เฟยหรงและคนอื่นๆร่วมเดินทางกันกลับเมืองหลวงเพราะได้ยินข่าวเื่ตระกูลเว่ยของนางในระหว่างทางเองนั้นก็ได้ยินข่าวลือมาบ้างแต่ยิ่งใกล้เมืองหลวงเท่าไหร่ข่าวลือก็ยิ่งหนาหูขึ้น ทั้งเื่องค์จักรพรรดิเื่แม่ทัพเว่ย เื่ตระกูลองครักษ์ทั้ง2ที่ถูกปลด เื่ตระกูลใหม่ทั้ง4ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็องครักษ์ใหม่ เื่ในเมืองหลวงเกิดเหตุการณ์โกลาหลมากมายแต่ตามความในความเป็จริงมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากมายอย่างที่ใครๆเขาเล่ากันเฟยหรงเองก็ได้คำนวณและหากวิธีช่วยเหลือครอบครัวไว้แล้ว
ตลาดประมูลหยางเหวิน
เบื้องหน้ารถม้าของเฟยหรงคือสถานที่ซึ่งเป็ทางผ่านไปเมืองหลวง มันเป็สถานที่ขนาดกลางล้อมรอบไปด้วยูเามีผู้คนจากต่างเมืองนำของมาค้าขายมากมาย ทางเข้าด้านหน้านั้นปรากฏป้ายสีดำที่มีอักษรสีทองที่เขียนว่า[ตลาดประมูลหยางเหวิน] เมื่อเข้ามาด้านในกลางเมืองนั้นมีตึกขนาดกลางตั้งอยู่มีถนนล้อมรอบตึกนั้นคล้ายวงเวียน
เนื่องจากมีผู้คนมากมายจากต่างเมืองหรือแม้แต่จากต่างอาณาจักรที่นำสินค้ามาขายบ้างก็เป็สินค้าขายขาดบ้างก็เป็สินค้าประมูลซึ่งสินค้าประมูลนั้นจะมีป้ายราคาเริ่มต้นอยู่หากมีผู้ที่สนใจก็สามารถมาเขียนราคาประมูลลงบนกระดาษประมูลสินค้านั้นๆได้และเมื่อมีคน้าสินค้านี้เขาก็เขียนราคาสินค้าให้สูงขึ้นทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าคนขายจะเห็นว่าได้ราคาที่้าแล้วหรือสิ้นสุดเวลาประมูลทำให้ตลาดประมูลหยางเหวินแห่งนี้มีผู้คนเยอะและคึกคักเป็พิเศษมีทั้งโรงเตี๊ยมยังมากมายเพื่อรองรับลูกค้าและพ่อค้าที่มาซื้อขายของกันและร้านรวงที่มีของแปลกๆมาวางขาย
เฟยหรงมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปตามทางเรื่อยๆพวกพ่อค้าแม่ขายต่างก็ะโเรียกลูกค้ากันอย่างสนุกสนานไม่มีการทะเลาะแย่งลูกค้ากันเกิดขึ้น จะมีก็แต่พวกลูกค้าที่แย่งกันซื้อของเท่านั้น
จิ้นฝานบังคับรถม้าให้ไปโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่รอบนอกเมืองขนาดค่อนข้างเล็กแต่ก็ไม่มีความวุ่นเท่ากับโรงเตี๊ยมกลางตลาดเมื่อทั้งหมดลงมาจากรถม้าก็มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งเดินมารับแขก
"ยินดีต้อนรับขอรับ"เสี่ยวเอ้อคนนั้นก้มหัวให้เฟยหรงอย่างนอบน้อมแล้วพานางเข้าไปด้านในร้าน
"เสี่ยวเอ้อ มีห้องว่างสัก4ห้องหรือไม่"เมื่อทั้งหมดเดินมานั่งในโรงเตี๊ยมแล้วเฟยหรงก็หันไปถามเสี่ยวเอ้อทันที
"มีขอรับ" เขาพยักหน้า
"ข้าจองสัก2คืนนะ แล้วก็นำอาหารอะไรก็ได้สำหรับ4คนมาด้วย" เฟยหรงหันไปสั่งจากนั้นเสี่ยวเอ้อก็เดินออกไปเพื่อบอกกับพ่อครัวและไปเตรียมห้องพัก
"คุณหนูไม่รีบกลับเมืองหลวงหรือเ้าคะ" มี่ถงเอ่ยถาม
"รีบ...แต่ข้าอยากเที่ยวตลาดก่อนนี่นา"นางไหวไหล่เบาๆ แม้จะอยากกลับเมืองหลวงเร็วๆแต่นางก็อยากเที่ยวตลาดด้วยเช่นกัน
"ข่าวที่ข้าสืบมาเหตุการณ์ทางบ้านก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรขนาดนั้น"
"เห้อ เ้านี่น้า"เทียนหลงส่ายศีรษะเบาๆ
ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็ยกอาหารเข้ามาให้ทั้งสี่ แม้จะไม่อร่อยเท่ากับโรงเตี๊ยมใหญ่ๆแต่ก็ไม่ถึงกับทานไม่ได้ ทั้งสี่คนพูดไปกินไปเรื่อยๆก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
"ขออภัยไม่ทราบว่าอาหารถูกปากหรือไม่ข้าอยากรบกวนให้พวกท่านช่วยวิจารณ์อาหารที่ข้าทำสักหน่อย" เขาเอ่ย
"หืม? ท่านเป็พ่อครัวหรือเหตุใดถึงอยากให้พวกเราวิจารณ์กันละ" เฟยหรงหันไปถามพลางวางตะเกียบลงบนชามข้าวที่พร่องไปกว่าครึ่ง
"ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้นานๆจะมีคนเข้ามาใช้บริการข้าเลยอยากรบกวนพวกท่านวิจารณ์อาหารที่ข้าทำเพื่อที่จะเอาไปพัฒนาให้ดีขึ้นขอรับ"พ่อครัวคนนั้นเอ่ย พลันมีสีหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
จะว่าไปแล้วโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็ดูเงียบเหงาไม่น่าจะมีคนใช้บริการบ่อยๆอย่างที่ว่าจริงๆแต่ภายในร้ายตกแต่งอย่างเรียบง่ายดูสบายตากว่าโรงเตี๊ยมใหญ่ๆมากแม้ภายนอกจะมองว่าเป็โรงเตี๊ยมเล็กๆไม่น่าเข้า แต่การบริการก็ไม่เลวทีเดียว
"ได้สิ" เฟยหรงพยักหน้าพ่อครัวจึงเงยหนึ่งขึ้นมาเพื่อตั้งใจฟัง
"จานนี้ผัดผักค่อนข้างจืดไปสักหน่อย ควรใส่เกลือสักหนึ่งหยิบมือและน้ำตาลครึ่งหยิบมือตามด้วยซอสปรุงรส1ช้อน"เฟยหรงผายมือไปที่ผัดผักจานหนึ่ง
"ส่วนจานนี้ ข้าว่าอร่อยดีหากแต่นำไปหมักเพิ่มอีกสักวันก็จะสามารถดึงรสเปรี้ยวออกมาได้มากกว่านี้"เฟยหรงผายมือไปที่จากผักดอง พ่อครัวจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"แม่นางเดี๋ยวข้าขอไปเอาสมุดจดโปรดสักครู่"ว่าแล้วพ่อครัวท่านั้นก็รีบวิ่งไปที่หลังร้านทันที
"คุณหนูทำอาหารเป็ด้วยหรือเ้าคะ"มี่ถงถาม เพราะั้แ่รู้จักกันมาก็ไม่เคยเห็นเฟยหรงทำอาหารสักครั้งยิ่งมาวิจารณ์อาหารและบอกเครื่องปรุงอย่างละเอียดแบบนี้ก็ยิ่งไม่เคย
"อืมมม ก็นิดหน่อย"เฟยหรงเอ่ยจะบอกว่าเคยทำก็ไม่ได้เพราะเฟยหรงตัวจริงนั้นเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในจวนอ่านแต่ตำราปลูกสมุนไพรไปวันๆ งานบ้านงานเรือนก็ไม่เป็เท่าไหร่เพราะเป็บุตรสาวคนเดียวของตระกูลจึงไม่มีใครบังคับให้เรียนโน่นนี่นักทุกคนคิดว่าหากนางอยากจะทำอะไรก็ให้ทำไปขอให้มีความสุขก็แล้วกัน...ส่วนนางในอีกโลกหนึ่งต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งน้องสาวและตัวเองจึงได้ไปทำงานหลายๆแบบ ทั้งเป็ลูกมือพ่อครัว ซักผ้า ล้างจานหรือแม้แต่แบกหินแบกปูน...หรือแม้แต่งานแปลกๆยังเคยทำมาแล้วเลย
"มาแล้วขอรับ"พ่อครัวคนนั้นวิ่งกลับมาพร้อมสมุดจดเล่มหนึ่ง
"เอาล่ะ จานต่อไป"เฟยหรงผายมือไปที่ซุปเนื้อ
"ซุปเนื้อถ้วยนี้ให้รสเข้มข้นดีแต่เค็มไปสักนิด หากเ้าใส่พริกและมะนาวลงไปจะทำให้รสชาติกล่อมกล่อมกว่านี้"เฟยหรงเอ่ยพลางหันไปมองพ่อครัวที่จดคำพูดของนางอยากไม่ขาดตกบกพร่องก็ยกยิ้มขึ้นมา
จากนั้นเฟยหรงก็บรรยายรสชาติอาหารทุกจานจนครบแม้แต่ข้าวสวยธรรมดานางก็แนะนำวิธีหุงให้อร่อยยิ่งขึ้นเมื่อเสร็จแล้วพ่อครัวท่านั้นก็โค้งคารวะให้เฟยหรงทันที
"ขอคุณแม่นางที่ช่วยชี้แนะข้าน้อย เจียงหู่ไป๋ คนนี้ขอคารวะแม่นาง"เขาเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเฟยหรงยิ้มตอบอีกเช่นกันรอยยิ้มของเฟยหรงทำเอาเขาแทบหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง
"มิได้ มิได้ข้าเพียงชี้แนะไปเท่าที่จะทำได้เท่านั้น" เฟยหรงเอ่ย
"จะว่าไป อาคารกลางตลาดนั้นมันคืออะไรหรือพ่อครัวเจียง"เฟยหรงเอ่ยถาม
"อ้อพวกท่านคงพึ่งเคยมาตลาดประมูลหยางเหวินสินะอาคารแห่งนั้นคือโรงประมูลกลางขอรับ" พ่อครัวเจียงเอ่ย
"แล้วโรงประมูลกลางที่ว่านั้นเป็อย่างไรหรือ"เฟยหรงอยากรู้ว่ามันจะเหมือนกับโรงประมูลใหญ่ๆในอีกโลกรึเปล่า
"อืมมม เท่าที่ข้าทราบ ทุกๆ1อาทิตย์ จะมีการประมูลเกิดขึ้นทุกคนสามารถนำของเข้าร่วมประมูลหรือจะไปเป็ผู้ประมูลสินค้าก็ย่อมได้ทางผู้ดูแลโรงประมูลจะเป็ผู้ตรวจสอบของที่ร่วมประมูลนั้นๆว่าเป็ของจริงหรือมีมูลค่าขั้นต่ำเท่าไหร่"พ่อครัวเจียงเอ่ย
"อย่างนี้เอง" เฟยหรงพยักหน้าเบาๆ
"พรุ่งนี้จะมีการประมูลขึ้นหากพวกท่านอยากไปร่วม วันนี้และพรุ่งนี้ก็สามารถไปซื้อป้ายเข้าร่วมได้ที่โรงประมูลส่วนเวลาเริ่ม ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่" พ่อครัวเจียงเอ่ย
"ขอบคุณพ่อครัวเจียงที่ช่วยชี้แนะ"เฟยหรงคารวะ จากนั้นพ่อครัวเจียงจึงขอแยกตัวออกมาปล่อยให้เฟยหรงและคนอื่นๆนั่งทานอาหารกันต่อไป
"คุณหนู จะไปหรือ"จิ้นฝานถาม
"ใช่"เฟยหรงพยักหน้าเบาๆ นางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าการประมูลที่ว่านั้นมันเป็อย่างไร
หลังจากที่ทานอาหารและพักผ่อนดื่มชาให้หายเหนื่อยเสร็จเฟยหรงและมี่ถงจึงไปที่โรงประมูลส่วนจิ้นฝานและเทียนหลงเองก็เข้าไปฝึกฝนในมิติเฟยหรงเดินเข้าไปในใจกลางตลาดเรื่อยๆบางครั้งก็หยุดดูและซื้อสินค้าน่าสนใจไปบ้างใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงที่โรงประมูล
โรงประมูล
ป้ายหยกสีมรกตเขียนด้วยลวดลายสีทองถูกแขวนไว้บนทางเข้าอย่างสวยงามมีคนเข้าออกบ้างประปราย ส่วนมากจะดูเป็คุณหนูคุณชายซะส่วนใหญ่ส่วนน้อยก็จะเป็ผู้าุโและพ่อค้าแม่ค้า
เฟยหรงเดินเข้าไปด้านในอาคาร นางและมี่ถงดูตื่นเต้นมากเมื่อเข้ามาแล้วด้านในตกแต่งด้วยตะเกียงและลวดลายกำแพงหรูหราทั้งสองเดินชมด้านในสักพักก็เดินไปที่โต๊ะพนักงานด้านใน
"ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้้ามาร่วมประมูลสินค้าหรือนำสินค้ามาประมูลหรือเ้าคะ"พนักงานสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแบบฉบับการค้า
"ข้านำสินค้ามาประมูลและจะมาประมูลสินค้าด้วยเช่นกัน"เฟยหรงเอ่ย ที่มาประมูลนั้นเพื่ออยากรู้ว่าเม็ดยาของนางราคาสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่
"ได้เ้าค่ะนี่คือตราหมายเลขสำหรับผู้เข้าร่วมประมูล ราคาจะอยู่ที่ชินละ100เหรียญทองเ้าค่ะ"เฟยหรงเลิกคิ้วนิดๆเพราะมันค่อนข้างแพงไม่น้อยแต่ก็นำเงินออกมา200เหรียญทอง
"ข้าเอา2ชิ้น" พนักงานจึงหยิบป้ายหมายเลขอีกชิ้นให้
"ท่านได้รับป้ายหมายเลข 469และ 470 พรุ่งนี้เช้าจะเริ่มประมูลยามเซิน(15.00-16.59)จนถึงยามไฮ่(21.00-22.59) ท่านสามารถเข้าร่วมได้โดยการยื่นป้ายให้พนักงานหน้าห้องประมูลและจะมีการตรวจตราห้ามนำอาวุธทุกชนิดเข้าไปด้วย ยกเว้นจะเก็บไว้ในแหวนมิติ"พนักงานหญิงคนนั้นอธิบาย เฟยหรงและมี่ถงเองก็ตั้งใจฟัง
"วิธีประมูลท่านสามารถประมูลได้โดยการยกมือและบอกราคาที่สูงกว่าผู้ประมูลก่อนหน้าหากไม่มีผู้ประมูลต่อ ของสิ่งนั้นก็ย่อมตกเป็ของท่านเ้าค่ะ"พนักงานสาวเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยิ้มแย้มให้ดูเป็มิตร
"เช่นนี้เอง"เฟยหรงพยักหน้า
"หากท่านจะนำของมาประมูล เชิญด้านนี้เลยเ้าค่ะข้าจะพาไปให้ท่านผู้ดูแลตรวจสอบ"หนักงานสาวว่าแล้วผายมือไปที่ทางเดินข้างๆโต๊ะ
พนักงานสาวพาเฟยหรงและมี่ถงเดินเข้ามายังด้านในทางเดินนั้นจัดได้ว่าแคบ แต่ก็พอให้สองคนเดินแทรกผ่านกันได้ไม่นานก็เดินมาถึงหน้าประตูบานหนึ่ง
ก็อก ก็อก พนักงานสาวเคาะประตูเบาๆ
"นายท่านเ้าคะมีผู้อยากนำสินค้ามาประมูลเ้าค่ะ" พนักงานสาวเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
"เข้ามา"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพนักงานสาวจึงเปิดประตูเข้าไปก็พบชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งกลางโต๊ะเมื่อเห็นคนเข้ามาเขาก็ยกยิ้มขึ้น พร้อมทั้งรอบๆเองก็มีผู้าุโนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกันด้วยอีก4คนขนาบข้างอยู่ และทุกคนล้วนมีพลังที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิทั้งสิ้นมี่ถงก็เลยรู้สึกเกร็งขึ้นมาเล็กน้อยเหงื่อเม็ดโตเริ่มไหลออกมาเพราะเกรงกลัวในแรงกดดันเ่าั้ ส่วนเฟยหรงเองก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายจนผู้าุโทั้งหมดแปลกใจ
"เชิญแม่นางน้อยทั้งสองนั่งก่อน"ชายวัยกลางคนเอ่ยแล้วผายมือไปยังเก้าอี้หุ้มหนังสัตว์เบื้องหน้าตนเองเฟยหรงและมี่ถงจึงเดินไปนั่งบนเก้าอีกสองตัวนั้น
"ขอบคุณเ้าค่ะ"เฟยหรงเอ่ยเมื่อเห็นทั้งสองคนนั่งแล้วผู้าุโผู้หนึ่งจะวาดอักขระขึ้นมาปิดกั้นเพื่อป้องกันคนแอบฟังภายในห้องทันที
"ไหนแม่นางน้อยมีของอะไรที่้านำมาประมูลหรือ" ชายผู้นั้นเอ่ยเฟยหรงจึงนำเม็ดยาทะลวงปรานขั้นจักรพรรดิสีทองขึ้นมาเมื่อผู้าุโทั้งห้าเห็นสีเม็ดยาก็ต้องเบิกตากว้าง
"นะนี่แม่นางจะเอาเม็ดยาเหล่านี้มาประมูลหรือ" ผู้าุโผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความที่ตัวเขาเองพึ่งเคยเห็นเม็ดยาระดับสูงขนาดนี้แถมยังมีกลิ่นสมุนไพรและปรานที่แผ่ออกมาจากเม็ดยานั้นรุนแรงบ่งบอกได้เลยว่าเป็เม็ดที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
"นี่คือเม็ดยาทะลวงปรานระดับจักรพรรดิเ้าค่ะหากใครที่กินเข้าไปแล้วหากอยู่ในระดับจักรพรรดิก็สามารถทะลวงระดับเข้าสูงขั้นต่อไปได้และตัวยานี้เองก็ไม่มีผลข้างเคียงใดๆเ้าค่ะเพียงแต่ห้ามใช้ติดๆกันและห้ามให้ผู้ที่มีประดับปรานขั้นปรานทัพลงไปใช้ไม่เช่นนั้นจะทำให้ร่างกายแบกรับความกดดันจากพลังปรานของตนเองไม่ไหว"เฟยหรงเอ่ยอธิบาย มี่ถงเห็นแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากเพราะนางเองก็เห็นเม็ดยาเหล่านี้จนชินไปแล้ว
"ที่เ้าอธิบายมานั้นล้วงฟังดูเกินจริงไปสักหน่อยนะแม่นาง"ชายตรงกลางเอ่ยพลางหรี่ตามองนางอย่างจับผิดเฟยหรงเองก็คิ้วกระตุกนิดๆแต่ก็ยังยิ้มได้อยู่
"ยังไงข้าก็ขอตรวจสอบดูสักหน่อย"ชายผู้นั้นว่าแล้วหยิบเม็ดยาเม็ดหนึ่งมาเพ่งดู ทั้งส่งปรานตรวจสอบเม็ดยาและดมกลิ่นเสร็จแล้วเขาก็ส่งในผู้าุโคนอื่นๆตรวจสอบบ้าง
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ"เฟยหรงยิ้ม เมื่อมองดูสีหน้าผู้าุโทุกคนที่ล้วนดูอยากได้เม็ดยาของนางทั้งสิ้น
"อื้ม !เป็เม็ดยาระดับสูงจริงๆแม่นาง" ผู้อาวุธคนหนึ่งเอ่ย
"ข้าขอเสียมารยาทถามได้หรือไม่"ชายวัยกลางคนเอ่ยแล้วจ้องมองมาที่ทั้งสองคนเบื้องหน้า
"เม็ดยาเหล่านี้พวกเ้ามีได้อย่างไรหรือเ้ารู้จักคนปรุงมันหรือไม่ แล้วเหตุใดเ้าไม่เก็บไว้เอง"เขาเอ่ยถามขึ้นรัวๆจนเฟยหรงแทบจะตอบคำถามไม่ทัน
"ใจเย็นๆเ้าค่ะเอาทีละคำถามนะเ้าคะ" เฟยหรงยิ้ม แอบอยากหัวเราะนิดๆ
"ตัวเม็ดยาข้าเป็คนปรุงเ้าค่ะ"พูดจบ ผู้าุโทุกคนก็พลันมีสีหน้าที่หลากหลาย
"จริงหรือ!"เขาเอยถามเมื่อตั้งสติได้
"เ้าค่ะ..."เฟยหรงพยักหน้าแล้วมองไปที่ชายผู้นั้น บ่งบอกว่านางไม่ได้โกหกแน่นอนเขาจึงส่งลมปรานไปบอกผู้าุโในห้องว่าให้ผูกสัมพันธ์กับแม่นางผู้นี้และต้อนรับอย่างดีที่สุด
"เช่นนั้น แม่นางโปรดรับการคารวะจากข้า" ผู้าุโผู้หนึ่งเอ่ย เฟยหรงจึงหันไปมองตามเสียงผู้าุโผู้นี้มีกลิ่นสมุนไพรหลากหลายชนิดลอยออกมาจากตัวทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็ผู้ปรุงโอสถแน่นอน
"มิกล้า มิกล้าข้าเป็เพียงผู้เยาว์ท่านอย่าคารวะให้ข้าเลย" เฟยหรงลุกขึ้นแล้วโค้งตัวตอบผู้าุโทุกคนที่ได้เห็นผู้มีความสามารถถ่อมตนเช่นนี้จึงเกิดความประทับใจในตัวนางขึ้นมาไม่น้อย
"เอาล่ะๆ"ชายวัยกลางคนเอ่ยแล้วยกมือห้าม
"ของที่เ้านำมาประมูลมีเพียงเท่านี้ใช่หรือไม่"
"มีอีกเ้าค่ะ..."เฟยหรงเอ่ย ทุกคนจึงมีสีหน้าแปลกใจนิดๆแต่ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเพราะอาจจะได้พบเจอยาระดับสูงอีก
"นี่คือยาสลายพิษธาตุเหมันต์และ ยาสลายพิษธาตุไฟเ้าค่ะ" เฟยหรงนำขวดแก้วใสขนาดเล็กออกมา
"ขวดสีฟ้าเป็ยาสลายพิษธาตุเหมันต์ใครที่โดนพิษธาตุนี้มา หากดื่มเข้าไปแล้วจะช่วยสลายขจัดพิษธาตุเหมันต์ทั้งหมดและเมื่อใช้ลมปรานหลอมรวมร่างกายกับยาแล้วพิษธาตุเหมันต์จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้อีก วิธีดื่มก็ดื่มเพียง10หยด หรือหนึ่งอึกก็ใช้ได้แล้ว" เฟยหรงเอ่ย ทุกคนจึงเบิกตากว้างแล้วมองขวดแก้วด้วยสายตาระยิบระยับ
"ส่วนขวดสีแดงคือยาสลายพิษธาตุไฟมีสรรพคุณเหมือนขวดสีฟ้า แต่ต่างเพียงขจัดพิษธาตุไฟ เชิญตรวจสอบเ้าค่ะ"เฟยหรงวางขวดแก้วลงบนโต๊ะให้ผู้าุโตรวจสอบเมื่อทั้งหมดได้สติก็รีบหยิบยาทั้งสองทันที
"อย่าบอกนะว่ายาสองขวดนี้เ้าก็เป็ผู้ปรุงเอง"ผู้าุโที่เป็ผู้ปรุงโอสถเอ่ยถาม
"เ้าค่ะ" นางพยักหน้าด้วยรอยยิ้มน่าเอ็นดูหากแต่ผู้าุโผู้นั้นคิดว่าคล้ายรอยยิ้มเ้าเล่ห์เสียมากกว่า
"เห้อ นี่เ้ามีความสามารถระดับไหนกันแน่"ผู้าุโผู้นั้นเอ่ยพลางถอนหายใจเบาๆ ั้แ่เป็นักหลอมโอสถมา เขาก็พึ่งจะเคยเจอคนมาความารถเช่นนี้เป็ครั้งแรกแถมยังหลอมโอสถในระดับหายากได้อีก
"ความลับนะเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ยออกมายิ้มๆ
"แล้วพวกท่านให้ราคาขั้นต่ำได้เท่าไหร่หรือ"เฟยหรงหันไปถาม
"รอสักครู่นะแม่นางน้อยขอพวกข้าปรึกษากันก่อน"ชายวัยกลางคนเอ่ยแล้วส่งเสียงผ่านลมปรานไปปรึกษากับผู้าุโทุกคนใช้เวลาไม่นานทั้งหมดก็ได้ข้อสรุป
"สำหรับเม็ดยาทะลวงปรานระดับสูงนี้พวกข้าเห็นพ้องต้องกันว่าราคาเริ่มต้นขั้นต่ำอยู่ที่เม็ดละ 1 พัน เหรียญทอง" ชายวัยกลางคนเอ่ย
"ส่วนลายพิษยาระดับหายากนี้พวกข้าคิดว่าแบ่งขวดใส่อีก3ขวดเล็ก ขวดละ1หมื่น เหรียญทอง" เฟยหรงและมี่ถงที่ได้ยินก็ถึงก็เบิกตากว้างเพราะไม่นึกว่าจะมากถึงเพียงนี้
มี่ถงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะยาที่ว่านั้นนางล้วนเคยกินไปแล้วทั้งสิ้นหากรู้ว่ามันราคาสูงนางคงจะไม่เผลอกินทีเดียวไปทั้งหมดแบบคราวก่อนแน่ๆ
"ท่านเอ่ยตั้งราคากันผิดรึเปล่าเ้าคะเหตุใดแค่ยาสลายพิษจำนวนเงินมันจึงเยอะถึงเพียงนี้" เฟยหรงถาม
"ไม่หรอกนี่แหละราคาสมน้ำสมเนื้อแล้วแม่นางน้อยข้าเชื่อว่าเม็ดยาเหล่านี้จะถูกประมูลในราคาที่สูงกว่านี้แน่ๆเพราะแค่ยาสลายพิษเอง พวกคนตระกูลใหญ่ๆล้วน้าทั้งสิ้นโดยเฉพาะพวกผู้นำตระกูลที่เคยผ่าสมรภูมิรบมามากมายทั้งาเ็จากการสู้รบและจากการโดนพิษก็มีไม่น้อย และหากมีสิ่งที่ช่วยขจัดความทรมานเ่าั้ได้ข้าเชื่อว่าพวกเขาย่อมต้องยอมจ่ายแน่นอน" ชายวัยกลางคนเอ่ยเฟยหรงจึงพยักหน้าเล็กน้อย นางพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมค่าป้ายเข้างานถึงแพงขนาดนั้น...เพราะของร่วมประมูลนั้นล้วนมีค่าทั้งสิ้น!
"และราคาที่ประมูลได้ทั้งหมดจะตกอยู่ที่เ้า8ส่วน ส่วนอีก2ส่วน ทางโรงประมูลจะหักเข้ามาไว้ที่นี่ส่วนเื่เงิน สามารถมารับได้ในอีก2วัน"ชายวัยกลางคนเอ่ยต่อ
"เ้าค่ะ"เฟยหรงพยักหน้า นางไม่ได้เครียดกับเงินค่างวดที่ถูกหักไปอยู่แล้ว
จากนั้นนางก็ลงลายมือชื่อและทำสัญญาประมูลกับชายผู้นั้นเป็กระดาษลงอักขระขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมากมีรายละเอียดต่างๆครบถ้วนตามชายผู้นั้นอธิบายไปเมื่อครู่
"งั้นถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วผู้เยาว์ขอตัวเ้าค่ะ" เฟยหรงลุกขึ้นแล้วคารวะคนในห้องแล้วผู้าุโที่ใช้อักขระคนเดิมก็ปลอดม่านอักขระออกไปให้เฟยหรงได้ออกไปด้านนอก
"อ่าเดี๋ยวสิแม่นางน้อย" ผู้าุโคนหนึ่งที่เป็นักหลอมโอสถเอ่ยห้าม
"มีสิ่งใดหรือเ้าคะ" นางถาม
"ไม่ทราบว่าแม่นางสนใจเปิดร้านขายโอสถหรือไม่ ข้าคิดว่าแม่นางจะขายดีแน่นอน"ผู้าุโผู้นั้นเอ่ย
"เื่นี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจเ้าค่ะ...เอ่อท่าน?" เฟยหรงเอ่ยผู้าุโผู้นั้นจึงถอนหายใจอย่างเสียดายกะว่าจะซื้อตัวยาของเฟยหรงมาศึกษาสักหน่อยเฟยหรงเองที่เห็นผู้าุโมีท่าทีเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะเบาๆไม่ได้
"ข้านาม หยู หนิงเทียน"ผู้าุโหยูเอ่ยเบาๆ
"ที่แท้ก็ผู้าุโหยูหากท่าน้าปรึกษาเื่โอสถกับผู้เยาว์ ก็สามารถมาได้นะเ้าค่ะ"เฟยหรงเอ่ย ผู้าุโหยูจึงเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นตัวเขาเองนั้นแม้จะเป็นักหลอมโอสถที่เก่งกาจแต่เมื่อเทียบกับแม่นางน้อยตรงหน้าแล้วเขาเองก็รู้เลยว่าตัวเองฝีมือด้อยกว่าหลายเท่านักแม้จะเป็ผู้เยาว์แต่เขาเองก็ไม่ถือสาที่จะไปหาความรู้กับนาง
"แล้วแม่นางอยู่ที่ใดหรือข้าจะได้ไปหาถูก" ผู้าุโหยูเอ่ย
"ข้าอยู่ในเมืองหลวงเ้าค่ะ...ไปหาข้าได้ที่จวนตระกูลเว่ย"เมื่อเฟยหรงพูดจบทุกคนในห้องก็พลันมีสีหน้าตื่นตระหนกทันที
"จะ จวนตระกูลเว่ย? จวนของแม่ทัพเว่ยผู้นั้นน่ะหรือ" ผู้าุโหยูถามจะมีใครในอาณาจักรนี้บ้างที่ไม่รู้ว่าตระกูลเว่ยนั้นโด่งดังขนาดไหนเฟยหรงจึงพยักหน้าเบาๆ
"งั้นก็แสดงว่าเ้า..."
"ข้าคือบุตรสาวของอดีตแม่ทัพเว่ยช่างล่าง...นามเว่ยเฟยหรงเ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ย
"โอ้ เช่นนี้นี่เอง" เมื่อได้สติผู้าุโหยูก็พยักหน้าพลางลูบเคราเบาๆพลางหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้า...เคยได้ยินมาว่าบุตรสาวคนเดียวของตระกูลเว่ยนั้นเป็แค่เพียงขยะที่ไร้ลมปรานมิใช่รึแล้วเหตุใดกลับเป็บุคคลที่มีความสามารถมากมายถึงเพียงนี้
"เ้าค่ะ"เฟยหรงพยักหน้า
"หากไม่มีเื่อันใดแล้วผู้เยาว์ขอตัวก่อนนะเ้าคะ" นางคารวะผู้าุโหยูแล้วจากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากห้อง
"กลับกันเถอะ"เฟยหรงหันไปบอกมี่ถงข้างๆแล้วจากนั้นก็มีพนักงานเดินไปส่งทั้งสองด้านหน้าโรงประมูล