ตอน 4 งูฝึกหัด
"เอาเถอะ อย่างไรก็ค่อยว่ากันต้องดับไฟก่อน..."
ทันใดนั้นตงฟางแปลงร่างเป็งูขาวเผือกตัวใหญ่สูงกว่าตำหนักและหอคอยในวังหลวง... พ่นน้ำออกจากปากเพื่อดับไฟ.... กระทั่งไฟที่กำลังไหม้ตำหนักดับลงสนิท....
ร่ายเวทย์ฝังร่างสาวใช้นางนั้นลงดิน
นางจึงคืนร่างมนุษย์....
ทหารใมาก พากันยกกองทัพมา 100 นาย โอบล้อมสวนหลังวังไว้ หวังจะกำจัดงูั์
แย่แล้ว ข้าจะหลบที่ไหนดีล่ะเนี่ย....
แครอททำได้แค่กุมขมับ
"เหลือเชื่อจริงๆ เหลือเชื่อในความโง่ของเ้าเ้าลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือแดนมนุษย์ ไม่ใช่แดน์จะทำอะไรตามใจมิได้...มิเช่นนั้นมนุษย์จะแตกตื่น"
ทหารนำเื่นี้ไปรายงานฝ่าา... ทันทีที่เื่ไปถึงหูอี้เทียน...
"แย่แล้ว ต้องเป็นางแน่"
ชิงอี้เทียนไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังสวนหลังวังก่อนที่ทหารจะไปถึง...พานางโดดขึ้นไปยังกำแพงวัง...
ทั้งสองนั่งอยู่บนนั้น
"ป่านนี้เหล่าทหารคงจะไปรายงานท่านพ่อแล้วว่าไม่พบงูใหญ่ตัวนั้น"
"เ้านี่มันซนจริงๆ... สร้างความวุ่นวายจนได้แต่เอาเถอะ ไหนๆเ้าก็ใจกล้าตามข้าเข้าวังแล้ว ก็จงรั้รอยู่ข้างกายข้าเถอะ"
"แต่อย่าเข้าใจผิดล่ะ ข้าให้เ้าอยู่ข้างกายข้าเพียงเพราะข้าจะได้จับตาดูเ้าได้ง่ายๆไม่ให้ก่อความวุ่นวาย...โชคดีที่ยังไม่มีผู้ใดเห็นใบหน้าของเ้า"
"มีคนเห็นใบหน้าของข้าแล้วเป็ทหารหน้าประตูวัง"
"ข้าหมายถึงพวกนางกำนัลในวัง...พวกทหารเฝ้าประตูวังเห็นคนผ่านไปมานับพันคนต่อวัน...แค่เ้าผู้เดียว พวกเขามิจำใส่ใจหรอก"
"อืม เช่นนั้นข้าก็จะได้สบายใจ"
"ตงฟาง เ้ามองนั่นสิ มองไปนอกกำแพงวังมันช่างงดงาม เป็ดินแดนที่มีแต่อิสระ เป็ดินแดนที่ข้าอยากไปมากที่สุดไม่ใช่วังแห่งนี้ ถึงแม้ว่าในวังจะมีทุกอย่างสุขสบาย แต่ข้ากลับไม่มีความสุขเลย"
ตงฟางมิมองตามที่มือของอี้เทียนชี้ไป...นางเฝ้ามองใบหน้าที่งดงามของอี้เทียน...
"อี้เทียน...มีผู้ใดเคยบอกเ้าหรือไม่ว่าเ้าเป็บุรุษที่รุปงามที่สุด..."
"ไม่เคยมีผู้ใดบอกข้าหรอกคนที่อยู่รอบข้างข้ามักจะเยินยอข้าเื่อำนาจ..."
"งั้นข้าขอบอกว่าเ้ารูปโฉมงดงามกว่าผู้ใด"
"ข้าอยากเ้า..."
"อะไรนะ เ้าว่าไงนะ..."
"ไม่มีอะไรหรอก ดูดวงจันทร์สิเ้าบอกว่าดวงจันทร์สวยมิใช่หรือ"
"นี่เ้าไม่ได้ฟังที่ข้าพูดเลยหรอข้าบอกว่าเมืองด้านนอกกำแพงสวยงาม มิใช่ดวงจันทร์"
ตงฟางพึมพำ
"ก็ใครใช้ให้เ้าน่ามองล่ะใบหน้าของเ้าน่ามองกว่าเมืองนั่นหลายพันเท่า...ข้าจะชมเมืองได้อย่างไรกัน"
"เ้ารู้ไหมว่า เวลาที่ข้าไม่สบายใจข้ามักจะแอบมานั่งที่นี่คนเดียว มองไปนอกกำแพงวังอันไกลโพ้นใฝ่ฝันการท่องยุทธภพไม่หวนคืน...แต่ชะตาของข้าถูกกำหนดมาแล้ว ให้ครองเมืองจำต้องอยู่ในวังหลวง"
ตงฟางฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจ ค่อยๆเอาหัวไปซบไหล่อี้เทียนพร้อมกับพูดว่า
"ต่อไปนี้เ้าไม่ต้องมาที่นี่อย่างเดียวดายอีกแล้วทุกครั้งที่เ้าทุกข์ใจ เ้าจะมีข้าข้างกาย"
อี้เทียนได้ยินเช่นนั้นรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา...ปล่อยให้นางซบไหล่อยู่อย่างนั้น
"ทำไมหัวใจของข้าเต้นแรงจังหรือว่าตอนนี้ดอกบัวในใจของข้ากำลังเบ่งบานออกเหมือนที่ตันหยางบอกไว้...อี้เทียนคงเป็คนที่ข้าชอบสินะ"
ครั้งนี้ทำให้ตงฟางรู้ใจตัวเอง
"ตงฟาง...เรากลับกันเถอะ ข้าจะพาเ้าไปที่ตำหนักของข้า...คืนนี้เ้าต้องนอนที่ตำหนักของข้าไปก่อน"
"รุ่งเช้าข้าจึงจะให้สาวใช้จัดห้องให้เ้าอย่างดี"
ณ ตำหนักกงจิ่ว....
"นั่นเป็เตียงนอนของข้าเอง... เ้าขึ้นไปนอนเถอะ"
"แล้วท่านล่ะ..."
"ไม่ต้องกังวล วังนี้กว้างใหญ่ข้าเป็ถึงองค์รัชทายาท จะเสด็จไปที่ไหนก็ได้"
"แต่ข้าไม่อนุญาตให้เ้าไป...หากเ้าไปข้าก็จะไปด้วยลองดูสิ ถ้าเ้าไป ข้าจะสร้างความวุ่นวายในวังหลวงของเ้า"
"เอาล่ะๆ อย่าดื้อดึงอีกเลยวันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว"
อี้เทียนอุ้มร่างของตงฟางกลับไปบนที่นอนเอาผ้่าห่มห่อตัวนางไว้เหมือนดักแด้
เพื่อไม่ให้อี้เทียนจากไปไกลตงฟางเสกด้ายแดงผูกแขนตนเอาไว้กับอี้เทียน...
"นี่เ้า ทำอะไรของเ้า นี่เป็ด้ายชะตารักข้าเคยไปขอมันมาจากเทพบุพเพตอนที่อยู่บน์ "
"เทพบุพเพบอกว่า หากข้าพึงใจผู้ใดจงใช้ด้ายแดงเส้นนี้ผูกมัดเอาไว้ "
"ก็จะได้ผู้นั้นมาเป็คู่รัก"
"ฮ่าๆ ดูสิ เ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรของเ้า"
"ถ้าเ้าไม่อยากให้ข้าไป ก็ได้ๆข้าไม่ไปจะปล่อยเชือกนี่ได้หรือยัง"
"ไม่ ข้าไม่ปล่อย"
ดังนั้น ค่ำคืนนี้ จบลงที่ทั้งสองนอนบนเตียงเดียวกัน....
ตลอดทั้งคืนนั้น ตงฟางละเมอเพ้อฝันในยามกลางดึก...นางฝันถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเมื่อ1000 ปีก่อน ที่นางโดนเฟิ่งอู่หยวนกำราบ เป็เหตุการณ์ที่น่ากลัวสำหรับนาง...
อี้เทียนเห็นท่าทีที่หนาวสั่น ดูหวาดกลัวของนางก็ค่อยๆเอื้อมมือโอบกอดร่างของนางแน่น
"นี่นางกำลังฝันว่าอะไรนะเหตุใดนางมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้ น่าสงสารจริงๆ"
อี้เทียนกอดปลอบนางจนตนเองก็หลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย...กระทั่งเป็เวลารุ่งเช้า...
สาวรับใช้เห็นทั้งสองอยู่เตียง...เื่นี้ก็ไปถึงหูไทเฮา(แม่ของอี้เทียน)
ไทเฮาร้อนใจ...เสด็จมาดูให้เห็นกับตา ทำเอาหัวใจแทบวาย
"แม่นางผู้นั้นเป็ใครกัน... ช่างไร้ยางอาย เื่นี้แพร่ออกไปหนาหู"
"เพื่อไม่ให้องค์รัชทายาทเสื่อมเสียจำเป็ต้องให้นางเข้าเป็นางสนม"
"ท่านแม่ ท่านมาได้อย่างไร.... "
อี้เทียนพึมพำ...
"ข้าไม่เคยหลับสนิทเท่านี้มาก่อนเลย...กระทั่งรุ่งสางตะวันแยงตาข้ายังไม่ตื่น....แต่ท่านแม่จะว่าอย่างไร เมื่อพบนางนอนข้างกายข้า"
"ชิงอี้เทียน...ลูกเป็ถึงรัชทายาททำไมทำตัวเหลวไหลเช่นนี้... แม่นางผู้นี้เป็ผู้ใดกันเหตุใดเ้าถึงได้ชมชอบนางนัก"
"ท่านแม่ ท่านอย่าเข้าใจผิดนี่เป็สหายผู้ร่วมฝึกวิชากับข้า พบนางเมื่อครั้งไปฝึกวิชากวงหรูอวี้ ณสำนักพรตชีตู่"
"พวกเ้าจะพบกันเมื่อไหร่ ข้าไม่สนใจ...จะเป็สหายหรืออย่างไรก็ช่าง...ข้าสนใจแค่ชื่อเสียงของเ้า...หากเื่นี้ลือกันหนาหูเช่นนี้เ้าต้องแต่งตั้งนางขึ้นเป็สนม"
"อ๋าาาา... อี้เทียนนางขนมคืออะไรหรือ"
"นางสนม...ไม่ใส่นางขนม มันหมายถึงหญิงสาวที่ต้องคอยปรนิบัติสามียังไงล่ะ"
ตงฟางหัวเราะชอบใจ
"ฮ่าๆ ต่อไปข้าต้องเรียก อี้เทียนว่าสามีหรอ คิกๆข้าพึงพอใจนัก"
"ตงฟาง..หยุดความคิดโง่ๆของเ้าซะเ้าเป็ปีศาจ...จะอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ได้อย่างไร...พวกเรามีหนทางของเราอย่าสร้างความวุ่นวายให้อี้เทียนเลย"
"ตันหยาง!! พูดมาก...น่ารำคาญ !! นี่แนะข้าร่ายเวทย์ปิดปากเ้าซะ"
"เรียนท่านแม่เื่นี้ลูกไม่สามารถตัดสินใจตอบตกลงได้.... นางเป็สหายของลูกอีกทั้งยังเป็หญิงต่างแดน เห็นทีลูกคงต้องถามความสมัครใจของนางก่อน"
ตงฟางมีท่าทีไร้การสำรวม ะโโลดเต้นไปมา ยกมือขึ้นเหนือหัว
"ข้าแต่งๆๆ ข้าเป็เมีย เ้าเป็สามีข้ายินดี!!!"
"ใครก็ได้เข้ามาพยุงไทเฮาที ไทเฮาจะเป็ลม"
อี้เทียนกุมขมับ.... อ๋า..."ปวดหัวจะแย่"
อี้เทียนหันไปดุตงฟาง
"นี่เ้าสนุกพอหรือยัง เ้าทำอะไรของเ้า...เ้านี่มันตัวป่วนเลยรู้ไหม...เมื่อคืนทำเอาหอหนังสือไฟไหม้ หนีออกจากคุกหลวง...ฆ่าสาวใช้ ตอนนี้ก็ทำให้ท่านแม่ไม่พอใจ.... อีกเดี๋ยวก็ต้องเป็สนมของข้า"
"นี่เ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้าหรือ"
"หากเ้ายังไม่เชื่อฟังข้าละก็...ข้าจะไม่ไยดีเ้าอีกต่อไป... "
"ไอ๊หย๊าอี้เทียน...ข้าไม่ได้ตั้งใจสร้างความวุ่นวายเสียหน่อย ไม่เชื่อเ้าลองถามตันหยางดูสิ"
"ฮ่าๆ ไม่ใช่ก็บ้าแล้ว ข้าไม่เกี่ยวข้องด้วยนะอี้เทียนนางตั้งใจสร้างความวุ่นวาย เพื่อจะได้ติดตามท่าน"
"เช่นนั้น ก็สมใจเ้าแล้วสินะข้าไม่อาจให้เ้าห่างกายได้อีก เพราะข้าไม่วางใจกลัวว่าเ้าจะไปทำให้ชาวเมืองเดือดร้อน"
"หากข้าเป็สนมของเ้า ก็แปลว่าข้าจะได้อยู่กับเ้าตลอดไปใช่หรือไม่"
"อืม ก็คงจะเป็อย่างนั้น"
"เย้..... เย้ งั้นข้าจะเป็สนมของเ้า"
"เ้าแน่ใจนะ !!! "
"อื้มแน่ใจมากเรามาเริ่มเป็สนมวันนี้กันเถอะ"
"อืม... เห้อ ดูท่านางจะไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดแต่ช่างเถอะ ขอแค่มีนางอยู่ในสายตาก็พอ"