เขามันก็แค่คนที่ชอบคิดเองเออเอง ตื่นเต้นไปเองและเพ้อฝันไปเอง!!
หลังจบพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและเพิ่มชื่อเข้าไปในทำเนียบสมาชิกตระกูลิพร้อมทั้งส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ห้องหอซึ่งถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายพอก้าวเข้าห้องมาจะเห็นโต๊ะเตี้ยที่วางเอาไว้ข้างเตียงตรงกลางห้องมีเตียงหลังใหญ่ซึ่งผูกผ้าม่านสีแดงเอาไว้ กระทั่งผ้าปูเตียงไปจนถึงผ้าห่มล้วนเป็สีแดงถัดเข้าไปด้านในหลังเตียงมีฉากกันตั้งเอาไว้สำหรับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าส่วนกระจกเหลืองก็วางไว้ข้าง ๆ กันกับโต๊ะเตี้ยเป็ห้องที่ถือว่าโล่งมากเลยทีเดียวหลังสำรวจห้องเสร็จเฟยอี้หลินก็หันมามองเตียงหลังใหญ่ ซึ่งมีชายผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีหมาดๆ นอนหันหลังให้อยู่เขาสังเกตเห็นั้แ่เข้าห้องมาแล้วว่าิเทียนไม่มีสายตาพิศวาสเสน่หา ้าแตะต้องร่างกายแสนงดงามเลยสักนิด แต่มีหรือที่เขาจะยอมแพ้ง่าย ๆ
เฟยอี้หลินก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียงก่อนจะเอ่ย“ท่านไม่มีความคิดที่จะทำอะไรข้าเลยหรือ?” ิเทียนยังคงเงียบ
ปกติไม่ควรเป็แบบนี้ คืนแรกที่บ่าวสาวเข้าห้องหอถึงแม้จะไม่ใช่คนที่รักกันมันก็ต้องมีการโจ๊ะพรึมๆ ให้สนุกสนานก่อนนอนสักนิดไม่ใช่หรือแบบนั้นถึงจะเรียกว่าการเข้าหออย่างแท้จริง
โอ๊ย เสียใจอ่ะ นึกว่าจะได้ลองเปิดซิงกับหนุ่มหล่อที่เจอหน้ากันได้ไม่นานอย่างที่ฝันไว้แต่กับไม่เกิดขึ้น!!
แต่เดี๋ยวก่อน ลองยั่วดูดีไหมนะ ไหน ๆ ก็เป็สามีภรรยากันแล้ว
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เฟยอี้หลินล้มตัวลงนอนทับอยู่บนตัวิเทียนทันทีเขาพาดตัวเองลงไป มองหน้าคนซึ่งแกล้งหลับ
“คุณชายิเทียนข้าไม่งดงามถึงขั้นที่ท่านไม่อยากลองชิมดูจริงหรือ” ิเทียนมุมปากกระตุกเกอผู้นี้ถึงกับกล้าพูดจาน่าอายเช่นนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย ช่างใจกล้าเสียจริง
ิเทียนยังคงไม่นำพาหลับตานอนไม่ยอมขยับแต่ร่างกายอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยเข้าจมูกกับก่อกวนจิตใจเขาไม่เลิก
“นี่ท่านพูดออกมาให้ข้าได้ฟังสักนิดก็ยังดีข้าไม่น่ารักจนทำให้ท่านเกิดอารมณ์บ้างหรือ”พูดออกไปก็ได้แต่หน้าแดง ให้มาล่อลวงผู้ชายเช่นนี้วิมลพึ่งจะเคยแต่เพื่อที่จะได้ลอง...กับสามีเขาต้องหน้าด้านเข้าไว้
ิเทียนฟังเสียงซึ่งดังอยู่ข้างหูไม่หยุดจนเริ่มจะทนไม่ไหวลืมตาขึ้นมอง
“หากเ้ายังไม่หยุดพูดจาเช่นนี้ข้าจะโยนเ้าออกจากห้อง”เฟยอี้หลินกลัวความหนาว และคำขู่ที่คงทำจริงของิเทียน ปากซึ่งกำลังจะเอ่ยคำพูดน่าอายหยุดชะงักยิ้มค้าง
ได้แต่กระถดตัวถอยห่างกลับมานั่งเหมือนเดิม แต่ก็ไม่วายกอดอกเชิดหน้าขึ้นเพราะไม่อยากเสียหน้า
“ได้ ข้าไม่แกล้งท่านวันหนึ่งในภายภาคหน้าหากท่านเกิดหลงรักข้าขึ้นมาอย่าได้คิดว่าข้าจะยอมให้ท่าน”ิเทียนเงียบมองเกอตัวขาวแสดงท่าทางอวดดีแต่ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดหันไปดับเทียนที่ปลายเตียงดึงผ้าห่มขึ้นคลุม ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เช่นเดิม
เฟยอี้หลินมองคนที่สุดท้ายก็กับลงไปนอนก็ได้แต่กัดฟันกรอด ๆดึงผ้าห่มขึ้นแล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้บ้าง
คอยดูเถอะไม่สนใจข้าใช่ไหม
ได้!!!
ข้าก็จะไม่สนใจท่านเช่นกัน
ถึงจะกัดฟันแสดงออกว่าโกรธมากแค่ไหนแต่ในใจกับกำลังร้องไห้เสียใจ
ความฝันที่อยากจะมีคืนเข้าหอแสนร้อนแรงของเขามัน...ไม่สมหวัง
“คุณชายน้อยได้เวลาตื่นนอนแล้วเ้าค่ะ” เฟยอี้หลินบิดี้เีพลิกตัวดึงผ้าห่มคลุมหัวแล้วหลับไป
อาซินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก่อนจะเงียบไปจึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง“คุณชายน้อยเ้าคะนายท่านใหญ่รอทานอาหารเช้าด้วยกันเ้าค่ะ”
“นายท่านใหญ่?” เฟยอี้หลินใช้เวลาอยู่กับตัวเองชั่วครู่ก่อนจะนึกออก“ชายหน้าตายคนนั้นนะหรือ” แค่คิดถึงเื่เมื่อคืนเขาก็อยากจะแกล้งออกไปช้าให้รอไปนานๆ เสีย แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า เข้าจวนคนอื่นวันแรกควรจะทำตัวให้ดีสักนิดอีกทั้งเขายัง้าไปดูอนุของชายหน้าตาอีกด้วย
จำได้ว่าเมื่อวานจะเห็นอยู่คนหนึ่งหรือเปล่านะ
“อาซินข้าตื่นแล้วเข้ามาได้” อาซินเข้ามาในห้องช่วยคุณชายน้อยแต่งตัวจนเรียบร้อยจากนั้นสองนายบ่าวก็เดินไปยังเรือนหน้าที่มีคนรออยู่ก่อนแล้ว
เฟยอี้หลินมองคนซึ่งนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ตรงหน้ามีอาหารหน้าตาจืดชืดวางอยู่สี่อย่างและน้ำแกงอีกหนึ่ง
เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างิเทียน กวาดตามองรอบ ๆ
“เ้ามองหาสิ่งใด”
เฟยอี้หลินตอบเสียงหนักแน่น “อนุของท่าน”
เขาอยากเห็น เมื่อวานเหมือนจะเห็นคนหนึ่งจริง ๆแต่ทำไมวันนี้ถึงไม่ได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน
แปลกแฮะ
อาซินเข้าใจความสงสัยของเ้านายขยับเข้าไปกระซิบข้างหู
“คุณชายน้อยอนุภรรยาไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งทานข้าวร่วมโต๊ะเ้าค่ะ”คุณชายน้อยจะไม่รู้ก็ไม่ใช่เื่แปลก เพราะจวนตระกูลเฟยไม่มีอนุภรรยา
เขาพยักหน้าเข้าใจ ถามต่อว่า
“อนุต้องมาแนะนำตัวต่อฮูหยินหรือไม่”
“เ้าค่ะหลังทานอาหารแล้วอนุถึงจะเข้ามาแนะนำตัวกับคุณชายน้อยเ้าค่ะ”
เฟยอี้หลินพยักหน้าลงมือทานอาหาร ส่วนอาซินก็ขยับออกไปยืนข้างหลัง
อาซินคือบ่าวรับใช้ที่ถูกมอบให้ในฐานะบ่าวรับใช้ข้างกายเพียงคนเดียว หากเฟยอี้หลิน้าบ่าวรับใช้เพิ่มหรือแม้กระทั่งผู้ติดตามต้องขอกับสามีหรือรอให้สามีเป็ฝ่ายมอบให้
มองหน้าสามีผู้เงียบขรึมไม่ยอมพูดจาราวกับกลัวว่าถ้าเอ่ยออกมาแล้วทองจะร่วงออกจากปากเฟยอี้หลินก็ฟันธงไปก่อนเลยว่า เขาคงไม่ได้ผู้ติดตามเพิ่มอย่างแน่นอน
ิเทียนผู้ถูกภรรยาหมาด ๆ กล่าวปรามาสในใจยังคงทานข้าวเงียบ ๆเช่นเดิม
มองคนที่ยังคงไม่พูดจา เฟยอี้หลินก็ชักจะหมั่นใส่อยากจะแกล้งจึงเอ่ยออกมาว่า
“สามี...” คำเรียกขานจากริมฝีปากอิ่มทำตะเกียบซึ่งกำลังคีบอาหารเข้าปากหยุดชะงัก
เฟยอี้หลินยกกำปั้นปิดปากกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่นมองคนที่ยังคงทำเป็นิ่งขรึม
“ท่านไม่ชอบหรือ ข้าคิดว่าเป็คำเรียกขานที่เหมาะสมยิ่ง”ิเทียนวางชามข้าวลงเป็สัญญาณว่าอิ่มแล้ว
เขามองคนซึ่งยังขำไม่หยุดดวงตาเข้มจ้องเฟยอี้หลินนิ่งมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างอยากจะเห็น
“ภรรยา” น้ำเสียงเรียบ ๆเอ่ยออกมาไม่มีกระทั่งคลื่นอารมณ์อยู่ในนั้นแต่กลับทำให้คนที่หัวเราะอยู่หยุดชะงัก
เฟยอี้หลินตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าคนหน้านิ่งบ้านเขาจะพูดหยอกล้อเป็ถึงจะใแต่กับชอบคำเรียกขานที่ดูสนิทสนมเขาขยับเข้าไปเกาะแขนแข็งแรงแนบแก้มกับไหล่เงยหน้าขึ้นมอง
การแสดงออกอย่างสนิทสนมของเกอตัวน้อยทำบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่โดยรอบรีบก้มหน้าลงแล้วก้าวถอยหลังออกไป
“เ้าคิดจะทำสิ่งใด” ิเทียนไม่ได้ผลักคนออกมองใบหน้างดงามนิ่ง
“ออดอ้อนสามี” ถูไถใบหน้ากับแขน
“เ้าอายุเท่าใดแล้วเหตุใดชอบทำตัวเป็เด็ก”
“ภรรยาที่้าออดอ้อนสามีหาใช่เด็กอีกอย่างข้าถึงวัยแต่งงานแล้วกระทั่งมีสามีอย่างท่าน” เขาจับมือร่างสูงมาบีบเล่นแนบมือตนเองลงไป
“มือท่านใหญ่กว่าข้ายิ่งนัก ท่านดูสิ” เฟยอี้หลินแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย
ิเทียนมองมือซึ่งวางซ้อนกันอยู่มือเด็กหนุ่มช่างเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับมือตน ทั้งยังขาวกระจ่างราวหยกเนื้อดี
“เหมาะสมกันมากมิใช่หรือ” รอยยิ้มเจิดจ้าถูกส่งมาให้ทำเอาประกายั์ตาเขาวูบไหว
เฟยอี้หลินได้ทิ้งคำพูดซึ่งได้ลั่นเอาไว้เมื่อคืนทิ้งไปสิ่งที่เขา้าต่อจากนี้คือการเอาชนะจิตใจของสามีในนิยายหลายเื่ก็มีตัวอย่างให้เห็นคนแสนเ็าไม่ค่อยแสดงออกเวลาที่เกิดตกหลุมรักใครสักคนขึ้นมาจะอ่อนโยนมากเป็พิเศษเขาจึงอยากจะลองเสี่ยงดู แต่ถ้าในอนาคตยังไม่สำเร็จก็จะถอยและขอหย่าจากกันด้วยดี
แน่นอนว่า เื่เข้าหอเมื่อถึงเวลาเขาไม่มีทางยอมให้โดยง่ายคนแบบนี้ต้องสั่งสอนให้อยากเสียให้เข็ด !!
“ขออภัยเ้าค่ะ” ในห้องอาหารเงียบสงบเสียงที่เกิดขึ้นดึงความสนใจของคนทั้งคู่ได้เป็อย่างดี เฟยอี้หลินหรี่ตามองผู้มาใหม่ เป็หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
“สตรีผู้นี้คือ...” ผู้มาใหม่กำลังจะเอ่ยปากตอบแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองกับเห็นว่าคนถามไม่ได้มองมาที่นางแต่กำลังมองใบหน้าหล่อเหล่าของชายข้างกาย มือที่วางซ้อนกันอยู่บริเวณหน้าท้องพลันกำเข้าหากันแน่น
ิเทียนเห็นการแสดงออกของผู้มาใหม่ั์ตาฉายแววไม่ชอบใจออกมาวูบหนึ่ง
“คนที่เ้า้าพบ” เฟยอี้หลินพยักหน้าเข้าใจ
“เ้า้ามายกน้ำชาทำความเคารพข้า” เหมยอวี้รู้แล้วว่าประโยคนี้พูดกับนาง
“เ้าค่ะ” หญิงสาวขยับเดินเข้าไปใกล้อีกนิดนั่งลงตรงหน้าเขา เอี้ยวไปข้างหลังหยิบชาที่บ่าวรับใช้เตรียมมาให้เทชาลงถ้วยยกขึ้นมาตรงหน้า
เฟยอี้หลินไม่รีบร้อนหันไปถามคนข้างกาย
“ข้าไม่รับน้ำชาจากนางได้หรือไม่” เขารู้สึกได้ว่าชายตรงหน้าไม่ค่อยพอใจในตัวอนุภรรยาผู้นี้มิเช่นนั้นจะยอมอยู่เฉยให้เขาทำอะไรตามใจชอบถึงเพียงนี้หรือ กระทั่งมือซึ่งแนบกันอยู่ยังไม่คิดจะดึงออก
หากยังไม่เข้าใจก็คงโง่เต็มทน
“แล้วแต่เ้า” ิเทียนไม่ชอบอนุภรรยาผู้นี้จริงหญิงผู้นี้เขาหาได้้าแต่งเข้ามาแต่มีผู้ยัดเยียดมาให้เพราะไม่อาจปฏิเสธจึงต้องรับเอาไว้
เขาแย้มยิ้ม ดีใจที่ความคิดของตนถูก
“เห็นแก่ที่ข้ากับเ้ามีสามีคนเดียวกันข้าจะรับเอาไว้”มือเรียวสวยซึ่งไม่เคยต้องทำงานหนักรับถ้วยขึ้นมาแต่ไม่ได้ยกขึ้นดื่ม
เฟยอี้หลินดึงปิ่นที่ปักอยู่บนผมส่งให้นาง ถือเป็ของพบหน้ากัน
“เ้าออกไปได้”
“เ้าค่ะ” เหมยอวี้ทำความเคารพแล้วถอยกลับไป
หลังกลับถึงเรือนก็เริ่มอาละวาด ทำลายข้าวของในเรือน
“เป็เพียงเกอบุรุษก็มิใช่สตรีก็ไม่ใช่ถือสิทธิ์อันใดกล้าหักหน้าข้า!!” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเกลียดชังมองปิ่นที่ถืออยู่ในมือก่อนจะโยนทิ้งลงพื้นเต็มแรงแล้วตามไปเหยียบซ้ำคิดว่าปิ่นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าคือเกอหน้าไม่อายผู้นั้น นางแต่งเข้าเรือนนี้ก่อนเ้าคนไร้ยางอายนั่นถือดีอะไรถึงกล้าแสดงความสนิทสนมกับสามีต่อหน้านาง
“นายหญิงใจเย็นไว้เ้าค่ะ” บ่าวรับใช้เดินเข้ามากล่อมผู้เป็นายนางจับเก็บเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาดขึ้นพยุงเหมยอวี้ลงนั่ง
เหมยอวี้หอบหายใจแรง มือกำแน่นกัดฟันกรอด ดวงตาเผยแววโกรธแค้น ในหัวคิดว่าจะทำเช่นไรต่อไป
“นายท่านเพียงหลงใหลในสิ่งแปลกใหม่ ไม่นานก็เบื่อเวลาที่นายหญิงจะได้แก้แค้นยังมีอีกมาก” บ่าวรับใช้มองสีหน้านายหญิงที่ยังคงเต็มไปด้วยความโมโหนางติดตามนายหญิงั้แ่เข้าจวนมาวันแรกผ่านมานับปีแล้วก็ไม่เห็นว่านายท่านจะมีใจให้มาวันนี้นายท่านแต่งเกอผู้หนึ่งเข้ามาท่าทางสนิทสนมมีหรือที่จะไม่ทำให้นายหญิงร้อนใจทั้งยังเป็กังวล
เหมยอวี้ฟังคำปลอบของบ่าวรับใช้ในใจพลันสงบลงปรับลมหายใจให้คงที่หันมากล่าว
“จริงของเ้าข้ายังมีโอกาสอีกมากครั้งนี้มันชนะครั้งหน้าใช่ว่าจะชนะ”