่างของกังหลงในทันที สายฟ้าอันกล้าแข็งที่มีพลังอันรุนแรงและเสียงปะทุอันน่าหวาดหวั่นพร้อมร่างมังกรขนาดยักษ์พุ่งตรงไปยังร่างของกังหลงในทันที
"พรึ่บ...พรึ่บ..เปรี๊ยะ ...เปรี๊ยะ...!!"
กังหลงจับดาบยักษ์ด้วยสองมือโคจรลมปราณจากจุดจักระสายฟ้าจนเปี่ยมล้นจนดาบยักษ์ห้อมล้อมไปด้วยสายฟ้าสีน้ำเงิน ฟาดกระหน่ำไปยังร่างมังกรสายฟ้าที่โผพุ่งมา เกิดเสียงดังสะท้านไปทั่วสนามประลองจนแก้วหูผู้ชมแทบแตกสลาย
"เปรี้ยง..!!"
"บึ้ม..บึ้ม..บึ้ม...!!"
ร่างมังกรยังษ์แตกสลายหายไปในพริบตา แต่พลังของดาบอัคคีโลกันต์อเวจียังมิได้เสื่อมถอยลงแม้แต่น้อย ยังคงพุ่งต่อเข้ากระทบร่างของชิวเฉินกังที่กำลังยืนตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันมิอาจทำใจยอมรับได้ต่อสภาพที่เกิดขึ้น มังกรอัศนีพิฆาตท่าไม้ตายอันสูงล้ำของตระกูลชิวที่มันภาคภูมิใจนักหนา ถูกทำลายย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของฝ่ายตรงข้ามที่มันเคยหยามเหยียดไว้ก่อนหน้านี้ จนมิอาจจะทำใจเชื่อได้ มันแผดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่กำลังฟาดกระหน่ำใส่ร่างของตนเอง
"เปรี๊ยง..!!"
"ไม่.......อ๊ากกกกกก...!!"
"โครม..โครม...โครม...โครม...โครม...โครม..!!"
เสียงดาบยักษ์กระทบร่างเสียงกระดูกแตกหักพร้อมเสียงร้องอย่างเจ็บปวดลอยออกไปพร้อมร่างที่โชกไปด้วยโลหิตสาดกระเซ็นไปพร้อมกัน ร่างชิวเฉินกังพุ่งดุจว่าวขาดป่านปลิวกระเด็นออกไปนอกเวทีดุจดังโดนมือยักษ์จับเหวี่ยงออกไปไกลถึงสามสิบเมตร กระทบเข้ากับเสาของสนามประลองที่หักทลายลงไปห้าต้นถึงหกต้น ร่างที่ชุ่มไปด้วยโลหิตบัดนี้ฝังตรึงอยู่กับเสาต้นที่หกจนเกือบมิดไปทั้งร่าง โลหิตแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแตกร้าวของเสา บัดนี้ชิวเฉินกังได้สิ้นสติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"นายน้อยชิวเฉิน...!!"
เสียงร้องอย่างตกใจของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลชิวที่พุ่งไปอย่างรวดเร็วเพื่อหวังเข้าไปช่วยเหลือนายน้อยของตน มันรีบยื่นมือโคจรสำรวจร่างของชิวเฉินกังในทันที ชั่วครู่มันถึงกับหน้าซีดเผือด..หันไปมองทางกังหลงอย่างโกรธแค้นชี้หน้ากังหลงพร้อมตะโกนออกมา
"เจ้า..เจ้า...ช่างอำมหิตนัก..นี่เป็นเพียงการประลองเหตุใดเจ้าถึงได้โจมตีจนรุนแรงขนาดนี้...ข้าจะฆ่าเจ้า..!!"
ขณะนี้กังหลงมิได้สนใจถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย เพราะบัดนี้ได้มีสิ่งอื่นที่สร้างความแตกตื่นแก่กังหลงยิ่งกว่า นั่นเพราะตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับดาบอัคคีโลกันต์อเวจีของเขา ขณะที่กังหลงฟาดดาบยักษ์เข้าทำลายมังกรอัศนีพิฆาต ดาบอัศนีวิชชุลั่น ดาบระดับราชันย์เล่มนั้นถึงกับถูกบดขยี้ทำลายจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปในพริบตาด้วยเช่นกัน ผู้คนส่วนใหญ่มิได้สังเกตุถึงดาบวิชชุลั่นเพราะมัวตกตะลึงกับผลการโจมตีอันรุนแรงที่ส่งร่างชิวเฉินกังกระเด็นลอยออกนอกเวทีไปจนสลบเหมือดติดอยู่ในเสาศิลา
สิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้แก่กังหลง คือ ขณะนี้ดาบอัศนีโลกันต์อเวจีได้มีลักษณะสีแดงดุจเหล็กที่ถูกไฟแผดเผาจนแดงจัดกำลังหลอมกลืนกินเศษซากของดาบวิชชุลั่นเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกันของตัวดาบจนหมดสิ้น ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีหลอมเศษชิ้นส่วนของดาบวิชชุลั่นจนละลายกลายเป็นน้ำแล้วซึมซับเข้าไปในตัวดาบยักษ์จนหมดสิ้นอย่างรวดเร็วเสมือนปรอทที่ซึมหายเข้าไปในผืนทราย และบัดนี้น้ำหนักของดาบก็กลับเพิ่มขึ้นอีกประมาณห้าพันกิโลจนกังหลงรู้สึกไ่ด้ ประกายของดาบก็ดูเป็นประกายแวววาวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย กังหลงครุ่นคิดขึ้น
"หรือดาบอัคคีโลกันต์อเวจีสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วยการกลืนกินอาวุธระดับสูง อา..ถ้าเป็นเช่นนี้คงต้องหาอาวุธระดับสูงมาเพิ่มระดับของดาบอัคคีแล้ว ดูท่าอาวุธระดับราชันย์ขึ้นไปถึงพอจะมีประโยชน์ ดาบวิชชุลั่นเล่มนี้เป็นอาวุธระดับราชันย์สามารถเพิ่มน้ำหนักของตัวดาบขึ้นประมาณห้าพันกิโล เง้อ..ต่อไปข้าจะมิต้องแบกดาบที่หนักปานภูเขาลูกย่อม ๆ หรอกรึ..แต่ก็ใช่ว่าอาวุธระดับเช่นนี้จะหาได้ง่าย ๆ กันเสียที่ไหน"
หลังจากผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลชิวช่วยเหลือชิวเฉินกังออกมาเป็นที่เรียบร้อยมันก็ทะยานร่างเข้าหากังหลงซึ่งกำลังยืนครุ่นคิด มันเห็นผู้เยาว์ที่มันตะโกนด่ายังยืนนิ่งมิมีปฏิกิริยาใดคล้ายมิเห็นตนอยู่ในสายตาความอำมหิตบังเกิดขึ้นเปี่ยมล้นมันเกร็งพลังธาตุสายฟ้าจนเต็มเปี่ยมฟาดโจมตีเข้าสู่หน้าอกของบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าหวังให้ตกตายในฝ่ามือเดียว
เสียงหวีดร้องจากผู้ชมดังขึ้นเพราะมิคาดคิดว่าผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลชิวจะไร้ยางอายถึงขนาดลอบจู่โจมผู้เยาว์ที่มีอายุมิถึงยี่สิบปีได้และเป็นขณะที่ผู้เยาว์เผลออีกด้วยแต่ทุกคนก็มิอาจทำเช่นไรได้เนื่องจากระยะที่ห่างไกลต่างทำได้เพียงหลับตามิอาจทำใจดูสภาพอันอเนจอนาจของษุรุษหนุ่มเยาว์วัยได้หลายคนทำได้เพียงส่งเสียงห้ามปราม
"หยุดเดี๋ยวนี้..!!"
"ปัง..!!"
"อ๊ากกกก..!!"
"โครม..!!"
เสียงโจมตี เสียงร้องอย่างเจ็บปวดและเสียงวัตถุลอยกระเด็นออกไปฟาดกับเก้าอี้ที่นั่งด้านนอกเวทีดังสนั่นหวั่นไหวฝุ่นฟุ้งกระจาย หลายคนใช้สายตาอันเสียดายและเสียใจมองไปยังตำแหน่งที่ร่างกระเด็นไปตก